อาหารเพื่อสุขภาพ

    รู้จักอาหารกรดด่าง สร้างความสมดุลให้ร่างกาย



    อาหารเพื่อสุขภาพ


    รู้จักอาหารกรดด่าง (Acid foods & Base foods) (Lisa)

              อาหารที่เรารับประทานเข้าไปทุกวัน ถึงแม้ว่าเราจะเลือกกินอาหารที่ดีถูกสุขลักษณะแล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่าอาหารเหล่านั้นอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ถ้ามีค่าความเป็นกรด-ด่างสูงเกินไป และขาดสมดุล โดยเราจะจำแนกชนิดความเป็นกรดหรือด่างของอาหารจากผลสุดท้ายทางปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นหลังจากอาหารเหล่านั้นผ่านกระบวนการย่อยเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นค่าความเป็นกรด-ด่างนั้นไม่ได้วัดจากรสชาติของอาหารที่ลิ้นเราสัมผัสได้

              ยกตัวอย่างเช่น ผลไม้ซึ่งมีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว สับปะรด แต่เมื่อเรารับประทานเข้าไปแล้ว หลังจากย่อยแล้วส่วนที่เหลือจะมีค่าเป็นด่าง เราจึงจัดให้ผลไม้เหล่านี้อยู่ในกลุ่มอาหารที่ทำให้ร่างกายเป็นด่าง

    ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH)

              การวัดค่าความเป็นกรด-ด่าง จะใช้ค่าที่เรียกว่า ค่าพีเอช (pH) หรือค่าการวัดความเป็นกรดด่าง โดยเราจะแบ่งออกเป็นตัวเลข ตั้งแต่ 1-14 ซึ่งมีวิธีการวัดด้วยกันหลายวิธี เช่น ใช้กระดาษลิตมัส หรือใช้พีเอชมิเตอร์ ถ้าค่าที่วัดออกมาได้มีค่าน้อยยิ่งมีความเป็นกรดสูง ถ้าค่ามากยิ่งมีค่าความเป็นด่างสูง ดังนั้นค่า pH ที่ 1-6 จะจัดว่ามีสภาวะเป็นกรด ส่วน pH 8-14 จัดว่ามีสภาวะเป็นด่างและ pH 7 คือไม่มีความเป็นกรดเป็นด่าง และจะถือว่ามีค่าเป็นกลาง

    ภาวะความเป็นกรด-ด่างในร่างกาย

              ร่างกายเรามีเลือดอยู่ประมาณ 5 ลิตร หรือคิดเทียบกับร้อยละ 7-8 ของน้ำหนักตัว โดยเลือดจะประกอบไปด้วยน้ำเลือด เกล็ดเลือด เม็ดเลือดแดง และเม็ดเลือดขาวน้ำเลือด หรือพลาสมา เป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่ คิดเป็นประมาณ 55% ของเลือดทั้งหมด มีหน้าที่หลักคือ ลำเลียงเอนไซม์ ฮอร์โมน แก๊ส แร่ธาตุ วิตามิน และสารอาหารประเภทต่าง ๆ ที่ผ่านการย่อยมาแล้วไปให้เซลล์และรับของเสียจากเซลล์ส่งไปกำจัดออกนอกร่างกาย ซึ่งน้ำเลือดจะมีสภาวะเป็นด่างเล็กน้อย โดยมีค่า pH อยู่ประมาณ 7.4 เพื่อให้กระบวนการทำงานในร่างกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด โดยเฉพาะการย่อยและดูดซึมอาหาร รวมไปถึงการขจัดของเสียออกจากร่างกาย


    อาหารกรด


    สาเหตุของสภาวะกรดเกินในร่างกาย

              สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ร่างกายมีความเป็นกรดสูง ได้แก่ ความเครียด สารพิษ เชื้อโรค และอาหารที่เรารับประทาน โดยอาหารที่ทำให้ร่างกายเกิดสภาวะเป็นกรด และควรลดการบริโภคให้ลดลง ได้แก่

              อาหารประเภทแป้งและคาร์โบไฮเดรต โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่ขัดสีจนขาวแล้ว

              อาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำตาลทรายขาว และผลิตภัณฑ์จากน้ำตาล

