5 อย่างที่เลิกทำได้ อายุอาจยืนขึ้นอีก 10 ปี หมอบอกเลย หลายข้อทำกันประจำไม่รู้ตัว

          หมอเจด เผย 5 พฤติกรรมที่ควรเลิกทำ อายุอาจยืนขึ้นอีก 10 ปี ทั้งบุหรี่ การนั่งนาน การกิน น้ำหนัก และแอลกอฮอล์ พร้อมแนะวิธีเริ่มปรับพฤติกรรมแบบทำได้จริง

5 พฤติกรรมที่ควรเลิกทำ อายุอาจยืนขึ้นอีก 10 ปี

          ไม่ว่าใครก็คงอยากมีอายุยืนยาว แต่บางพฤติกรรมที่เราทำอาจส่งผลต่ออายุขัยของเราโดยไม่รู้ตัว โดยล่าสุด (29 ตุลาคม 2569) นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก หมอเจด เผยคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่ควรเลิกทำ 5 อย่าง โดยชี้ว่า "เลิกทำ 5 อย่างนี้ได้ อายุอาจยืนขึ้นอีก 10 ปี"

          นพ.เจษฎ์ ระบุว่า พฤติกรรมที่เราทำทุกวันอาจทำให้อายุขัยต่างกันได้มากกว่า 10 ปี หลายคนอาจคิดว่าเว่อร์ไปหรือเปล่า แต่มีงานวิจัยที่น่าสนใจตีพิมพ์ในวารสาร Circulation ปี 2018 วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของคนอเมริกันกว่า 120,000 คน พบว่าคนที่มีพฤติกรรมสุขภาพดีครบ 5 ด้าน มีอายุขัยเฉลี่ยที่คาดการณ์ไว้ยาวกว่ากลุ่มที่ไม่มีพฤติกรรมเหล่านี้ ประมาณ 12.2 ปี ในผู้ชาย และ 14 ปี ในผู้หญิง (ข้อมูลจาก PubMed Central)

          อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าเลิกครบ 5 อย่างแล้วทุกคนจะอายุยืนขึ้นเท่านี้แน่นอน เพราะเป็นผลการประเมินจากข้อมูลประชากร ซึ่งยังมีปัจจัยอื่นเกี่ยวข้องด้วย

          สิ่งที่อยากชวนคิดคือ การมีโอกาสอายุยืนขึ้นอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากอาหารเสริมราคาแพงหรือเคล็ดลับพิเศษอะไรเลย แต่อาจเริ่มจาก 5 นิสัยที่เราควรเลิกทำตั้งแต่วันนี้

1. เลิกคิดว่าสูบบุหรี่แค่ไม่กี่มวนคงไม่เป็นไร

          บางคนสูบบุหรี่มาหลายสิบปี แต่ยังรู้สึกแข็งแรง ไม่ไอ ไม่เหนื่อย ก็เลยคิดว่าตัวเองคงไม่ได้รับผลกระทบอะไร

          แต่ความจริงบุหรี่ไม่ได้ทำร้ายแค่ปอด สารพิษจากควันบุหรี่ยังทำลายหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง มะเร็งหลายชนิด และโรคปอดเรื้อรัง แม้สูบไม่มากก็ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ และไม่มีจำนวนบุหรี่ที่ถือว่าปลอดภัยอย่างแท้จริง

วิธีแก้

          ข่าวดีคือการเลิกสูบบุหรี่ยังมีประโยชน์ แม้จะสูบมานานหลายปีแล้วก็ตาม ความเสี่ยงของโรคหลายชนิดจะค่อย ๆ ลดลงหลังเลิก เพราะฉะนั้น อย่าใช้คำว่า "สูบแค่นิดเดียว" เป็นเหตุผลให้ตัวเองสูบต่อ

2. เลิกนั่งทั้งวัน แล้วคิดว่าออกกำลังกายแค่ตอนเย็นก็พอ

          ลองนับดูว่าแต่ละวันเรานั่งกี่ชั่วโมง นั่งทำงาน นั่งขับรถ นั่งกินข้าว กลับถึงบ้านก็นั่งดูโทรศัพท์ต่ออีก บางคนแทบไม่ได้ลุกเดินเลยทั้งวัน พอตอนเย็นเดินออกกำลังกายสักหน่อยก็คิดว่าชดเชยเวลาที่นั่งมาทั้งวันได้แล้ว

          ความจริงการออกกำลังกายมีประโยชน์มาก แต่การนั่งนานและขยับตัวน้อยก็ยังเป็นพฤติกรรมที่ควรลดควบคู่กันไป เพราะการไม่ค่อยเคลื่อนไหวสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

วิธีแก้

          - ลองเริ่มจากลุกเดินระหว่างวัน เดินขึ้นบันไดตามกำลัง เดินหลังอาหาร หรือเดินเร็วสะสมให้ได้ตามเป้าหมาย

          - ผู้ใหญ่ส่วนมากควรมีกิจกรรมแอโรบิกระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ พร้อมฝึกกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วัน

          - ไม่จำเป็นต้องวิ่งมาราธอน แต่อย่าปล่อยให้ทั้งวันร่างกายแทบไม่ได้ขยับเลย

3. เลิกกินตามใจปากทุกมื้อ โดยไม่ดูว่ากำลังสะสมอะไรอยู่

          ไม่ได้จะบอกให้ทุกคนเลิกกินของอร่อย แต่ปัญหาคืออาหารบางอย่างจากที่เคยกินเป็นครั้งคราว กลับกลายเป็นสิ่งที่กินแทบทุกวัน เช้าเริ่มด้วยกาแฟหวาน กลางวันมีน้ำอัดลม บ่ายกินขนม เย็นกินอาหารแปรรูป แล้วปิดท้ายด้วยของหวานอีกมื้อ

          ถ้ากินแบบนี้ต่อเนื่อง ร่างกายอาจได้รับทั้งน้ำตาล โซเดียม ไขมันอิ่มตัว และพลังงานมากเกินความต้องการ สิ่งเหล่านี้สัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ และโรคหัวใจ

วิธีแก้

          - ปรับให้แต่ละวันมีผัก ผลไม้ทั้งผล ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว ปลา และแหล่งโปรตีนที่เหมาะสมมากขึ้น

          - ลดเครื่องดื่มหวาน เนื้อแปรรูป และอาหารที่หวานจัดหรือเค็มจัดเป็นประจำ

          ไม่จำเป็นต้องกินคลีนทุกมื้อ แต่ก็อย่าปล่อยให้มื้อที่ไม่ดีต่อสุขภาพกลายเป็นเมนูประจำทุกวัน

4. เลิกปล่อยให้น้ำหนักและรอบเอวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจ

          หลายคนเริ่มจากน้ำหนักขึ้นปีละ 1-2 กิโลกรัม แรก ๆ ก็รู้สึกว่าไม่เยอะ แต่ผ่านไป 5-10 ปี น้ำหนักอาจเพิ่มขึ้นมากโดยที่เราแทบไม่ทันสังเกต โดยเฉพาะไขมันสะสมในช่องท้อง ซึ่งสัมพันธ์กับภาวะดื้อต่ออินซูลิน เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันสูง ไขมันพอกตับ และโรคหัวใจ

          แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องผอมถึงจะสุขภาพดี สิ่งที่สำคัญกว่าคือการดูแนวโน้มน้ำหนัก รอบเอว ความแข็งแรง และค่าตรวจสุขภาพร่วมกัน

วิธีแก้

          สำหรับคนที่มีน้ำหนักเกินหรือมีไขมันสะสมมาก การลดน้ำหนักอย่างเหมาะสมแม้เพียงบางส่วนก็อาจช่วยให้ความดัน น้ำตาล และปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพดีขึ้นได้ อย่ารอจนตัวเลขสุขภาพเริ่มผิดปกติหลายตัว แล้วค่อยหันมาดูแลน้ำหนัก

5. เลิกคิดว่าดื่มหนักเฉพาะวันหยุด ไม่เป็นไรหรอก

          ข้อนี้ต้องระวัง เพราะบางคนไม่ได้ดื่มเหล้าทุกวัน แต่พอถึงวันศุกร์หรือวันเสาร์ก็ดื่มหนักหลายแก้วภายในคืนเดียว แล้วคิดว่าอีก 5 วันที่ไม่ได้ดื่มน่าจะทำให้ร่างกายไม่มีปัญหาอะไร

