เห็ดเข็มทอง ของดีจากธรรมชาติ รสชาติถูกปาก ลดน้ำหนักก็ได้ ควบคุมน้ำตาลก็ดี เจอแบบนี้ไม่ลองได้ยังไงกัน !
![เห็ดเข็มทอง เห็ดเข็มทอง]()
ได้ยินกันมานักต่อนักแล้วถึงเรื่องประโยชน์ของเห็ด ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเจ้าอาหารที่ว่าเป็นผักก็ไม่ใช่ จะเป็นพืชก็ไม่เชิงนี้
ดีกับสุขภาพอย่างไม่ต้องสงสัย จึงทำให้ไม่ว่าจะเป็นเห็ดหอม เห็ดหลินจือ
เห็ดชิเมจิ เห็ดออรินจิ และเห็ดชนิดอื่น ๆ ที่สามารถรับประทานได้ก็ล้วนแต่ได้รับความนิยม
และเห็ดอีกชนิดหนึ่งที่ถูกปากถูกใจคนจำนวนไม่น้อยนั่นก็คือ เห็ดเข็มทอง
ที่ได้ยินกันมาแว่ว ๆ ว่าช่วยลดน้ำหนักได้ แต่เอ๊ะ !
แล้วเห็ดเข็มทองจะช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร และมีประโยชน์อะไรอีกบ้าง
เรามาเจาะลึกให้รู้กันไปเลย
![เห็ดเข็มทอง เห็ดเข็มทอง]()
เห็ดเข็มทอง หรือที่มีอีกชื่อหนึ่งว่า เห็ดเหมันต์ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Flammulina velutipes (Curt,ex Fr.) และมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Golden Needle Mushroom, Needle Mushroom, Enokitake และ Enoki Mushroom เป็นเห็ดที่เกิดได้ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น และมักอาศัยอยู่บนตอไม้หรือท่อนไม้ที่ตายแล้ว เดิมทีแล้วเห็ดเข็มทองมีลักษณะเป็นดอกเล็ก ๆ แต่ลำต้นสั้น แต่ที่เราเห็นลำต้นผอมยาวเป็นกระจุก ก็เพราะทางประเทศญี่ปุ่นได้พัฒนาสายพันธุ์และวิธีเพาะใหม่ เพื่อให้สะดวกต่อการบรรจุและจำหน่าย ทั้งนี้เห็ดเข็มทองเป็นเห็ดที่มีคุณค่าทางอาหารสูงและรสชาติอร่อย เหนียวนุ่ม และที่ได้รับความนิยมเพราะสามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลาย
โดยเห็ดเข็มทอง 100 กรัม มีคุณค่าทางโภชนาการดังนี้
- น้ำ 88.34 กรัม
- พลังงาน 37 กิโลแคลอรี
- โปรตีน 2.66 กรัม
- ไขมัน 0.29 กรัม
- คาร์โบไฮเดรต 7.81 กรัม
- ไฟเบอร์ 2.7 กรัม
- น้ำตาล 0.22 กรัม
- ธาตุเหล็ก 1.15 มิลลิกรัม
- แม็กนีเซียม 16 มิลลิกรัม
- ฟอสฟอรัส 105 มิลลิกรัม
- โพแทสเซียม 359 มิลลิกรัม
- โซเดียม 3 มิลลิกรัม
- สังกะสี 0.65 มิลลิกรัม
- ไธอะมิน 0.225 มิลลิกรัม
- ไรโบฟลาวิน 0.200 มิลลิกรัม
- ไนอะซิน 7.032 มิลลิกรัม
- วิตามินบี 6 0.100 มิลลิกรัม
- โฟเลต 48 ไมโครกรัม
- วิตามินดี 5 IU (หน่วยสากล)
เห็ดเข็มทองเป็นเห็ดที่มีคุณค่าทางอาหารสูงไม่แพ้เห็ดชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะปริมาณวิตามินบีที่มีมากมายอันเป็นคุณค่าทางโภชนาการพื้นฐานของเห็ดเลยก็ว่าได้ ซึ่งเห็ดเข็มทองในปริมาณเพียง 1 ถ้วย ก็มีสารไนอะซิน หรือวิตามินบี 3 สูงถึง 23% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน แถมปริมาณไธอะมินที่มีก็เทียบเท่ากับ 10% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวันเหมือนกัน นี่ยังไม่นับรวมกับแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ อีกมากมายที่ถึงแม้จะมีอยู่ในปริมาณที่ไม่สูงมากนักแต่ก็ครบเครื่องเรื่องคุณค่าแบบสุด ๆ เราจึงใช้เห็ดเข็มทองเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบในมื้ออาหารได้ แต่ไม่ควรกินแทนเนื้อสัตว์ทั้งหมด เพราะมีโปรตีนเพียงราว 2.7 กรัมต่อ 100 กรัมเท่านั้น และเพราะสารอาหารที่มีอย่างเพียบพร้อมในปริมาณที่พอดี๊พอดี จึงทำให้เห็ดเข็มทองมีสรรพคุณมากมายดังนี้ค่ะ
