การดูแลสุขภาพ

    คุณค่าที่โลกมอบให้


    โคลน



    คุณค่าที่โลกมอบให้ (Health plus)

              แม้จะดูสกปรกเลอะเทอะ แต่ดินโคลนก็อัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์ในการรักษาโรค ช่วยให้คุณมีสุขภาพดีและคืนความงามให้ผิว

              โคลน คือของขวัญล้ำค่าสำหรับผิว เป็นที่รู้จักกันว่ามีสรรพคุณช่วยคืนความชุ่มชื่นให้ผิวมานานหลายร้อยปี ถ้าคุณคิดว่าโคลนมีประโยชน์แค่ใช้สำหรับพอกหน้าเท่านั้น ขอให้คิดใหม่ โรงพยาบาลและศูนย์ธรรมชาติบำบัดต่างๆ ทั่วโลก นำโคลนไปใช้รักษาโรคผิวหนังที่มีความรุนแรง เช่น สะเก็ดเงินและโรคผิวหนังอักเสบ โคลนถูกใช้เป็นส่วนผสมหลักในผลิตภัณฑ์ความงาม ไม่ว่าจะเป็นแชมพูไปจนถึงครีมทำความสะอาดผิว ชาวโรมันรู้สรรพคุณในการบำบัดของโคลนเป็นอย่างดี โดยใช้โคลนช่วยแก้อาการอักเสบบวม และใช้บำรุงร่างกาย

              โคลน มีประโยชน์มากมายสารพัดและเหมาะกับผิวทุกประเภท"โคลนมีสรรพคุณเป็นตัวดูดซับชั้นยอด ที่สามารถดูดสิ่งสกปรกออกจากผิว จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีผิวมัน เป็นสิวง่าย" แคนดิซ การ์ดเนอร์ เจ้าหน้าที่ด้านการฝึกอบรมของสถาบัน the International Dermal Institute กล่าว "เพราะโคลนอุดมด้วยแร่ธาตุ ได้แก่ ซิลิกาที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น สังกะสีมีสรรพคุณในการบำบัด และแมกนีเซียมช่วยต้านอาการแพ้ ช่วยรักษาอาการอักเสบของผิวหนัง เช่น โรคผิวหนังอักเสบ ผิวผื่นคัน และรังแค" โคลนมีความร้อนเช่นกัน จึงทำให้ผิวเกิดความร้อน ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และช่วยเปิดรูขุมขน ผิวจึงสามารถดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์

     โคลนแบบไหนดี

              "โคลนแต่ละชนิดมีสรรพคุณคล้ายๆ กันช่วยดูดสิ่งสกปรกและกระตุ้นกลไกบำบัดตามธรรมชาติของร่างกาย อย่างไรก็ตาม โคลนจากสถานที่ต่างกนย่อมมีคุณสมบัติแตกต่างกัน เล็กน้อย" แจน เดอ รีส์ ที่ปรึกษาด้าน naturopathic ของ Health Plus บอก ดินโคลนที่มีสีต่างกันแร่ธาตุและขนาดของอนุภาคต่างกันย่อมอาจมีสรรพคุณเฉพาะ ที่ต่างกันออกไป บางชนิดช่วยบรรเทาอาการอักเสบของผิว ขณะที่บางชนิดช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

              เบนโทไนต์ (Bentonite) เป็นดินโคลนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดชนิดหนึ่ง ได้จากเถ้าถ่านลาวาภูเขาไฟตั้งแต่ครั้งโบราณ ซึ่งอยู่ใต้ท้องทะเล และด้วยมีสรรพคุณช่วยฟื้นฟูผิว จึงนำมาใช้รักษาบาดแผลตั้งแต่ครั้งโบราณ สามารถใช้รักษาโรคภายในร่างกาย โดยเฉพาะความผิดปกติที่เกิดกับระบบย่อยอาหาร แก้ท้องเสียและท้องผูก

              นอกจากนี้ยังเป็นตัวล้างพิษที่มีประสิทธิภาพ ดังจะเห็นได้จากการที่นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ของรัสเซียใช้ดินโคลนดัง กล่าวในการป้องกันตนเองจากวัตถุที่มีสารกัมมันตภาพรังสี

              โคลน ทะเลเดดซี (Dead Sea Clay) อุดมด้วยแร่ธาตุจำพวกแมกนีเซียม เหล็กและทองแดง โรงพยาบาลอิสราเอลใช้โคลนจากทะเลเดดซีช่วยรักษาโรครูมาตอยด์ โรคผิวหนังต่างๆ และโรคที่เกี่ยวกับความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศหญิง (โดยพืชจำพวกเห็ดราทะเลในดินโคลน ดังกล่าวช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน) โคลนทะเลเดดซีพบในผลิตภัณฑ์ความงามหลากหลายชนิด เนื่องจากมีแร่ธาตุสูง

              โคลนสีเขียวฝรั่งเศส (French Green Clay)ได้จากกันทะเลแถวประเทศฝรั่งเศสและอินเดียว ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิวและรักษาผิวผื่นคัน บางประเทศในทวีปยุโรปใช้ดินโคลนดังกล่าวช่วยล้างพิษภายในร่างกาย และเนื่องจากอุดมด้วยแร่ธาตุมากมาย จึงช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค

              โคลนแดง (Red Clay) มีสรรพคุณในการล้างพิษและใช้ภายนอกสำหรับลดการอักเสบของผิว

              พาสคาไลต์ (Pascalite) เป็นดินหายาก อุดมด้วยแคลเซียม นอกจากนี้ยังมีซิลิกาที่ช่วยร่างกายสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้เส้นผม เล็บ และผิวมีสุขภาพดี

