แปรงสีฟันไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ใช้ง่าย แปรงสะอาด เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดี

           แปรงสีฟันไฟฟ้า แบบไหนดี ยี่ห้อไหนดี ใช้แล้วแตกต่างจากแปรงสีฟันธรรมดาอย่างไร พร้อมแนะนำวิธีเลือกซื้อแปรงสีฟันไฟฟ้าให้เหมาะกับตัวเอง
แปรงสีฟันไฟฟ้า

          แปรงสีฟันไฟฟ้า อีกหนึ่งไอเทมดูแลสุขภาพช่องปากและฟันที่ได้รับความนิยมไม่น้อย เพราะช่วยทำความสะอาดฟันได้อย่างทั่วถึงโดยไม่ต้องออกแรงแปรงมากนัก แต่เนื่องจากในท้องตลาดมีแปรงสีฟันไฟฟ้าให้เลือกหลายรุ่น หลายราคา แล้วเราควรจะเลือกแปรงสีฟันไฟฟ้าแบบไหนดี วันนี้ชวนทุกคนมาอ่านรีวิวแปรงสีฟันไฟฟ้า พร้อมคำแนะนำในการเลือกซื้อแปรงไฟฟ้ายี่ห้อไหนดีมาให้พิจารณากัน 

แปรงสีฟันไฟฟ้า
ต่างกับแปรงสีฟันทั่วไปอย่างไร

แปรงสีฟันไฟฟ้าต่างจากแปรงสีฟัน

          แปรงสีฟันไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ทั้งแบบใส่ถ่านและชาร์จไฟ เพื่อให้เกิดแรงสั่นจากหัวแปรงไปขจัดคราบพลัค หินปูน และแบคทีเรีย ออกจากฟัน ผู้ใช้เพียงแค่ถือแปรงให้ได้องศาหรือหมุนข้อมือเพียงเล็กน้อยให้ตรงจุดที่ต้องการแปรง ทำให้ไม่เมื่อยหรือปวดข้อมือเหมือนแปรงสีฟันธรรมดา และยังสามารถซอกซอนในจุดที่เข้าไม่ถึง จึงทำความสะอาดได้ดีกว่า

          นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันที่น่าสนใจ เช่น ปรับโหมดการสั่นสะเทือนเพื่อกำจัดคราบพลัค คราบหินปูน โหมดฟันขาว โหมดอ่อนโยนที่เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมของแต่ละคน อีกทั้งบางรุ่นสามารถตั้งเวลาการแปรงฟันได้ 2 นาที และสั่นเตือนทุก 30 วินาที ช่วยให้แปรงฟันในระยะเวลาที่เหมาะสม