ขึ้นชื่อว่าเห็ดแล้ว สรรพคุณเรื่องการลดน้ำหนักก็จะต้องนำมาอย่างโดดเด่น ด้วยเพราะปริมาณไฟเบอร์ที่มีสูง แถมยังแคลอรีต่ำเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้อิ่มเร็ว อิ่มนาน อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้เกิดการผกผันจนทำให้เกิดอาการหิว นอกจากนี้การที่เห็ดเข็มทองสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ยังอาจช่วยลดไขมันสะสมที่เกิดจากการแปรสภาพของน้ำตาลได้ด้วยค่ะ
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากญี่ปุ่น ดร.เอะงุชิ ฟุมิโอะ ยังได้มีการคิดค้นสูตรการลดน้ำหนักด้วยเห็ดเข็มทองขึ้นมาอีกด้วย ซึ่งสูตรนี้มีชื่อเรียกว่า น้ำแข็งเห็ด ซึ่งมีวิธีการทำดังนี้ค่ะ
น้ำแข็งเห็ด
วิธีทำ
1. เตรียมเห็ดเข็มทอง 300 กรัม หั่นรากออก แล้วล้างให้สะอาด จากนั้นหั่นแบ่งเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน
2. นำเห็ดเข็มทองใส่เครื่องปั่น เติมน้ำประมาณ 400 มิลลิลิตร ปั่นประมาณ 20-30 วินาที
3. เทลงหม้อตั้งไฟอ่อน เคี่ยวต่อ 1 ชั่วโมง จากนั้นปิดไฟ แล้วพักให้เย็น
4. เทใส่แม่พิมพ์น้ำแข็ง แช่ตู้เย็นในช่องแช่แข็ง
นอกจากนี้ ดร.เอะงุชิ ก็ยังแนะนำว่าควรรับประทานน้ำแข็งเห็ดให้ได้วันละ 3 ก้อน โดยการนำไปดัดแปลงใส่กับอาหาร หรือเครื่องดื่ม อาจช่วยให้ลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น แต่ทั้งนี้ยังต้องควบคุมอาหารและออกกำลังกายร่วมด้วย
อีกคุณประโยชน์ที่น่าสนใจคือความเป็นไปได้ในการลดความเสี่ยงมะเร็ง โดยมีการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในสิงคโปร์พบว่า สารเฟลมมูลิน (Flammulin) ในเห็ดเข็มทองช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งในห้องทดลองได้ ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันผลในคน จึงไม่สามารถใช้เห็ดเข็มทองแทนการรักษาได้
สารอาหารที่อัดแน่นอยู่ในเห็ดดอกเล็ก ๆ เหล่านี้ ล้วนแต่เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งจะช่วยป้องกันร่างกายจากสารอนุมูลอิสระที่จ้องทำลายสุขภาพของเรา อีกทั้งยังเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้อีกด้วย
รู้หรือไม่ว่าไขมันที่อยู่ในระบบทางเดินอาหารก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลดน้ำหนักไม่ลง แต่เห็ดเข็มทองช่วยได้ค่ะ เพราะเห็ดชนิดนี้มีกรดไลโนเลอิก (Linoleic Acid) และกากใยที่อาจช่วยลดการดูดซึมไขมันในระบบทางเดินอาหาร อาจช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมอาหารไปใช้ได้ดีขึ้น และอาจทำให้ไขมันสะสมในร่างกายได้รับการเผาผลาญมากขึ้นจากการทำงานของระบบทางเดินอาหารที่เป็นปกติค่ะ
สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ถ้าพลาดเห็ดเข็มทองแล้วจะต้องเสียดาย เพราะอย่างที่บอกไปเมื่อข้างต้นแล้วว่าเห็ดเข็มทองสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ไม่เพียงแค่กับคนที่มีสุขภาพปกติ แต่กับคนที่เป็นโรคเบาหวานด้วย เพราะเห็ดเข็มทองจะช่วยให้ภาวะผกผันของระดับน้ำตาลลดลง อีกทั้งไฟเบอร์ที่อยู่ในเห็ดเข็มทองก็ยังไปช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลมาใช้ได้อีกด้วย จึงอาจช่วยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 คุมระดับน้ำตาลได้ง่ายขึ้นเมื่อกินร่วมกับการควบคุมอาหาร แต่ไม่ใช่การรักษา และยังต้องใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง

อาการท้องผูกส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการทำงานของลำไส้ที่ผิดปกติ
ซึ่งวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยให้การทำงานของลำไส้กลับมาเป็นปกติได้ก็คือการรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง
และเห็ดเข็มทองก็เป็นอาหารที่มีไฟเบอร์อยู่ไม่น้อย
หากรับประทานเห็ดชนิดนี้เป็นประจำก็อาจช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น โดยควรดื่มน้ำให้เพียงพอควบคู่กันไปด้วยค่ะ
เห็ดเข็มทองเป็นเห็ดที่มีกรดอะมิโนสูง ซึ่งช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมองในส่วนของความจำ อีกทั้งช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ให้กับสมองทั้งในผู้ใหญ่และเด็กในวัยเจริญเติบโต โดยมีงานวิจัยเบื้องต้นที่ชี้ว่าอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ แต่ยังต้องศึกษาเพิ่มเติม
อีกหนึ่งประโยชน์ที่ต้องยกความดีความชอบให้ก็คือเรื่องนี้ล่ะค่ะ เพราะกากใยในเห็ดเข็มทองอาจช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และลดความเสี่ยงภาวะไขมันในเลือดสูง ที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหัวใจในที่สุด
สาเหตุที่เห็ดเข็มทองช่วยลดน้ำหนักได้ไม่ใช่แค่เพียงว่ามีแคลอรีต่ำเท่านั้น แต่เพราะสารอาหารที่มีประโยชน์ในเห็ดเข็มทองรวมทั้งกากใยที่มีอยู่ไม่น้อยจะไปช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น และไม่คั่งค้างเหลือกลายเป็นไขมันสะสมที่ร่างกายไม่ต้องการ คนที่มีปัญหาเรื่องระบบเผาผลาญต่ำ การกินเห็ดเข็มทองเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารก็อาจช่วยได้ไม่น้อยเลยล่ะ
![เห็ดเข็มทอง เห็ดเข็มทอง]()
ด้วยเพราะลักษณะของเห็ดเข็มทองที่ดูน่ารับประทานและมีรสสัมผัสที่เหนียวนุ่มจึงทำให้เห็ดเข็มทองสามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลาย แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังคิดไม่ออกว่าจะทานเห็ดเข็มทองกับอะไรดีก็ลองไปดูเมนูเหล่านี้ที่เราหยิบมาฝากกันเลยค่ะ
- เห็ดเข็มทองทอดเจ กับซอสมะขาม 3 รส อาหารเจทอดกรอบยั่วต่อมหิว
- ไข่เจียวเห็ดเข็มทอง เมนูไข่สุดง่าย ทำได้แค่ใช้ไมโครเวฟ
- พล่าเห็ดเข็มทองเจ อาหารเจรสจัดจ้าน ไร้แป้ง แคลอรีต่ำ
- เห็ดเข็มทองผัดเนย กลิ่นหอมชวนรับประทาน
