การดูแลสุขภาพ

    ผื่นคัน-แสบผิวหนัง รักษาไม่ยาก...10 ของใกล้ตัวช่วยได้นะ



    ผื่นคัน
     

    เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

              ยาสามัญประจำบ้านคือสิ่งจำเป็นที่ทุกบ้านควรมี หรืออย่างน้อย ๆ ก็ต้องมียาทาแผลสด แอลกอฮอล์เช็ดแผล สำลี พลาสเตอร์ ยาหม่อง และยาแก้ปวดติดบ้านเอาไว้บ้าง เผื่อมีกรณีฉุกเฉินได้รับบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ จะได้ปฐมพยาบาลได้ทันท่วงที แต่ถ้าผิวหนังไปสัมผัสเข้ากับสารพิษ จนเป็นผื่นแดงคันคะเยอ และไม่มียาสามัญประจำบ้านเหล่านี้ เว็บไซต์รีดเดอร์ส ไดเจสต์ เขาก็แนะนำวิธีแก้พิษเบื้องต้นด้วยของ 10 อย่างต่อไปนี้ ที่หาได้ง่าย ๆ ในบ้านเรานี่ล่ะค่ะ

    แตงกวา

    1. แตงกวา

              เมื่อเกิดผื่นคันจากอาการแพ้ เราสามารถใช้แตงกวาสไลด์บาง ๆ นำมาแปะผิวบริเวณที่เกิดอาการ เพื่อบรรเทาความแสบร้อนและลดผื่นคันได้ เพราะแตงกวามีคุณสมบัติของความเย็น จึงสามารถสยบอาการลุกลามที่อาจเกิดขึ้นบนผิวหนังของเราได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถปั่นแตงกวาให้พอละเอียด แล้วนำมาทาบนผิวหนังที่เป็นผื่นแดงแสบร้อนได้เช่นกัน


    2. เปลือกกล้วย

              กล้วยก็เป็นผลไม้ที่มีความเย็น ซึ่งสามารถบรรเทาผดผื่นคัน หรืออาการแสบร้อนจากการแพ้ได้เหมือนแตงกวา ดังนั้นเมื่อเกิดผื่นคันจากอาการแพ้ คุณก็สามารถนำเปลือกกล้วยด้านในมาประคบบริเวณที่เกิดอาการได้เลย แต่ถ้าไม่มีเปลือกกล้วย จะใช้เปลือกแตงโมแทนก็ได้ค่ะ วิธีนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีบรรเทาอาการคันที่ใช้กันมานมนานอีกด้วยนะ


    3. น้ำส้มสายชูสกัดจากแอปเปิล (แอปเปิลไซเดอร์)

              ในน้ำส้มสายชูสกัดจากแอปเปิลหรือแอปเปิลไซเดอร์ที่เราใช้ประกอบอาหารกันอย่างแพร่หลาย ก็มีตัวยาที่สามารถถอนพิษ และบรรเทาอาการแพ้บนผิวหนังได้ดีอย่างเหลือเชื่อ เพียงแค่นำกระดาษชุบแอปเปิลไซเดอร์ให้ชุ่ม แล้วนำมาประคบบนผิวบริเวณที่โดนพิษ ทิ้งไว้สักพักเพื่อให้แอปเปิลไซเดอร์ดูดเอาสารพิษออกจากผิวหนังให้หมด เท่านี้ก็สามารถบรรเทาอาการแสบร้อน และลดผื่นคันบนผิวหนังได้แล้วจ้า


    เบกกิ้งโซดา

    4. เบกกิ้งโซดา

              หากเกิดอาการแพ้จากสารเคมีแบบเฉียบพลัน จนผิวมีผื่นแดงเป็นปื้น เราสามารถใช้เบกกิ้งโซดาถอนพิษ และบรรเทาอาการได้ ด้วยการผสมเบกกิ้งโซดา 3 ช้อนชา กับน้ำสะอาด 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน และนำมาทาผิวบริเวณที่โดนพิษ รอจนเบกกิ้งโซดาแห้ง และหลุดลอกออกเองแล้วค่อยล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง

              แต่ถ้าบริเวณที่โดนพิษมีขนาดกว้างมาก แนะนำให้ผสมเบกกิ้งโซดาปริมาณ 1 ถ้วยตวง ลงในน้ำเย็น คนให้เข้ากัน แล้วนำส่วนของร่างกายที่โดนพิษไปจุ่มไว้สักพัก พอให้อาการแสบร้อนทุเลาลง หรือถ้าเป็นแผล ก็ผสมเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนชา กับน้ำสะอาด 1 ลิตร คนให้เข้ากัน แล้วนำผ้าก๊อซฆ่าเชื้อมาจุ่มน้ำที่ผสมเบกกิ้งโซดาให้ชุ่ม จากนั้นนำไปแปะแผลเพื่อถอนพิษ และบรรเทาอาการผื่นคันแสบร้อน


    5. ข้าวโอ๊ต

              สำหรับผื่นคันที่กระจายอยู่ทั่วร่างกาย ไม่ว่าจากการโดนแมลงสัตว์กัดต่อย หรือแพ้สารเคมีอะไรก็ตาม ให้บรรเทาอาการคันด้วยการนำข้าวโอ๊ต 1 ถ้วยตวง ไปบดจนละเอียดเป็นผง เสร็จแล้วนำมาเทใส่ผ้าขาวบาง หรือถุงน่องที่ยังไม่ใช้ก็ได้ มัดปากให้เรียบร้อยแน่นหนา แล้วนำไปแขวนไว้ที่ใต้ก๊อกน้ำในอ่างอาบน้ำ จากนั้นก็เปิดน้ำอุ่น ให้น้ำไหลผ่านถุงข้าวโอ๊ตบดที่เรานำไปแขวนไว้ พอน้ำเต็มอ่างคุณก็สามารถแช่ตัวได้ตามสบาย แนะนำให้แช่อย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้สารอาหารจากข้าวโอ๊ตรักษาอาการคันตามผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ



    ว่านหางจระเข้

    6. ว่านหางจระเข้

              วุ้นในว่านหางจระเข้มีความเย็น และมีคุณสมบัติบรรเทาอาการแสบร้อน รอยไหม้บนผิวหนังได้อย่างดี ดังนั้นหากคุณมีผิวไหม้จากแสงแดด หรือจากอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถนำวุ้นของว่านหางจระเข้ มาบดให้เป็นเจล แล้วนำมาทาผิวบริเวณที่แสบร้อน เพื่อบรรเทาอาการ นอกจากนี้ว่านหางจระเข้ยังสามารถรักษาอาการคันจากผื่นแพ้ได้ด้วยค่ะ


    7. รับบิ้ง แอลกอฮอล์ (Rubbing alcohol)

              เมื่อผิวหนังสัมผัสกับสารพิษ พิษก็อาจจะลุกลาม ทำให้เกิดผื่นแดงบริเวณกว้างได้ ดังนั้นเราจึงควรใช้รับบิ้งแอลกอฮอล์ยับยั้งการลุกลามของพิษและผื่นคันทันทีที่ผิวหนังโดนสารพิษ ด้วยการใช้สำลีชุบรับบิ้งแอลกอฮอล์ให้ชุ่ม และนำมาเช็ดทำความสะอาดแผล หรือผิวบริเวณที่โดนพิษ จะเช็ดให้ทั่วผิวหนังเพื่อป้องกันการลุมลามของพิษด้วยก็ดีค่ะ


    น้ำมะนาว

    8. น้ำมะนาว

              คุณสมบัติพิเศษของน้ำมะนาวก็คือ สามารถกำจัดความมันส่วนเกินออกจากผิวหนังของเราได้ ดังนั้นถ้าหากคุณสัมผัสกับยางของต้นไม้ จนเกิดผื่นแดงและอาการคัน ก็สามารถใช้น้ำมะนาวทาผิวหนังบริเวณที่สัมผัสกับยางต้นไม้ได้เลยทันที เพื่อให้น้ำมะนาวกำจัดยางต้นไม้บนผิวหนังของคุณออกก่อนที่มันจะซึมซาบลงบนผิว และกัดผิวคุณจนเกิดผื่นแดงได้ในที่สุด