          แต่ความเสี่ยงจากแอลกอฮอล์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนวันที่ดื่มเพียงอย่างเดียว ปริมาณที่ดื่มแต่ละครั้งก็สำคัญ การดื่มหนักเพิ่มความเสี่ยงอุบัติเหตุ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันสูง โรคตับ และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งหลายชนิด แม้จะไม่ได้ดื่มจนเมาก็ตาม

          งานวิจัยปี 2018 ข้างต้น ใช้เกณฑ์การดื่มระดับปานกลางเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ศึกษา แต่หลักฐานด้านสุขภาพในปัจจุบันไม่ได้สนับสนุนให้คนที่ไม่ดื่มเริ่มดื่มเพื่อหวังอายุยืน

วิธีแก้

          - ถ้าไม่ดื่มอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเริ่ม

          - คนที่ดื่ม การลดหรือหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์เป็นทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้

          - อย่าคิดว่าดื่มแค่วันหยุดแล้วจะปลอดภัย ถ้าแต่ละครั้งดื่มหนักมาก

ถ้าเลิกทั้ง 5 อย่างไม่ไหว ควรเริ่มจากตรงไหน

          ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบภายในวันเดียว ลองเลือกเริ่มจากสิ่งที่มีความเสี่ยงชัดเจน และเราสามารถลงมือเปลี่ยนได้ก่อน

          - ถ้ายังสูบบุหรี่ ให้ความสำคัญกับการเลิกสูบ หากเลิกเองยากสามารถขอความช่วยเหลือจากคลินิกเลิกบุหรี่ได้

          - ถ้านั่งนานทั้งวัน เริ่มจากเพิ่มการลุกเดินและสะสมกิจกรรมทางกายให้มากขึ้นตามกำลัง

          - ถ้ากินอาหารไม่สมดุล เลือกเปลี่ยนหนึ่งอย่างที่ทำได้จริง เช่น ลดน้ำหวานประจำวัน หรือเพิ่มผักในมื้อหลัก

          - ถ้าน้ำหนักเกิน ตั้งเป้าปรับพฤติกรรมอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องอดอาหารจนร่างกายอ่อนแรง

          - ถ้าดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ เริ่มลดหรือวางแผนหยุด โดยคนที่ดื่มหนักต่อเนื่องจนมีภาวะพึ่งพาแอลกอฮอลควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดทันที เพราะอาจมีอาการถอนสุราที่อันตรายได้

อายุ 50 หรือ 60 ปี เพิ่งเริ่มดูแลตัวเอง สายไปไหม

          ยังไม่สาย การปรับพฤติกรรมสุขภาพยังมีประโยชน์แม้เริ่มเมื่ออายุมากขึ้นแล้ว เพียงแต่ผลลัพธ์จะแตกต่างกันตามสุขภาพเดิม โรคประจำตัว และสิ่งที่เราปรับได้จริง

สรุป

          การเพิ่มโอกาสมีชีวิตที่ยืนยาวและแข็งแรงขึ้น บางครั้งไม่ได้เริ่มจากการซื้ออะไรเพิ่ม แต่อาจเริ่มจากการหยุดบางอย่างที่เราทำจนเคยชินมาหลายปี ทั้งบุหรี่ การไม่ค่อยเคลื่อนไหว การกินที่ไม่สมดุล การปล่อยให้น้ำหนักเกินสะสม และการดื่มแอลกอฮอล์หนัก

          ส่วนตัวเลขอายุยืนขึ้นกว่า 10 ปี เป็นผลการคาดการณ์จากงานวิจัยระดับประชากร ไม่ใช่คำรับประกันว่าใครเปลี่ยนครบแล้วจะมีอายุเพิ่มขึ้นอีก 10 ปีแน่นอน แต่สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการลดพฤติกรรมเสี่ยงตั้งแต่วันนี้ เพราะเราเลือกไม่ได้ว่าจะมีชีวิตอยู่ถึงอายุเท่าไร แต่เราเลือกได้ว่าจะลดความเสี่ยงอะไรให้ตัวเองตั้งแต่ตอนนี้


ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก หมอเจด




เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
5 อย่างที่เลิกทำได้ อายุอาจยืนขึ้นอีก 10 ปี หมอบอกเลย หลายข้อทำกันประจำไม่รู้ตัว โพสต์เมื่อ 29 ตุลาคม 2569 เวลา 16:57:09
TOP
x close