สุขภาพอินเทรนด์

    ยาลดความอ้วน...ทางลัดความผอมที่อันตราย!!



    กินยา


    ยาลดความอ้วน…ทางลัดความผอมที่อันตราย!! (Lisa)

              สิ่งแรกที่เราต้องเกริ่นกันก่อน คือ "โรคอ้วน" หรือ "ความอ้วน" เป็นสิ่งที่ต้องใช้การรักษาในระยะยาวเพื่อให้น้ำหนักลดและคงที่ไว้ เช่นเดียวกับในโรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่น เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง การใช้ยาตามที่แพทย์สั่งอาจจะเหมาะสำหรับคนบางกลุ่ม ซึ่งในขณะที่ผลข้างเคียงจากการใช้ยาเหล่านี้จะค่อนข้างน้อย แต่ก็เคยมีรายงานอาการแทรกซ้อนอันตรายในภายหลัง ที่ต้องทราบก็คือ ยาพวกนี้ไม่ใช่ทางแก้สำหรับโรคอ้วนทุกประเภท การใช้ยาลดความอ้วนควรจะควบคู่ไปกับการออกกำลังและการเปลี่ยนอาหารการกิน เพื่อให้การลดน้ำหนักนั้นประสบความสำเร็จในระยะยาว

    เมื่อไหร่ที่คุณจะต้องการยาลดความอ้วน

              เมื่อคุณมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป

              เมื่อคุณมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ตั้งแต่ 27 ขึ้นไป แต่มีอาการของโรคอ้วน เช่น เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูงร่วมด้วย

    รู้จักยาลดความอ้วน

              ฤทธิ์ของยาลดความอ้วนประเภทหนึ่ง ก็คือ "กดความอยากอาหาร" ยาเหล่านี้จะมาในรูปของยาเม็ดหรือแคปซูล ซึ่งคุณหมอจะเป็นผู้สั่ง ที่พบได้มากคือ Phentermine จะช่วยลดน้ำหนักโดยการหลอกร่างกายให้เชื่อว่าไม่มีความหิว หรือหลอกว่าอิ่มแล้วด้วยการเพิ่มเซโรโทนิน หรือคาเทโคลามิน สารในสมองซึ่งส่งผลกระทบกับอารมณ์และความอยากอาหาร

              อีกประเภทหนึ่งก็คือตัวยาซึ่งจะไปยับยั้งการดูดซึมไขมัน หรือ Orlistat ซึ่งจะทำงานโดยการหยุดยั้งประมาณ 30% ของไขมันทั้งหมดที่เรากินเข้าไปไม่ให้มีการดูดซึมโดยร่างกาย และขับออกไปพร้อมกับอุจจาระ ตัวยาออร์ลิสแตท (ในชื่อการค้าคือ Xenical) นับเป็นยาชนิดเดียวที่ทาง FDA สหรัฐฯ อนุญาตให้ใช้กับการลดน้ำหนักระยะยาว แต่ก็ยังมีการห้ามไม่ให้ใช้นานเกินสองปี

              โดยทั่วไปแล้ว ออร์ลิสแตตจะค่อนข้างใช้ได้ผล ทำให้เกิดการลดน้ำหนักประมาณ 12-13 ปอนด์ ภายในระยะเวลาหนึ่งปี หากต้องการจะลดมากกว่านั้นต้องคู่กับการลดน้ำหนักโดยไม่ใช้ยาไปด้วย ส่วนใหญ่แล้วน้ำหนักจะลดได้ภายใน 6 เดือนแรก

    ยาลดความอ้วน

    ความเสี่ยงของยาลดความอ้วน

              ในระยะสั้น สำหรับคนที่เป็นโรคอ้วนแล้ว ยาเหล่านี้จะให้ผลดีต่อสุขภาพ แต่หากใช้เป็นระยะยาวแล้วควรสอบถามแพทย์ถึงความเสี่ยงต่อไปนี้

              ติดยา ในปัจจุบัน ยาหลายชนิดยกเว้น Xenical เป็น "สารควบคุม" หมายความว่า แพทย์จำเป็นจะต้องทำตามขั้นตอนบางประการหากจะจ่ายยาให้คุณ เพราะยาตัวนั้นอาจเสพติดได้

              ดื้อยา คนส่วนใหญ่มักจะลดน้ำหนักได้ภายใน 6 เดือนแรก ทำให้แพทย์บางคนเชื่อว่าอาจเป็นคนไข้ดื้อยา อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นเพราะดื้อยา หรือเพราะยาถึงขีดจำกัดแล้วต่างหาก

    ผลข้างเคียงที่ต้องเตรียมตัวรับ

              ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ของยาลดความอ้วนนั้นค่อนข้างน้อย และมักจะดีขึ้นเมื่อร่างกายของคุณปรับตัวกับยาได้ โดยยาประเภทกดความอยากอาหาร จะมีผลข้างเคียงคือ

              กระตุ้นการเต้นของหัวใจ

              เพิ่มความดันโลหิต

              ท้องผูก

              นอนไม่หลับ

              คอแห้งอย่างมาก ปากแห้ง

              มึนงง ปวดศีรษะ

              วิตกกังวล

              คัดจมูก

              สำหรับยา Orlistat นั้น อาจมีผลข้างเคียง อย่างเช่น ผายลมบ่อย อุจจาระเป็นมัน ถ่ายบ่อย หรือไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้ ผลข้างเคียงเหล่านี้มักจะชั่วคราวเท่านั้นและมักจะหายเอง แต่ก็หนักขึ้นได้เช่นกันถ้าคุณกินอาหารไขมันสูง และเพราะยานี้จะลดการดูดซึมไขมัน จึงลดการดูดซึมวิตามินซึ่งละลายในไขมันด้วย ทำให้คุณขาดวิตามินบางประเภทได้

              และเนื่องจากยาเหล่านี้ไม่ได้รับคำแนะนำให้ใช้ในระยะยาว จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่ใครก็ตามซึ่งพยายามจะลดน้ำหนักควรจะเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เปลี่ยนนิสัยการกิน และออกกำลังให้มากขึ้นในขณะที่กินยานั้น


      เคล็ดลับสุขภาพ สุขภาพใกล้ตัว โรคและการป้องกัน คลิกเลย 

    คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ



    ขอขอบคุณข้อมูลจาก






    ข่าวที่เกี่ยวข้องอื่นๆ



สุขภาพอินเทรนด์ล่าสุด

ความคิดเห็นที่ 2 หัวข้อข่าว ยาลดความอ้วน...ทางลัดความผอมที่อันตราย!!

หมู อ้วน

ซื้อยาลดความอ้วนมาไม่กล้ารับประทาน

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-11-10 10:17:22 ]
ความคิดเห็นที่ 1 หัวข้อข่าว ยาลดความอ้วน...ทางลัดความผอมที่อันตราย!!

แพรว

แล้วยากระชับสัดส่วนที่ขายตามร้านขายยาทั่วไป มีตัวยาหรืออัตราเสี่ยงต่อร่างกายหรือเปล่าคะ เพราะเห็นว่าสกัดมาจากธรรมชาติ ดิฉันทานอยู่ค่ะก็เห็นผลแต่ต้องใช้เวลานาน ไม่มีอาการข้างเคียงยังคงใช้ชีวิตปกติค่ะ แต่ก็อยากถามเพื่อความแน่ใจ เว็ปกระปุกหาข้อมูลให้ด้วยนะคะ ที่เป็นพวกตระกูลแอลคานิทีนประมาณนี้หนะคะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-01-15 20:07:19 ]