    น้ำไหลผ่าน

    9. น้ำไหล

              ทันที่โดนพิษจากสารเคมี หรืออะไรก็ตามที่สามารถทำร้ายผิวของเราให้ระคายเคืองได้ สิ่งแรกที่คุณควรทำก็คือล้างพิษออกด้วยการเปิดให้น้ำไหลผ่าน และถ้ามีสบู่อยู่ใกล้ ๆ ก็ทำความสะอาดผิวบริเวณนั้นด้วยสบู่อีกครั้ง เพื่อกำจัดสารพิษ และลดโอกาสที่พิษจะลุกลาม ทำร้ายผิวให้เกิดแผลหรือผื่นคันต่อไป แต่ห้ามใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเด็ดขาด เพราะน้ำร้อนจะเปิดรูขุมขน ให้พิษซาบซึมลงสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง


    10. เจลเย็น

              ผื่นคันจะทำให้ผิวหนังของเรามีความร้อน ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เราเกาจนเกิดแผลถลอก ก็ควรนำเจลเย็นมาประคบผิวบริเวณที่คันทันที จะเลือกใช้วิซ ฮาเซลท์ (Witch hazel) ทาลงบนผิวที่คันโดยตรง หรือจะใช้สำลีก้อนจุ่มในน้ำชา แล้วนำไปประคบผิวบริเวณที่คัน รอจนสำลีแห้ง จากนั้นก็นำสำลีออกก็ได้ สะดวกวิธีไหนก็เลือกได้ตามสบาย แต่ถ้าอาการยังไม่ทุเลาก็ทำซ้ำอีกครั้งจนดีขึ้นนะคะ


              หากไปสัมผัสโดนพิษจากแมลง ต้นไม้ หรือสารเคมีก็ตาม ลองนำวิธีแก้พิษเบื้องต้นที่เรานำมาฝากไปใช้กันดูนะคะ เพราะสิ่งบรรเทาอาการทั้ง 10 อย่างที่ว่ามานี้ก็หาได้ง่าย ๆ จากในบ้านเรานี่เอง และอย่าลืมว่า ยิ่งผิวได้รับการดูแลอย่างทันท่วงทีเร็วแค่ไหน อาการก็จะยิ่งทุเลาเร็วเท่านั้นนะจ๊ะ


      เคล็ดลับสุขภาพ สุขภาพใกล้ตัว โรคและการป้องกัน คลิกเลย 






ความคิดเห็นที่ 3 หัวข้อข่าว ผื่นคัน-แสบผิวหนัง รักษาไม่ยาก...10 ของใกล้ตัวช่วยได้นะ

แก้ม

วันก่อนเรา เป็นผื่นขึ้นที่หน้าแบบเยอะมาก เลยตัดสินใจไปหาคุณหมอที่คลินิคเลอเเบ็งค็อค คุณหมอให้ยามาทา ยาคุณหมอดีมากนะค่ะ ผื่นหายเลย ดีมากๆๆๆ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2014-11-23 14:03:06 ]
ความคิดเห็นที่ 2 หัวข้อข่าว ผื่นคัน-แสบผิวหนัง รักษาไม่ยาก...10 ของใกล้ตัวช่วยได้นะ

ศุภสุตา

ดีขึ้นจริงๆ ขอบคุณนะค้า

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-11-23 21:19:03 ]
ความคิดเห็นที่ 1 หัวข้อข่าว ผื่นคัน-แสบผิวหนัง รักษาไม่ยาก...10 ของใกล้ตัวช่วยได้นะ

ด.ญ.เพ็ณพัฒน์ เจริญวัย

ขอบคุณค่ะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-09-09 19:39:36 ]