7 ไหมขัดฟัน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 พร้อมไขข้อสงสัยควรใช้ก่อนหรือหลังแปรงฟัน ?

          ไหมขัดฟัน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 เช็กวิธีเลือกซื้อให้เหมาะกับการใช้งาน และตอบคำถามที่หลายคนสงสัย…ควรใช้ไหมขัดฟันก่อนหรือหลังแปรงฟันกันแน่ ?
ไหมขัดฟัน

          แปรงฟันแล้วทำไมยังมีเศษอาหารติดซอกฟัน ? เพราะขนแปรงอาจเข้าไปทำความสะอาดบริเวณที่ฟันสองซี่ชิดกันได้ไม่ทั่วถึง หลายคนจึงเริ่มมองหาไหมขัดฟันมาใช้เพิ่มเพื่อดูแลสุขภาพฟัน แต่พอจะซื้อจริงกลับเจอหลายแบบจนเลือกไม่ถูก แล้วควรเลือกแบบไหนดี ตามมาดูความต่างของแต่ะชนิด เพื่อหาไหมขัดฟัน ยี่ห้อไหนดี ที่ถูกใจเราในปี 2026

ไหมขัดฟันมีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร

ไหมขัดฟันแบบมีด้ามจับ

          ไหมขัดฟันที่วางขายตามท้องตลาดมีหลายรูปแบบ แต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานต่างกัน ดังนี้

1. ไหมขัดฟันแบบม้วน (เส้นกลม)

          ข้อดีคือปรับความยาวได้เอง และโอบเส้นไหมให้แนบผิวฟันแต่ละซี่ได้ดี จึงเหมาะกับคนที่คุ้นมือแล้ว หรืออยากทำความสะอาดซอกฟันอย่างละเอียด มีทั้งแบบเคลือบแว็กซ์ที่ลื่นสอดง่าย และแบบไม่เคลือบแว็กซ์ ช่วงแรกอาจต้องฝึกสักพัก โดยเฉพาะบริเวณฟันกรามด้านใน

2. ไหมขัดฟันแบบแบน (Dental Tape)

          เส้นไหมแบนและกว้างกว่าแบบเส้นกลม จึงสัมผัสผิวฟันได้มากขึ้น และบาดเหงือกน้อยกว่า เหมาะกับคนที่ฟันห่าง เหงือกบอบบาง หรือใช้แบบเส้นกลมแล้วรู้สึกไม่ถนัดอาจลองสลับใช้ดูเพื่อหาแบบที่เข้ากับซอกฟันของตัวเอง

3. ไหมขัดฟันแบบมีด้ามจับ (Floss Pick)

          เป็นเส้นไหมที่ขึงอยู่บนด้ามพลาสติกขนาดเล็ก หยิบใช้สะดวก ไม่ต้องพันนิ้ว และใช้มือเดียวได้ จึงเหมาะกับมือใหม่ คนที่ไม่ถนัดใช้สองมือ หรือพกไว้ใช้นอกบ้าน ข้อสังเกตคือเส้นไหมจะตึงตายตัว จึงโอบรอบฟันได้ไม่แนบเท่าแบบม้วน และสิ้นเปลืองกว่าในระยะยาว

4. ไหมขัดฟันสำหรับคนจัดฟัน ใส่สะพานฟัน หรือรากฟันเทียม

          เครื่องมือจัดฟันและสะพานฟันทำให้สอดไหมขัดฟันทั่วไปได้ยาก หลายคนจึงเลือกใช้แบบ Super Floss ซึ่งมีปลายแข็งไว้สอดใต้ลวดหรือสะพานฟัน และมีช่วงเส้นฟูช่วยเก็บคราบ หรือใช้ห่วงร้อยไหม (Floss Threader) คู่กับไหมขัดฟันเคลือบแว็กซ์ เพื่อให้ทำความสะอาดได้ทั่วถึงมากขึ้น

