เตือนคนลุยน้ำท่วม ระวังโรคฉี่หนู อาการระยะแรกอาจคล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่หากปล่อยไว้มีโอกาสลุกลามรุนแรง เช็กอาการที่ต้องรีบพบแพทย์
![โรคฉี่หนู โรคฉี่หนู]()
โรคฉี่หนูเกิดจากเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Leptospira ซึ่งมักพบในปัสสาวะของสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น ๆ เช่น วัว ควาย หมู แพะ สุนัข หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงอย่างกระรอก โดยเชื้อสามารถแพร่กระจายออกสู่สิ่งแวดล้อมและเข้าสู่ร่างกายคนผ่านทางบาดแผลหรือเยื่อบุได้อย่างง่ายดาย
“ช่วงน้ำท่วมขังหรือพื้นที่ชื้นแฉะจะทำให้เชื้อฉี่หนูปะปนในน้ำและดิน หากมีแผลที่เท้าหรือเดินลุยน้ำโดยไม่ป้องกัน มีโอกาสติดเชื้อสูง”
ผู้ติดเชื้อในระยะแรกอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย ได้แก่ ไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่อง หลัง หรือมีอาการตาแดง ซึ่งอาจคล้ายกับไข้หวัดใหญ่หรือไข้เลือดออก แต่หากไม่ได้รับการรักษา โรคสามารถพัฒนาเข้าสู่ระยะรุนแรงได้ เช่น
โรคฉี่หนูสามารถตรวจวินิจฉัยได้จากการเจาะเลือด หากได้รับการวินิจฉัยแล้วสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ โดยอาการไม่รุนแรงมักใช้ยารับประทาน แต่หากอาการหนักจะต้องรักษาด้วยยาฉีด และเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
![โรคฉี่หนู โรคฉี่หนู]()
แนะวิธีป้องกันโรคฉี่หนู
อาการที่ต้องระวัง
หากมีไข้ ปวดเมื่อย ตาแดง และมีประวัติสัมผัสน้ำท่วมหรือน้ำจากแหล่งไม่สะอาดในช่วง 7–14 วันก่อนหน้า ควรรีบไปพบแพทย์ ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะโรคนี้อาจลุกลามรุนแรงและเสียชีวิตได้
คณะแพทยศาสตร์ มช. ขอความร่วมมือประชาชนให้เฝ้าระวังโรคฉี่หนูอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักและน้ำท่วมขัง พร้อมรณรงค์ให้ทุกคนรู้จักวิธีป้องกัน และเข้ารับการรักษาทันทีหากมีอาการต้องสงสัย

วันที่ 29 กันยายน 2569 อ. นพ.หฤษฎ์ ทองวิทูโกมาลย์ อาจารย์หน่วยโรคติดเชื้อและเวชศาสตร์เขตร้อนภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เตือนประชาชนระวังโรคฉี่หนู หรือ Leptospirosis ซึ่งพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะในพื้นที่น้ำท่วมขัง ดินโคลน และสิ่งแวดล้อมชื้นแฉะ ซึ่งเหมาะแก่การแพร่กระจายของเชื้อโรค แนะหากมีไข้ ปวดเมื่อย ตาแดง และมีประวัติลุยน้ำ ควรรีบพบแพทย์ทันที
โรคฉี่หนูเกิดจากเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Leptospira ซึ่งมักพบในปัสสาวะของสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น ๆ เช่น วัว ควาย หมู แพะ สุนัข หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงอย่างกระรอก โดยเชื้อสามารถแพร่กระจายออกสู่สิ่งแวดล้อมและเข้าสู่ร่างกายคนผ่านทางบาดแผลหรือเยื่อบุได้อย่างง่ายดาย
“ช่วงน้ำท่วมขังหรือพื้นที่ชื้นแฉะจะทำให้เชื้อฉี่หนูปะปนในน้ำและดิน หากมีแผลที่เท้าหรือเดินลุยน้ำโดยไม่ป้องกัน มีโอกาสติดเชื้อสูง”
ผู้ติดเชื้อในระยะแรกอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย ได้แก่ ไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่อง หลัง หรือมีอาการตาแดง ซึ่งอาจคล้ายกับไข้หวัดใหญ่หรือไข้เลือดออก แต่หากไม่ได้รับการรักษา โรคสามารถพัฒนาเข้าสู่ระยะรุนแรงได้ เช่น
- ตัวเหลือง
- ตาเหลือง
- ไตวาย
- ภาวะเลือดออกผิดปกติ เช่น ในปอด
โรคฉี่หนูสามารถตรวจวินิจฉัยได้จากการเจาะเลือด หากได้รับการวินิจฉัยแล้วสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ โดยอาการไม่รุนแรงมักใช้ยารับประทาน แต่หากอาการหนักจะต้องรักษาด้วยยาฉีด และเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

กลุ่มเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
- ผู้ที่ลุยน้ำท่วมโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผล
- เกษตรกร คนขุดลอกคูคลอง คนสวน
- ผู้ที่ทำงานกับสัตว์ เช่น สัตวแพทย์ พนักงานโรงฆ่าสัตว์
- นักท่องเที่ยวที่เล่นกีฬาทางน้ำ เดินป่า ลุยแม่น้ำหรือน้ำตก
แนะวิธีป้องกันโรคฉี่หนู
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำหรือดินในพื้นที่ที่อาจปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์
- หากจำเป็นต้องลุยน้ำ ควรสวมรองเท้าบูต ถุงมือ และชุดป้องกัน
- ปิดแผลให้มิดชิดด้วยวัสดุกันน้ำก่อนลุยน้ำ
- อาบน้ำและล้างร่างกายทันทีหลังสัมผัสน้ำที่ไม่สะอาด
- กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์หนู เช่น กองขยะ เศษอาหาร หรือที่รกร้าง
อาการที่ต้องระวัง
หากมีไข้ ปวดเมื่อย ตาแดง และมีประวัติสัมผัสน้ำท่วมหรือน้ำจากแหล่งไม่สะอาดในช่วง 7–14 วันก่อนหน้า ควรรีบไปพบแพทย์ ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะโรคนี้อาจลุกลามรุนแรงและเสียชีวิตได้
คณะแพทยศาสตร์ มช. ขอความร่วมมือประชาชนให้เฝ้าระวังโรคฉี่หนูอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักและน้ำท่วมขัง พร้อมรณรงค์ให้ทุกคนรู้จักวิธีป้องกัน และเข้ารับการรักษาทันทีหากมีอาการต้องสงสัย
ขอบคุณข้อมูลจาก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (official)