แปรงสีฟันไฟฟ้า ดียังไง

แปรงสีฟันไฟฟ้า ดีอย่างไร

         แปรงสีฟันไฟฟ้ามีข้อดีหลายอย่างที่ทำให้การดูแลสุขภาพช่องปากมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับการใช้แปรงสีฟันธรรมดา ดังนี้
  • ช่วยให้แปรงฟันได้ทั่วถึงทุกมุมของช่องปาก เพราะหัวแปรงมีขนาดเล็กและมีหลากหลายรูปทรง จึงเข้าถึงบริเวณที่แปรงสีฟันธรรมดาเข้าถึงยาก เช่น ซอกฟัน ฟันกรามด้านใน นอกจากนี้ บางรุ่นยังมีระบบแจ้งเตือนด้วยว่าทำความสะอาดบริเวณนั้นเพียงพอหรือยัง 
  • ช่วยทำความสะอาดฟันได้ตามเวลามาตรฐานที่ทันตแพทย์แนะนำคือ 2 นาที จากเวลาที่ตั้งไว้ และบางรุ่นมีระบบเตือนให้เปลี่ยนตำแหน่งการแปรงทุก ๆ 30 วินาที เพื่อให้แน่ใจว่าแปรงฟันได้ทั่วถึงทุกส่วนของช่องปากและเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม
  • มีระบบการสั่นหรือหมุนด้วยความเร็วสูง จึงมีประสิทธิภาพในการขจัดคราบพลัค หินปูน และแบคทีเรีย ตามซี่ฟันได้ดีกว่าการแปรงฟันด้วยมือเปล่า ลดความเสี่ยงโรคเหงือกและฟันผุ
  • ไม่ต้องออกแรงข้อมือในการแปรงฟันเยอะเกินไป เหมาะกับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาการออกแรงแขนหรือข้อมือเพื่อขยับแปรงสีฟัน
  • มีส่วนช่วยดูแลสุขภาพเหงือก เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนของแปรงจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณเหงือก อีกทั้งอ่อนโยนต่อเหงือกเมื่อเทียบกับการใช้แปรงสีฟันทั่วไปที่ต้องออกแรงแปรงเอง ซึ่งมีโอกาสทำให้เหงือกบาดเจ็บได้มากกว่า
  • มีหลายโหมดให้เลือกใช้ เช่น โหมดทำความสะอาดทั่วไป โหมดอ่อนโยนต่อเหงือก โหมดฟันขาว เป็นต้น เหมาะกับความต้องการใช้งานที่หลากหลาย
  • สามารถเปลี่ยนหัวแปรงให้เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน หรือเปลี่ยนเมื่อหัวแปรงเสื่อมสภาพ ซึ่งโดยปกติควรเปลี่ยนทุก ๆ 3 เดือน ตามที่ทันตแพทย์แนะนำ
  • เหมาะกับคนจัดฟันที่ต้องการทำความสะอาดฟันอย่างทั่วถึง

แปรงสีฟันไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

          แปรงสีฟันไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมและมีคุณภาพดี มีหลายยี่ห้อและหลายรุ่นให้เลือกตามงบประมาณ ใครอยากรู้ว่า แปรงสีฟันไฟฟ้าแบบไหนดีที่เหมาะกับเรา ลองพิจารณาข้อมูลรีวิวแปรงสีฟันไฟฟ้าด้านล่างนี้ดูเลย

1. แปรงสีฟันไฟฟ้า Oral-B iO ซีรีส์ 2

แปรงสีฟันไฟฟ้า Oral-B iO ซีรีส์ 2

ภาพจาก : P&G Official

          ใครกำลังมองหาแปรงสีฟันไฟฟ้ารุ่นเริ่มต้นที่คุณภาพดี ใช้งานง่าย ต้องขอแนะนำ Oral-B iO ซีรีส์ 2 (ออรัล-บี ไอโอ ซีรีส์ 2) เลยค่ะ รุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยี iO เอกสิทธิ์ของ Oral-B ผสานกับหัวแปรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากทันตแพทย์ รวมเข้ากับเทคโนโลยีขนแปรง Micro-Pulsation ที่สั่นด้วยจังหวะความถี่ต่ำระดับไมโคร นุ่มนวลต่อช่องปาก ช่วยให้หัวแปรงแนบไปกับรูปทรงฟันแต่ละซี่ได้อย่างพอดี สามารถเข้าทำความสะอาดในจุดที่แปรงสีฟันแบบแบนทั่วไปเข้าไม่ถึง  จึงช่วยขจัดคราบพลัคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากถึง 99.9% เมื่อเทียบกับแปรงสีฟันธรรมดา และให้ความรู้สึกสะอาดล้ำลึกกว่าการแปรงฟันทั่วไป

          อีกหนึ่งจุดเด่นของแปรงสีฟันไฟฟ้า Oral-B iO ซีรีส์ 2 ก็คือ มีเซ็นเซอร์อัจฉริยะตรวจวัดแรงกดบนเหงือก (Gum Pressure Sensor) หากเผลอกดแปรงแรงเกินไป ตัวเครื่องจะลดความเร็วลงทันที และแสดงไฟสีแดงเตือน ช่วยปกป้องเหงือกไม่ให้ระคายเคือง เหมาะกับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า 

          นอกจากนี้ยังมี 3 โหมดการแปรงให้เลือกตามความต้องการ ได้แก่ อ่อนโยนพิเศษ (Super Sensitive) สำหรับคนที่มีเหงือกและฟันที่บอบบาง, อ่อนโยน (Sensitive) และทำความสะอาดประจำวัน (Daily Clean) พร้อมระบบจับเวลา 2 นาที ที่จะสั่นเตือนทุก ๆ 30 วินาที เพื่อแบ่งการแปรงฟันเป็น 4 โซน ช่วยให้เราแปรงได้ทั่วถึงตามคำแนะนำของทันตแพทย์  

          เห็นฟังก์ชันจัดเต็มขนาดนี้ แต่ใช้งานง่ายมาก เพราะควบคุมด้วยปุ่มเดียว เสียงการทำงานค่อนข้างเงียบ ไม่ต้องกลัวว่าจะปลุกคนข้าง ๆ ในตอนเช้า แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนาน ชาร์จครั้งเดียวใช้ได้ประมาณ 4 สัปดาห์เลยทีเดียว พร้อมไฟแจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่อ่อน ตัวแปรงน้ำหนักเบา จับถนัดมือ จะใช้ที่บ้านหรือพกพาเดินทางก็สะดวกดี ภายในกล่องมาพร้อมหัวแปรงสำรอง Oral-B Clean and Gum Protect 1 หัว ที่มีขนแปรงอ่อนนุ่มมากถึง 4,000 เส้น เรียงโค้งตามแนวเหงือก เพื่อการทำความสะอาดฟันและเหงือกอย่างอ่อนโยน ทั้งนี้ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแลสุขภาพช่องปาก แนะนำให้เปลี่ยนหัวแปรง Oral-B iO ทุก 3 เดือนนะคะ  

  • ราคาปกติ : 1,999 บาท (จากปกติ 2,499 บาท)

  • ช่องทางจำหน่าย : Shopee, Lazada, TikTok

2. แปรงสีฟันไฟฟ้า Sparkle Sonic Triple Active

แปรงสีฟันไฟฟ้า Sparkle Sonic

ภาพจาก : sparklethailand.com

          แปรงสีฟัน สปาร์คเคิล รุ่นทริปเปิล แอคทีฟ ใช้ระบบโซนิค สั่นด้วยคลื่นความถี่เสียง 40,000 รอบต่อนาที ปรับได้ 3 โหมดการทำงาน คือ โหมด White ดูแลฟันขาวเป็นเงา โหมด Sensitive ดูแลอย่างอ่อนโยน และโหมด Gum Care นวดดูแลเหงือก สามารถเปลี่ยนหัวแปรงได้ไม่ยาก 

          ส่วนขนแปรงก็ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ ให้มีความนุ่มและซอกซอนร่องฟันได้อย่างทั่วถึง ด้ามจับกันน้ำได้ที่ระดับ IPX7 ทนทานต่อระดับน้ำที่ความลึกสูงสุด 1 เมตร เป็นเวลา 30 นาที นอกจากนี้ ยังมีระบบแจ้งเตือนทุก 30 วินาที เพื่อเปลี่ยนบริเวณแปรงฟัน รุ่นนี้ต้องใช้คู่กับแท่นชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งมีอายุการใช้งาน 5 ปี รับประกันนาน 2 ปี

  • ราคาปกติ : 2,990 บาท

3. แปรงสีฟันไฟฟ้า Philips Sonicare 1100 Series

แปรงสีฟันไฟฟ้า Philips Sonicare 1100 Series

ภาพจาก : philips.co.th

          ต่อกันที่แปรงสีฟันไฟฟ้า Philips Sonicare รุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยีคลื่นโซนิค มีระดับการสั่น 31,000 ครั้งต่อนาที ช่วยให้ทำความสะอาดซอกฟันและร่องเหงือกได้อย่างทั่วถึง ด้ามจับรูปทรงเพรียวบาง น้ำหนักเบา ถือถนัดมือ มีโหมด Easy-Start เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มใช้งาน ซึ่งจะค่อย ๆ เพิ่มพลังในการใช้แปรงไปเรื่อย ๆ ใน 14 ครั้งแรก ตัวเครื่องสามารถกำหนดเวลา 2 นาทีได้ตามมาตรฐาน แบตเตอรี่เมื่อชาร์จเต็มจะใช้งานได้ 14 วัน

