หมอประชา เปิดเคสผู้ป่วยชายชาวต่างชาติ ปวดหัว 2 สัปดาห์ ก่อนพบเนื้องอกในสมอง พร้อมเผย 6 สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม เป็นแล้วควรรีบพบแพทย์

วันที่ 31 ตุลาคม 2569 นายแพทย์ประชา กัญญาประสิทธิ์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบประสาท โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม โพสต์คลิปผ่านเฟซบุ๊ก หมอประชาผ่าตัดสมอง ให้ความรู้ในหัวข้อ "ปวดหัวแบบไหน ให้สงสัยเนื้องอกสมอง " เตือนถึงอาการปวดหัวที่หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา อาจเป็นสัญญาณเตือนความผิดปกติภายในสมองที่ไม่ควรมองข้าม
ภาพจาก เฟซบุ๊ก หมอประชาผ่าตัดสมอง
หมอประชา เผยว่า เคสผู้ป่วยชายชาวต่างชาติรายหนึ่ง มีอาการปวดหัวต่อเนื่องนาน 2 สัปดาห์ ผู้ป่วยรายนี้มีลักษณะอาการปวดหัวที่น่าสังเกต โดยในช่วงสัปดาห์แรกกินยาแล้วอาการดีขึ้น จึงยังไม่ได้เดินทางไปโรงพยาบาล แต่เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 อาการกลับแย่ลง กินยาแล้วไม่ดีขึ้น เริ่มมีอาการสับสน แม้จะนอนพักก็ไม่ทุเลา กระทั่งอ่อนแรงจนลุกไม่ไหว ภรรยาจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล
ภายหลังตรวจพบก้อนเนื้องอกในสมอง แพทย์จึงทำการผ่าตัดนำก้อนเนื้องอกออก โดยหลังผ่าตัดผู้ป่วยฟื้นตัวได้ ไม่เกิดความพิการ เหลือเพียงร่องรอยบริเวณที่เคยพบเนื้องอกเท่านั้น จากกรณีนี้ หมอประชาจึงฝากเตือนให้ทุกคนหมั่นสังเกตอาการปวดหัวของตัวเอง เพราะบางลักษณะอาจเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องได้รับการตรวจจากแพทย์
ภาพจาก เฟซบุ๊ก หมอประชาผ่าตัดสมอง
6 สัญญาณเตือน ปวดหัวแบบไหนเสี่ยงเนื้องอกในสมอง
1. ปวดหัวรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
หากอาการปวดหัวมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น เมื่อ 2 เดือนก่อน ปวดในระดับ 5 เต็ม 10 แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 9 เต็ม 10 ลักษณะนี้เรียกว่า Progressive Headache หรืออาการปวดหัวที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ควรระวัง
2. ปวดหัวตอนกลางคืนหรือตื่นเช้ามาก็ปวด
อีกหนึ่งลักษณะที่ควรสังเกต คือ อาการปวดหัวในช่วงดึก ๆ หรือปวดทันทีเมื่อตื่นนอน โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับแรงดันภายในสมองที่สูงขึ้นในช่วงกลางคืน เนื่องจากขณะหลับร่างกายจะหายใจช้าลง ทำให้ระดับคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้เส้นเลือดในสมองขยายตัวและเกิดอาการปวดหัวได้
3. กินยาแล้วไม่หาย นอนพักก็ไม่ดีขึ้น
หากเคยกินยาแล้วอาการปวดหัวทุเลา แต่ต่อมากลับกินยาเท่าไรก็ไม่ดีขึ้น หรือแม้แต่นอนพักอาการก็ยังแย่ลง ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ อย่างเคสผู้ป่วยรายนี้ ช่วงสัปดาห์แรกกินยาแล้วอาการดีขึ้น แต่เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 กลับปวดมากขึ้น เริ่มสับสนและอ่อนแรงจนลุกไม่ไหว
ภาพจาก เฟซบุ๊ก หมอประชาผ่าตัดสมอง
4. ปวดหัวตำแหน่งเดิม ไม่ย้ายข้าง
หมอประชายกตัวอย่างผู้ป่วยรายนี้ที่เริ่มมีอาการปวดบริเวณศีรษะด้านขวา ก่อนจะลามไปทั่วศีรษะ โดยลักษณะการปวดยังคงเป็นรูปแบบเดิม ไม่ได้สลับตำแหน่งไปมา ซึ่งเป็นอีกลักษณะที่ควรสังเกตประกอบกับอาการอื่น ๆ
5. ปวดหัวร่วมกับอาการผิดปกติอื่น ๆ
ข้อนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยผู้ป่วยรายนี้เริ่มมีอาการสับสนจนภรรยาต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังมีอาการแขนขาซีกซ้ายอ่อนแรงและทรงตัวไม่ได้
ส่วนอาการร่วมอื่น ๆ ที่ควรระวัง ได้แก่ ชาบริเวณใบหน้า มุมปากตก ปากเบี้ยว พูดไม่ได้ พูดไม่ชัด ฟังไม่เข้าใจ และกลืนลำบาก หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปโรงพยาบาล
6. ปวดหัวรุนแรงที่สุดในชีวิต ไม่เคยเป็นมาก่อน
หากอยู่ ๆ มีอาการปวดหัวรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา หรือเป็นอาการปวดในลักษณะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์โดยเร็ว
ภาพจาก เฟซบุ๊ก หมอประชาผ่าตัดสมอง
ปวดหัวแบบไหนไม่ต้องกังวลมาก ?
หมอประชาอธิบายเพิ่มเติมว่า หากมีอาการปวดหัวแต่ไม่เข้าเกณฑ์สัญญาณเตือนทั้ง 6 ข้อ ก็ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกจนเกินไป เช่น อาการปวดหัวแป๊บเดียว ปวดสลับตำแหน่งไปมา หรือปวดสัมพันธ์กับรอบเดือน ซึ่งอาการเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นอาการปวดหัวที่อันตราย และมักดีขึ้นได้เมื่อกินยา นอนพัก หรือออกกำลังกายเพื่อลดโอกาสการเกิดอาการซ้ำ
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของอาการตัวเอง เพราะอาการปวดหัวไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเนื้องอกในสมองทุกครั้ง แต่หากปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ กินยาแล้วไม่ดีขึ้น ปวดแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาทร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปเพราะคิดว่าเป็นเพียงอาการปวดหัวธรรมดา
