การดูแลสุขภาพ

    ผีอำ หูแว่ว หลอนแบบนี้ เกี่ยวกับผีหรือสุขภาพจิตกันแน่ ?



    บทความสุขภาพ


    เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

              ใคร ๆ ก็บอกว่า การนอนขยับตัวไม่ได้ เป็นอาการของคนที่โดนผีอำชัด ๆ หรือบางครั้งก็จะมีเรื่องหลอน ๆ เกิดขึ้นกับเรา เช่น อยู่ดี ๆ หูก็แว่วเสียงคนเรียกชื่อตัวเอง หรือตื่นมาพร้อมกับรอยขีดข่วนเต็มตัว เสมือนว่าไปผจญภัยในความฝันมาอย่างนั้นแหละ และบางครั้งก็เหมือนกับตัวเองระลึกชาติได้ รู้สึกคุ้น ๆ เหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้เราเคยเจอมาแล้ว !

              เอ๊ะ หรืออาการแปลก ๆ ที่ว่ามาทั้งหมดนี้จะเป็นเรื่องที่เหนือธรรมชาติจริง ๆ ชนิดที่ทางการแพทย์ไม่สามารถหาเหตุผลที่มาที่ไปของมันได้ ใจเย็น ๆ ก่อนค่ะ อย่าเพิ่งจินตนาการไปไกลเลยขนาดนั้นเลย เพราะเรื่องแบบนี้ เว็บไซต์พรีเวนชั่น เขาก็ชี้แจงมาว่า มันไม่ใช่เรื่องผีสางอะไรหรอก เป็นแค่อาการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตของเราเท่านั้น แถมยังให้ข้อมูลอาการแปลก ๆ ที่มีความสอดคล้องกับสุขภาพ และสุขภาพจิตของเรามาถึง 10 อาการดังนี้เลย
     
    1. ผีอำ

              อาการที่เรารู้สึกตัวเวลาที่เรานอน แต่ขยับไม่ได้ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า อาการผีอำ มักจะเกิดขึ้นในช่วงเช้าตรู่ หรือในขณะที่ครึ่งหลับครึ่งตื่น ซึ่งแพทย์จากโรงพยาบาล St.Joseph ก็อธิบายง่าย ๆ ว่า อาการทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการปกติของร่างกาย ที่เมื่อเราเริ่มนอนหลับไปจนระดับ REM (Rapid Eyes Movement) หรือเป็นการนอนหลับในช่วงที่กล้ามเนื้อตา และสมองยังคงทำงานอยู่ แต่ร่างกายกลับนอนนิ่ง ซึ่งจะเกิดขึ้น 3-5 ครั้งในระหว่างคืน

              เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นช่วงที่ครึ่งหลับครึ่งตื่น มีโอกาสจะฝันได้สูงก็ในช่วงนี้นี่เอง และในการหลับช่วงนี้ ก็มีความเป็นไปได้ว่าเราจะสะดุ้งตื่น หรือรู้สึกตัว (ในแบบที่ตื่นไม่เต็มที่) แต่กระบวนการ REM ในร่างกายยังคงไม่หยุดทำงาน ก็เลยบังคับร่างกายให้อยู่นิ่งอย่างนั้นก่อน จนเหมือนเป็นอัมพาตชั่วขณะ ซึ่งคุณหมอยังทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า อาการแบบนี้ไม่เป็นอันตรายกับร่างกายแต่อย่างใดนะจ๊ะ
     