              ขนมหวาน ไอศกรีม ผลไม้กระป๋อง น้ำอัดลม

              ของหมักดอง น้ำส้มสายชู

              น้ำชา กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

              เนื้อสัตว์ทุกชนิด รวมไปถึงนมวัว

    ภาวะกรดเกินของร่างกาย

              ปกติแล้วกระบวนการต่าง ๆ ในร่างกาย ทั้งการหายใจ การย่อยอาหาร การไหลเวียนโลหิตการผลิตฮอร์โมน จะทำงานร่วมกันเป็นระบบเพื่อควบคุมสมดุลกรด-ด่าง (pH) ภายในร่างกาย เมื่อร่างกายมีภาวะเป็นด่าง เซลล์ต่าง ๆ จะแข็งแรง เนื่องจากเซลล์จะได้รับสารอาหารที่จำเป็น และออกซิเจนอย่างเพียงพอ

              ภาวะที่ร่างกายเป็นกรดมากเกินไปจะส่งผลทำให้ปริมาณออกซิเจนและสารอาหารที่เซลล์ควรได้รับน้อยลงไปด้วย เมื่อเซลล์ขาดออกซิเจนนาน ๆ จะก่อให้เกิดความผิดปกติในร่างกายส่วนต่าง ๆ เกิดการคั่งของของเสียรอบ ๆ เซลล์ ก่อให้เกิดความเสื่อม ความเจ็บป่วยและโรคต่าง ๆ ตามมาได้ โดยเฉพาะเซลล์มะเร็งซึ่งจะเจริญได้ดีในสภาวะที่เป็นกรด โดยพบว่าที่ค่า pH ที่สูงกว่า 7.4 เล็กน้อย เซลล์มะเร็งจะหยุดการพัฒนาหรือแพร่กระจาย และที่ระดับ pH 8.5 เซลล์มะเร็งจะตาย แต่เซลล์ที่ดีจะยังมีชีวิตอยู่

    อาการเมื่อร่างกายมีภาวะเป็นกรด

              เหนื่อยง่าย ไม่ค่อยมีแรงในการออกกำลังกาย

              ผิวพรรณแห้งหยาบ ไม่ชุ่มชื่น

              อ้วน ลงพุง

              ป่วยง่าย เกิดอาการภูมิแพ้บ่อย

              สิวเห่อ กลาก เกลื้อน

              เกิดอาการเหน็บชาตามข้อต่อต่าง ๆ

              ภาวะกระดูกพรุน


    อาหารด่าง


    อาหารที่ดีต่อสุขภาพ

              อาหารที่ดีต่อสุขภาพ คืออาหารที่ทำให้เกิดของเสียที่มีค่าเป็นกรดน้อยที่สุด หรืออาหารที่ทำให้เกิดสภาวะเป็นด่าง ได้แก่ อาหารประเภทผักและผลไม้ (โดยเฉพาะสาหร่าย หน่อไม้ฝรั่ง แตงกวา มะเขือเทศ ถั่ว ผักกาด ผักชีฝรั่ง เครื่องเทศ หัวหอม ขึ้นฉ่าย แครอท ฟักทอง มะนาว ส้ม สับปะรดกีวี เชอร์รี สตรอว์เบอร์รี แตงโม กล้วย แอปเปิล อโวคาโด)

              การกินอาหารที่มีสภาวะเป็นกรดให้น้อยลง และเพิ่มปริมาณอาหารที่เป็นด่างให้มากขึ้นจึงจำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องการร่างกายแข็งแรง โดยเราควรบริโภคอาหารที่ทำให้ร่างกายเกิดสภาวะเป็นด่าง คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70-80% ของอาหารทั้งหมด เพื่อให้ได้สมดลุกรดด่างที่เหมาะสม รวมไปถึงการดื่มน้ำมาก ๆ หรือรับประทานอาหารเสริมที่มีฤทธิ์เป็นด่าง หายใจลึก ๆ ยาว ๆ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และอย่าเครียด เท่านี้ก็จะทำให้เรามีสุขภาพดีต่อไปแล้ว




    ขอขอบคุณข้อมูลจาก

    โดย คุณหมอมงคล แก้วสุทัศน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ

     



บทความสุขภาพสุดฮิตประจำสัปดาห์