หมอเจด เปิด 5 พฤติกรรมเสี่ยงนิ่วในไต ไม่ใช่แค่ดื่มน้ำน้อยที่ต้องระวัง ! หลายคนทำประจำไม่รู้ตัว พร้อมแนะวิธีแก้ให้ตรงจุด

เวลาเราพูดถึง "นิ่วในไต" สิ่งแรกที่คนนึกถึงมักเป็นเรื่องดื่มน้ำน้อย ซึ่งก็ถูกส่วนหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้วนิ่วยังเกี่ยวกับอาหารเค็ม โปรตีนสัตว์ที่มากเกินไป น้ำหวาน ออกซาเลต และสภาพของปัสสาวะด้วย
นิ่วไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว มันค่อย ๆ เริ่มจากสารบางอย่างในปัสสาวะที่เข้มข้นขึ้น แล้วจับตัวกันเป็นผลึกทีละนิด ดังนั้นถึงจะดื่มน้ำพอ แต่ถ้ายังทำพฤติกรรมบางอย่างซ้ำทุกวัน ก็ยังเสี่ยงได้
ล่าสุด (8 ตุลาคม 2569) นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก หมอเจด พาไปดู 5 พฤติกรรมที่ควรระวัง และแต่ละอย่างทำให้ "ปัสสาวะเหมาะกับการเกิดนิ่ว" ได้อย่างไร
1. ดื่มน้ำน้อย จนปัสสาวะเข้มทั้งวัน
ข้อนี้ตรงที่สุด พอดื่มน้ำน้อย ปัสสาวะก็เข้มขึ้น แคลเซียม ออกซาเลต ยูริก และสารอื่น ๆ ในปัสสาวะก็เข้มข้นตาม และยิ่งเข้มข้นมาก โอกาสที่สารเหล่านี้จะจับกันเป็นผลึกก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
ถ้าปัสสาวะเหลืองเข้มตลอดวัน หรือทั้งวันแทบไม่ได้เข้าห้องน้ำเลย ควรเริ่มดูเรื่องการดื่มน้ำก่อน
วิธีแก้
ถ้าไม่มีโรคหัวใจหรือโรคไตที่ต้องจำกัดน้ำ ให้ดื่มน้ำกระจายตลอดทั้งวัน ไม่ใช่ดื่มทีเดียวก่อนนอน
2. กินเค็มจัด ทำให้แคลเซียมออกทางปัสสาวะมากขึ้น
ข้อนี้หลายคนไม่รู้ โซเดียมสูงไม่ได้มีผลแค่กับความดัน แต่ยังทำให้แคลเซียมถูกขับออกทางปัสสาวะมากขึ้นได้ และยิ่งแคลเซียมในปัสสาวะสูง โอกาสเกิดนิ่วแคลเซียมก็ยิ่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในคนที่มีความเสี่ยงอยู่แล้ว
ตัวที่ต้องระวัง ได้แก่ น้ำปลา ซีอิ๊ว น้ำซุป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแปรรูป และของหมักดอง
วิธีแก้
ลดเค็มจากเครื่องปรุงและอาหารสำเร็จรูปก่อน ไม่ต้องรอให้รู้สึกว่าเค็ม เพราะโซเดียมรวมทั้งวันสูงได้โดยที่ลิ้นเราไม่รู้ตัว
3. กินเนื้อสัตว์หนักทุกมื้อ โดยเฉพาะคนที่ยูริกสูง
โปรตีนสัตว์ไม่ใช่ของต้องห้าม แต่ถ้าทุกมื้อมีเนื้อสัตว์เยอะมาก แล้วแทบไม่มีผักหรืออาหารชนิดอื่นเลย เรื่องนี้ต้องระวัง
การกินโปรตีนสัตว์มาก โดยเฉพาะเนื้อแดงและเครื่องใน อาจเพิ่มกรดยูริก ทำให้ปัสสาวะเป็นกรดมากขึ้น และทำให้ citrate ในปัสสาวะลดลง ทั้งหมดนี้ทำให้สภาพปัสสาวะเอื้อต่อการเกิดนิ่วบางชนิดมากขึ้น
