ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ฟอร์ด เอซ โซ่
Acromegaly คือโรคอะไร
Acromegaly หรือ อะโครเมกาลี คือภาวะที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone หรือ GH) มากเกินไปในวัยผู้ใหญ่ เมื่อฮอร์โมนตัวนี้สูง ตับจะผลิตสาร IGF-1 (Insulin-like Growth Factor 1) ออกมาเพิ่ม กระดูก อวัยวะ และเนื้อเยื่อต่าง ๆ จึงค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นกว่าปกติ
อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่ที่เป็นโรคนี้จะไม่ได้ตัวสูงขึ้น เพราะแผ่นการเจริญเติบโตของกระดูก (Growth Plate) ปิดไปตั้งแต่พ้นวัยรุ่นแล้ว ส่วนที่เปลี่ยนให้เห็นชัดจึงเป็นมือ เท้า และใบหน้าแทน คือขยายออกด้านข้างแทนความสูง
Acromegaly สาเหตุเกิดจากอะไร
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของโรค Acromegaly คือ เนื้องอกต่อมใต้สมอง (Pituitary Adenoma) ชนิดที่ไม่ใช่มะเร็ง ซึ่งไปกระตุ้นให้ต่อมใต้สมองหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโตออกมาเกินพอดี โดยเนื้องอกชนิดนี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่บางรายก็สัมพันธ์กับโรคทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดในครอบครัว
นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุที่พบได้น้อยกว่ามาก เช่น เนื้องอกนอกต่อมใต้สมองบริเวณตับอ่อนหรือปอด ซึ่งหลั่งฮอร์โมนออกมาเอง หรือไปกระตุ้นต่อมใต้สมองให้ผลิตฮอร์โมนกระตุ้นการเจริญเติบโตออกมามากขึ้น
ใครเสี่ยงเป็นอะโครเมกาลี
Acromegaly ถือเป็นโรคหายาก มีการประเมินว่าพบประมาณ 3-14 คนต่อประชากร 100,000 คน แม้จะเกิดได้ทุกวัยหลังผ่านช่วงวัยรุ่น แต่ส่วนใหญ่มักได้รับการวินิจฉัยในช่วงอายุ 40-50 ปี โดยข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่าอายุเฉลี่ยตอนวินิจฉัยของผู้ชายอยู่ที่ราว 40 ปี และผู้หญิงราว 45 ปี
ที่น่าสนใจคือเนื้องอกมักโตช้ามาก อาการจึงค่อย ๆ โผล่ทีละนิดตลอดหลายปี ทำให้หลายคนป่วยมานานโดยไม่รู้ตัว
Acromegaly อาการเป็นยังไง
เช็ก 8 สัญญาณเตือน
1. มือบวม เท้าบวม
2. ใบหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนไปจากรูปเก่า
3. ฟันห่างกว่าเดิมจนเห็นได้ชัด
4. ผิวหนา หยาบ มัน แถมเหงื่อออกเยอะผิดปกติ
5. เสียงทุ้มต่ำลง นอนกรนหนักกว่าเดิม
6. ปวดหัวบ่อย ตามัว มองด้านข้างไม่ค่อยเห็น
7. ปวดข้อ มือชาโดยไม่มีสาเหตุ
8. ประจำเดือนผิดปกติ หรือความต้องการทางเพศลดลง
ทำไมหมอแค่มองก็รู้ แต่ตัวเองกลับไม่รู้
เพราะการเปลี่ยนแปลงของ Acromegaly เกิดขึ้นทีละนิดตลอดหลายปี คนที่เห็นหน้าตัวเองในกระจกทุกวันจึงแทบไม่รู้สึกถึงความต่าง คนในครอบครัวที่อยู่ด้วยกันทุกวันก็เช่นกัน ในขณะที่คนที่ไม่ได้เจอกันนาน หรือแพทย์ที่คุ้นเคยกับลักษณะของโรค อาจมองออกได้ตั้งแต่แวบแรก
ใครอยากสังเกตให้ชัดขึ้น เคล็ดลับง่าย ๆ คือลองหยิบรูปถ่ายเมื่อ 5-10 ปีก่อนมาเทียบกับปัจจุบัน ถ้าเห็นว่าโครงหน้า จมูก คาง หรือมือเปลี่ยนไปมากกว่าที่ควรเป็นตามวัย ก็เก็บข้อมูลไว้เพื่อเล่าให้แพทย์ฟังได้
Acromegaly อันตรายไหม ?
- เบาหวานชนิดที่ 2 และภาวะดื้ออินซูลิน
- ความดันโลหิตสูง
- โรคหัวใจ และกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ (Cardiomyopathy)
- ข้ออักเสบ และกระดูกสันหลังผิดรูป
- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ ซึ่งอาจพัฒนาเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
Acromegaly ตรวจยังไง
- ตรวจเลือดหาระดับ IGF-1 เป็นการคัดกรองเบื้องต้น เพราะค่านี้ไม่แกว่งขึ้นลงตลอดวันเหมือน GH ถ้าผลปกติ ก็แทบตัดโรคนี้ออกไปได้
- ทดสอบความทนทานต่อกลูโคส (Glucose Suppression Test) โดยให้ดื่มน้ำตาลกลูโคสแล้ววัดระดับ GH ซ้ำ ปกติแล้ว GH จะลดลง แต่ในผู้ป่วยอะโครเมกาลีจะยังสูงอยู่
- ตรวจ MRI ต่อมใต้สมอง เพื่อดูตำแหน่งและขนาดของเนื้องอก
- นอกจากนี้ แพทย์อาจตรวจหัวใจ ตรวจการนอนหลับ หรือส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เพื่อเช็กภาวะแทรกซ้อนร่วมด้วย ซึ่งผู้ดูแลหลักมักเป็นแพทย์ด้านต่อมไร้ท่อ
Acromegaly รักษาได้ไหม
- การผ่าตัด : มักเป็นทางเลือกแรก โดยใช้วิธีผ่าตัดผ่านทางจมูกเข้าไปยังต่อมใต้สมอง (Transsphenoidal Surgery) หากเนื้องอกมีขนาดเล็ก โอกาสหายจากการผ่าตัดอยู่ที่ราว 78-95% แต่ถ้าเนื้องอกใหญ่ โอกาสจะลดลงเหลือราว 35-67%
- การใช้ยา : ใช้ในกรณีที่ผ่าตัดเอาเนื้องอกออกได้ไม่หมด ผ่าตัดไม่ได้ หรือใช้ลดขนาดเนื้องอกก่อนผ่าตัด เช่น ยากลุ่มโซมาโตสแตตินอะนาล็อก (Somatostatin Analogues) ที่ช่วยลดการผลิต GH ทั้งนี้ แม้ยาจะช่วยคุมระดับฮอร์โมนได้ แต่ไม่ได้ทำให้โรคหายขาด บางคนจึงอาจต้องใช้ยาระยะยาว
- การฉายรังสี : มักใช้ร่วมกับวิธีอื่นเมื่อผ่าตัดแล้วยังเหลือเนื้องอก แต่ผลของรังสีอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็น และอาจกระทบฮอร์โมนต่อมใต้สมองตัวอื่น จึงต้องติดตามผลกับแพทย์อย่างต่อเนื่อง
Acromegaly ป้องกันได้ไหม
บทความที่เกี่ยวข้องกับโรคต่อมใต้สมองและฮอร์โมน
ขอบคุณข้อมูลจาก : my.clevelandclinic.org, ncbi.nlm.nih.gov, niddk.nih.gov, โรงพยาบาลเวชธานี