- ไข่ตุ๋นไมโครเวฟเห็ดเข็มทองหมูสับ อร่อยง่าย ๆ สไตล์เด็กหอ
- วิธีทำ ต้มข่ากุ้งใส่เห็ดเข็มทอง หอมอร่อยรสกลมกล่อม
- เทมปุระเห็ดเจ อาหารเจกรุบกรอบได้ประโยชน์จากเห็ด
เรื่องของประโยชน์เพื่อสุขภาพ ต้องยอมรับว่าเห็ดเข็มทองนี่ไม่ได้มาเล่น ๆ ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเดี๋ยวนี้คนถึงหันมารับประทานเห็ดเข็มทองกันมากขึ้น ถ้าใครยังไม่เคยลองแต่อยากมีสุขภาพดีละก็ ถ้ามีโอกาสก็หาเจ้าเห็ดชนิดนี้มารับประทานกันดูนะคะ แต่อย่าลืมปรุงให้สุกทุกครั้งด้วยนะคะ รับรองจะติดใจ
ขอบคุณข้อมูลจาก : ชีวจิต, สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ, livestrong.com, Cancer & Natural Therapy Foundation of Australia, healthbenefitstimes.com, สถาบันอาหาร


เห็ดเข็มทอง คืออะไร ?
เห็ดเข็มทอง หรือที่มีอีกชื่อหนึ่งว่า เห็ดเหมันต์ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Flammulina velutipes (Curt,ex Fr.) และมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Golden Needle Mushroom, Needle Mushroom, Enokitake และ Enoki Mushroom เป็นเห็ดที่เกิดได้ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น และมักอาศัยอยู่บนตอไม้หรือท่อนไม้ที่ตายแล้ว เดิมทีแล้วเห็ดเข็มทองมีลักษณะเป็นดอกเล็ก ๆ แต่ลำต้นสั้น แต่ที่เราเห็นลำต้นผอมยาวเป็นกระจุก ก็เพราะทางประเทศญี่ปุ่นได้พัฒนาสายพันธุ์และวิธีเพาะใหม่ เพื่อให้สะดวกต่อการบรรจุและจำหน่าย ทั้งนี้เห็ดเข็มทองเป็นเห็ดที่มีคุณค่าทางอาหารสูงและรสชาติอร่อย เหนียวนุ่ม และที่ได้รับความนิยมเพราะสามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลาย
โดยเห็ดเข็มทอง 100 กรัม มีคุณค่าทางโภชนาการดังนี้
- น้ำ 88.34 กรัม
- พลังงาน 37 กิโลแคลอรี
- โปรตีน 2.66 กรัม
- ไขมัน 0.29 กรัม
- คาร์โบไฮเดรต 7.81 กรัม
- ไฟเบอร์ 2.7 กรัม
- น้ำตาล 0.22 กรัม
- ธาตุเหล็ก 1.15 มิลลิกรัม
- แม็กนีเซียม 16 มิลลิกรัม
- ฟอสฟอรัส 105 มิลลิกรัม
- โพแทสเซียม 359 มิลลิกรัม
- โซเดียม 3 มิลลิกรัม
- สังกะสี 0.65 มิลลิกรัม
- ไธอะมิน 0.225 มิลลิกรัม
- ไรโบฟลาวิน 0.200 มิลลิกรัม
- ไนอะซิน 7.032 มิลลิกรัม
- วิตามินบี 6 0.100 มิลลิกรัม
- โฟเลต 48 ไมโครกรัม
- วิตามินดี 5 IU (หน่วยสากล)
เห็ดเข็มทอง สรรพคุณไม่ใช่เล่น กินเน้น ๆ เพื่อสุขภาพ
เห็ดเข็มทองเป็นเห็ดที่มีคุณค่าทางอาหารสูงไม่แพ้เห็ดชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะปริมาณวิตามินบีที่มีมากมายอันเป็นคุณค่าทางโภชนาการพื้นฐานของเห็ดเลยก็ว่าได้ ซึ่งเห็ดเข็มทองในปริมาณเพียง 1 ถ้วย ก็มีสารไนอะซิน หรือวิตามินบี 3 สูงถึง 23% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน แถมปริมาณไธอะมินที่มีก็เทียบเท่ากับ 10% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวันเหมือนกัน นี่ยังไม่นับรวมกับแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ อีกมากมายที่ถึงแม้จะมีอยู่ในปริมาณที่ไม่สูงมากนักแต่ก็ครบเครื่องเรื่องคุณค่าแบบสุด ๆ เราจึงใช้เห็ดเข็มทองเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบในมื้ออาหารได้ แต่ไม่ควรกินแทนเนื้อสัตว์ทั้งหมด เพราะมีโปรตีนเพียงราว 2.7 กรัมต่อ 100 กรัมเท่านั้น และเพราะสารอาหารที่มีอย่างเพียบพร้อมในปริมาณที่พอดี๊พอดี จึงทำให้เห็ดเข็มทองมีสรรพคุณมากมายดังนี้ค่ะ