    หูแว่ว


    2. หูแว่ว
               
              หลายครั้งที่เรามักจะได้ยินเสียงเพลงวนไปวนมาในหูของเราบ่อย ๆ วนไปวนมาจนน่ารำคาญ ซึ่งแพทย์จาก University of Arizona College of Medicine ก็อธิบายว่า อาการแบบนี้สอดคล้องกับอาการ Earwarm หรืออาการเสียงเพลงที่วนไปวนมาอยู่ในหัวไม่หยุด ซึ่งสามารถนำไปสู่อาการหูแว่ว หรือหลอนเสียงในจินตนาการได้ในที่สุด ซึ่งหากคุณพบว่า ตัวเองมีอาการหูแว่วบ่อย ๆ หรือชักจะเห็นภาพหลอนบ่อยขึ้นทุกที ต้องรีบปรึกษาแพทย์แล้วล่ะค่ะ
     
    3. รอยขีดข่วน หรือรอยเกาที่ไม่ทราบสาเหตุ
               
              ถ้าตื่นขึ้นมาเจอกับรอยขีดข่วนในตอนเช้า หรือพบว่าผิวหนังของเราเป็นรอยแดงโดยไม่ทราบสาเหตุ หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเพราะความฝันสุดผจญภัยที่เราได้ไปเยือนมาเมื่อคืน หรือดีไม่ดีก็เป็นผีที่สิงอยู่ในบ้านนั่นแหละ มาก่อกวนจนเกิดรอยแผลแสดงหลักฐานอยู่อย่างนี้

              แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจากนิวยอร์กก็อธิบายว่า ผิวหนังของเรามีสิทธิ์จะเกิดโรคหิด หรือโรคเรื้อนกวาง ที่มีสาเหตุมาจากไรฝุ่น และเชื้อแบคทีเรียที่แฝงตัวอยู่บนเครื่องนอนของเรา หรือรอยแดง หรือรอยเกาที่อาจเกิดขึ้นกับผิวหนังของเราในตอนเช้าตรู่ อาจจะเกิดมาจากการที่คุณเผลอนอนกลิ้งไปชนกับขอบเตียง หรือวัตถุอื่น ๆ ก็ได้ ซึ่งถ้าอาการคันและผื่นแดงชักจะลุกลามใหญ่โต ก็ควรต้องปรึกษาแพทย์ผิวหนังกันสักหน่อยแล้วล่ะ
     




    4. เดจาวู
               
              ปรากฎการณ์เดจาวู หรืออาการคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเกิดขึ้นกับชีวิตเราแล้ว เป็นอีกหนึ่งอาการลี้ลับที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยแพทย์ได้อธิบายว่า เดจาวูเป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับจิตใจและสภาพแวดล้อม สิ่งที่เรารู้สึกคุ้น ๆ นั้นจริง ๆ แล้วไม่เคยเกิดขึ้นกับเราหรอก แต่เป็นแสง สี และอารมณ์ความรู้สึกของเรา ณ ขณะนั้น รวมทั้งบรรยากาศที่แสนคุ้นเคยต่างหาก ที่กระตุ้นให้จิตใต้สำนึกรำลึกถึงเหตุการณ์ และสถานที่ในความทรงจำ ซึ่งเดจาวูก็มักจะเกิดขึ้นบ่อย ๆ ในสภาวะที่เราเครียด กังวล หรือเหม่อลอยด้วยล่ะ

    5. เหลือบเห็นเงาดำ ๆ ที่หางตา
     
              สำหรับคนที่มักจะเหลือบไปเห็นเงาดำ ๆ ที่หางตาบ่อย ๆ ก็อย่าเพิ่งหลอนตัวเองไปว่าเป็นผีสางที่ไหน แต่ให้รีบพาตัวเองไปเช็กระบบประสาทตา และการมองเห็นโดยด่วน เพราะจักษุแพทย์ได้ชี้แจงว่า อาการเหลือบไปเห็นเงาดำตะคุ่มที่หางตาบ่อย ๆ อาจจะมีสาเหตุมาจากจอประสาทตาฉีกขาดก็ได้ และอาจจะร้ายแรงถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นไปเลยด้วย

