หมอตอบคำถาม บางคนไม่กินมื้อเช้า ไม่ได้หมายความว่าน้ำตาลจะลดลง แนะควรเช็ก 4 เรื่องสำคัญ ก่อนตัดสินใจทำ IF
![ไม่กินมื้อเช้า ไม่ได้หมายความว่าน้ำตาลจะลดลง ไม่กินมื้อเช้า ไม่ได้หมายความว่าน้ำตาลจะลดลง]()
ตอนเด็ก ๆ มีใครเคยถูกพ่อแม่บอกว่า "ต้องกินข้าวเช้านะลูก มื้อเช้าสำคัญที่สุดของวัน !" แต่พอโตขึ้นกลับได้ยินว่า ทำ IF ข้ามมื้อเช้าก็ดีต่อน้ำตาล แถมบางคนยังลดน้ำหนักได้อีก
ตกลงแล้ว มื้อเช้ายังจำเป็นอยู่ไหม ?
แล้วถ้าเราตื่น 7 โมงเช้า แต่กินข้าวมื้อแรกตอนเที่ยง แบบนี้เรียกว่าข้ามมื้อเช้า หรือแค่เลื่อนมื้อแรกออกไป ?
ที่น่าสนใจคือ บางคนอดอาหารแล้วน้ำตาลลด แต่บางคนยังไม่ทันกินอะไร น้ำตาลกลับสูงกว่าเดิม !
เพราะเรื่องมื้อเช้าไม่ได้มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับร่างกายของทุกคน
1. มื้อเช้ากับมื้อแรกของวัน เหมือนกันไหม ?
ฟังดูเหมือนเรื่องเดียวกัน แต่จริง ๆ มีความต่างอยู่
มื้อเช้าคืออาหารที่กินในช่วงเช้า ส่วนมื้อแรกของวันคือมื้อที่เราเริ่มกิน หลังจากไม่ได้กินอาหารมาตลอดคืน
ถ้าตื่น 7 โมง แต่กินตอนเที่ยง ก็ถือว่าข้ามมื้อเช้าตามเวลา และมีมื้อแรกตอนเที่ยง
ร่างกายไม่ได้ดูชื่อมื้ออาหาร แต่ตอบสนองต่อเวลากิน ปริมาณ และอาหารที่เราเลือกกินด้วย
2. ทำไมตอนเด็ก ผู้ใหญ่ถึงบอกว่ามื้อเช้าสำคัญที่สุด ?
พ่อแม่มักบอกให้กินข้าว เพราะกลัวหิวตอนเรียน ไม่มีแรง หรือไม่มีสมาธิในห้องเรียน จริง ๆ ก็มีเหตุผล
เด็กวัยเรียนกำลังเจริญเติบโต ต้องได้รับพลังงานและสารอาหารเพียงพอ
การกินมื้อเช้าที่มีคุณภาพ ช่วยลดความหิวระหว่างเรียน และอาจช่วยเรื่องสมาธิในเด็กบางกลุ่ม
แต่พอโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ตารางชีวิตและความต้องการพลังงานก็อาจแตกต่างจากตอนเด็กมาก
คำสอนของผู้ใหญ่ไม่ได้ผิด แต่เราอาจต้องปรับให้เหมาะกับวัยและวิถีชีวิตของตัวเองด้วย
3. ไม่กินมื้อเช้า แล้วทำไมน้ำตาลยังสูงได้ ?
ข้อนี้หลายคนสงสัยมาก เมื่อคืนก็ไม่ได้กินดึก เช้ามายังไม่ได้แตะข้าวสักคำ แต่พอวัดน้ำตาลกลับได้ 120-140 น้ำตาลมาจากไหนกัน ?
จริง ๆ แล้วช่วงใกล้เช้า ร่างกายมีฮอร์โมนหลายชนิดเพิ่มขึ้น เช่น คอร์ติซอลและโกรทฮอร์โมน
ฮอร์โมนเหล่านี้มีส่วนกระตุ้นให้ตับปล่อยกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือด โดยเฉพาะคนที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน หรือเป็นเบาหวาน น้ำตาลตอนเช้าจึงอาจสูงได้แม้ยังไม่ได้กินอะไร เรียกว่า Dawn phenomenon หรือปรากฏการณ์รุ่งอรุณ
จำไว้ว่า ไม่ได้กินอาหาร ไม่ได้แปลว่าตับหยุดปล่อยน้ำตาล
![ไม่กินมื้อเช้า ไม่ได้หมายความว่าน้ำตาลจะลดลง ไม่กินมื้อเช้า ไม่ได้หมายความว่าน้ำตาลจะลดลง]()
บางคนทำ IF แล้วรู้สึกว่า คุมความหิวได้ดีขึ้น น้ำหนักเริ่มลด และค่าน้ำตาลก็ดีขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะคนที่แต่ก่อนชอบกินขนมตอนดึก ดื่มน้ำหวาน หรือกินจุบจิบตลอดทั้งวัน
พอจำกัดช่วงเวลากินก็อาจช่วยลดพลังงานส่วนเกิน และทำให้น้ำหนักลดลงได้ เมื่อไขมันสะสมลดลง ความไวต่ออินซูลินก็อาจดีขึ้น ส่งผลให้ควบคุมน้ำตาลได้ง่ายขึ้น
IF จึงเป็นทางเลือกหนึ่งได้ ถ้าช่วยให้เราจัดการการกินได้ดีขึ้น และเข้ากับชีวิตประจำวันจริง ๆ
5. อดเช้าแล้วหิวหนัก มื้อเที่ยงน้ำตาลพุ่งกว่าเดิม !
เคยเป็นไหม ตอนเช้าตั้งใจว่าจะอดอาหาร แต่พอถึงเที่ยง หิวจนมือสั่น ! สุดท้ายจัดข้าวจานใหญ่ ตามด้วยขนมหวานและชาเย็นอีกแก้ว
แบบนี้แม้จะไม่ได้กินมื้อเช้า แต่คาร์โบไฮเดรตในมื้อเที่ยงอาจมากกว่าที่ร่างกายต้องการ น้ำตาลหลังอาหารจึงอาจสูงขึ้นมาก และบางคนอาจตอบสนองต่อน้ำตาลในมื้อถัดไปได้ไม่ดีเท่าที่คาด
ถ้าการอดเช้าทำให้มื้อเที่ยงหลุดหนัก ลองปรับช่วงเวลากินหรือจัดมื้อแรกใหม่ แทนที่จะฝืนอดทุกวัน
6. ไม่กินข้าวเช้า แต่ดื่มชาไทยหรือลาเต้หวาน ถือว่าอดไหม ?
ข้อนี้น่าจะมีคนเป็นเยอะ บางคนบอกว่าไม่ได้กินข้าวเช้าเลย แต่ระหว่างทางไปทำงานมีชาไทย 1 แก้ว บางวันเป็นชาเขียวนม บางวันก็ลาเต้ใส่ไซรัปหวาน ๆ
แบบนี้แม้ไม่ได้กินข้าว แต่ก็ได้รับน้ำตาลและพลังงานจากเครื่องดื่มไปแล้ว โดยเฉพาะชาไทยที่ใส่นมข้นหวาน หรือกาแฟที่เติมน้ำเชื่อมหลายปั๊ม อาจทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้
และถ้าตั้งใจทำ IF แบบอดพลังงาน เครื่องดื่มหวานเหล่านี้ก็ถือว่าสิ้นสุดช่วงอดอาหารแล้ว บางทีเราไม่ได้กินมื้อเช้า แต่กลับดื่มมื้อเช้าเข้าไปแล้ว
7. คนเป็นโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน ข้ามมื้อเช้าได้ไหม ?
เรื่องนี้ต้องดูอาการของแต่ละคน
คนมีปัญหากระเพาะ : บางคนเว้นอาหารนานแล้วแสบท้อง หรือปวดท้องมากขึ้น แต่บางคนไม่เป็นอะไร
ถ้าการข้ามมื้อทำให้อาการกำเริบ ก็อาจเลือกกินมื้อเล็ก ๆ ตอนเช้า และควรตรวจหาสาเหตุหากปวดเรื้อรัง
คนมีกรดไหลย้อน : การข้ามมื้อเช้าไม่ได้ทำให้อาการแย่ลงเสมอไป แต่ถ้าอดแล้วไปกินมื้อเที่ยงใหญ่มาก หรือกินมื้อเย็นดึกจนใกล้เวลานอน ก็อาจกระตุ้นกรดไหลย้อนได้
ประเด็นไม่ใช่ว่าต้องกินเช้าทุกคน แต่ต้องเลือกเวลากินที่ไม่ทำให้อาการของตัวเองกำเริบ
แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า IF หรือมื้อเช้า เหมาะกับเรา ?
อยากให้ลองสังเกต 4 เรื่องนี้ ดูน้ำตาลก่อนอาหารและหลังมื้อแรก โดยเฉพาะคนเป็นเบาหวาน ลองดูว่ารูปแบบการกินแต่ละแบบทำให้น้ำตาลเปลี่ยนไปอย่างไร
สังเกตความหิวระหว่างวัน ถ้าอดเช้าแล้วหิวจนกินหนักตอนเที่ยง อาจต้องปรับเวลาและปริมาณอาหารใหม่ ดูน้ำหนักและพลังงานรวมทั้งวัน ถ้าเป้าหมายคือการลดน้ำหนัก ต้องดูพฤติกรรมต่อเนื่อง ไม่ใช่ดูแค่ว่าอดอาหารได้กี่ชั่วโมง จัดมื้ออาหารให้สัมพันธ์กับยา คนที่ใช้อินซูลินหรือยากลุ่มที่เสี่ยงทำให้น้ำตาลต่ำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเปลี่ยนเวลาอาหาร
ส่วนใครชอบกินมื้อเช้า ลองจัดแบบนี้
- ข้าวกล้อง + ไข่ต้ม + ผัก
- โจ๊กหมูใส่ไข่ เพิ่มโปรตีนและผัก
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ + ข้าวโอ๊ต + ถั่ว
เน้นให้มีโปรตีน ใยอาหาร และแป้ง ในปริมาณเหมาะสม ก็ช่วยให้มื้อแรกอิ่มนานขึ้นได้
เราอาจไม่จำเป็นต้องกินอาหารตามเวลาเดียวกันทุกวัน หรือใช้สูตรเดียวกับคนอื่นเสมอไป แต่ควรรู้ว่ารูปแบบไหนทำให้เรามีแรง ไม่หิวจนเกินไป และควบคุมน้ำตาลได้เหมาะกับตัวเอง

วันที่ 21 ตุลาคม 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด ในหัวข้อ "ไม่กินมื้อเช้า น้ำตาลจะลดจริงไหม ? ทำไมบางคนยิ่งอดยิ่งพุ่ง !" เผยประเด็นที่หลายคนสงสัย โดยเฉพาะคนที่ทำ IF หรือพยายามควบคุมน้ำหนัก เพราะบางคนพบว่างดมื้อเช้าแล้วน้ำตาลดีขึ้น แต่บางคนกลับมีค่าน้ำตาลสูงตั้งแต่ยังไม่ได้กินอะไร งานนี้จึงต้องทำความเข้าใจว่า “มื้อเช้า” กับ “มื้อแรกของวัน” เหมือนกันหรือไม่ และการข้ามมื้อเช้าส่งผลต่อน้ำตาลในเลือดอย่างไร
ตอนเด็ก ๆ มีใครเคยถูกพ่อแม่บอกว่า "ต้องกินข้าวเช้านะลูก มื้อเช้าสำคัญที่สุดของวัน !" แต่พอโตขึ้นกลับได้ยินว่า ทำ IF ข้ามมื้อเช้าก็ดีต่อน้ำตาล แถมบางคนยังลดน้ำหนักได้อีก
ตกลงแล้ว มื้อเช้ายังจำเป็นอยู่ไหม ?
แล้วถ้าเราตื่น 7 โมงเช้า แต่กินข้าวมื้อแรกตอนเที่ยง แบบนี้เรียกว่าข้ามมื้อเช้า หรือแค่เลื่อนมื้อแรกออกไป ?
ที่น่าสนใจคือ บางคนอดอาหารแล้วน้ำตาลลด แต่บางคนยังไม่ทันกินอะไร น้ำตาลกลับสูงกว่าเดิม !
เพราะเรื่องมื้อเช้าไม่ได้มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับร่างกายของทุกคน
1. มื้อเช้ากับมื้อแรกของวัน เหมือนกันไหม ?
ฟังดูเหมือนเรื่องเดียวกัน แต่จริง ๆ มีความต่างอยู่
มื้อเช้าคืออาหารที่กินในช่วงเช้า ส่วนมื้อแรกของวันคือมื้อที่เราเริ่มกิน หลังจากไม่ได้กินอาหารมาตลอดคืน
ถ้าตื่น 7 โมง แต่กินตอนเที่ยง ก็ถือว่าข้ามมื้อเช้าตามเวลา และมีมื้อแรกตอนเที่ยง
ร่างกายไม่ได้ดูชื่อมื้ออาหาร แต่ตอบสนองต่อเวลากิน ปริมาณ และอาหารที่เราเลือกกินด้วย
2. ทำไมตอนเด็ก ผู้ใหญ่ถึงบอกว่ามื้อเช้าสำคัญที่สุด ?
พ่อแม่มักบอกให้กินข้าว เพราะกลัวหิวตอนเรียน ไม่มีแรง หรือไม่มีสมาธิในห้องเรียน จริง ๆ ก็มีเหตุผล
เด็กวัยเรียนกำลังเจริญเติบโต ต้องได้รับพลังงานและสารอาหารเพียงพอ
การกินมื้อเช้าที่มีคุณภาพ ช่วยลดความหิวระหว่างเรียน และอาจช่วยเรื่องสมาธิในเด็กบางกลุ่ม
แต่พอโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ตารางชีวิตและความต้องการพลังงานก็อาจแตกต่างจากตอนเด็กมาก
คำสอนของผู้ใหญ่ไม่ได้ผิด แต่เราอาจต้องปรับให้เหมาะกับวัยและวิถีชีวิตของตัวเองด้วย
3. ไม่กินมื้อเช้า แล้วทำไมน้ำตาลยังสูงได้ ?
ข้อนี้หลายคนสงสัยมาก เมื่อคืนก็ไม่ได้กินดึก เช้ามายังไม่ได้แตะข้าวสักคำ แต่พอวัดน้ำตาลกลับได้ 120-140 น้ำตาลมาจากไหนกัน ?
จริง ๆ แล้วช่วงใกล้เช้า ร่างกายมีฮอร์โมนหลายชนิดเพิ่มขึ้น เช่น คอร์ติซอลและโกรทฮอร์โมน
ฮอร์โมนเหล่านี้มีส่วนกระตุ้นให้ตับปล่อยกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือด โดยเฉพาะคนที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน หรือเป็นเบาหวาน น้ำตาลตอนเช้าจึงอาจสูงได้แม้ยังไม่ได้กินอะไร เรียกว่า Dawn phenomenon หรือปรากฏการณ์รุ่งอรุณ
จำไว้ว่า ไม่ได้กินอาหาร ไม่ได้แปลว่าตับหยุดปล่อยน้ำตาล

4. แล้วทำไมบางคนทำ IF น้ำตาลกลับดีขึ้น ?
บางคนทำ IF แล้วรู้สึกว่า คุมความหิวได้ดีขึ้น น้ำหนักเริ่มลด และค่าน้ำตาลก็ดีขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะคนที่แต่ก่อนชอบกินขนมตอนดึก ดื่มน้ำหวาน หรือกินจุบจิบตลอดทั้งวัน
พอจำกัดช่วงเวลากินก็อาจช่วยลดพลังงานส่วนเกิน และทำให้น้ำหนักลดลงได้ เมื่อไขมันสะสมลดลง ความไวต่ออินซูลินก็อาจดีขึ้น ส่งผลให้ควบคุมน้ำตาลได้ง่ายขึ้น
IF จึงเป็นทางเลือกหนึ่งได้ ถ้าช่วยให้เราจัดการการกินได้ดีขึ้น และเข้ากับชีวิตประจำวันจริง ๆ
5. อดเช้าแล้วหิวหนัก มื้อเที่ยงน้ำตาลพุ่งกว่าเดิม !
เคยเป็นไหม ตอนเช้าตั้งใจว่าจะอดอาหาร แต่พอถึงเที่ยง หิวจนมือสั่น ! สุดท้ายจัดข้าวจานใหญ่ ตามด้วยขนมหวานและชาเย็นอีกแก้ว
แบบนี้แม้จะไม่ได้กินมื้อเช้า แต่คาร์โบไฮเดรตในมื้อเที่ยงอาจมากกว่าที่ร่างกายต้องการ น้ำตาลหลังอาหารจึงอาจสูงขึ้นมาก และบางคนอาจตอบสนองต่อน้ำตาลในมื้อถัดไปได้ไม่ดีเท่าที่คาด
ถ้าการอดเช้าทำให้มื้อเที่ยงหลุดหนัก ลองปรับช่วงเวลากินหรือจัดมื้อแรกใหม่ แทนที่จะฝืนอดทุกวัน
6. ไม่กินข้าวเช้า แต่ดื่มชาไทยหรือลาเต้หวาน ถือว่าอดไหม ?
ข้อนี้น่าจะมีคนเป็นเยอะ บางคนบอกว่าไม่ได้กินข้าวเช้าเลย แต่ระหว่างทางไปทำงานมีชาไทย 1 แก้ว บางวันเป็นชาเขียวนม บางวันก็ลาเต้ใส่ไซรัปหวาน ๆ
แบบนี้แม้ไม่ได้กินข้าว แต่ก็ได้รับน้ำตาลและพลังงานจากเครื่องดื่มไปแล้ว โดยเฉพาะชาไทยที่ใส่นมข้นหวาน หรือกาแฟที่เติมน้ำเชื่อมหลายปั๊ม อาจทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้
และถ้าตั้งใจทำ IF แบบอดพลังงาน เครื่องดื่มหวานเหล่านี้ก็ถือว่าสิ้นสุดช่วงอดอาหารแล้ว บางทีเราไม่ได้กินมื้อเช้า แต่กลับดื่มมื้อเช้าเข้าไปแล้ว
7. คนเป็นโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน ข้ามมื้อเช้าได้ไหม ?
เรื่องนี้ต้องดูอาการของแต่ละคน
คนมีปัญหากระเพาะ : บางคนเว้นอาหารนานแล้วแสบท้อง หรือปวดท้องมากขึ้น แต่บางคนไม่เป็นอะไร
ถ้าการข้ามมื้อทำให้อาการกำเริบ ก็อาจเลือกกินมื้อเล็ก ๆ ตอนเช้า และควรตรวจหาสาเหตุหากปวดเรื้อรัง
คนมีกรดไหลย้อน : การข้ามมื้อเช้าไม่ได้ทำให้อาการแย่ลงเสมอไป แต่ถ้าอดแล้วไปกินมื้อเที่ยงใหญ่มาก หรือกินมื้อเย็นดึกจนใกล้เวลานอน ก็อาจกระตุ้นกรดไหลย้อนได้
ประเด็นไม่ใช่ว่าต้องกินเช้าทุกคน แต่ต้องเลือกเวลากินที่ไม่ทำให้อาการของตัวเองกำเริบ
แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า IF หรือมื้อเช้า เหมาะกับเรา ?
อยากให้ลองสังเกต 4 เรื่องนี้ ดูน้ำตาลก่อนอาหารและหลังมื้อแรก โดยเฉพาะคนเป็นเบาหวาน ลองดูว่ารูปแบบการกินแต่ละแบบทำให้น้ำตาลเปลี่ยนไปอย่างไร
สังเกตความหิวระหว่างวัน ถ้าอดเช้าแล้วหิวจนกินหนักตอนเที่ยง อาจต้องปรับเวลาและปริมาณอาหารใหม่ ดูน้ำหนักและพลังงานรวมทั้งวัน ถ้าเป้าหมายคือการลดน้ำหนัก ต้องดูพฤติกรรมต่อเนื่อง ไม่ใช่ดูแค่ว่าอดอาหารได้กี่ชั่วโมง จัดมื้ออาหารให้สัมพันธ์กับยา คนที่ใช้อินซูลินหรือยากลุ่มที่เสี่ยงทำให้น้ำตาลต่ำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเปลี่ยนเวลาอาหาร
ส่วนใครชอบกินมื้อเช้า ลองจัดแบบนี้
- ข้าวกล้อง + ไข่ต้ม + ผัก
- โจ๊กหมูใส่ไข่ เพิ่มโปรตีนและผัก
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ + ข้าวโอ๊ต + ถั่ว
เน้นให้มีโปรตีน ใยอาหาร และแป้ง ในปริมาณเหมาะสม ก็ช่วยให้มื้อแรกอิ่มนานขึ้นได้
เราอาจไม่จำเป็นต้องกินอาหารตามเวลาเดียวกันทุกวัน หรือใช้สูตรเดียวกับคนอื่นเสมอไป แต่ควรรู้ว่ารูปแบบไหนทำให้เรามีแรง ไม่หิวจนเกินไป และควบคุมน้ำตาลได้เหมาะกับตัวเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก หมอเจด