1. ช่วยลดน้ำหนัก
ขึ้นชื่อว่าเห็ดแล้ว สรรพคุณเรื่องการลดน้ำหนักก็จะต้องนำมาอย่างโดดเด่น ด้วยเพราะปริมาณไฟเบอร์ที่มีสูง แถมยังแคลอรีต่ำเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้อิ่มเร็ว อิ่มนาน อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้เกิดการผกผันจนทำให้เกิดอาการหิว นอกจากนี้การที่เห็ดเข็มทองสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ยังอาจช่วยลดไขมันสะสมที่เกิดจากการแปรสภาพของน้ำตาลได้ด้วยค่ะ
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากญี่ปุ่น ดร.เอะงุชิ ฟุมิโอะ ยังได้มีการคิดค้นสูตรการลดน้ำหนักด้วยเห็ดเข็มทองขึ้นมาอีกด้วย ซึ่งสูตรนี้มีชื่อเรียกว่า น้ำแข็งเห็ด ซึ่งมีวิธีการทำดังนี้ค่ะ
น้ำแข็งเห็ด
วิธีทำ
1. เตรียมเห็ดเข็มทอง 300 กรัม หั่นรากออก แล้วล้างให้สะอาด จากนั้นหั่นแบ่งเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน
2. นำเห็ดเข็มทองใส่เครื่องปั่น เติมน้ำประมาณ 400 มิลลิลิตร ปั่นประมาณ 20-30 วินาที
3. เทลงหม้อตั้งไฟอ่อน เคี่ยวต่อ 1 ชั่วโมง จากนั้นปิดไฟ แล้วพักให้เย็น
4. เทใส่แม่พิมพ์น้ำแข็ง แช่ตู้เย็นในช่องแช่แข็ง
นอกจากนี้ ดร.เอะงุชิ ก็ยังแนะนำว่าควรรับประทานน้ำแข็งเห็ดให้ได้วันละ 3 ก้อน โดยการนำไปดัดแปลงใส่กับอาหาร หรือเครื่องดื่ม อาจช่วยให้ลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น แต่ทั้งนี้ยังต้องควบคุมอาหารและออกกำลังกายร่วมด้วย
2. ลดความเสี่ยงมะเร็ง
อีกคุณประโยชน์ที่น่าสนใจคือความเป็นไปได้ในการลดความเสี่ยงมะเร็ง โดยมีการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในสิงคโปร์พบว่า สารเฟลมมูลิน (Flammulin) ในเห็ดเข็มทองช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งในห้องทดลองได้ ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันผลในคน จึงไม่สามารถใช้เห็ดเข็มทองแทนการรักษาได้
3. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
สารอาหารที่อัดแน่นอยู่ในเห็ดดอกเล็ก ๆ เหล่านี้ ล้วนแต่เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งจะช่วยป้องกันร่างกายจากสารอนุมูลอิสระที่จ้องทำลายสุขภาพของเรา อีกทั้งยังเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้อีกด้วย
4. ลดไขมันสะสมในระบบทางเดินอาหาร
รู้หรือไม่ว่าไขมันที่อยู่ในระบบทางเดินอาหารก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลดน้ำหนักไม่ลง แต่เห็ดเข็มทองช่วยได้ค่ะ เพราะเห็ดชนิดนี้มีกรดไลโนเลอิก (Linoleic Acid) และกากใยที่อาจช่วยลดการดูดซึมไขมันในระบบทางเดินอาหาร อาจช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมอาหารไปใช้ได้ดีขึ้น และอาจทำให้ไขมันสะสมในร่างกายได้รับการเผาผลาญมากขึ้นจากการทำงานของระบบทางเดินอาหารที่เป็นปกติค่ะ