วิธีแก้
ถ้ากินเนื้อสัตว์มากเกินไป ให้ลดปริมาณลง แล้วสลับไปกินโปรตีนจากไข่ เต้าหู้ ปลา หรือแหล่งอื่นให้หลากหลาย
4. กินออกซาเลตสูง แต่ดันไปงดแคลเซียมพร้อมกัน
ข้อนี้คนเข้าใจผิดกันเยอะมาก พอเคยเป็นนิ่วแคลเซียมก็คิดว่า "ต้องงดแคลเซียม" แต่จริง ๆ แล้ว ถ้ากินแคลเซียมจากอาหารน้อยเกินไป ออกซาเลตในลำไส้อาจถูกดูดซึมมากขึ้น แล้วถูกขับออกทางปัสสาวะมากขึ้น
อาหารออกซาเลตสูงที่ควรระวังถ้ากินเยอะ เช่น ผักโขม ชาเข้ม โกโก้ ถั่วบางชนิด และอาหารบางกลุ่ม
วิธีแก้
ไม่ต้องงดผักทั้งหมด แต่ถ้าเคยเป็นนิ่วชนิด calcium oxalate ให้ดูปริมาณอาหารที่มีออกซาเลตสูง และกินแคลเซียมจากอาหารในมื้อให้เหมาะสม พูดง่าย ๆ คือ อย่าตัดแคลเซียมเองแบบไม่มีหลัก จนออกซาเลตถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดมากกว่าเดิม
5. ดื่มน้ำหวานบ่อย น้ำหนักขึ้น และปล่อยให้น้ำตาลสูงเรื้อรัง
นิ่วเกี่ยวกับเมตาบอลิซึมมากกว่าที่คิด น้ำหวาน ฟรุกโตสสูง พุงใหญ่ ภาวะดื้อต่ออินซูลิน และยูริกสูง ทำให้ปัสสาวะเป็นกรดมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงนิ่วยูริกได้
ถ้าดื่มน้ำหวานแทนน้ำเปล่าแทบทุกวัน จะเสียทั้งสองทาง คือได้น้ำไม่พอ และได้พลังงานกับน้ำตาลเพิ่มมาอีก
วิธีแก้
ลดน้ำหวาน น้ำอัดลม และเครื่องดื่มที่มีฟรุกโตสสูง แล้วกลับมาดื่มน้ำเปล่าเป็นหลัก
ถ้าเคยเป็นนิ่วแล้ว อย่าปรับอาหารเหมือนกันทุกคน นิ่วไม่ได้มีชนิดเดียว มีทั้ง Calcium oxalate, Uric acid stone และชนิดอื่น ๆ ดังนั้นถ้าเคยเป็นซ้ำ สิ่งที่มีประโยชน์มากคือการรู้ว่าเป็นนิ่วชนิดไหน ตรวจค่าไต ตรวจปัสสาวะ และบางคนอาจต้องประเมินปัสสาวะ 24 ชั่วโมงด้วย
เพราะบางคนอาจต้องลดโซเดียม บางคนต้องดูยูริก บางคนต้องดูออกซาเลตหรือ citrate ถ้าเดาเองแล้วงดทุกอย่างพร้อมกัน อาหารก็พัง แต่ต้นเหตุของนิ่วยังไม่ได้แก้
สรุป
นิ่วในไตไม่ได้มาจากการ "ดื่มน้ำน้อย" อย่างเดียว แต่เกี่ยวกับว่าปัสสาวะเข้มแค่ไหน กินเค็มแค่ไหน กินโปรตีนสัตว์เยอะไหม กินออกซาเลตสูงหรือเปล่า และเมตาบอลิซึมของเราดีแค่ไหน
ถ้าอยากลดความเสี่ยง ให้เริ่มจาก
- ดื่มน้ำให้พอ
- ลดเค็ม
- ไม่กินเนื้อสัตว์หนักทุกมื้อ
- ลดน้ำหวาน
- อย่าตัดแคลเซียมเองโดยไม่รู้ว่าเป็นนิ่วชนิดไหน
เพราะการป้องกันนิ่วให้ตรงจุด ง่ายกว่ารอให้วันหนึ่งปวดเอวจนนั่งไม่ติด
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก หมอเจด