              นอกจากนี้ถ้ามักจะเห็นจุดดำ ๆ ลอยวนไปวนมาอยู่ในตา ก็ต้องรีบไปหาจักษุแพทย์เช่นกัน เพราะจุดดำ ๆ ที่เคลื่อนที่อยู่ในตาของคุณนั้น ก็คือน้ำวุ้นตา ที่จับตัวเป็นก้อน ซึ่งจักษุแพทย์ก็เพิ่มเติมอีกว่า อาการแบบนี้มักจะเกิดขึ้นไม่บ่อย แต่ถ้าพบเจอเมื่อไรก็ต้องรีบรักษาให้ทันการณ์นะจ๊ะ
     

    บทความสุขภาพ


    6. รู้สึกล่องลอยเหมือนอยู่ในความฝัน
               
              อาการเหมือนตกอยู่ในภวังค์หรือความฝันในโลกของตัวเอง ถือเป็นอาการทางจิตที่ต้องได้รับการเยียวยาโดยด่วน ซึ่งจิตแพทย์ก็ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ธรรมชาติของมนุษย์ที่เจอกับเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจอย่างร้ายแรง หรือโดนทำร้ายความรู้สึกอย่างแสนสาหัส มักจะสร้างโลกส่วนตัวขึ้นมาอีกหนึ่งใบ เพื่อแอบเข้าไปหลบอยู่ในนั้น เปรียบเสมือนกลไกการป้องกันตัวเองจากเรื่องที่เลวร้ายกับจิตใจนั่นเอง

              และถ้าไม่ยอมดึงตัวเองกลับมาสู้โลกแห่งความเป็นจริงสักที ในที่สุดก็จะเผลอใช้ชีวิตอยู่ในจินตนาการของตัวเอง กลายเป็นคนที่ไม่รับรู้และไม่ตอบสนองกับสิ่งที่อยู่ภายนอกจินตนาการเลย หรืออธิบายง่าย ๆ ก็คือกลายเป็นคนบ้าใบ้ไร้สตินั่นล่ะ

    7. ผีเข้า
               
              อาการผีเข้าส่วนใหญ่ที่เราจะรู้จักกันก็น่าจะเป็นการทำอะไรไปโดยไม่รู้ตัว แล้วก็จำสิ่งที่ตัวเองทำลงไปไม่ได้ แต่ในทางการแพทย์ได้อธิบายลักษณะอาการแบบนี้ว่า เป็นหนึ่งในโรคลมชัก ซึ่งแบ่งเป็นโรคลมชักชนิดซับซ้อนที่เกิดจากสมองบางส่วน (partial complex epilepsy (PCE))

              กล่าวคือ อาการของโรค ผู้ป่วยจะมีการเกร็ง ชักกระตุก ศีรษะหมุนไปมาอย่างไร้ทิศทาง บางรายที่เป็นหนัก ๆ ก็อาจจะเดินไปเรื่อยเปื่อยโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำและอารมณ์ความรู้สึกถูกกระทบ รวมทั้งมีความรู้สึกประหลาดเกิดขึ้น ทั้งภาพ เสียง รส และสัมผัส ซึ่งถ้าไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นโรคลมชักชนิดนี้ ก็อาจจะเข้าใจผิดได้ว่า ตัวเองถูกผีเข้า ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุประหลาดอะไรกับร่างกายและสมองของเรา ก็ควรให้แพทย์ตรวจเช็กอาการจะดีกว่า
     
    8. เสียงกรีดร้องตอนตื่นนอน
               
              ฝันร้ายบางทีก็ทำให้เราสะดุ้งตื่นมาพร้อมกับเหงื่อแตกพลั่ก และอาการหอบหายใจแรง ๆ แต่ถ้าเกิดอาการกรีดร้องสุดเสียงพร้อม ๆ กับรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา จะเป็นฝันร้ายชนิดที่มากกว่าฝันร้ายโดยปกติ หรือที่เรียกกันว่า ฝันร้ายระดับ Night terrors ซึ่งก็คือ การฝันร้ายแบบสุด ๆ แต่ไม่สามารถจำเรื่องเรื่องที่ฝันได้เลย มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงกรี๊ดลั่นบ้านของตัวเอง ซึ่งอาการหลังจากนั้นก็จะมึน ๆ เบลอ ๆ ดูไร้สติอยู่สักพัก แต่จริง ๆ แล้วแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ชี้แจงว่า อาการแบบนี้ไม่ได้มีอันตรายร้ายแรงอะไร แค่ทำให้คนฝันตื่นตกใจ และหลอนไปบ้างเท่านั้น


