หนุ่มไม่ได้มีเพศสัมพันธ์มา 3 ปี สุดท้ายติดเชื้อ HIV ตกใจติดได้ยังไง หมอเฉลยแล้วยังมีช่องทางอื่นอีกที่ติดได้ ตอนนี้ต้องรีบรักษาก่อน

วันที่ 19 ตุลาคม 2569 เฟซบุ๊ก ใกล้หมอโพลีคลีนิก มีการเล่าเรื่องชายไทยวัย 40 ปี มีฝ้าขาวเต็มปาก สุดท้ายติดเชื้อ HIV รายละเอียดทั้งหมด มีดังนี้
ผู้ป่วยชายไทย รูปร่างผอม อายุ 40 ปี ไม่มีประวัติโรคประจำตัวใด ๆ มาพบผมที่ห้องตรวจด้วยเรื่องมีฝ้าขาวเต็มปากมาสองสัปดาห์ ไม่เจ็บไม่ปวดในช่องปาก แต่รู้สึกเฝื่อนๆ ในปาก ทำให้ทานอาหารไม่อร่อย และมีอาการไอแห้งๆ ช่วงเย็นๆ มาประมาณหนึ่งเดือน
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ใกล้หมอโพลีคลีนิก
จากการตรวจร่างกาย พบว่าผู้ป่วยไม่มีไข้ ความดันโลหิตปกติ ชีพจรปกติ ออกซิเจนในเลือดปกติ ตรวจภายในช่องปากพบฝ้าขาวเต็มปากไปหมด ทั้งบนเพดาน หลังคอ กระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง ลิ้น (ดังภาพประกอบในโพสต์)
ตามปกติในผู้ใหญ่ทั่วไปมักจะไม่มีการติดเชื้อราในช่องปากแบบนี้ ถ้ามีการติดเชื้อราในช่องปาก เราจะนึกถึงว่าผู้ป่วยท่านนั้นมีโรคอะไรสักอย่างแอบอยู่ ที่ทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายของคนไข้คนนั้นต่ำกว่าปกติมาก เช่น โรคเอดส์ โรคเรื้อรังต่างๆ ที่รักษาและควบคุมไม่ดี เช่น เบาหวาน ไตวายเรื้อรัง โรคมะเร็ง วัณโรคปอด หรือผู้ป่วยบางท่านเป็นโรคหอบหืดแล้วพ่นยาสเตียรอยด์ผ่านทางปากทุกๆ วัน เป็นต้น
ผมจึงแนะนำให้ผู้ป่วยท่านนี้ทำการตรวจเลือดเพื่อดูน้ำตาลในเลือด ตรวจการติดเชื้อเอชไอวี ตรวจการติดเชื้อซิฟิลิส และตรวจเอกซเรย์ปอด (เนื่องจากผู้ป่วยมีประวัติไอเรื้อรังมาเป็นเดือนด้วย)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ใกล้หมอโพลีคลีนิก
ในตอนแรกผู้ป่วยแจ้งว่าไม่มีเพศสัมพันธ์หรือความเสี่ยงมาสามปีแล้ว และเมื่อสองปีก่อนได้เคยตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีแล้ว และพบว่าไม่พบการติดเชื้อ แต่ผมคิดว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงที่อาจจะติดเชื้อเอชไอวี เพราะเป็นผู้ป่วยกลุ่ม LGBTQ จึงยืนยันขอตรวจเลือดดูเพื่อความแน่นอน
ผลการตรวจที่ออกมาคือ
1. น้ำตาลในเลือดปกติ
2. เอกซเรย์ปอดปกติ
3. ไม่พบการติดเชื้อซิฟิลิส
4. ผล Anti HIV เป็นผลบวก
เป็นไปตามที่ผมคาด ก็คือผู้ป่วยมีการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) แต่ไม่รู้ตัว จึงไม่ได้ไปทำการรักษา เมื่อภูมิต้านทานของร่างกายตกลงมาก ทำให้คนไข้ง่ายต่อการถูกเชื้อโรคชนิดอื่น ๆ เข้ามาทำร้าย รวมถึงเชื้อราด้วย จึงมีการติดเชื้อราในช่องปากเต็มไปหมด (ดังภาพที่ประกอบในโพสต์)
เมื่อผมได้แจ้งผลเลือดให้แก่ผู้ป่วยทราบ ผู้ป่วยตกใจและสงสัยอย่างมากว่าตนเองไปติดเชื้อมาได้อย่างไร เพราะยืนยันว่าไม่มีเพศสัมพันธ์มาสามปีแล้ว และสองปีก่อนก็ตรวจแล้วว่าไม่ติดเชื้อ ผมจึงอธิบายว่า ณ วันนี้สิ่งสำคัญไม่ใช่เรื่องของการหาว่าติดมาจากไหน แต่สิ่งสำคัญคือต้องเริ่มรักษา รับยาต้านไวรัส และผมได้ให้กำลังใจว่าปัจจุบันโรคติดเชื้อเอชไอวีเป็นโรคที่สามารถรักษาได้ ถ้ารักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กินยาสม่ำเสมอ ดูแลตัวเองดีๆ ก็จะมีอายุขัยได้เหมือนคนทั่วไปที่ไม่ป่วยเป็นโรค HIV
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ใกล้หมอโพลีคลีนิก
และการรักษาที่ผมให้เบื้องต้นก็คือ ให้ยาฆ่าเชื้อราชนิดกิน ยาฆ่าเชื้อราชนิดป้ายในช่องปาก และน้ำยาบ้วนฆ่าเชื้อโรคในช่องปาก และให้ผลเลือดทั้งหมดแก่ผู้ป่วยไปรักษารับยาต้านไวรัสเอชไอวีที่โรงพยาบาลที่ผู้ป่วยต้องการ
ต่อมาทางเพจโพสต์เพิ่มเติมว่า สืบเนื่องมาจากเรื่องเล่าจากห้องตรวจ Epi.225 ที่มีคนสนใจเข้าชมมากกว่า 2 ล้าน 8 แสนคน ผมขอสรุปความรู้ที่ผู้เข้าชมจะได้จากโพสต์นี้ คือ
1. โรคติดเชื้อ HIV ยังคงมีอยู่ในสังคมไทย
2. ช่องทางในการติดเชื้อหลัก ๆ คือ การมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกันจากแม่สู่ลูกขณะคลอด
3. ช่องทางติดเชื้อที่คนบางกลุ่มอาจจะคาดไม่ถึง การไปทำหัตถการในสถานประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น สถานเสริมสวย สถานสัก เจาะร่างกายต่าง ๆ การทำออรัลเซ็กซ์ให้กับคนที่มีเชื้อ การโดนสารคัดหลั่งทางเพศของคนที่มีเชื้อเข้าสู่แผลเล็ก ๆ ของเรา
4. ปัจจุบันมีความก้าวหน้าทางการรักษาโรค HIV อย่างมาก ถ้าเป็นแล้วให้รีบไปรักษาให้เร็วที่สุด






