สปส. เผย ระบบประกันสังคมเหนือกว่าบัตรทอง



ประกันสังคม



สปส.คุยไม่อายเหนือกว่าบัตรทอง (ไทยโพสต์)

          ชมรม รพ.ประกันสังคมออกรายงานขย่ม "บัตรทอง" หลังมีเสียงวิจารณ์สิทธิประโยชน์ด้อยกว่าระบบ สปสช.เพียบ ระบุการให้บริการ สปส.เหนือกว่า ทั้ง รพ.ในเครือข่าย และระบบส่งต่อคนไข้ รวมทั้งไม่จำกัดค่ารักษา โบ้ยการฟ้องร้องปัญหามาจากระบบบัตรทองทั้งนั้น "หมอวินัย" แจงเรียบ ๆ มั่นใจบริการบัตรทองมีคุณภาพ เพราะมีทีมหมอทำงานถึง 50 คน ไม่เหมือนระบบอื่นที่มีหมอทำงานเพียงคนเดียว พร้อมทำระบบส่งต่อคนไข้มากขึ้น

          นพ.กำพล พลัสสินทร์ ประธานชมรมโรงพยาบาลเพื่อการพัฒนาระบบประกันสังคม ได้ทำข้อมูลเปรียบเทียบระบบประกันสังคม (สปส.) กับระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) โดยมีหัวข้อเอกสารว่า "ระบบประกันสังคม(สปส.) ด้อยกว่าระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจริงหรือ" มีเนื้อหาระบุว่า จากการที่มีแพทย์นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขได้ลงข่าววิเคราะห์ เปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ของผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมที่ต้องจ่ายเบี้ย ทุกเดือนว่าด้อยกว่าคนที่อยู่ในระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งดีกว่าถึง 12 รายการ และชักชวนให้มีการปฏิรูปเพื่อรวมเป็นระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอย่าง เดียวโดยใช้เงินจากงบประมาณของรัฐทั้งหมด แล้วให้คนที่จ่ายอยู่ให้หยุดจ่ายและบริหารเงินงบประมาณก้อนนี้โดยหน่วยงานเดียว ตนจึงอยากมองต่างมุมเพื่อเสนอข้อมูลอีกด้านหนึ่งให้เพื่อประชาชนจะได้เข้าใจอย่างแท้จริง

           นพ.กำพล นำเสนอข้อมูลเปรียบเทียบการบริการของระบบ สปส. กับระบบบัตรทอง อาทิ

          1.ระบบประกันสังคมสามารถเลือกหน่วยพยาบาล รพ. ขณะที่บัตรทองส่วนใหญ่เลือกได้แต่ รพ.ของรัฐเท่านั้น

          2.รพ.และคลินิกที่มีแพทย์คู่สัญญา สปส.มีแพทย์มาตรฐาน และมีเครือข่าย รพ.ที่มีศักยภาพสูง มีระบบส่งต่อที่ชัดเจน เช่น รพ.แพทย์ทั้งหมด สถานพยาบาลคู่สัญญาต้องมี 100 เตียงขึ้นไป ประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 14 สาขา และบุคลากรที่พร้อม ขณะที่ระบบบัตรทองเป็นคลินิกชุมชนจะมีหรือไม่มีแพทย์ก็ได้ โดยใช้ระบบส่งต่อ

          3. การส่งต่อในระบบ สปส.มีไม่มาก เนื่องจาก รพ.คู่สัญญา มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญครบทุกสาขา รักษาแบบ one stop service ยกเว้นบางรายในโรคที่ซับซ้อนจะส่งต่อไป รพ.ที่มีศักยภาพสูงกว่าที่ยินดีรับรักษาต่อเพราะรับค่ารักษาเป็น free for service ไม่ใช่แบบเหมาจ่าย ส่วนระบบบัตรทองจะมีการส่งต่อมากกว่าเพราะศักยภาพมีน้อย ทุกวันนี้มีปัญหาเรื่อง รพ.ไม่ค่อยยินดีรับการส่งต่อเพราะค่ารักษาคิดแบบปลายปิด จึงมีปัญหาเรื่องขาดทุน

          4.ระบบคุณภาพ รพ.คู่สัญญา สปส.เกือบทั้งหมดจะผ่านการรับรองคุณภาพอย่างน้อย HA ขั้น 2 ขณะที่ระบบบัตรทองถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนเป็น รพ.สร้างเสริมสุขภาพแล้วก็ตามยังไม่มีระบบคุณภาพที่ชัดเจน
         
          5.การร้องเรียนในระบบประกันสังคมสะดวกกว่าบัตรทอง เพราะมีหลายช่องทางและเป็นระบบที่พัฒนามานานแล้ว ปัจจุบันนี้มีสถิติการร้องเรียนปีละ กว่า 1,000 ครั้ง จากการให้บริการมีการตอบสนองอย่างรวดเร็วผู้ป่วยนอก 20- 30 ล้านครั้ง/ปี ซึ่งถือว่าน้อยมาก ส่วนการร้องเรียนในระบบบัตรทอง ข้อมูลส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีการเปิดเผย แต่เชื่อว่ามีจำนวนมากดังมีข่าวฟ้องร้องสถานพยาบาลอยู่เป็นเนืองนิตย์ และมีข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างต่อเนื่อง และพบว่าสถิติการร้องเรียนที่แพทยสภาเป็นคนไข้จากระบบบัตรทอง

          6.การจ่ายยาระบบ สปส.ไม่จำกัดชนิดยา สามารถให้เหนือกว่าบัญชียาหลักแห่งชาติ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ ระบบบัตรทอง ต้องอยู่ในบัญชียาหลักแห่งเท่านั้น หรือไม่ต้องขอเป็นกรณีพิเศษ
 
