โรคและการป้องกัน

    โรคกระเพาะอาหาร...คุณมีแผลในกระเพาะอาหารหรือเปล่า?



    โรคกระเพาะอาหาร


    คุณมีแผลในกระเพาะหรือเปล่า (e-magazine)

              อยู่ ๆ ก็นั่งปวดท้อง แต่เอ๊ะ…กินข้าวแล้วนี่นา แต่ทำไมยังปวดท้องอีกละเนี่ย

              ปัญหาเรื่องปวดท้อง เคยเกิดกับคุณบ้างหรือเปล่า ถ้าเคยและเป็นอยู่บ่อย ๆ รู้หรือไม่ว่า กระเพาะอาหารของคุณอาจมีแผลเล็ก ๆ ซึ่งถ้าปล่อยปละละเลย อาจกลายเป็นโรคในกระเพาะที่ร้ายแรงก็ได้

              ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ เผยว่า โรคแผลในกระเพาะอาหาร หรือบางท่านอาจเรียก โรคกระเพาะอาหาร เพราะอาการปวดท้องที่เป็นมักสัมพันธ์กับการรับประทานอาหาร ความหมายของโรคกระเพาะนั้น โดยทั่วไปหมายถึงโรคแผลในกระเพาะอาหาร แต่ที่จริงแล้วโรคกระเพาะยังหมายถึง โรคแผลที่ลำไส้เล็ก โรคกระเพาะอาหารอักเสบ และโรคลำไส้เล็กอักเสบอีกด้วย

              สำหรับสาเหตุของโรคแผลในกระเพาะอาหารนั้นมีมากมาย ซึ่งแต่ละสาเหตุจะทำให้เกิดภาวะที่มีกรดในกระเพาะอาหารมากเกินไป เช่น การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา การรับประทานยาแก้ปวดจำพวก Aspirin ยาลดการอักเสบ (Non-steroidal anti-inflammatory drugs : NSAIDs) การดื่มสุรา และสูบบุหรี่ นอกจากนี้ในปัจจุบันพบว่า แบคทีเรีย Helicobacterpylori ที่อาศัยอยู่ในชั้นเมือกที่ปกคลุมผิวกระเพาะอาหารมีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำให้เกิดแผลขึ้น

    อาการของโรคแผลในกระเพาะอาหาร

              ปวดหรือจุกแน่นท้องบริเวณใต้ลิ้นปี่ เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด มักเป็นเวลาท้องว่าง หรือเวลาหิว

              อาการปวดแน่นท้อง มักจะบรรเทาได้ด้วยอาหาร หรือยาลดกรด ผู้ป่วยบางคนอาการปวดจะเป็นมากขึ้นหลังอาหาร โดยเฉพาะอาหารรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด เป็นต้น

              อาการปวดมักเป็น ๆ หาย ๆ มานานเป็นปี โดยมีช่วงเว้นที่ปลอดอาการค่อนข้างนาน เช่น ปวดอยู่ 1-2 สัปดาห์ และหายไปหลาย ๆ เดือน จึงกลับมาปวดอีก

              ปวดแน่นท้องกลางดึกหลังจากหลับไปแล้ว

              บางรายจะไม่มีอาการปวดท้อง แต่จะมีอาการแน่นท้อง หรือรู้สึกไม่สบายในท้อง มักจะเป็นบริเวณใต้ลิ้นปี่ หรือกลางท้องรอบสะดือ มักมีอาการท้องอืดร่วมด้วย โดยเฉพาะหลังกินอาหารท้องจะอืดขึ้นชัดเจน มีลมมากในท้อง ท้องร้องโกรกกราก ต้องเรอหรือผายลมจะดีขึ้น อาจมีคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย โดยเฉพาะหลังอาหารแต่ละมื้อ หรือช่วงเช้ามืดผู้ป่วยอาจมีอาการอิ่มง่ายกว่าปกติ ทำให้กินได้น้อยลง และน้ำหนักลดลงบ้างเล็กน้อย

              แม้จะมีอาการเรื้อรังเป็นปี สุขภาพโดยทั่วไปจะไม่ทรุดโทรม ไม่มีน้ำหนักตัวลด ไม่ซีดลง


    โรคกระเพาะอาหาร


    การรักษา

              รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย เมื่อมีอาการของโรคกระเพาะกำเริบ

              รับประทานอาหารจำนวนน้อย ๆ แต่ให้บ่อยมื้อ ไม่ควรรับประทานจนอิ่มมากในแต่ละมื้อ

              หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ของดอง น้ำอัดลม กาแฟ ของทอด ของมัน และของขบเคี้ยว

              งดสูบบุหรี่ และงดดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด

              งดการใช้ยาแก้ปวดแอสไพริน และยารักษาโรคข้อกระดูกอักเสบทุกชนิด ถ้าจำเป็นต้องใช้ยา กลุ่มนี้ควรปรึกษาแพทย์

              ผ่อนคลายความเครียด และความวิตกกังวล พักผ่อนให้เพียงพอ

              กินยาลดกรด หรือยารักษาแผลกระเพาะอาหาร ติดต่อกันอย่างน้อย 4-8 สัปดาห์ รวมทั้งให้ยากำจัดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร ในกรณีที่ตรวจพบเชื้อจากการตรวจส่องกล้องทางเดินอาหาร หรือตรวจโดยการเป่าลมหายใจ

