แปรงสีฟันไฟฟ้า อีกหนึ่งไอเทมดูแลสุขภาพช่องปากและฟันที่ได้รับความนิยมไม่น้อย เพราะช่วยทำความสะอาดฟันได้อย่างทั่วถึงโดยไม่ต้องออกแรงแปรงมากนัก แต่เนื่องจากในท้องตลาดมีแปรงสีฟันไฟฟ้าให้เลือกหลายรุ่น หลายราคา แล้วเราควรจะเลือกแปรงสีฟันไฟฟ้าแบบไหนดี วันนี้ชวนทุกคนมาอ่านรีวิวแปรงสีฟันไฟฟ้า พร้อมคำแนะนำในการเลือกซื้อแปรงไฟฟ้ายี่ห้อไหนดีมาให้พิจารณากัน
แปรงสีฟันไฟฟ้า
ต่างกับแปรงสีฟันทั่วไปอย่างไร
แปรงสีฟันไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ทั้งแบบใส่ถ่านและชาร์จไฟ เพื่อให้เกิดแรงสั่นจากหัวแปรงไปขจัดคราบพลัค หินปูน และแบคทีเรีย ออกจากฟัน ผู้ใช้เพียงแค่ถือแปรงให้ได้องศาหรือหมุนข้อมือเพียงเล็กน้อยให้ตรงจุดที่ต้องการแปรง ทำให้ไม่เมื่อยหรือปวดข้อมือเหมือนแปรงสีฟันธรรมดา และยังสามารถซอกซอนในจุดที่เข้าไม่ถึง จึงทำความสะอาดได้ดีกว่า
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันที่น่าสนใจ เช่น ปรับโหมดการสั่นสะเทือนเพื่อกำจัดคราบพลัค คราบหินปูน โหมดฟันขาว โหมดอ่อนโยนที่เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมของแต่ละคน อีกทั้งบางรุ่นสามารถตั้งเวลาการแปรงฟันได้ 2 นาที และสั่นเตือนทุก 30 วินาที ช่วยให้แปรงฟันในระยะเวลาที่เหมาะสม
แปรงสีฟันไฟฟ้า ดียังไง
- ช่วยให้แปรงฟันได้ทั่วถึงทุกมุมของช่องปาก เพราะหัวแปรงมีขนาดเล็กและมีหลากหลายรูปทรง จึงเข้าถึงบริเวณที่แปรงสีฟันธรรมดาเข้าถึงยาก เช่น ซอกฟัน ฟันกรามด้านใน นอกจากนี้ บางรุ่นยังมีระบบแจ้งเตือนด้วยว่าทำความสะอาดบริเวณนั้นเพียงพอหรือยัง
- ช่วยทำความสะอาดฟันได้ตามเวลามาตรฐานที่ทันตแพทย์แนะนำคือ 2 นาที จากเวลาที่ตั้งไว้ และบางรุ่นมีระบบเตือนให้เปลี่ยนตำแหน่งการแปรงทุก ๆ 30 วินาที เพื่อให้แน่ใจว่าแปรงฟันได้ทั่วถึงทุกส่วนของช่องปากและเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม
- มีระบบการสั่นหรือหมุนด้วยความเร็วสูง จึงมีประสิทธิภาพในการขจัดคราบพลัค หินปูน และแบคทีเรีย ตามซี่ฟันได้ดีกว่าการแปรงฟันด้วยมือเปล่า ลดความเสี่ยงโรคเหงือกและฟันผุ
- ไม่ต้องออกแรงข้อมือในการแปรงฟันเยอะเกินไป เหมาะกับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาการออกแรงแขนหรือข้อมือเพื่อขยับแปรงสีฟัน
- มีส่วนช่วยดูแลสุขภาพเหงือก เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนของแปรงจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณเหงือก อีกทั้งอ่อนโยนต่อเหงือกเมื่อเทียบกับการใช้แปรงสีฟันทั่วไปที่ต้องออกแรงแปรงเอง ซึ่งมีโอกาสทำให้เหงือกบาดเจ็บได้มากกว่า
- มีหลายโหมดให้เลือกใช้ เช่น โหมดทำความสะอาดทั่วไป โหมดอ่อนโยนต่อเหงือก โหมดฟันขาว เป็นต้น เหมาะกับความต้องการใช้งานที่หลากหลาย
- สามารถเปลี่ยนหัวแปรงให้เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน หรือเปลี่ยนเมื่อหัวแปรงเสื่อมสภาพ ซึ่งโดยปกติควรเปลี่ยนทุก ๆ 3 เดือน ตามที่ทันตแพทย์แนะนำ
- เหมาะกับคนจัดฟันที่ต้องการทำความสะอาดฟันอย่างทั่วถึง
แปรงสีฟันไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ปี 2026
1. แปรงสีฟันไฟฟ้า Oral-B iO6 Connected Coach
ภาพจาก : P&G Official
หากไม่มั่นใจว่าที่แปรงฟันอยู่ทุกวันนี้สะอาดจริงไหม ทั่วถึงพอหรือยัง แปรงสีฟันไฟฟ้า Oral-B iO6 Connected Coach รุ่นนี้น่าจะตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุดเลย เพราะสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Oral-B เพื่อใช้งานระบบ AI แนะนำการทำความสะอาด (CLEANING COACHING) ซึ่งจะคอยตรวจจับตำแหน่งพร้อมแนะนำแบบเรียลไทม์ว่าต้องเน้นตรงไหน ช่วยให้แปรงได้ครอบคลุมทั่วทุกซี่ ไม่มองข้ามจุดที่เข้าถึงยาก โดยระบบนี้ผ่านการพิสูจน์ทางคลินิกมาแล้วว่าช่วยป้องกันปัญหาในช่องปาก* ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
อีกจุดสำคัญก็คือ Oral-B iO6 Connected Coach ใช้หัวแปรงทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ ผสานเทคโนโลยีขนแปรง Micro-Pulsation ที่สั่นด้วยความถี่ต่ำระดับไมโคร ช่วยทำความสะอาดได้ล้ำลึกแต่อ่อนโยน แนบเข้ากับรูปทรงฟันแต่ละซี่ได้อย่างพอดี จึงขจัดคราบพลัคได้มากกว่าแปรงสีฟันธรรมดาถึง 99.9% พร้อมเซ็นเซอร์อัจฉริยะตรวจจับแรงกด 3 สี คอยแสดงไฟเตือนทันทีเมื่อลงน้ำหนักเบาไป แรงไป หรือพอดี เพื่อป้องกันเหงือกร่น รวมถึงมีระบบจับเวลา 2 นาทีในตัว ที่จะสั่นเตือนทุก 30 วินาที ให้เปลี่ยนไปแปรงให้ครบทั้ง 4 โซน ตามคำแนะนำของทันตแพทย์ด้วยนะ
นอกจากนี้ยังมีโหมดการทำความสะอาดให้เลือกใช้ตามความต้องการถึง 5 โหมด ได้แก่ ทำความสะอาดประจำวัน (Daily Clean), ทำความสะอาดล้ำลึก (Intense), อ่อนโยน (Sensitive), ฟันขาว (Whitening) และถนอมเหงือก (Gum Care) โดยแสดงผลผ่านหน้าจอสีอินเตอร์แอ็คทีฟ (Color Interactive Display) บนตัวแปรงอย่างชัดเจน ทำให้เราเห็นโหมดที่ใช้อยู่, การจับเวลาการแปรง, ระดับแบตเตอรี่ ไปจนถึงการแจ้งเตือนเปลี่ยนหัวแปรง
ภายในชุดให้อุปกรณ์มาครบพร้อมใช้งาน ทั้งตัวแปรงสีดำ Black Lava, กล่องพกพาสำหรับเดินทาง, แท่นชาร์จ และหัวแปรง Oral-B Clean & Gum Protect 2 ชิ้น ทั้งนี้ เพื่อประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด แนะนำให้เปลี่ยนหัวแปรง Oral-B ใหม่ทุก ๆ 3 เดือน
-
ราคาปกติ : 7,490 บาท (ลดพิเศษช่วงเปิดตัว ! เหลือเพียง 6,599 บาท เฉพาะวันที่ 26-30 กันยายน 2569 เท่านั้น)
หมายเหตุ : *ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคราบพลัคหรือสุขอนามัยในช่องปาก
2. แปรงสีฟันไฟฟ้า Sparkle Sonic Triple Active
ภาพจาก : sparklethailand.com
แปรงสีฟัน สปาร์คเคิล รุ่นทริปเปิล แอคทีฟ ใช้ระบบโซนิค สั่นด้วยคลื่นความถี่เสียง 40,000 รอบต่อนาที ปรับได้ 3 โหมดการทำงาน คือ โหมด White ดูแลฟันขาวเป็นเงา โหมด Sensitive ดูแลอย่างอ่อนโยน และโหมด Gum Care นวดดูแลเหงือก สามารถเปลี่ยนหัวแปรงได้ไม่ยาก
ส่วนขนแปรงก็ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ ให้มีความนุ่มและซอกซอนร่องฟันได้อย่างทั่วถึง ด้ามจับกันน้ำได้ที่ระดับ IPX7 ทนทานต่อระดับน้ำที่ความลึกสูงสุด 1 เมตร เป็นเวลา 30 นาที นอกจากนี้ ยังมีระบบแจ้งเตือนทุก 30 วินาที เพื่อเปลี่ยนบริเวณแปรงฟัน รุ่นนี้ต้องใช้คู่กับแท่นชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งมีอายุการใช้งาน 5 ปี รับประกันนาน 2 ปี
-
ราคาปกติ : 2,990 บาท
3. แปรงสีฟันไฟฟ้า Philips Sonicare 1100 Series
ภาพจาก : philips.co.th
ต่อกันที่แปรงสีฟันไฟฟ้า Philips Sonicare รุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยีคลื่นโซนิค มีระดับการสั่น 31,000 ครั้งต่อนาที ช่วยให้ทำความสะอาดซอกฟันและร่องเหงือกได้อย่างทั่วถึง ด้ามจับรูปทรงเพรียวบาง น้ำหนักเบา ถือถนัดมือ มีโหมด Easy-Start เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มใช้งาน ซึ่งจะค่อย ๆ เพิ่มพลังในการใช้แปรงไปเรื่อย ๆ ใน 14 ครั้งแรก ตัวเครื่องสามารถกำหนดเวลา 2 นาทีได้ตามมาตรฐาน แบตเตอรี่เมื่อชาร์จเต็มจะใช้งานได้ 14 วัน
-
ราคาปกติ : 1,590 บาท
4. แปรงสีฟันไฟฟ้าคอลเกต 360 โซนิค ชาร์โคล
ภาพจาก : colgate.com
สำหรับคนงบน้อย แต่อยากทดลองใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า ลองพิจารณาแปรงสีฟันไฟฟ้าคอลเกต 360 โซนิค ชาร์โคล ที่ราคาไม่สูงมาก รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีโซนิค ความถี่หัวแปรง 24,000 รอบต่อนาที ทำความสะอาดได้รอบทิศทาง 360 องศา ขนแปรงผสมชาร์โคลและสารยับยั้งแบคทีเรีย พร้อมยางทรงกลมช่วยขจัดคราบบนผิวฟันอีกแรง ด้ามแปรงดีไซน์บางจับถนัดมือ หัวแปรงถอดเปลี่ยนได้ โดยสามารถใช้ได้กับหัวแปรงไฟฟ้าคอลเกต 360 โซนิค ทุกรุ่นเลย ส่วนแบตเตอรี่ใช้เป็นแบบถ่านอัลคาไลน์ AAA ที่หาซื้อได้ไม่ยาก
-
ราคาปกติ : 495 บาท
5. แปรงสีฟันไฟฟ้า Wise Smart Sonic
ภาพจาก : lionshoponline.com
แปรงสีฟันไฟฟ้า Wise Smart Sonic ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีราคาหลักร้อย แต่มีระบบอัจฉริยะเตือนอัตโนมัติทุก ๆ 30 วินาที และหยุดเมื่อแปรงครบ 2 นาที พร้อมปรับระดับการสั่นได้ 2 ระดับ สูงสุด 28,000 รอบต่อนาที หัวแปรงเป็นแบบ Smart Dual Bristles คือ มีขนแปรงที่อ่อนนุ่ม 2 แบบในด้ามเดียว ทั้งแบบปลายกลมมน เพื่อช่วยทำความสะอาดผิวฟัน ขจัดคราบพลัค และแบบปลายเรียวแหลม ช่วยในการซอกซอนร่องเหงือก จับถนัดมือ เพราะน้ำหนักเบา
-
ราคาปกติ : 700 บาท
6. แปรงสีฟันไฟฟ้า Xiaomi Oscillation Electric Toothbrush
ภาพจาก : mi.com
มาที่แปรงสีฟันไฟฟ้าจากแบรนด์เสียวหมี่กันบ้าง จุดเด่นอยู่ที่การใช้เทคโนโลยีมอเตอร์โซนิคสำหรับการหมุน ช่วยให้หัวแปรงมีมุมการหมุนเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า จึงสามารถซอกซอนเข้าตามจุดบอดบนฟันกรามได้อย่างแม่นยำ และมีไฟเตือนคอยบอกสถานะการแปรงฟันว่าบริเวณนั้นสะอาดเพียงพอแล้วหรือยัง ทำให้ทำความสะอาดฟันได้อย่างทั่วถึง หัวแปรงออกแบบมาให้ดูดซับแรงกระแทกได้ดี แปรงสบาย ไม่กระแทกฟัน รุ่นนี้ปรับได้ 3 โหมด คือ โหมดมาตรฐาน โหมดอ่อนโยน และโหมดสั่นทำความสะอาดแบบล้ำลึก แบตเตอรี่ชาร์จ 1 ครั้ง ใช้ได้ยาว ๆ 100-180 วัน (ขึ้นอยู่กับโหมดที่ใช้)
-
ราคาปกติ : 659 บาท
วิธีเลือกซื้อแปรงสีฟันไฟฟ้า
- เลือกซื้อตามงบประมาณ เช่น ถ้างบประมาณจำกัดอาจเลือกราคาหลักร้อย แต่ฟังก์ชันที่ช่วยให้การแปรงฟันมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นก็จะมีไม่มากเท่าแปรงสีฟันไฟฟ้าราคาหลักพันขึ้นไป
- เลือกหัวแปรงที่มีขนาดเหมาะกับช่องปาก เพื่อเข้าถึงซอกฟันและฟันกรามด้านในได้ง่ายกว่า และพิจารณาจากการทำงานของหัวแปรงซึ่งมีอยู่หลายแบบ คือ
- หัวแปรงแบบ 2D : หัวแปรงจะหมุนเป็นวงกลม ราคาไม่สูงมาก เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มต้นใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า
- หัวแปรงแบบ 3D : หัวแปรงจะปัดขึ้น-ลง หรือซ้าย-ขวา พร้อมกับหมุนไปด้วย ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังขัดฟัน เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะอาดล้ำลึก หรือมีปัญหาคราบพลัคสะสมมาก
- หัวแปรงแบบโซนิค : เป็นหัวแปรงที่ใช้พลังคลื่นเสียงในการสั่นสะเทือน ทำให้เกิดการขยับ 20,000 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป จนเกิดฟองอากาศขนาดเล็กที่ซอกซอนเข้าไปทำความสะอาดได้ลึกถึงซอกฟันและแนวเหงือก เหมาะกับผู้ที่มีเหงือกบอบบางหรือมีปัญหาเหงือกร่น คนจัดฟัน หรือผู้ที่ต้องการการทำความสะอาดที่ครอบคลุมถึงบริเวณที่แปรงเข้าถึงยาก
- หัวแปรงแบบอัลตราโซนิค : ใช้พลังคลื่นเสียงความถี่สูงมากในการสั่นสะเทือนที่มากกว่าแบบโซนิค ช่วยให้การทำความสะอาดล้ำลึก แต่มีราคาสูงมาก เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาโรคเหงือกและฟันขั้นรุนแรง
- เลือกขนแปรงนุ่มและอ่อนโยน โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคเหงือกหรือมีอาการเสียวฟัน
- เลือกรุ่นที่ปรับโหมดได้เหมาะกับสุขภาพฟัน เช่น คนเหงือกร่น คนมีปัญหาเสียวฟัน ควรเลือกแปรงสีฟันที่มีโหมดดูแลเหงือก หรือคนฟันเหลืองมีคราบฟันเยอะก็ควรเลือกโหมดฟันขาว รวมทั้งปรับระดับการสั่นสะเทือนได้
- เลือกแปรงสีฟันไฟฟ้าที่มีระบบช่วยให้แปรงฟันอย่างถูกต้อง เช่น การตั้งเวลาแปรงฟัน 2 นาที มีระบบแจ้งเตือนทุก ๆ 30 วินาที หรือมีระบบตรวจจับเซ็นเซอร์หากกดแรงจนเกินไป
- เลือกซื้อแปรงสีฟันไฟฟ้าจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ ได้รับรองตามมาตรฐาน
- เลือกซื้อตามความสะดวกต่อการใช้งาน เช่น เลือกรุ่นที่ใช้ถ่านถ้าต้องการพกพาไปนอกบ้าน หรือเลือกรุ่นที่ชาร์จไฟถ้าส่วนใหญ่ใช้ภายในบ้าน รวมทั้งพิจารณาอายุการใช้งานต่อการชาร์จ 1 ครั้งด้วย