5. ควบคุมระดับน้ำตาล
สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ถ้าพลาดเห็ดเข็มทองแล้วจะต้องเสียดาย เพราะอย่างที่บอกไปเมื่อข้างต้นแล้วว่าเห็ดเข็มทองสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ไม่เพียงแค่กับคนที่มีสุขภาพปกติ แต่กับคนที่เป็นโรคเบาหวานด้วย เพราะเห็ดเข็มทองจะช่วยให้ภาวะผกผันของระดับน้ำตาลลดลง อีกทั้งไฟเบอร์ที่อยู่ในเห็ดเข็มทองก็ยังไปช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลมาใช้ได้อีกด้วย จึงอาจช่วยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 คุมระดับน้ำตาลได้ง่ายขึ้นเมื่อกินร่วมกับการควบคุมอาหาร แต่ไม่ใช่การรักษา และยังต้องใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง
6. แก้ท้องผูก

7. ดีต่อสมอง
เห็ดเข็มทองเป็นเห็ดที่มีกรดอะมิโนสูง ซึ่งช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมองในส่วนของความจำ อีกทั้งช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ให้กับสมองทั้งในผู้ใหญ่และเด็กในวัยเจริญเติบโต โดยมีงานวิจัยเบื้องต้นที่ชี้ว่าอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ แต่ยังต้องศึกษาเพิ่มเติม
8. ลดไขมันในเลือด
อีกหนึ่งประโยชน์ที่ต้องยกความดีความชอบให้ก็คือเรื่องนี้ล่ะค่ะ เพราะกากใยในเห็ดเข็มทองอาจช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และลดความเสี่ยงภาวะไขมันในเลือดสูง ที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหัวใจในที่สุด
9. กระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ
สาเหตุที่เห็ดเข็มทองช่วยลดน้ำหนักได้ไม่ใช่แค่เพียงว่ามีแคลอรีต่ำเท่านั้น แต่เพราะสารอาหารที่มีประโยชน์ในเห็ดเข็มทองรวมทั้งกากใยที่มีอยู่ไม่น้อยจะไปช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น และไม่คั่งค้างเหลือกลายเป็นไขมันสะสมที่ร่างกายไม่ต้องการ คนที่มีปัญหาเรื่องระบบเผาผลาญต่ำ การกินเห็ดเข็มทองเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารก็อาจช่วยได้ไม่น้อยเลยล่ะ

เมนูเห็ดเข็มทอง กินกับอะไรก็อร่อย
ด้วยเพราะลักษณะของเห็ดเข็มทองที่ดูน่ารับประทานและมีรสสัมผัสที่เหนียวนุ่มจึงทำให้เห็ดเข็มทองสามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลาย แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังคิดไม่ออกว่าจะทานเห็ดเข็มทองกับอะไรดีก็ลองไปดูเมนูเหล่านี้ที่เราหยิบมาฝากกันเลยค่ะ
- เห็ดเข็มทองทอดเจ กับซอสมะขาม 3 รส อาหารเจทอดกรอบยั่วต่อมหิว
- ไข่เจียวเห็ดเข็มทอง เมนูไข่สุดง่าย ทำได้แค่ใช้ไมโครเวฟ
- พล่าเห็ดเข็มทองเจ อาหารเจรสจัดจ้าน ไร้แป้ง แคลอรีต่ำ
- เห็ดเข็มทองผัดเนย กลิ่นหอมชวนรับประทาน
- ไข่ตุ๋นไมโครเวฟเห็ดเข็มทองหมูสับ อร่อยง่าย ๆ สไตล์เด็กหอ
- วิธีทำ ต้มข่ากุ้งใส่เห็ดเข็มทอง หอมอร่อยรสกลมกล่อม
- เทมปุระเห็ดเจ อาหารเจกรุบกรอบได้ประโยชน์จากเห็ด
เห็ดเข็มทองมีเชื้อลิสทีเรียจริงไหม ?