5. ไหมขัดฟันพลังน้ำ (Water Flosser)

          เป็นเครื่องที่พ่นสายน้ำแรงดันไปตามซอกฟันและแนวขอบเหงือก ช่วยชะล้างเศษอาหารและคราบในจุดที่เข้าถึงยาก เหมาะกับคนที่ไม่ถนัดพันไหมรอบนิ้ว คนจัดฟัน หรือมีสะพานฟันและรากฟันเทียม แต่ละรุ่นมีขนาดเครื่อง หัวฉีด และระดับแรงดันน้ำต่างกัน ถ้าเพิ่งเริ่มใช้ ควรเริ่มจากแรงดันต่ำที่รู้สึกสบาย ไม่ฉีดแรงจนเจ็บเหงือก 
          ทั้งนี้ ไหมขัดฟันพลังน้ำควรใช้ร่วมกับการแปรงฟันเสมอ และหากมีคราบหินปูนหรือปัญหาเหงือก ควรปรึกษาทันตแพทย์ว่าควรใช้ร่วมกับไหมขัดฟันแบบเส้นด้วยหรือไม่

ไหมขัดฟันแบบไหนดี 
เลือกให้เหมาะกับตัวเอง

ไหมขัดฟันแบบไหนดี

          ไหมขัดฟันที่เหมาะกับลักษณะฟันจะช่วยให้ใช้งานง่ายขึ้นและทำความสะอาดซอกฟันได้ดีกว่า ก่อนซื้อควรพิจารณาตามนี้เลย

1. ดูจากลักษณะช่องฟัน

  • ฟันชิดกัน : ควรเลือกไหมที่สอดผ่านซอกฟันได้ง่าย ไม่ต้องออกแรงกดจนเจ็บเหงือก เช่น ไหมเส้นบางเคลือบแว็กซ์ หรือไหมแบบเทปเนื้อลื่น (PTFE) ซึ่งลื่น ไม่ขาดหรือติดซอกฟันง่าย
  • ฟันห่างหรือมีช่องกว้าง : ไหมแบบเส้นแบนกว้าง (Dental Tape) หรือแบบเส้นฟู จะสัมผัสผิวฟันได้มากกว่าและเก็บคราบได้ดีกว่าไหมเส้นเล็ก แต่ถ้าช่องฟันกว้างมาก อาจใช้แปรงซอกฟันร่วมด้วย
  • จัดฟัน ใส่สะพานฟัน หรือรากฟันเทียม : เลือก Super Floss ที่มีปลายแข็งสำหรับสอดใต้ลวดหรือสะพานฟัน และมีช่วงกลางเป็นเส้นฟูช่วยเก็บคราบ หรือใช้ไหมธรรมดาคู่กับที่ร้อยไหม (Floss Threader) ก็ได้เช่นกัน

2. ดูชนิดของเส้นไหม

ดูจากวัสดุ

  • ไนลอน : เป็นวัสดุพื้นฐานที่พบได้ทั่วไป ราคาย่อมเยา เส้นไหมเกิดจากเส้นใยเล็ก ๆ หลายเส้นรวมกัน จึงเก็บคราบได้ดี แต่อาจแตกเป็นขุยหรือขาดได้เมื่อใช้กับฟันที่ชิดกันมาก
  • PTFE : เป็นเส้นใยสังเคราะห์แบบเส้นเดี่ยว ผิวลื่นและเหนียวกว่า ไม่ค่อยขาดหรือเป็นขุย จึงสอดผ่านซอกฟันแคบได้ง่าย เหมาะกับคนฟันชิดหรือเหงือกบอบบาง แต่ราคามักสูงกว่าไนลอนเล็กน้อย

ดูจากการเคลือบ

  • แบบเคลือบแว็กซ์ : เส้นลื่น สอดผ่านซอกฟันง่าย ไม่ค่อยแตกเป็นฝอย เหมาะกับมือใหม่และคนฟันชิด
  • แบบไม่เคลือบแว็กซ์ : เส้นบางกว่า เมื่อใช้แล้วเส้นจะแผ่ออกเล็กน้อย ช่วยเก็บคราบได้ดี แต่อาจขาดหรือเป็นขุยได้ง่ายกว่า
  • แบบเคลือบฟลูออไรด์ : เส้นไหมบางรุ่นเคลือบฟลูออไรด์ไว้เพื่อช่วยเสริมการป้องกันฟันผุบริเวณซอกฟัน เหมาะกับคนที่ฟันผุง่าย แต่ยังคงต้องแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ควบคู่กันไป ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีควรใช้ภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่

ดูจากรูปทรง

  • แบบเส้นกลม เป็นรูปแบบพื้นฐาน ใช้ได้กับฟันเกือบทุกลักษณะ
  • แบบเส้นแบน (เทป) หน้ากว้าง แนบผิวฟันได้ดี สบายเหงือก เหมาะกับฟันห่างหรือคนเหงือกบอบบาง

3. เลือกรูปแบบที่ถนัดมือ

  • แบบม้วน (เส้นไหม) เหมาะกับคนที่ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำจนคล่องมือ ตัดความยาวได้เอง และโอบเส้นไหมให้แนบฟันทีละซี่ได้ดี ปรับมุมได้อิสระ คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
  • แบบมีด้ามจับ เหมาะกับมือใหม่หรือคนที่ไม่ถนัดพันไหมกับนิ้ว จับง่าย ควบคุมง่าย เข้าถึงฟันกรามด้านในได้สะดวก แต่สิ้นเปลืองกว่าแบบม้วน
  • แบบพลังน้ำ (Water Flosser) เหมาะกับคนจัดฟัน ใส่รากฟันเทียม หรือคนที่ใช้ไหมแบบธรรมดาไม่ถนัด ใช้แรงดันน้ำชะคราบบริเวณซอกฟันและรอบเครื่องมือ แต่มีราคาสูงกว่าและควรใช้ร่วมกับการแปรงฟันอย่างถูกวิธี

4. เลือกปริมาณให้พอดีกับการใช้งาน

          การใช้ไหมขัดฟันแต่ละครั้งควรใช้ความยาวประมาณ 40-50 เซนติเมตร หากใช้ทุกวัน แนะนำแบบม้วนยาว 50 เมตรขึ้นไป ซึ่งใช้ได้นานราว 3 เดือน ส่วนแบบมีด้ามจับ ควรเลือกแพ็กที่มีจำนวนชิ้นมากเพื่อความคุ้มค่า

5. เลือกกลิ่นที่ชอบ

          ไหมขัดฟันบางรุ่นเติมกลิ่นมินต์หรือกลิ่นอื่น ๆ เพื่อให้รู้สึกสดชื่นหลังใช้ แต่ถ้าเป็นคนที่ระคายเคืองง่ายหรือไม่ชอบกลิ่น ก็มีแบบไม่แต่งกลิ่นให้เลือก

6. เลือกสินค้าที่มีมาตรฐานและซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้

          ควรเลือกสินค้าที่มีฉลากภาษาไทย ระบุผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าชัดเจน และซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ร้านขายยา ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ หรือร้านค้าทางการ (Official Store) ของแบรนด์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ 

          ทีนี้ลองมาดูกันต่อว่า ไหมขัดฟัน ทั้งแบบเส้น แบบเทป และแบบด้ามจับ รุ่นไหนน่าสนใจบ้างในปีนี้

ไหมขัดฟัน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

1. ไหมขัดฟัน Chula Dent Dental PTFE Soft Floss Tape

ไหมขัดฟัน Chula Dent Dental PTFE Soft Floss Tape

ภาพจาก : Chula Dent

          ไหมขัดฟันจากแบรนด์จุฬาฯ เดนท์ พีทีเอฟอี เป็นผลิตภัณฑ์ที่วิจัยและพัฒนาโดยคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตัวไหมทำจาก PTFE เนื้อเหนียวนุ่ม ทนการฉีกขาด เส้นเป็นแบบแบนเพื่อให้สัมผัสผิวฟันได้อย่างอ่อนโยน และเคลือบแว็กซ์ให้เลื่อนผ่านซอกฟันได้สะดวก มีกลิ่นมินต์อ่อน ๆ ความยาว 50 เมตร ถือว่าคุ้มสำหรับการใช้ทุกวัน เหมาะกับคนที่ฟันชิดและอยากได้ไหมที่ไม่บาดเหงือก ราคาปกติ 99 บาท

2. ไหมขัดฟัน EDELWHITE Easy Tape

ไหมขัดฟัน EDELWHITE Easy Tape

ภาพจาก : EDELWHITE

          ถ้าเน้นความคุ้ม EDELWHITE Easy Tape รุ่นนี้ยาวที่สุดในลิสต์ ด้วยความยาว 70 เมตร ซึ่งทางแบรนด์ระบุว่าถ้าใช้วันละครั้ง จะใช้ได้ราว 200 ครั้ง หรือประมาณ 6 เดือนเลยทีเดียว ตัวเทปเป็นเส้นใยแบบหลายเส้นที่สอดเข้าซอกฟันได้นุ่มนวล และแผ่ตัวออกเล็กน้อยเพื่อช่วยทำความสะอาด รูปทรงแบนกว้างคล้ายริบบิ้นและเคลือบแว็กซ์มาด้วย ช่วยให้สอดเข้าซอกฟันแคบได้ง่าย และไม่บาดนิ้ว มีให้เลือก 2 กลิ่น คือ มินต์ และไคปิรินญ่า (ซิตรัส) ราคาปกติ 240 บาท

3. ไหมขัดฟัน Dentiste Dental Black PTFE Floss Tape with Fluoride

ไหมขัดฟัน Dentiste Dental Black PTFE Floss Tape with Fluoride

ภาพจาก : Dentiste Official Store

          ใครที่อยากเห็นชัด ๆ ว่าขัดคราบออกมาได้แค่ไหน เส้นไหมสีดำของเดนทิสเต้ (Dentiste) ช่วยตรงนี้ได้ดี ตัวไหมขัดฟันเป็นแบบเทปแบนผลิตจาก PTFE เนื้อนุ่มพิเศษ อ่อนโยนกับเหงือก เคลือบฟลูออไรด์ที่ช่วยเสริมการป้องกันฟันผุ พร้อมกลิ่นเปปเปอร์มินต์ให้ความสดชื่นหลังใช้ ความยาว 30 เมตร ใช้ได้ราว ๆ 2 เดือนหากใช้วันละครั้ง ซึ่งอาจหมดเร็วกว่ารุ่นอื่นเล็กน้อย ราคาปกติอยู่ที่ 185 บาท

4. ไหมขัดฟัน Donterdox

ไหมขัดฟัน Donterdox

ภาพจาก : Donterdox Thailand

          Donterdox ไหมขัดฟันแบบด้ามที่ออกแบบมาให้ใช้ได้ทั้งคนทั่วไปและคนจัดฟัน ตัวไหมบางเฉียบ ช่วยให้สอดเข้าซอกฟันหรือใต้ลวดจัดฟันได้ง่าย ส่วนปลายด้ามเป็นก้านขัดแบบนุ่ม (Soft Picks) ที่ปรับองศาได้ ไว้ทำความสะอาดรอบเครื่องมือจัดฟัน ด้ามจับออกแบบให้กันลื่น ช่วยให้ใช้งานได้อย่างมั่นใจ 1 กล่องมี 50 ชิ้น ราคาปกติ 95 บาท

5. ไหมขัดฟัน DENTALPRO

ไหมขัดฟัน DENTALPRO

ภาพจาก : Eminence Thailand

          ไหมขัดฟันแบบด้ามจาก DENTALPRO ใช้งานได้แบบ 2 in 1 ด้านหนึ่งเป็นไหมขัดฟัน อีกด้านเป็นปลายแหลมไว้เขี่ยเศษอาหารแทนไม้จิ้มฟัน เส้นไหมทำจากใยไมโครไฟเบอร์ เนื้อนุ่ม อ่อนโยนต่อเหงือก ด้ามจับแข็งแรง จับถนัดมือ ขนาดกะทัดรัด พกติดกระเป๋าไว้ใช้หลังมื้ออาหารได้สะดวก 1 ซองมี 50 ชิ้น ราคาปกติ 79 บาท

6. ไหมขัดฟัน Oral-B GLIDE Deep Clean

ไหมขัดฟัน Oral-B GLIDE Deep Clean

ภาพจาก : P&G Official Shop

          ไหมขัดฟัน Oral-B GLIDE Deep Clean ผลิตจากเส้นใย PTFE ที่เหนียว ไม่ขาดหรือแตกเป็นขุยง่าย เนื้อสัมผัสนุ่มลื่น จึงเลื่อนผ่านซอกฟันได้ราบรื่นแม้ฟันจะชิดกัน ไม่บาดเหงือก ตัวเส้นเคลือบขี้ผึ้งธรรมชาติบาง ๆ ช่วยให้จับกระชับมือขึ้น พร้อมกลิ่นมินต์ที่ให้ความรู้สึกสดชื่นหลังใช้ ความยาว 40 เมตร เหมาะกับคนที่อยากได้ไหมขัดฟันแบบม้วนพื้นฐาน ใช้ง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ ราคาปกติ 169 บาท

7. ไหมขัดฟัน GUM Dental Floss Expanding

ไหมขัดฟัน GUM Dental Floss Expanding

ภาพจาก : sunstar thailand

          จุดเด่นของไหมขัดฟัน GUM รุ่นนี้อยู่ที่ชื่อเลยคือ "Expanding" หรือเส้นไหมที่ขยายตัวได้ ตัวเส้นบางและเคลือบแว็กซ์ไว้บาง ๆ จึงสอดเข้าซอกฟันที่แคบได้ลื่น พอสัมผัสกับน้ำลาย เส้นไหมจะค่อย ๆ ขยายตัวขึ้น ช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัสผิวฟัน โดยเฉพาะบริเวณขอบเหงือกและใต้แนวเหงือกที่คราบพลัคมักสะสม เนื้อไหมนุ่มและอ่อนโยนต่อเหงือก จึงเหมาะกับคนที่เหงือกบอบบางหรือมีภาวะเหงือกร่น ตัวกล่องเป็นแบบใส มองเห็นได้ว่าไหมยังเหลืออีกเท่าไร จะได้ไม่หมดโดยไม่รู้ตัว ความยาว 40 เมตร ราคาปกติ 110 บาท

วิธีใช้ไหมขัดฟันที่ถูกต้อง

          สำหรับคนที่เลือกใช้ไหมขัดฟันแบบเส้นและแบบมีด้ามจับ มีวิธีใช้งานดังนี้

ไหมขัดฟันแบบเส้น 

          ดึงไหมออกมายาวประมาณ 40-50 ซม. (ราวหนึ่งช่วงแขน) พันปลายทั้งสองด้านรอบนิ้วกลาง เหลือช่วงกลางไว้ประมาณ 3-5 ซม. แล้วใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้จับให้ตึง ค่อย ๆ เลื่อนไหมผ่านจุดที่ฟันสองซี่ชิดกันโดยขยับไปมาเบา ๆ เมื่อไหมลงไปถึงซอกฟันแล้ว ให้โอบไหมเป็นรูปตัว C แนบกับผิวฟันซี่หนึ่ง เลื่อนลงไปใต้ขอบเหงือกเล็กน้อย แล้วขยับขึ้นลงเบา ๆ ทำแบบเดียวกันกับฟันอีกซี่ก่อนย้ายไปซอกถัดไป โดยคลายไหมส่วนที่สะอาดออกมาใช้ทุกครั้ง และอย่าลืมด้านหลังของฟันกรามซี่ในสุดด้วย

ไหมขัดฟันแบบมีด้ามจับ 

          ใช้หลักเดียวกับแบบเส้น คือค่อย ๆ สอดเส้นไหมลงไป ไม่กดกระแทกเหงือก และเอียงด้ามเพื่อให้ไหมแนบผิวฟันทั้งสองด้าน เนื่องจากเส้นไหมขึงตึงตายตัว จึงโอบรอบฟันได้ไม่แนบเท่าแบบเส้น ควรค่อย ๆ ขยับให้ทั่วผิวฟันแต่ละด้าน และล้างน้ำหรือเช็ดเส้นไหมก่อนย้ายไปซอกถัดไป เพื่อไม่ให้คราบจากซอกหนึ่งติดไปอีกซอก

ไหมขัดฟัน ใช้ตอนไหน
ก่อนหรือหลังแปรงฟัน

ไหมขัดฟันใช้ก่อนหรือหลังแปรงฟัน

          จริง ๆ แล้วไม่มีข้อกำหนดตายตัว สิ่งสำคัญที่สุดคือใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละครั้งอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรมส่วนใหญ่แนะนำให้ใช้ก่อนแปรงฟัน เพราะไหมจะช่วยเขี่ยเศษอาหารและคราบพลัคตามซอกฟันออกมาก่อน เมื่อแปรงฟันตาม ฟลูออไรด์จากยาสีฟันก็จะเข้าถึงผิวฟันบริเวณซอกฟันได้ทั่วถึงขึ้น แต่ถ้าสะดวกใช้หลังแปรงฟันมากกว่า ก็ยังดีกว่าไม่ได้ใช้เลย

ข้อควรระวังในการใช้ไหมขัดฟัน

  • อย่ากดไหมลงไปแรง ๆ หากสอดผ่านซอกฟันยาก ให้ขยับไปมาเบา ๆ แทนการดึงให้ไหมดีดลงไป เพราะอาจทำให้เหงือกเจ็บหรือเป็นแผล
  • ไม่ฝืนใช้ต่อหากไหมติดหรือขาดซ้ำ ๆ ที่ซี่เดิม อาจเป็นสัญญาณของฟันผุ วัสดุอุดที่มีขอบคม หรือหินปูน ควรให้ทันตแพทย์ตรวจ
  • ไม่นำไหมที่ใช้แล้วมาใช้ซ้ำ ทั้งแบบเส้นและแบบด้ามจับ เพราะเส้นไหมอาจรุ่ยหรือมีคราบสะสม ใช้เสร็จแล้วควรทิ้ง
  • หากใช้ในช่วงแรกอาจมีเลือดออกเล็กน้อย และมักดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์เมื่อใช้สม่ำเสมอ แต่ถ้าเลือดออกต่อเนื่อง ไม่ดีขึ้น หรือมีเหงือกบวมและเจ็บร่วมด้วย ควรพบทันตแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคเหงือก
          เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดี อย่าลืมแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ควบคู่กับการใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธีทุกวัน และพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือน ก็จะช่วยลดคราบพลัคซึ่งเป็นต้นเหตุของฟันผุและโรคเหงือกได้

บทความที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพฟัน

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : Chula Dent, EDELWHITE, Dentiste Official Store, Donterdox Thailand, Eminence Thailand, P&G Official Shop, sunstar thailand
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
7 ไหมขัดฟัน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 พร้อมไขข้อสงสัยควรใช้ก่อนหรือหลังแปรงฟัน ? อัปเดตล่าสุด 1 ตุลาคม 2569 เวลา 10:43:20 1,256 อ่าน
TOP
x close