WHO คาดปี 62 ไข้หวัดใหญ่ระบาดหนัก แค่หอมแก้มก็ติด แนะฉีดวัคซีนป้องกัน

          องค์การอนามัยโลก คาดการณ์ปี 2562 โรคไข้หวัดใหญ่จะระบาดรุนแรงเพิ่มขึ้น แค่หอมแก้มก็ติดต่อได้ ไทยพบผู้ป่วยเฉียดแสน แนะเข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันไว้ก่อน 


          วันที่ 21 มีนาคม 2562 ไบรท์ทีวี ช่อง 20 รายงานว่า นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ กล่าวในการแถลงข่าว มหันตภัยไข้หวัดใหญ่ คร่าชีวิตได้หากไม่ป้องกัน ว่า จากการคาดการณ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่าในปี 2562 สถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่น่าจะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ไว้ล่วงหน้า เพราะว่าโรคไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายจากการหายใจ ไอ จาม หรือแม้แต่การหอมแก้มก็สามารถติดได้ การป้องกันทำได้ด้วยการฉีดวัคซีน

          ปัจจุบันสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้จัดหาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงซึ่งประกอบด้วย 1. หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป 2. เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ขวบ 3. ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งได้รับยาเคมีบำบัด และเบาหวาน และ 4. ผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปี แต่กลับพบว่า กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้มารับวัคซีนน้อย เพียงร้อยละ 10 เท่านั้น โดยเฉพาะกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ การได้รับวัคซีนจะช่วยให้ร่างกายแม่และเด็กปลอดโรค ซึ่ง WHO ก็มีการยืนยันแล้วว่าการฉีดวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ไม่มีปัญหา หรือส่งผลกระทบต่อเด็ก



          ด้าน นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 18 มีนาคม 2562 พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ 99,087 ราย เสียชีวิต 6 ราย ส่วนอัตราการเสียชีวิตทั่วโลกในแต่ละปีพบว่าอยู่ที่ประมาณ 6 แสนราย โดยในปีนี้สายพันธุ์ของไข้หวัดใหญ่ที่จะระบาดในไทยและพบมากน่าจะเป็น สายพันธุ์บี ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในกลุ่มเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ถึง 9 เท่า การฉีดวัคซีนจะสามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ร้อยละ 60-70 เมื่อฉีดวัคซีนแล้วหากป่วยจะช่วยลดระยะเวลาการป่วยจาก 7 วัน เหลือเพียง 1-2 วันเท่านั้น และยังช่วยลดอัตราการนอนโรงพยาบาลอีกด้วย

          สำหรับการตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่เพื่อยืนยันสายพันธุ์ แต่มีการจ่ายยาชนิดเดียวกันอยู่แล้วก็ถือว่าไม่จำเป็นต้องตรวจหาสายพันธุ์ ขอเพียงแค่มีกลุ่มอาการชัดเจนบ่งชี้ว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้สูง 38 องศาขึ้นไป มีอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัว ปวดศีรษะ หนาวสั่น เจ็บคอ คัดจมูก อ่อนเพลีย อาการเช่นนี้ก็เข้าข่ายโรคไข้หวัดใหญ่แล้ว หากพบการป่วยในเด็กเล็ก ควรให้หยุดเรียน เพื่อลดโรค และป้องกันการแพร่เชื้อในเด็ก

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก ไบรท์ทีวี

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
WHO คาดปี 62 ไข้หวัดใหญ่ระบาดหนัก แค่หอมแก้มก็ติด แนะฉีดวัคซีนป้องกัน โพสต์เมื่อ 21 มีนาคม 2562 เวลา 22:40:07 9,517 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP