ดีเดย์วันนี้! 30 บาทรักษาทุกโรค สธ.ย้ำ จ่ายเมื่อรับยา


    30บาทรักษาทุกโรค

    สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม

              เริ่มแล้ว! 30 บาทรักษาทุกโรค สธ.ย้ำ จ่ายเมื่อต้องการรับยาเท่านั้น ไม่รับยาก็ไม่ต้องจ่าย ด้าน จุฬาฯ-รามาฯ ยังไม่เก็บ 30 บาท ห่วงสับสน ยุ่งยาก

              เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการร่วมจ่ายค่าธรรมเนียม 30 บาทตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ยุคใหม่ ซึ่งจะเริ่มพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 1 กันยายน 2555 เป็นต้นไป ว่า การให้ประชาชนร่วมจ่ายค่าธรรมเนียม 30 บาท จะดำเนินการเฉพาะการรักษาในโรงพยาบาล ตั้งแต่โรงพยาบาลชุมชนขึ้นไป จนถึงโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ รวมทั้งโรงพยาบาลสังกัดอื่น และโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ ในกรณีเดียว คือ เฉพาะรายที่ได้รับยาเท่านั้น ซึ่งในกลุ่มผู้ที่มีบัตรทอง 30 บาท ที่อยู่ในข่ายร่วมจ่ายมี 25.9 ล้านคน หากไม่รับยา ไม่ต้องจ่ายค่าบริการ

              นายวิทยา กล่าวต่อว่า การร่วมจ่ายนี้ เป็นการสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจแก่ผู้รับบริการ และเป็นการกระตุ้นให้สถานพยาบาลทุกระดับ เกิดการพัฒนาคุณภาพบริการยิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ ให้ประชาชนเข้าถึงบริการเจ็บป่วยฉุกเฉิน การรักษาโรคไต เอดส์ อาหารสุขภาพในโรงพยาบาล และให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ส่วนผู้ที่ใช้บริการตรวจโรค หรืออื่น ๆ เช่น ทำแผล ฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลที่กล่าวมา ที่ไม่ได้รับยา รวมทั้งใช้บริการที่ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง ศูนย์สุขภาพชุมชนในถิ่นทุรกันดาร และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล หรือ รพ.สต. ทั่วประเทศ ยังเป็นการให้บริการฟรีทั้งหมดเช่นเดิม

              อย่างไรก็ตาม หากไม่ประสงค์จะร่วมจ่าย ก็สามารถสงวนสิทธิ์ได้ โดยในปีงบประมาณ 2556 นี้ รัฐบาลได้จัดสรรงบรายหัวในโครงการ 30 บาท ในอัตรา 2,755.60 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 2554 หัวละ 209.12 บาท

              ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลรามาธิบดี ประกาศจะยังไม่เก็บค่ารักษาพยาบาล 30 บาท ตามนโยบายของรัฐบาล

              โดย รศ.นพ.จิรุตม์  ศรีรัตนบัลล์  รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลจะยังไม่เก็บค่าบริการ 30 บาท เพราะกำลังอยู่ระหว่างการทำแนวปฏิบัติและสื่อสารให้กับผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งยังไม่ทันในวันที่ 1 กันยายนนี้ จึงต้องเลือกสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชนก่อนให้ได้มากที่สุด โดยจะเก็บค่าบริการ 30 บาทหรือไม่ ต้องพิจารณา 2 เรื่อง คือ นโยบายของรัฐบาลที่หากนำไปปฏิบัติแล้วจะทำได้หรือไม่ หรือจะทำให้เกิดความสับสนหรือไม่ ส่วนอีกเรื่องคือ หากโรงพยาบาลทำแล้วจะทำให้เกิดข้อขัดข้องกับคนไข้มากขึ้นหรือไม่ จึงอาจจะต้องชะลอการเก็บเงินไปก่อน อย่างไรก็ตาม โดยหลักการการเก็บเงินย่อมมีประโยชน์อยู่แล้ว เพราะคนใช้บริการจะรู้สึกว่าถ้าจะมาใช้บริการจะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบ

              เช่นเดียวกับโรงพยาบาลรามาธิบดี โดย รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า เพื่อเป็นการลดความยุ่งยากในการตรวจสอบสิทธิ์ ลดการเผชิญหน้าของเจ้าหน้าที่กับผู้ป่วย และลดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้จ่ายและผู้ไม่ประสงค์ร่วมจ่าย ทางโรงพยาบาลจะมีมติยกเว้นการจัดเก็บเงินดังกล่าว และใช้ระบบเดิมไปก่อน โดยจะนำรายได้ส่วนอื่นมาทดแทน ทั้งเงินบริจาคในมูลนิธิฯ และใช้การลดต้นทุนการรักษาโดยรณรงค์ให้เกิดการใช้ยาที่เหมาะสม เพื่อลดการใช้จ่าย



    อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
      

คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !

แอพแรกที่คุณเลือก


บทความสุขภาพสุดฮิตประจำสัปดาห์

ล่าสุด