          7.เจ็บป่วยฉุกเฉินรักษาที่ไหนก็ได้ 2 ครั้ง/ปี ปัจจุบันไม่จำกัดจำนวนครั้ง ผู้ป่วยนอก 1,000 บาท/ครั้ง ผู้ป่วยใน 2,700บาท/วัน ถ้านอน ICU 4,500 บาท/วัน ภายในระยะเวลา 72 ชม.ไม่รวมวันหยุด กรณีต้องผ่าตัดเบิกได้ 8,000-16,000 บาท ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ารักษาไม่จำกัดจำนวนครั้ง ผู้ป่วยนอก 700 บาท/ครั้ง ผู้ป่วยใน 4,500 บาท/วัน กรณีต่อผ่าตัดเบิกได้ 8,000-14,000 บาท ถ้าหาเตียงไม่ได้ภายใน 24 ชม.จะรับผิดชอบตามจริง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

          8.ระบบประกันสังคม ให้การดูแลผู้ป่วยโรคไต หากกรณีไตวายเฉียบพลันดูแล 60 วัน หลังจากนั้นก็เป็นไตวายเรื้อรัง (chronic) ก็เบิกขอฟอกด้วยเครื่องถาวรได้ ขณะที่ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าต้องเริ่มด้วยการฟอกโดยวิธีผ่านช่องท้อง ก่อนและภาวะแทรกซ้อนเยอะมาก (ซึ่งไม่สะดวก) ถ้าไม่สำเร็จจึงจะขอฟอกด้วยเครื่องฟอกไต

          ส่วนสิทธิประโยชน์ที่ระบบ สปส.ไม่คุ้มครอง ขณะที่ระบบบัตรทองให้การดูแลคือ การจ่ายยาเสพติดเมธาโดน การให้การรักษากรณีฆ่าตัวตาย การดูแลพักฟื้นแบบพื้นบ้าน การให้ยาต้านแก่ผู้ติดเชื้อเอชไอวีซึ่งไม่ร่วมยาอะทัสนามีเวียร์ การเบิกค่าพักรักษาต่อเนื่องใน รพ.ไม่จำกัดเวลา และความเสียหายที่เกิดจากบริการทางการแพทย์

          ด้าน นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นระบบที่มีการวางการบริหารจัดการผู้ป่วย ซึ่งไม่เพียงแต่สามารถดูแลผู้ป่วย 45 ล้านคนทั่วประเทศ แต่ยังเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพ มีทั้งที่ผู้ขึ้นทะเบียนในสิทธิใน รพ. โรงเรียนแพทย์ เช่นเดียวกับ สปส. ไม่ได้มีแต่เฉพาะในคลินิกชุมชนเท่านั้น

          นพ.วินัยกล่าวว่า สำหรับการส่งต่อผู้ป่วยนั้น ยืนยันว่าปัจจุบันการส่งต่อผู้ป่วยไม่เป็นปัญหา หลังจากที่เราได้มีการจัดทำระบบดีอาร์จี ซึ่ง รพ.ที่รับส่งต่อผู้ป่วยต่างยินดีรับผู้ป่วยเข้ารักษา เนื่องจากจะทำให้ รพ.มีรายได้เพราะสามารถเบิกจากงบกลางได้ แต่หากปฏิเสธไม่รักษาก็จะไม่สามารถเบิกค่ารักษาได้ ทั้งนี้จากเดิมเราเคยกระจายงบประมาณเช่นเดียวกับระบบ สปส. โดยโอนงบทั้งก้อนไปยังสถานพยาบาล แต่ก็ประสบปัญหา รพ.ไม่ส่งต่อเนื่องจากเกรงค่ารักษาที่ต้องตามจ่าย โดยเฉพาะโรคร้ายแรงที่แพงมาก ดังนั้นเราจึงได้มีการจัดทำระบบนี้ขึ้น

           "ที่บอกว่าบัตรทองมีการร้องเรียนมาก และไม่มีการเปิดเผยข้อมูลนั้น ในแต่ละปีเราจะมีการเปิดเผยข้อมูลการร้องเรียนที่เข้ามายัง สปสช. โดยผ่านระบบ 1330 ซึ่งทันทีที่การร้องเรียนเข้ามา เรามีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานว่า ร้อยละ 95 เราจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ถือเป็นเคพีไอ อย่างไรก็ตามการร้องเรียนในแต่ละปีจะเข้ามาประมาณกว่าพันราย ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรถือเป็นอัตราที่ไม่มาก ต่างจากระบบอื่น ๆ"

          นอกจากนี้ เลขาธิการ สปสช.ยังกล่าวยืนยันว่า ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามีการจัดการที่ดีและเหมาะสม เพราะได้มีการปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งระบบเรามีหมอทำงานกว่า 50 คน ทั้งบุคลากรด้านสาธารณสุขในวิชาชีพต่างๆ ทำให้เข้าใจปัญหาระบบได้ดี ต่างจากบางระบบที่มีหมอทำงานเพียงคนเดียว ส่วนที่เหลือเป็นคนภายนอกที่ไม่เข้าใจ จึงทำให้ระบบเกิดปัญหาการจัดการ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก


สปส. เผย ระบบประกันสังคมเหนือกว่าบัตรทอง โพสต์เมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 07:56:11 2,906 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP

คิดอย่างไรกับเรื่อง: สปส. เผย ระบบประกันสังคมเหนือกว่าบัตรทอง ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !