Acromegaly คือโรคอะไร ทำไมหมอแค่มองก็รู้ ? เช็ก 8 อาการต้องสงสัย จากข่าวนักดนตรีป่วยไม่รู้ตัว

          Acromegaly คือโรคอะไร อาการเป็นอย่างไร หากเห็นแหวนวงเดิมเริ่มคับ หน้าตาเปลี่ยนไปจากรูปเมื่อหลายปีก่อน นี่อาจเป็นสัญญาณที่ร่างกายกำลังบอกอยู่ก็ได้ !
Acromegaly

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ฟอร์ด เอซ โซ่

          จากข่าวนักดนตรีหนุ่มคนหนึ่งได้รับกระดาษโน้ตปริศนาหลังเล่นดนตรีจบ ซึ่งในกระดาษเป็นข้อความจากคุณหมอที่บังเอิญอยู่ในงาน บอกว่าสังเกตเห็นลักษณะบางอย่างที่น่าสงสัย จึงอยากให้เขาไปตรวจเพิ่มเติม ทั้งที่เจ้าตัวไม่รู้สึกว่ามีอาการผิดปกติเลย แต่สุดท้ายผลตรวจออกมาว่าเป็นโรค Acromegaly หรืออะโครเมกาลี จริง ๆ และได้เข้ารับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว (อ่านข่าวหนุ่มเล่นดนตรี ป่วยไม่รู้ตัว แต่มีหมอเห็นรอยโรค ขอให้ไปตรวจ สุดท้ายป่วยจริง ๆ) เรื่องนี้ทำให้หลายคนสงสัยว่า โรค Acromegaly คืออะไร ทำไมคนอื่นถึงสังเกตเห็นได้ก่อนเจ้าตัว แล้วเราจะเช็กอาการต้องสงสัยด้วยตัวเองได้อย่างไร มาหาคำตอบและรู้จักโรคนี้กัน

Acromegaly คือโรคอะไร

Acromegaly คืออะไร

          Acromegaly หรือ อะโครเมกาลี คือภาวะที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone หรือ GH) มากเกินไปในวัยผู้ใหญ่ เมื่อฮอร์โมนตัวนี้สูง ตับจะผลิตสาร IGF-1 (Insulin-like Growth Factor 1) ออกมาเพิ่ม กระดูก อวัยวะ และเนื้อเยื่อต่าง ๆ จึงค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นกว่าปกติ

          อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่ที่เป็นโรคนี้จะไม่ได้ตัวสูงขึ้น เพราะแผ่นการเจริญเติบโตของกระดูก (Growth Plate) ปิดไปตั้งแต่พ้นวัยรุ่นแล้ว ส่วนที่เปลี่ยนให้เห็นชัดจึงเป็นมือ เท้า และใบหน้าแทน คือขยายออกด้านข้างแทนความสูง

Acromegaly สาเหตุเกิดจากอะไร

          สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของโรค Acromegaly คือ เนื้องอกต่อมใต้สมอง (Pituitary Adenoma) ชนิดที่ไม่ใช่มะเร็ง ซึ่งไปกระตุ้นให้ต่อมใต้สมองหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโตออกมาเกินพอดี โดยเนื้องอกชนิดนี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่บางรายก็สัมพันธ์กับโรคทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดในครอบครัว

          นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุที่พบได้น้อยกว่ามาก เช่น เนื้องอกนอกต่อมใต้สมองบริเวณตับอ่อนหรือปอด ซึ่งหลั่งฮอร์โมนออกมาเอง หรือไปกระตุ้นต่อมใต้สมองให้ผลิตฮอร์โมนกระตุ้นการเจริญเติบโตออกมามากขึ้น

ใครเสี่ยงเป็นอะโครเมกาลี

           Acromegaly ถือเป็นโรคหายาก มีการประเมินว่าพบประมาณ 3-14 คนต่อประชากร 100,000 คน แม้จะเกิดได้ทุกวัยหลังผ่านช่วงวัยรุ่น แต่ส่วนใหญ่มักได้รับการวินิจฉัยในช่วงอายุ 40-50 ปี โดยข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่าอายุเฉลี่ยตอนวินิจฉัยของผู้ชายอยู่ที่ราว 40 ปี และผู้หญิงราว 45 ปี

          ที่น่าสนใจคือเนื้องอกมักโตช้ามาก อาการจึงค่อย ๆ โผล่ทีละนิดตลอดหลายปี ทำให้หลายคนป่วยมานานโดยไม่รู้ตัว

Acromegaly อาการเป็นยังไง
เช็ก 8 สัญญาณเตือน

Acromegaly อาการต้องสงสัย

          อย่างที่บอกไปว่า ความยากของโรค Acromegaly นี้คือร่างกายจะเปลี่ยนแบบช้า ๆ จนเจ้าตัวที่ส่องกระจกทุกวันมองไม่ออก งั้นลองมาเช็กดูว่ามีสัญญาณเหล่านี้หลายข้อพร้อมกันหรือเปล่า 

1. มือบวม เท้าบวม

          หลายคนสังเกตเห็นเป็นอย่างแรกเลย คือแหวนที่ใส่มานานเริ่มรัดนิ้ว หรือรองเท้าคู่เดิมกลับใส่ไม่ได้ เพราะหน้าเท้ากว้างขึ้น ดังนั้น ถ้ามือหรือเท้าดูหนาและใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ก็ไม่ควรมองข้าม

2. ใบหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนไปจากรูปเก่า

          กระดูกบริเวณหน้าผากอาจโหนกขึ้น คางและกรามล่างยื่นออกมามากกว่าเดิม สันจมูกกว้างขึ้น นอกจากนี้ ริมฝีปาก จมูก และลิ้นก็อาจหนาและใหญ่ขึ้นด้วย เส้นหน้าโดยรวมจึงดูหยาบกว่าเดิม ซึ่งลักษณะแบบนี้เองที่คนภายนอก โดยเฉพาะแพทย์ อาจสังเกตเห็นได้ก่อน

3. ฟันห่างกว่าเดิมจนเห็นได้ชัด

          พอกรามขยายใหญ่ขึ้นแต่จำนวนฟันเท่าเดิม ช่องว่างระหว่างซี่ฟันจึงค่อย ๆ กว้างขึ้น ใครที่รู้สึกว่าฟันห่างกว่าเดิมจนเห็นชัด ทั้งที่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องฟันมาก่อน ก็ถือเป็นข้อสังเกตหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม

4. ผิวหนา หยาบ มัน แถมเหงื่อออกเยอะผิดปกติ

          ผิวหนังของผู้ป่วยมักหนาและหยาบขึ้น หน้ามันง่าย เหงื่อออกมากกว่าคนทั่วไป และอาจมีกลิ่นตัวแรงขึ้น บางคนอาจมีติ่งเนื้อตามผิวขึ้นเยอะขึ้น ใหญ่ขึ้น หรือสีเข้มขึ้นด้วย

5. เสียงทุ้มต่ำลง นอนกรนหนักกว่าเดิม

          เนื่องจากโพรงอากาศและสายเสียงขยายใหญ่ขึ้น เสียงพูดจึงทุ้มและแหบกว่าเดิม ในขณะเดียวกัน ทางเดินหายใจส่วนบนที่ตีบแคบลงก็ทำให้กรนดังขึ้น และอาจเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ได้

6. ปวดหัวบ่อย ตามัว มองด้านข้างไม่ค่อยเห็น

          อาการกลุ่มนี้มาจากตัวเนื้องอกโดยตรง เพราะเมื่อเนื้องอกต่อมใต้สมองโตขึ้น ก็อาจไปกดเบียดเนื้อสมองและเส้นประสาทตาที่อยู่ใกล้กัน จึงทำให้ปวดศีรษะเรื้อรัง ตาพร่ามัว หรือลานสายตาด้านข้างแคบลง

7. ปวดข้อ มือชาโดยไม่มีสาเหตุ

          กระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อรอบข้อที่หนาตัวขึ้นทำให้ปวดข้อ ขยับได้ไม่สุด และเสี่ยงข้อเสื่อมเร็วกว่าวัย อีกทั้งเนื้อเยื่อบริเวณข้อมือที่บวมขึ้นยังไปกดเส้นประสาท จนเกิดอาการมือชาจากพังผืดกดทับเส้นประสาท (Carpal Tunnel Syndrome) ได้

8. ประจำเดือนผิดปกติ หรือความต้องการทางเพศลดลง

          ข้อนี้มักถูกมองข้ามเพราะดูไม่เกี่ยวกันเลย แต่ผู้ป่วยอะโครเมกาลีบางรายอาจมีความผิดปกติของฮอร์โมนเพศร่วมด้วย ผู้หญิงจึงอาจมีรอบเดือนมาไม่ปกติ ส่วนผู้ชายอาจมีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือรู้สึกว่าความต้องการทางเพศลดลง
          ทั้งนี้ สัญญาณเหล่านี้เป็นเพียงข้อสังเกตเบื้องต้น ไม่ใช่เครื่องยืนยันว่าเป็นโรค และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ แต่ถ้ามีหลายข้อพร้อมกัน ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ใจ

ทำไมหมอแค่มองก็รู้ แต่ตัวเองกลับไม่รู้

          เพราะการเปลี่ยนแปลงของ Acromegaly เกิดขึ้นทีละนิดตลอดหลายปี คนที่เห็นหน้าตัวเองในกระจกทุกวันจึงแทบไม่รู้สึกถึงความต่าง คนในครอบครัวที่อยู่ด้วยกันทุกวันก็เช่นกัน ในขณะที่คนที่ไม่ได้เจอกันนาน หรือแพทย์ที่คุ้นเคยกับลักษณะของโรค อาจมองออกได้ตั้งแต่แวบแรก

          ใครอยากสังเกตให้ชัดขึ้น เคล็ดลับง่าย ๆ คือลองหยิบรูปถ่ายเมื่อ 5-10 ปีก่อนมาเทียบกับปัจจุบัน ถ้าเห็นว่าโครงหน้า จมูก คาง หรือมือเปลี่ยนไปมากกว่าที่ควรเป็นตามวัย ก็เก็บข้อมูลไว้เพื่อเล่าให้แพทย์ฟังได้

Acromegaly อันตรายไหม ?

          โรค Acromegaly หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจส่งผลกระทบหลายระบบในร่างกาย เพราะ IGF-1 ที่สูงขึ้นไปจะรบกวนการจัดการน้ำตาลและไขมันในร่างกาย จึงมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น
  • เบาหวานชนิดที่ 2 และภาวะดื้ออินซูลิน
  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคหัวใจ และกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ (Cardiomyopathy)
  • ข้ออักเสบ และกระดูกสันหลังผิดรูป
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ ซึ่งอาจพัฒนาเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
          ทั้งนี้ มีข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ผู้ป่วยที่คุมระดับฮอร์โมนไม่ได้และมีโรคหัวใจหรือเบาหวานร่วมด้วย อาจมีอายุขัยสั้นลงราว 10 ปี ทว่าหากควบคุมระดับ GH และ IGF-1 ได้ดี อายุขัยก็ใกล้เคียงกับคนทั่วไป นี่จึงเป็นเหตุผลที่การตรวจพบเร็วสำคัญมาก

Acromegaly ตรวจยังไง

Acromegaly ตรวจยังไง รักษาได้ไหม

          แพทย์จะเริ่มจากซักประวัติและตรวจร่างกาย จากนั้นอาจส่งตรวจเพิ่มเติม ดังนี้
  • ตรวจเลือดหาระดับ IGF-1 เป็นการคัดกรองเบื้องต้น เพราะค่านี้ไม่แกว่งขึ้นลงตลอดวันเหมือน GH ถ้าผลปกติ ก็แทบตัดโรคนี้ออกไปได้
  • ทดสอบความทนทานต่อกลูโคส (Glucose Suppression Test) โดยให้ดื่มน้ำตาลกลูโคสแล้ววัดระดับ GH ซ้ำ ปกติแล้ว GH จะลดลง แต่ในผู้ป่วยอะโครเมกาลีจะยังสูงอยู่
  • ตรวจ MRI ต่อมใต้สมอง เพื่อดูตำแหน่งและขนาดของเนื้องอก
  • นอกจากนี้ แพทย์อาจตรวจหัวใจ ตรวจการนอนหลับ หรือส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เพื่อเช็กภาวะแทรกซ้อนร่วมด้วย ซึ่งผู้ดูแลหลักมักเป็นแพทย์ด้านต่อมไร้ท่อ

