28 กันยายน วันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก
28 กันยายน วันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
โรคพิษสุนัขบ้า หรือ โรคกลัวน้ำ เป็นโรคติดต่อร้ายแรง และแต่ละปีก็มีผู้เสียชีวิตจาก โรคพิษสุนัขบ้า จำนวนมาก และวันนี้ 28 กันยายน ก็ตรงกับ วันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก กระปุกดอทคอมจึงนำความรู้เรื่อง โรคพิษสุนัขบ้า มาฝากกันค่ะ
แต่ก่อนจะไปทำความรู้จักกับ โรคพิษสุนัขบ้า อย่างเจาะลึก ขอบอกกล่าวถึงที่มาของ วันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลกกันก่อน ทั้งนี้ ในวันที่ 28 กันยายน ของทุกปี จะมีการรณรงค์และจัดงานให้ความรู้เรื่องโรคพิษสุนัขบ้ากันแพร่หลายทั่วโลก เพื่อเป็นการรำลึกและเป็นเกียรติแก่ หลุย ปาสเตอร์ ผู้คิดค้นวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ที่เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ.2438 หรือ 116 ปีมาแล้ว
โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) หรือ โรคกลัวน้ำ (Hydrophobia) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเรียกว่า "โรคหมาว้อ" จัดเป็นโรคติดต่อร้ายแรง เกิดจากเชื้อไวรัสเรบี่ส์ (Rabies) ซึ่งทำให้เกิดโรคได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นคน สุนัข แมว ลิง กระรอก ค้างคาว สุนัขจิ้งจอก สกั้งค์ แรคคูน พังพอน ฯลฯ พาหะนำโรคที่สำคัญในประเทศไทย คือ สุนัข รองลงมาคือแมว ส่วนในต่างประเทศมักเกิดจากสัตว์ป่ากินเนื้อต่าง ๆ เช่น สุนัขจิ้งจอก สุนัขป่า Jaguarฯลฯ และสำหรับในแถบประเทศละตินอเมริกานั้น ยังพบพาหะที่สำคัญคือ ค้างคาวดูดเลือด (Vampire bat)
โดยโรคพิษสุนัขบ้านี้ เมื่อเป็นแล้วจะมีอาการทางประสาท โดยเฉพาะที่ระบบประสาทส่วนกลาง ถ้าเป็นแล้วจะเสียชีวิตทุกราย หากฉีดวัคซีนป้องกันโรคไม่ทัน ทั้งนี้ คาดกันว่าในแต่ละปี ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจาก โรคพิษสุนัขบ้า ปีละกว่า 30,000 คน
เพราะผู้ที่เป็น โรคพิษสุนัขบ้า จะมีอาการกลัวน้ำ ซึ่งเป็นอาการแปลกที่พบใน โรคพิษสุนัขบ้า เท่านั้น และเวลากินน้ำจะสำลักและเจ็บปวดมาก เพราะกล้ามเนื้อคอเป็นอัมพาตและเกร็ง
คนสามารถเป็น โรคพิษสุนัขบ้า ได้ หากรับเชื้อจากสัตว์ที่เป็น โรคพิษสุนัขบ้า นี้ โดยสามารถรับเชื้อ พิษสุนัขบ้า ได้สองทางคือ
ส่วนกรณีการติดต่อจากคนสู่คนนั้น ในตามทฤษฎีเป็นไปได้ แต่ยังไม่มีรายงานที่ยืนยันแน่ชัด
จากการสำรวจ ผู้ป่วย โรคพิษสุนัขบ้า ทุกรายจะมีระยะฟักตัวไม่เกิน 1 ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้ด้วย
ผู้ป่วยจะมีการอักเสบที่สมองและเยื่อสมอง ในระยะ 2-3 วันแรก โดยอาจปวดเมื่อยตัว มีไข้ต่ำ ๆ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย คันหรือปวดแสบบริเวณที่ถูกกัด ทั้ง ๆ ที่แผลอาจหายเป็นปกติแล้ว
จะเริ่มหงุดหงิด กระสับกระส่าย อาละวาด ไม่อยู่สุข โดยจะมีอาการเช่นนี้ประมาณ 2-3 วัน จากนั้นจะเริ่มซึมเศร้า และมีอาการกลัว ทั้งไม่ชอบแสงสว่าง ลม เสียงดัง กลัวน้ำ ซึ่งอาจพบอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ มีน้ำลายไหล กลืนอาหารลำบากและเจ็บ เพราะเกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืน แต่ยังพูดจารู้เรื่อง
มีอาการเอะอะมากขึ้น สงบสลับกับชัก บางรายอาจเป็นอัมพาต หมดสติ และเสียชีวิตในที่สุด เพราะส่วนที่สำคัญของสมองถูกทำลายไปหมด โดยเฉลี่ยจะเสียชีวิตใน 2-6 วัน เนื่องจากอัมพาตของกล้ามเนื้อ ระบบทางเดินหายใจ เพราะโรคลุกลามไปอย่างรวดเร็ว