เห็ดเข็มทองดิบอาจมีเชื้อลิสทีเรีย (Listeria monocytogenes) ปนเปื้อนมาได้จริง โดยจากข้อมูลของสถาบันอาหารที่สุ่มตรวจเห็ดเข็มทองดิบจากตลาดในกรุงเทพฯ 5 ตัวอย่าง ทั้งที่ปลูกในไทยและนำเข้าจากจีน ก็พบเชื้อครบทั้ง 5 ตัวอย่าง อย่างไรก็ตาม เชื้อตัวนี้แม้จะโตได้ในตู้เย็น แต่ไม่ทนความร้อน หากปรุงจนใจกลางอาหารร้อนถึง 70 องศาเซลเซียสนานอย่างน้อย 2 นาที ก็ลดเชื้อได้จนปลอดภัย
ดังนั้นเวลาทำอาหาร ควรตัดโคนแล้วแยกเห็ดเป็นช่อเล็ก ๆ ต้มหรือผัดจนเห็ดสุกนิ่มทั้งเส้น ไม่จุ่มชาบูแค่แป๊บเดียว ส่วนเมนูยำต้องลวกให้สุกก่อนคลุก ที่สำคัญคือต้องแยกตะเกียบหรือที่คีบสำหรับของดิบกับของสุก และล้างมือ เขียง มีด ทุกครั้งหลังจับเห็ดดิบ เพราะการล้างเห็ดด้วยน้ำไม่สามารถกำจัดเชื้อได้หมด สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะหากติดเชื้อมีโอกาสป่วยรุนแรงกว่าคนทั่วไป
ดังนั้นเวลาทำอาหาร ควรตัดโคนแล้วแยกเห็ดเป็นช่อเล็ก ๆ ต้มหรือผัดจนเห็ดสุกนิ่มทั้งเส้น ไม่จุ่มชาบูแค่แป๊บเดียว ส่วนเมนูยำต้องลวกให้สุกก่อนคลุก ที่สำคัญคือต้องแยกตะเกียบหรือที่คีบสำหรับของดิบกับของสุก และล้างมือ เขียง มีด ทุกครั้งหลังจับเห็ดดิบ เพราะการล้างเห็ดด้วยน้ำไม่สามารถกำจัดเชื้อได้หมด สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะหากติดเชื้อมีโอกาสป่วยรุนแรงกว่าคนทั่วไป
เรื่องของประโยชน์เพื่อสุขภาพ ต้องยอมรับว่าเห็ดเข็มทองนี่ไม่ได้มาเล่น ๆ ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเดี๋ยวนี้คนถึงหันมารับประทานเห็ดเข็มทองกันมากขึ้น ถ้าใครยังไม่เคยลองแต่อยากมีสุขภาพดีละก็ ถ้ามีโอกาสก็หาเจ้าเห็ดชนิดนี้มารับประทานกันดูนะคะ แต่อย่าลืมปรุงให้สุกทุกครั้งด้วยนะคะ รับรองจะติดใจ
บทความที่เกี่ยวข้องกับเห็ดเข็มทอง
ขอบคุณข้อมูลจาก : ชีวจิต, สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ, livestrong.com, Cancer & Natural Therapy Foundation of Australia, healthbenefitstimes.com, สถาบันอาหาร