Acromegaly รักษาได้ไหม

          Acromegaly รักษาได้หลายวิธี โดยแพทย์จะพิจารณาจากขนาดและตำแหน่งของเนื้องอก ความรุนแรงของอาการ อายุ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย ซึ่งวิธีรักษามีดังนี้
  • การผ่าตัด : มักเป็นทางเลือกแรก โดยใช้วิธีผ่าตัดผ่านทางจมูกเข้าไปยังต่อมใต้สมอง (Transsphenoidal Surgery) หากเนื้องอกมีขนาดเล็ก โอกาสหายจากการผ่าตัดอยู่ที่ราว 78-95% แต่ถ้าเนื้องอกใหญ่ โอกาสจะลดลงเหลือราว 35-67%
  • การใช้ยา : ใช้ในกรณีที่ผ่าตัดเอาเนื้องอกออกได้ไม่หมด ผ่าตัดไม่ได้ หรือใช้ลดขนาดเนื้องอกก่อนผ่าตัด เช่น ยากลุ่มโซมาโตสแตตินอะนาล็อก (Somatostatin Analogues) ที่ช่วยลดการผลิต GH ทั้งนี้ แม้ยาจะช่วยคุมระดับฮอร์โมนได้ แต่ไม่ได้ทำให้โรคหายขาด บางคนจึงอาจต้องใช้ยาระยะยาว
  • การฉายรังสี : มักใช้ร่วมกับวิธีอื่นเมื่อผ่าตัดแล้วยังเหลือเนื้องอก แต่ผลของรังสีอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็น และอาจกระทบฮอร์โมนต่อมใต้สมองตัวอื่น จึงต้องติดตามผลกับแพทย์อย่างต่อเนื่อง

Acromegaly ป้องกันได้ไหม

          ปัจจุบันยังไม่สามารถป้องกันโรค Acromegaly ได้ เพราะยังไม่รู้แน่ชัดว่าทำไมบางคนถึงเกิดเนื้องอกต่อมใต้สมอง สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดจึงเป็นการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และรีบไปตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะยิ่งเจอตอนเนื้องอกยังเล็ก โอกาสรักษาให้หายก็ยิ่งสูง แถมยังลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้ด้วย
          บางครั้งร่างกายก็เปลี่ยนไปช้าเกินกว่าที่เราจะรู้สึกได้ คนรอบตัวจึงอาจเป็นกระจกที่ดีกว่า ดังนั้น ถ้ามีใครทักว่าหน้าตาเราเปลี่ยนไป ก็อย่าเพิ่งรีบคิดลบ ลองฟังไว้แล้วสังเกตอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เพื่อไปตรวจสุขภาพดูสักครั้งก็ไม่เสียหาย 

บทความที่เกี่ยวข้องกับโรคต่อมใต้สมองและฮอร์โมน

ขอบคุณภาพจาก : เฟซบุ๊ก ฟอร์ด เอซ โซ่
ขอบคุณข้อมูลจาก : my.clevelandclinic.org, ncbi.nlm.nih.gov, niddk.nih.gov, โรงพยาบาลเวชธานี
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
Acromegaly คือโรคอะไร ทำไมหมอแค่มองก็รู้ ? เช็ก 8 อาการต้องสงสัย จากข่าวนักดนตรีป่วยไม่รู้ตัว อัปเดตล่าสุด 21 ตุลาคม 2569 เวลา 15:27:22 2,938 อ่าน
TOP
x close