  • ราคาปกติ : 1,590 บาท

4. แปรงสีฟันไฟฟ้าคอลเกต 360 โซนิค ชาร์โคล

แปรงสีฟันไฟฟ้าคอลเกต 360 โซนิค ชาร์โคล

ภาพจาก : colgate.com

          สำหรับคนงบน้อย แต่อยากทดลองใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า ลองพิจารณาแปรงสีฟันไฟฟ้าคอลเกต 360 โซนิค ชาร์โคล ที่ราคาไม่สูงมาก รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีโซนิค ความถี่หัวแปรง 24,000 รอบต่อนาที ทำความสะอาดได้รอบทิศทาง 360 องศา ขนแปรงผสมชาร์โคลและสารยับยั้งแบคทีเรีย พร้อมยางทรงกลมช่วยขจัดคราบบนผิวฟันอีกแรง ด้ามแปรงดีไซน์บางจับถนัดมือ หัวแปรงถอดเปลี่ยนได้ โดยสามารถใช้ได้กับหัวแปรงไฟฟ้าคอลเกต 360 โซนิค ทุกรุ่นเลย ส่วนแบตเตอรี่ใช้เป็นแบบถ่านอัลคาไลน์ AAA ที่หาซื้อได้ไม่ยาก

  • ราคาปกติ : 495 บาท

5. แปรงสีฟันไฟฟ้า Wise Smart Sonic

 แปรงสีฟันไฟฟ้า Wise Smart Sonic

ภาพจาก : lionshoponline.com

          แปรงสีฟันไฟฟ้า Wise Smart Sonic ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีราคาหลักร้อย แต่มีระบบอัจฉริยะเตือนอัตโนมัติทุก ๆ 30 วินาที และหยุดเมื่อแปรงครบ 2 นาที พร้อมปรับระดับการสั่นได้ 2 ระดับ สูงสุด 28,000 รอบต่อนาที หัวแปรงเป็นแบบ Smart Dual Bristles คือ มีขนแปรงที่อ่อนนุ่ม 2 แบบในด้ามเดียว ทั้งแบบปลายกลมมน เพื่อช่วยทำความสะอาดผิวฟัน ขจัดคราบพลัค และแบบปลายเรียวแหลม ช่วยในการซอกซอนร่องเหงือก จับถนัดมือ เพราะน้ำหนักเบา 

  • ราคาปกติ : 700 บาท

6. แปรงสีฟันไฟฟ้า Xiaomi Oscillation Electric Toothbrush

แปรงสีฟันไฟฟ้า Xiaomi Oscillation Electric Toothbrush

ภาพจาก : mi.com

          มาที่แปรงสีฟันไฟฟ้าจากแบรนด์เสียวหมี่กันบ้าง จุดเด่นอยู่ที่การใช้เทคโนโลยีมอเตอร์โซนิคสำหรับการหมุน ช่วยให้หัวแปรงมีมุมการหมุนเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า จึงสามารถซอกซอนเข้าตามจุดบอดบนฟันกรามได้อย่างแม่นยำ และมีไฟเตือนคอยบอกสถานะการแปรงฟันว่าบริเวณนั้นสะอาดเพียงพอแล้วหรือยัง ทำให้ทำความสะอาดฟันได้อย่างทั่วถึง หัวแปรงออกแบบมาให้ดูดซับแรงกระแทกได้ดี แปรงสบาย ไม่กระแทกฟัน รุ่นนี้ปรับได้ 3 โหมด คือ โหมดมาตรฐาน โหมดอ่อนโยน และโหมดสั่นทำความสะอาดแบบล้ำลึก แบตเตอรี่ชาร์จ 1 ครั้ง ใช้ได้ยาว ๆ 100-180 วัน (ขึ้นอยู่กับโหมดที่ใช้) 