              ถ้ามีอาการของภาวะแทรกซ้อน เช่น ปวดท้องรุนแรง หรือ เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงมาก ถ่ายเป็นเลือดสด หรือสีดำเหลว ควรรีบไปพบแพทย์

              ปัจจุบันมีการตรวจวินิจฉัยที่ได้ผลดีหลายวิธี นอกเหนือจากการซักประวัติและตรวจร่างกายทั่วไปแล้ว การตรวจ X-RAY กลืนสารทึบรังสี และการส่องกล้องตรวจในกระเพาะอาหารสามารถตรวจพบแผล เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อในกระเพาะอาหารเพื่อนำไปตรวจหาเซลล์มะเร็ง และตรวจหาเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคแผลในกระเพาะอาหารได้

              นอกจากนี้ คุณควรพึงระลึกไว้เสมอว่า โรคแผลในกระเพาะอาหารมักเป็นโรคเรื้อรัง เมื่อรักษาแผลหายแล้วยังมีโอกาสเป็นซ้ำได้อีก หลังได้รับยา อาการปวดจะหายไปก่อนใน 3-7 วัน แต่แผลจะยังไม่หาย ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับยารักษาติดต่อกันเป็นเวลานาน 4-8 สัปดาห์ แผลจึงหาย เมื่อหายแล้วจะกลับมาเป็นใหม่ได้อีก ถ้าไม่ปฏิบัติตัวให้ถูกต้องหรือถ้ายังไม่สามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะอาหารให้หมดไปได้


    อาหารเพื่อสุขภาพ

    การดูแลร่างกายของผู้ที่เป็นแผลในกระเพาะอาหาร

              อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง คือ อาหารรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ของหมักดอง อาหารแข็งย่อยยาก อาหารที่ต้องทอดหรือมีไขมันมาก ส่วนผลไม้ที่กินแล้วทำให้มีอาการมากขึ้น เช่น บางคนกินฝรั่ง หรือสับปะรด จะปวดท้องมากขึ้น เป็นต้น

              ควรงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด กาแฟ ช็อกโกแลต น้ำอัดลม เครื่องดื่มนั้นไม่ควรร้อนจัด หรือเย็นจัดเกินไป ส่วนนมหรือน้ำผลไม้คั้น อาจมีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณมาก อาจทำให้มีอาการอืดแน่นมากขึ้นได้ขณะที่กำลังปวดท้องจากแผลในกระเพาะอาหาร การดื่มนมมาก ๆ ไม่ได้ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร แต่อาจช่วยกระตุ้นให้มีกรดมากขึ้นจากกระเพาะอาหาร และอาจทำให้ท้องอืดได้

              อาหารที่ควรรับประทาน ได้แก่ อาหารที่ย่อยง่าย อาหารอ่อน ๆ เมื่อผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นแล้วจึงค่อย ๆ กลับมารับประทานอาหารที่ใกล้เคียง ปกติได้


    แผลในกระเพาะอาหารจะกลายเป็นมะเร็งได้หรือไม่

              โรคแผลในกระเพาะอาหารจะไม่กลายเป็นมะเร็ง แม้จะเป็น ๆ หาย ๆ นอกจากจะเป็นแผลชนิดที่เกิดจากมะเร็งของกระเพาะอาหารตั้งแต่เริ่มแรกโดยตรง แต่พึงระวังไว้ด้วยว่าโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร อาจมาเกิดร่วมกับโรคแผลในกระเพาะอาหารก็ได้ โดยเฉพาะคนสูงอายุ เนื่องจากอาการเริ่มแรกของโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร และโรคแผลในกระเพาะอาหารคล้ายกันมาก ไม่สามารถแยกจากกันได้โดยการซักประวัติ หรือตรวจร่างกาย จึงจำเป็นต้องได้รับการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารเพื่อช่วยในการวินิจฉัย

              สำหรับอาการที่บ่งชี้ว่าอาจมีโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เช่น เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงมาก ซีดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ถ่ายอุจจาระดำ หรืออาเจียนเป็นเลือด อาเจียนมาก และเป็นติดต่อกันเป็นวัน ในคนสูงอายุที่เริ่มมีอาการครั้งแรกของโรคกระเพาะอาหารหรือผู้ที่มีอาการมานานแล้ว มีการเปลี่ยนแปลงของอาการ เช่นปวดท้องรุนแรงขึ้น ในภาวะต่าง ๆ เหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์







    ลิขสิทธิ์บทความของ e-magazine.info
    ติดตามบทความ สุขภาพ หรืออ่าน แมกกาซีน

     



ความคิดเห็นที่ 2 หัวข้อข่าว โรคกระเพาะอาหาร...คุณมีแผลในกระเพาะอาหารหรือเปล่า?

Pigat

good

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2014-08-24 18:50:30 ]
ความคิดเห็นที่ 1 หัวข้อข่าว โรคกระเพาะอาหาร...คุณมีแผลในกระเพาะอาหารหรือเปล่า?

ทีระพัตน์

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-12-04 19:14:40 ]