Kapook.com

หมอเตือน อาหารกินเพลิน กินบ่อย ๆ ระวัง 5 โรคร้ายถามหา แนะปรับนิสัยเพื่อสุขภาพดี

แก้ไขเมื่อ 25 เมษายน 2568 เวลา 11:39 น.

หมอเตือน อาหารกินเพลิน กินบ่อย ๆ ระวัง 5 โรคร้ายถามหา แนะปรับนิสัยเพื่อสุขภาพดี

แก้ไขเมื่อ 25 เมษายน 2568 เวลา 11:39 น.

         หมอเจด เผยชื่ออาหารกินเพลิน หากกินบ่อย ๆ ระวัง 5 โรคร้าย อันตรายถึงชีวิต พร้อมแนะวิธีเริ่มเช็กยังไงให้สุขภาพดีขึ้น
หมอเตือน อาหารกินเพลิน กินบ่อย ๆ ระวัง 5 โรคร้าย

          วันที่ 25 เมษายน 2568 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา โพสต์ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด ในหัวข้อ กินแบบนี้ทุกวัน ระวัง 5 โรคร้าย อันตรายถึงตุย

          เชื่อว่าเราทุกคนชอบของอร่อย รวมไปถึงชีวิตประจำวันเรามันเร่งรีบมากขึ้น เราเลยกินอาหาร "Ultra-Processed Food" (UPF) หรือ "อาหารแปรรูปขั้นสูง" มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นขนมถุง ข้าวกล่อง น้ำหวาน หรือ อาหารแช่แข็ง จริง ๆ แล้วมันอาจไม่ใช่ "อาหาร" ในความหมายที่แท้จริงก็ได้

          ในหนังสือ Ultra-Processed People: อร่อยลวงตาย คุณหมอ Chris van Tulleken เล่าถึง "Ultra-Processed Food" (UPF) หรือ "อาหารแปรรูปขั้นสูง" ว่าเป็นอาหารที่ถูกออกแบบมาให้เรากินเพลิน ติดใจ แต่เต็มไปด้วยสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการ เช่น น้ำตาล ไขมันทรานส์ สารแต่งกลิ่น สารปรุงแต่ง ฯลฯ สิ่งที่น่ากังวลคือ อาหารพวกนี้กำลังกลายเป็นอาหารหลักของคนยุคใหม่โดยไม่รู้ตัว และที่สำคัญ มันไม่ได้ทำให้แค่ "อ้วน" แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นของโรคเรื้อรังร้ายแรงหลายโรคเลยทีเดียว

หมอเตือน อาหารกินเพลิน กินบ่อย ๆ ระวัง 5 โรคร้าย

1. โรคหัวใจและหลอดเลือด (รวมถึงหลอดเลือดสมอง)

          ในหนังสือเขียนอธิบายไว้นะว่า UPF เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจโดยตรง ทั้งผ่านการเพิ่ม LDL (ไขมันเลว), กระตุ้นการอักเสบในหลอดเลือด และเพิ่มความดันโลหิต ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง

          ในไทยเอง หรือถ้าเราสังเกต คนไข้หัวใจวายเฉียบพลัน มักไม่ได้เป็น "คนชอบกินมัน" อย่างที่คนทั่วไปคิด แต่คือคนที่กินแบบไม่รู้ตัว กาแฟเย็น+โดนัททุกเช้า เบอร์เกอร์ดึก ๆ หลังเลิกงาน หรือขนมถุงหลังอาหารเย็น นั่นแหละ UPF ตัวร้าย

          สิ่งที่หมอมักบอกพวกเขาคือ "ไม่ต้องเลิกขาดทันที แต่อย่ากินมันโดยไม่รู้ว่ามันคืออะไร" เริ่มแค่ อ่านฉลากก่อนซื้อ ก็ลดความเสี่ยงได้มากแล้ว

2. โรคมะเร็ง (ลำไส้ เต้านม)

          จากหนังสือ Dr. Chris พูดถึงความเชื่อมโยงของ UPF กับมะเร็ง โดยเฉพาะ ไนไตรต์ / ไนเตรต ที่ใช้ในเนื้อแปรรูป เช่น แฮม ไส้กรอก เบคอน ซึ่งมีหลักฐานว่าส่งผลต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ นอกจากนี้ UPF ยังมีผลต่อ จุลินทรีย์ในลำไส้ (gut microbiota) ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันและการควบคุมเซลล์ผิดปกติ