    ขี้ลืม

    9. จำชื่อเพื่อนไม่ได้ และหลงลืมบ่อย ๆ
               
              อาการขี้หลงขี้ลืมขั้นรุนแรงนี้มักเกิดกับเพศหญิงมากกว่าเพศชาย เพราะเป็นอาการที่มีสาเหตุมาจากฮอร์โมนคอร์ติซอล และระดับโปรเจสเทอโรนลดต่ำลง โดยเฉพาะกับผู้ที่มีความเครียด ความวิตกกังวล และคนที่ใกล้สู่สภาวะหมดประจำเดือน ก็จะมีอาการขี้หลงขี้ลืมอยู่บ่อย ๆ พูดผิดพูดถูกไปบ้างก็มี แถมบางรายยังอาการหนักถึงขั้นจำชื่อเพื่อนไม่ได้ ซึ่งถ้าพบวาคุณมีอาการหลง ๆ ลืม ๆ อย่างนี้บ่อย ๆ ก็ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาปรับฮอร์โมนให้อยู่ในระดับที่ไม่กระทบกับสุขภาพร่างกายของเราด้วยนะจ๊ะ

    10. ก้าวร้าว ไร้มนุษยสัมพันธ์ที่ดี
              
              คนบางคนก็มีนิสัยก้าวร้าวอย่างรุนแรง ดูเป็นคนขวางโลก และไม่พอใจกับอะไรบนโลกใบนี้ทั้งสิ้น ซึ่งจริง ๆ แล้วทางจิตวิทยาก็อธิบายว่า เหตุผลที่เขาต้องก้าวร้าว ทำนิสัยแย่ ๆ กับคนอื่น หรือพูดจาแรง ดูถูกคนรอบข้างไปทั่ว ก็เพราะเขาเจอเรื่องราวที่กระทบกระเทือนจิตใจจากการกระทำของคนมามาก จนถึงขึ้นความเลวร้ายนั้นฝังติดอยู่ในความทรงจำและสมองของเขาโดยไม่ยอมไปไหน เขาจึงแสดงพฤติกรรมร้าย ๆ ออกไป เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาทำร้ายความรู้สึกของเขาซ้ำเป็นครั้งที่สองนั่นเอง และถ้าคนรอบข้างของคุณมีพฤติกรรมแบบนี้ ก็ควรจะพาเขาไปรักษาอาการทางจิตกับจิตแพทย์โดยด่วน เพื่อปรับปรุงพฤติกรรมก้าวร้าวของเขาให้อยู่ร่วมกับคนในสังคมได้
     
              บางสิ่งที่ลี้ลับก็ไม่ได้พิสูจน์ไม่ได้เสมอไป อย่าง 10 อาการที่ดูเหมือนจะเหนือธรรมชาติทั้งหมดนี้ ก็เป็นตัวอย่างของอาการหลอน ๆ ที่จริง ๆ แล้วไม่ได้มีเรื่องน่าพิศวงเกิดขึ้นสักนิด แต่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติบบางอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเราเอง และสามารถแก้ไขได้ด้วยการรักษาทางการแพทย์นั่นเองจ้า
     

      เคล็ดลับสุขภาพ สุขภาพใกล้ตัว โรคและการป้องกัน คลิกเลย


    คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ







บทความสุขภาพสุดฮิตประจำสัปดาห์