  • ราคาปกติ : 659 บาท

วิธีเลือกซื้อแปรงสีฟันไฟฟ้า

แปรงสีฟันไฟฟ้า ดีไหม

  • เลือกซื้อตามงบประมาณ เช่น ถ้างบประมาณจำกัดอาจเลือกราคาหลักร้อย แต่ฟังก์ชันที่ช่วยให้การแปรงฟันมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นก็จะมีไม่มากเท่าแปรงสีฟันไฟฟ้าราคาหลักพันขึ้นไป 
  • เลือกหัวแปรงที่มีขนาดเหมาะกับช่องปาก เพื่อเข้าถึงซอกฟันและฟันกรามด้านในได้ง่ายกว่า และพิจารณาจากการทำงานของหัวแปรงซึ่งมีอยู่หลายแบบ คือ
    • หัวแปรงแบบ 2D : หัวแปรงจะหมุนเป็นวงกลม ราคาไม่สูงมาก เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มต้นใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า 
    • หัวแปรงแบบ 3D : หัวแปรงจะปัดขึ้น-ลง หรือซ้าย-ขวา พร้อมกับหมุนไปด้วย ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังขัดฟัน เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะอาดล้ำลึก หรือมีปัญหาคราบพลัคสะสมมาก
    • หัวแปรงแบบโซนิค : เป็นหัวแปรงที่ใช้พลังคลื่นเสียงในการสั่นสะเทือน ทำให้เกิดการขยับ 20,000 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป จนเกิดฟองอากาศขนาดเล็กที่ซอกซอนเข้าไปทำความสะอาดได้ลึกถึงซอกฟันและแนวเหงือก เหมาะกับผู้ที่มีเหงือกบอบบางหรือมีปัญหาเหงือกร่น คนจัดฟัน หรือผู้ที่ต้องการการทำความสะอาดที่ครอบคลุมถึงบริเวณที่แปรงเข้าถึงยาก
    • หัวแปรงแบบอัลตราโซนิค : ใช้พลังคลื่นเสียงความถี่สูงมากในการสั่นสะเทือนที่มากกว่าแบบโซนิค ช่วยให้การทำความสะอาดล้ำลึก แต่มีราคาสูงมาก เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาโรคเหงือกและฟันขั้นรุนแรง
  • เลือกขนแปรงนุ่มและอ่อนโยน โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคเหงือกหรือมีอาการเสียวฟัน
  • เลือกรุ่นที่ปรับโหมดได้เหมาะกับสุขภาพฟัน เช่น คนเหงือกร่น คนมีปัญหาเสียวฟัน ควรเลือกแปรงสีฟันที่มีโหมดดูแลเหงือก หรือคนฟันเหลืองมีคราบฟันเยอะก็ควรเลือกโหมดฟันขาว รวมทั้งปรับระดับการสั่นสะเทือนได้
  • เลือกแปรงสีฟันไฟฟ้าที่มีระบบช่วยให้แปรงฟันอย่างถูกต้อง เช่น การตั้งเวลาแปรงฟัน 2 นาที มีระบบแจ้งเตือนทุก ๆ 30 วินาที หรือมีระบบตรวจจับเซ็นเซอร์หากกดแรงจนเกินไป
  • เลือกซื้อแปรงสีฟันไฟฟ้าจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ ได้รับรองตามมาตรฐาน
  • เลือกซื้อตามความสะดวกต่อการใช้งาน เช่น เลือกรุ่นที่ใช้ถ่านถ้าต้องการพกพาไปนอกบ้าน หรือเลือกรุ่นที่ชาร์จไฟถ้าส่วนใหญ่ใช้ภายในบ้าน รวมทั้งพิจารณาอายุการใช้งานต่อการชาร์จ 1 ครั้งด้วย
  • เลือกซื้อแปรงที่มีด้ามจับถนัดมือ ขนาดไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำจากวัสดุคุณภาพ ไม่เปราะหรือแตกง่าย มีวัสดุที่กันลื่น เพื่อให้จับได้มั่นคงขณะแปรงฟัน น้ำหนักไม่มากจนเกินไป
  • พิจารณาค่าใช้จ่ายหัวแปรงสำรองด้วย เพราะเราต้องเปลี่ยนหัวแปรงทุก ๆ 3-6 เดือน

วิธีใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าที่ถูกต้อง

วิธีใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า

  • ควรถือแปรงทำมุม 45 องศาตามแนวฟัน และเริ่มแปรงจากฟันด้านนอกก่อน ขยับไปทีละซี่จนถึงฟันกราม และแปรงจากด้านหลังฟันกรามวนไปด้านใน ส่วนด้านในก็ขยับไปทีละซี่และแปรงจนถึงฟันกรามในสุด ปัดขนแปรงขึ้น-ลงสำหรับฟันด้านบน รวมถึงแปรงลิ้นด้วย

  • ไม่ควรออกแรงกดแปรงสีฟันมากไป เพียงแค่วางให้สัมผัสลงบนฟันและเหงือกเพื่อถนอมเหงือกและฟัน

  • ควรแปรงฟันให้ถูกหลักจนครบ 2 นาที ตามมาตรฐาน

  • ล้างทำความสะอาดหัวแปรงทุกครั้งหลังการใช้งาน 

  • ทุกครั้งหลังการใช้งานให้ใช้ผ้าที่อ่อนนุ่มเช็ดด้ามจับแปรงสีฟันไฟฟ้าให้แห้ง

  • เก็บเครื่องชาร์จให้ห่างจากน้ำหรือของเหลวอื่น ๆ และไม่ควรจุ่มด้ามจับหรือแท่นชาร์จลงไปในน้ำ 

  • ถ้าไม่ใช้เครื่องเป็นเวลานานให้ถอดปลั๊กและสายชาร์จออก และเก็บไว้ในที่แห้ง

ข้อเสียและข้อจำกัด
ของแปรงสีฟันไฟฟ้า

  • อาจเกิดปัญหาเหงือกร่น เคลือบฟันสึกได้ ถ้าออกแรงกดมากเกินไปในขณะแปรงฟัน
  • ราคาเริ่มต้นสูงกว่าแปรงสีฟันธรรมดามาก
  • ต้องเปลี่ยนหัวแปรงทุก 3-6 เดือน และในบางยี่ห้อจำเป็นต้องซื้อรุ่นเดียวกัน ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนหัวแปรงตลอดอายุการใช้งานของตัวเครื่อง
  • มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากกว่าแปรงสีฟันธรรมดา  
  • การทำงานของเครื่องต้องใช้แบตเตอรี่หรือต้องคอยชาร์จไฟ ซึ่งอาจไม่สะดวกในบางสถานที่ที่ไม่มีปลั๊กไฟหรือมีข้อจำกัดด้านไฟฟ้า
  • ถ้าใช้เป็นรุ่นมีสายชาร์จหรือแท่นชาร์จอาจไม่สะดวกต่อการพกพา 
  • หากตัวเครื่องมีปัญหา หรือแบตเตอรี่เสื่อม อาจมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเพิ่มเข้ามาด้วย 
  • ต้องระมัดระวังในการหยิบจับ เพราะหากตกหล่นอาจแตกหักเสียหายได้
           จะเห็นได้ว่าแปรงสีฟันไฟฟ้าแต่ละแบบก็มีฟังก์ชันและราคาต่างกันไป ดังนั้น ถ้าต้องการใช้งานควรเลือกซื้อเพื่อให้ตอบโจทย์ของตัวเองกันนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพปากและฟัน

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : P&G Official Shop, lionshoponline.com, colgate.com, Sparkle Official Shop, mi.com, philips.co.th 

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
แปรงสีฟันไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ใช้ง่าย แปรงสะอาด เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดี อัปเดตล่าสุด 22 มกราคม 2569 เวลา 11:35:12 48,487 อ่าน
TOP
x close