          ในความเป็นจริง เรามักคิดว่ามะเร็งคือเรื่องกรรมพันธุ์ หรือโชคร้าย แต่จริง ๆ แล้ว พฤติกรรมการกินแบบเดิม ๆ ทุกวัน ก็มีผลมาก คนไข้บางคนที่เป็นมะเร็งลำไส้ในวัยไม่ถึง 50 ปี ไม่มีประวัติครอบครัวเลย แต่กินเนื้อแปรรูปกับอาหารฟาสต์ฟู้ดแทบทุกวัน หมอไม่ได้โทษอาหารอย่างเดียว แต่อยากให้สังเกตการกินและปรับดู

 หมอเตือน อาหารกินเพลิน กินบ่อย ๆ ระวัง 5 โรคร้าย 

3. โรคเบาหวานชนิดที่สอง


          UPF ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้นเร็ว ส่งผลให้เกิด "ภาวะดื้อต่ออินซูลิน" ซึ่งเป็นจุดเริ่มของโรคเบาหวานชนิดที่สอง โดยเฉพาะอาหารที่มี น้ำตาลฟรุกโตสสูง (HFCS) อย่างน้ำอัดลม น้ำหวาน ขนมปังไส้หวาน ก็เป็นสาเหตุหลัก ของเบาหวานที่เราเจอ

          คนเป็นเบาหวาน บางทีเราก็กินของหวานแบบไม่รู้ตัว เช่น น้ำผลไม้กล่อง ขนมในร้านสะดวกซื้อ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง (พร้อมน้ำจิ้มหวาน)

          สิ่งที่อยากแนะนำคือ "ตัดหวานที่ไม่รู้ตัวก่อน" แล้วค่อยคุมอาหารอื่น ๆ ตามมา ซึ่งหมอก็แนะนำหลายคนแบบนี้ หลายคนกลับมาด้วยน้ำตาลลดโดยไม่ต้องปรับยา เพราะพวกเขาแค่ หยุดน้ำหวานเย็น ๆ ทุกวัน

4. โรคสมองเสื่อม

          สารเคมีบางชนิดใน UPF เช่น emulsifiers, flavor enhancers และสารกันเสีย สามารถกระตุ้นการอักเสบแบบเรื้อรัง ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของสมอง และอาจเกี่ยวข้องกับการพัฒนาโรคอัลไซเมอร์

          พอเราพูถึงเรื่อง อัลไซเมอร์ หลายคนคิดว่า คือเรื่องของผู้สูงอายุแต่ความจริงคือ พฤติกรรมของเราในวัย 30-40 มีผลต่อสมองในวัย 70 การกิน UPF อย่างต่อเนื่อง = การเร่งอายุสมอง

          แนะนำแบบนี้ว่า ให้เริ่มเปลี่ยนง่าย ๆ เช่น กินผลไม้สดแทนขนมซองระหว่างวัน หรือถ้าอยากกินขนม ให้เลือกแบบทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ มันไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติ แต่คือการดูแลสมองระยะยาวครับ

5. โรคไขมันพอกตับ (NAFLD)

          Dr. Chris เตือนถึง UPF ที่มีน้ำตาลฟรุกโตสสูง โดยเฉพาะจาก น้ำอัดลมและขนมสำเร็จรูปว่ามีผลโดยตรงต่อการสะสมไขมันในตับ และหากไม่จัดการ อาจลุกลามเป็น ตับอักเสบ ตับแข็ง หรือมะเร็งตับ

          หมอพูดอยู่บ่อย ๆ ว่า โรคไขมันพอกตับ เป็นโรคที่ไม่มีอาการ พบมากขึ้นในคนอายุน้อย และส่วนใหญ่มารู้ตัวตอนทำอัลตร้าซาวด์เจอโดยบังเอิญ ใครที่กินหวานทุกวัน ดื่มน้ำอัดลมบ่อย แถมยังไม่ออกกำลังกาย ตับคุณอาจพอกไขมันแล้วโดยไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้น โรคนี้ย้อนกลับได้ ถ้าเริ่มจากจานข้าววันนี้ เลิกหวาน ลดแป้ง กินผักทุกมื้อ

          อ่านจนถึงตรงนี้แล้ว ไม่ได้บอกให้คุณ "เลิกกินขาด" ในวันนี้เลย แต่แค่อยากให้เริ่มจากการ "รู้ว่าเรากินอะไร" แค่นั้นก็เพียงพอจะเปลี่ยนโรคให้ช้าลง และเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นได้แล้ว สุขภาพดีเริ่มได้จากจานต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก หมอเจด

เรื่องที่คุณอาจสนใจ