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เป็น โรคพิษสุนัขบ้า จะมีอาการ 2 แบบคือ
ปัจจุบันยังไม่มีทางรักษา โรคพิษสุนัขบ้า ให้หายขาด จึงทำได้เพียงดูแล รักษาตามอาการเท่านั้น โดยควรปฏิบัติดังนี้ต่อผู้ป่วย
ที่ดีที่สุดคือ ระวังอย่าให้ถูกสุนัข หรือแมวกัด เพราะคนมักติดเชื้อจากน้ำลายของสัตว์ที่เป็นโรค นอกจากนี้ยังควรพาสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าด้วย ที่สำคัญอย่าปล่อยให้มีลูกมาก ผู้เลี้ยงควรทำหมันสุนัขทั้งตัวผู้และตัวเมีย
สมัยก่อนเราอาจจะคุ้นว่า วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า ต้องฉีดรอบสะดือ 14 เข็ม หรือ 21 เข็ม ถ้าหยุดต้องเริ่มต้นใหม่ แต่ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกัน โรคพิษสุนัขบ้า ที่ทำจากเซลล์เพาะเลี้ยง โดยฉีดทั้งหมดเพียง 5 ครั้งเท่านั้น และไม่ต้องฉีดทุกวัน โดยมี 2 แบบคือ ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ และฉีดเข้าชั้นผิวหนัง ซึ่งวัคซีนนี้จะไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ต่อระบบประสาท
อย่างไรก็ตาม หากจะป้องกัน โรคพิษสุนัขบ้าให้ได้ผลดี ควรฉีดเซรุ่มควบคู่การฉีดวัคซีนด้วย โดยเฉพาะหากบาดแผลมีเลือดออก แผลลึก ถูกสุนัขเลียที่ตา ริมฝีปาก น้ำลายกระเด็นเข้าตา โดยเซรุ่มจะจะเข้าไปทำลายเชื้อไวรัสในร่างกายของผู้ที่ถูกสุนัขบ้ากัด การฉีดจะฉีดรอบ ๆ แผลก่อนที่จะก่อโรค และก่อนที่ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้น
แต่ทั้งนี้ เซรุ่มป้องกัน โรคพิษสุนัขบ้า มีราคาแพงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ทำมาจากเลือดคน ดังนั้นสถานเสาวภาจึงได้ดำเนินการผลิตเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจาดเลือดม้า และศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้ผลิตเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจากเลือดคน เพื่อใช้เองภายในประเทศ
เราสามารถฉีดวัคซีนป้องกัน โรคพิษสุนัขบ้า ล่วงหน้าได้ โดยฉีด 3 เข็ม ในระยะเวลา 1 เดือน สามารถฉีดได้ในทุกวัย โดยเฉพาะเด็กที่มักคลุกคลีเล่นกับสัตว์ และมีโอกาสถูกสัตว์กัด รวมทั้งผู้ที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และคนตั้งครรภ์ก็สามารถฉีดวัคซีนนี้ได้เช่นกัน
ประโยชน์คือ หากถูกสัตว์กัด การฉีดวัคซีนกระตุ้นเพียง 1-2 เข็ม ร่างกายก็จะได้ภูมิต้านทานที่สูงพอจะป้องกันโรคอย่างได้ผล รวมทั้งไม่เสี่ยงต่อการแพ้เซรุ่ม หรือเจ็บปวดรอบ ๆ แผลจากการฉีดเซรุ่ม
ควรดำเนินการต่อไปนี้
เมื่อสงสัยว่าสัตว์เป็นโรคพิษสุนัขบ้า ควรกักขังสัตว์ไว้ในที่ปลอดภัย และเฝ้าดูอาการประมาณ 15 วัน ไม่ควรทำลายสัตว์โดยไม่จำเป็น ควรปล่อยให้สัตว์ตายเอง ซึ่งจะตรวจพบเชื้อได้ง่าย และแน่นอนกว่า
ในการส่งซากควรส่งให้เร็วที่สุด ภายใน 24 ชั่วโมง โดยปฏิบัติอย่างระมัดระวัง เรื่องความสะอาด ควรสวมถุงมือขณะเก็บซาก และล้างมือให้สะอาดหลังจากเก็บซาก ควรส่งเฉพาะส่วนหัว หรือหากเป็นสัตว์ตัวเล็กสามารถส่งได้ทั้งตัว โดยแช่แข็งไว้ในกระติก หรือกล่องโฟม ใส่น้ำแข็งให้เย็นตลอดเวลา พร้อมระบุประวัติของสัตว์ ชนิด เพศ อายุ สี อาการป่วย ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ เจ้าของสัตว์ และผู้ถูกกัด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ
- กรมปศุสัตว์
- คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์