              เกาลิน (Kaolin) เป็นดินสีขาวเนื้อละเอียด หรือที่รู้จักกันว่า ดินขาว ส่วนมากใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางดูแลผิว เช่น เดียวกับเบนโทไนต์ คือ ได้จากเถ้าถ่านลาวาภูเขาไฟ และมีสรรพคุณช่วยล้างพิษ

     
    8 คุณประโยชน์ของโคลนในการรักษาโรค

              โคลน ไม่ได้มีประโยชน์แค่ใช้พอกผิวหรือหมักผมเท่านั้น หากยังช่วยให้สุขภาพดีจากภายใน ชนพื้นเมืองอเมริกันใช้โคลนช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานเป็นปกติ ขณะที่ชาวยุโรปใช้โคลนช่วยล้างพิษมานานหลายร้อยปีแล้ว คุณสามารถหาซื้อโคลนผงจากร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งคุณเองสามารพทำได้ตามวิธีต่อไปนี้

              เสริมการทำงานของระบบย่อยอาหาร "บางคนทานโคลนเพื่อให้ระบบย่อยอาหารแข็งแรง" แจน เดอ รีส์ กล่าว เชื่อกันว่าโคลนช่วยปรับสภาพสมดุลของแบคทีเรียภายในลำไส้ โดยการดูดสารพิษที่อยู่ในทางเดินอาหาร ผสมโคลนผง 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำดื่มตอนกลางคืน สัปดาห์ละ 3 ครั้ง

              ท้องผูก คลุกเคล้าดินเบนโทไนต์ 2 ช้อนชากับน้ำเล็กน้อยให้เข้ากัน ตามด้วยน้ำอีก 1 แก้ว คนให้เข้ากัน ทานครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ วันละ 3-4 ครั้ง หลังอาหารเป็นเวลา 3 สัปดาห์

              ข้ออักเสบ "แร่ธาตุในดินโคลนสามารถแทรกซึมเข้าสู่ผิว บรรเทาอาการปวดเจ็บในข้อต่อ" แจนบอก นำกระเทียมสับที่มีสรรพคุณแก้อักเสบจำนวนเล็กน้อยมาถูบริเวณที่มีอาการปวด จากนั้นพอกด้วยโคลน ทิ้งไว้ 2-4 ชั่วโมง ทำเช่นนี้เป็นประจำกระทั่งอาการปวดทุเลาลง

              ล้างพิษ ล้างสวนลำไส้ใหญ่เป็นเวลา 4 สัปดาห์ โดยนำผงโคลนเบนโทไนต์ 2 ช้อนชา ผสมกับน้ำผลไม้ (ยกเว้นน้ำส้ม) 1 ถ้วยน้ำชา ใช้ส้อมคนให้เข้ากัน เติมน้ำ 1/2 ลิตร (18 ออนซ์) ลงไปทิ้งไว้ 10 นาที เติม psyllium husk (หาซื้อได้ตามร้านขายอาหารสุขภาพ) 2 ช้อนชาพูนๆ ลงไป ดื่มทันที ทานก่อนอาหารเช้าและก่อนนอน 1/2 ชั่วโมง โคลนจะซึบซาบไปตามร่องของลำไส้เล็ก พร้อมกับค่อยๆ ชะล้างสารพิษตกค้าง ขณะที่ psyllium husk ที่มีไฟเบอร์สูงจะทำหน้าที่ขับสารตกค้างเหล่านี้ออกจากร่างกาย

              ผิวหนังอักเสบและสะเก็ดเงิน ทำครึมบรรเทาอาการอักเสบใช้เอง โดยผสมน้ำอุ่น 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ และโคลนผง 1 ช้อนโต๊ะ ตีส่วนผสมให้เข้ากัน นำไปทาบริเวณที่เป็นผื่นคัน ทิ้งไว้ให้แห้ง แร่ธาตุที่มีสรรพคุณลดการอักเสบจะช่วยลดอาการคันและแดง

              ตาอักเสบ การพอกโคลนช่วยลดการอักเสบและรักษาอาการติดเชื้อ เช่น โรคเยื่อบุตาอักเสบวิธีทำคือให้นำโคลนผงผสมกับน้ำเล็กน้อย นวดให้เข้ากัน แผ่นส่วนผสมให้หนาประมาณ 1 ซม. หรือ 1/2 นิ้ว นำไปวางบนเศษผ้ามัสลิน 2 ผืน แล้วนำไปวางประคบที่ตาขณะนอนราบ ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง

              แผลถลอก ขณะที่แผลยังสด ให้ใช้โคลนพอกหนาๆ บริเวณแผลถลอก ซึ่งจะช่วยลดการอักเสบบริเวณผิว ไม่ให้เลือดคั่ง พอกทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง

              สิวแต้มโคลนที่คลุกเคล้ากับน้ำบริเวณที่เป็นสิว ทิ้งไว้ให้แห้ง ล้างออก เรายังสามารถใช้โคลนรักษาสิวจากภายใน โดยทานวันละ 1-2 ช้อนชา ก่อนอาหารตอนเช้าและก่อนนอน โคลนจะช่วยกำจัดแบคทีเรียที่ไม่ดีในลำไส้ ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดสิว

              Remember ก่อนนำโคลนมาบำบัดรักษา ควรศึกษาคุณสมบัติของโคลนแต่ละประเภทให้ดีก่อน หรือปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

      เคล็ดลับสุขภาพ สุขภาพใกล้ตัว โรคและการป้องกัน คลิกเลย 

     คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ


    ขอขอบคุณข้อมูลจาก



ความคิดเห็นที่ 1 หัวข้อข่าว คุณค่าที่โลกมอบให้
belga

ผงเบนโทไนต์ ที่ไว้รับประทาน หาซื้อได้ที่ไหน เเละ ราคาเท่าไร ? ครับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-07-23 16:02:26 ]