- เลือกซื้อแปรงที่มีด้ามจับถนัดมือ ขนาดไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำจากวัสดุคุณภาพ ไม่เปราะหรือแตกง่าย มีวัสดุที่กันลื่น เพื่อให้จับได้มั่นคงขณะแปรงฟัน น้ำหนักไม่มากจนเกินไป
- พิจารณาค่าใช้จ่ายหัวแปรงสำรองด้วย เพราะเราต้องเปลี่ยนหัวแปรงทุก ๆ 3-6 เดือน
วิธีใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าที่ถูกต้อง
-
ควรถือแปรงทำมุม 45 องศาตามแนวฟัน และเริ่มแปรงจากฟันด้านนอกก่อน ขยับไปทีละซี่จนถึงฟันกราม และแปรงจากด้านหลังฟันกรามวนไปด้านใน ส่วนด้านในก็ขยับไปทีละซี่และแปรงจนถึงฟันกรามในสุด ปัดขนแปรงขึ้น-ลงสำหรับฟันด้านบน รวมถึงแปรงลิ้นด้วย
-
ไม่ควรออกแรงกดแปรงสีฟันมากไป เพียงแค่วางให้สัมผัสลงบนฟันและเหงือกเพื่อถนอมเหงือกและฟัน
-
ควรแปรงฟันให้ถูกหลักจนครบ 2 นาที ตามมาตรฐาน
-
ล้างทำความสะอาดหัวแปรงทุกครั้งหลังการใช้งาน
-
ทุกครั้งหลังการใช้งานให้ใช้ผ้าที่อ่อนนุ่มเช็ดด้ามจับแปรงสีฟันไฟฟ้าให้แห้ง
-
เก็บเครื่องชาร์จให้ห่างจากน้ำหรือของเหลวอื่น ๆ และไม่ควรจุ่มด้ามจับหรือแท่นชาร์จลงไปในน้ำ
-
ถ้าไม่ใช้เครื่องเป็นเวลานานให้ถอดปลั๊กและสายชาร์จออก และเก็บไว้ในที่แห้ง
ข้อเสียและข้อจำกัด
ของแปรงสีฟันไฟฟ้า
- อาจเกิดปัญหาเหงือกร่น เคลือบฟันสึกได้ ถ้าออกแรงกดมากเกินไปในขณะแปรงฟัน
- ราคาเริ่มต้นสูงกว่าแปรงสีฟันธรรมดามาก
- ต้องเปลี่ยนหัวแปรงทุก 3-6 เดือน และในบางยี่ห้อจำเป็นต้องซื้อรุ่นเดียวกัน ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนหัวแปรงตลอดอายุการใช้งานของตัวเครื่อง
- มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากกว่าแปรงสีฟันธรรมดา
- การทำงานของเครื่องต้องใช้แบตเตอรี่หรือต้องคอยชาร์จไฟ ซึ่งอาจไม่สะดวกในบางสถานที่ที่ไม่มีปลั๊กไฟหรือมีข้อจำกัดด้านไฟฟ้า
- ถ้าใช้เป็นรุ่นมีสายชาร์จหรือแท่นชาร์จอาจไม่สะดวกต่อการพกพา
- หากตัวเครื่องมีปัญหา หรือแบตเตอรี่เสื่อม อาจมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเพิ่มเข้ามาด้วย
- ต้องระมัดระวังในการหยิบจับ เพราะหากตกหล่นอาจแตกหักเสียหายได้
บทความที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพปากและฟัน
- ยาสีฟันสำหรับคนจัดฟัน ยี่ห้อไหนดี ช่วยดับกลิ่นปาก ดูแลให้ฟันขาวสะอาดอย่างทั่วถึง
- จุ่มแปรงสีฟันในน้ำก่อนป้ายยาสีฟัน ใช่วิธีแปรงฟันที่ถูกต้องจริงหรือเปล่า ?
- 7 วิธีแปรงฟันง่าย ๆ ให้ยังเหลือฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุอย่างเต็มที่ ในไม่กี่ขั้นตอน
- ส่องยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ 1,500 ppm ยี่ห้อไหนน่าใช้ ป้องกันฟันผุได้
- 5 เคล็ดลับดับกลิ่นปากแบบด่วนจี๋ ด้วยของดีจากธรรมชาติ
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : P&G Official Shop, lionshoponline.com, colgate.com, Sparkle Official Shop, mi.com, philips.co.th






