บัตรทอง กับบัตร 30 บาท
ต่างกันอย่างไร
บัตรทอง ใช้รักษาที่ไหนได้บ้าง
ปี 2569
1. โรงพยาบาลรัฐและหน่วยบริการปฐมภูมิของรัฐตามสิทธิ
คือ สถานพยาบาลตามสิทธิ รวมทั้งหน่วยบริการปฐมภูมิของรัฐในโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ ได้แก่
- กทม. : คลินิกชุมชนอบอุ่น และศูนย์บริการสาธารณสุข
- ต่างจังหวัด : โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.), สถานีอนามัย, ศูนย์สุขภาพชุมชน, โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) ประจำอำเภอ, โรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) และโรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) ประจำจังหวัด
ค้นหาหน่วยบริการ 30 บาทรักษาทุกที่ได้ ที่นี่
2. หน่วยบริการนวัตกรรม
ภาพจาก : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
หน่วยบริการนวัตกรรม คือ ทางเลือกเสริมเพื่อความสะดวกในการใช้บริการใกล้บ้านโดยไม่ต้องเปลี่ยนหน่วยบริการประจำ ประกอบด้วย 7 หน่วยที่ร่วมโครงการ สังเกตได้จากสัญลักษณ์ “30 บาทรักษาทุกที่” ได้แก่
-
ร้านยาคุณภาพ : รับยาฟรี กรณีเจ็บป่วยเล็กน้อย
-
คลินิกเวชกรรม : กรณีเจ็บป่วยเล็กน้อย
-
คลินิกการพยาบาล : กรณีเจ็บป่วยเล็กน้อย
-
คลินิกทันตกรรม : ใช้สิทธิขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน และเคลือบหลุมร่องฟัน
-
คลินิกกายภาพบำบัด : สำหรับผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค (หลังพ้นวิกฤติ)
-
คลินิกแพทย์แผนไทย : บริการนวด ประคบ อบสมุนไพร เพื่อการรักษา
-
คลินิกเทคนิคการแพทย์ : เจาะเลือด ตรวจแล็บตามใบสั่งตรวจจากแพทย์
เช็กชื่อร้านขายยาและคลินิกที่เข้าร่วมโครงการได้ ที่นี่
ทั้งนี้ เพื่อลดความแออัดของโรงพยาบาลใหญ่ ทาง สปสช. แนะนำให้ผู้ป่วยเข้ารับบริการจากหน่วยบริการเบื้องต้นที่อยู่ใกล้บ้านก่อน เช่น คลินิกเวชกรรม คลินิกการพยาบาล ร้านยา โดยหากมีความจำเป็นต้องรักษาในระดับที่สูงขึ้นก็จะมีระบบส่งต่อยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่ต่อไป
3. หาหมอออนไลน์
อีกหนึ่งทางเลือกของผู้ใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาท ในพื้นที่ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม คือ บริการการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) พบแพทย์ผ่านระบบออนไลน์พร้อมจัดส่งยาถึงบ้านฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสามารถใช้ได้ 3 แอปพลิเคชัน คือ
1. แอปพลิเคชัน Clicknic (คลิกนิก) โดยคลิกนิกเฮลท์คลินิกเวชกรรม สอบถามเพิ่มเติม ไลน์ไอดี @clicknic
2. แอปพลิเคชัน Mordee (หมอดี) โดยชีวีบริรักษ์ คลินิกเวชกรรม สอบถามเพิ่มเติม ไลน์ไอดี @mordeeapp
3. แอปพลิเคชัน Saluber MD (ซาลูเบอร์ เอ็ม ดี) โดยสุขสบายคลินิกเวชกรรม สอบถามเพิ่มเติม ไลน์ไอดี @smdthailand
ทั้งนี้ การรักษาจะครอบคลุม 42 กลุ่มโรค/อาการ เช่น ข้อเสื่อม ตาแดงจากไวรัส ปวดศีรษะ บ้านหมุน ท้องร่วง เป็นไข้ กล้ามเนื้อเคล็ด ติดเชื้อไวรัส ปวดท้อง ปวดหลัง ลมพิษ กล้ามเนื้อเคล็ด โควิด 19 ฯลฯ
ภาพจาก : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
4. ตู้ห่วงใย
ภาพจาก : ตู้ห่วงใย.com
ตู้ห่วงใย คือ ตู้บริการแพทย์ทางไกล ที่ สปสช. จัดให้ผู้มีสิทธิบัตรทองใช้รับบริการสาธารณสุขเบื้องต้น โดยไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลใหญ่ เหมาะกับอาการไม่รุนแรง ครอบคลุม 42 กลุ่มโรค/อาการ เช่น ปวดหัว เวียนหัว ปวดท้องเล็กน้อย เป็นหวัด ฯลฯ สามารถเข้ารับบริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
วิธีใช้ตู้ห่วงใย
-
ลงทะเบียน โดยเสียบบัตรประชาชนที่ด้านหน้าตู้ห่วงใย
-
ตรวจสัญญาณชีพ (Vital Sign) เพื่อประกอบการปรึกษาแพทย์ ได้แก่ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดอุณหภูมิร่างกาย วัดค่าออกซิเจนในเลือด และวัดความดันโลหิต
-
หาหมอผ่านการวิดีโอคอล โดยใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที (ขึ้นอยู่กับอาการและช่วงเวลาที่ใช้บริการ)
-
เลือกสถานที่รับยา ซึ่งสามารถเลือกรับยาได้ที่ตู้หรือที่บ้านฟรี (การรับยาอาจใช้เวลารอ 30-60 นาที)
-
ดูผลการรักษาและติดตามยา
-
รับใบรับรองแพทย์ดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อม
เช็กพิกัดตู้ห่วงใยได้ ที่นี่
ใช้สิทธิบัตรทองนอกพื้นที่ได้ไหม
กรณีไม่ฉุกเฉิน เช่น เจ็บป่วยทั่วไป
เจ็บป่วยฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุฉุกเฉิน แต่ยังไม่วิกฤต
เจ็บป่วยฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุฉุกเฉินที่วิกฤตถึงแก่ชีวิต
ภาพจาก : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
บัตรทอง ใช้ได้กี่ครั้ง
1. โรงพยาบาลรัฐและหน่วยบริการปฐมภูมิของรัฐตามสิทธิ
2. หน่วยบริการนวัตกรรม (ร้านยา/คลินิกเอกชนที่ร่วมโครงการ)
สำหรับคนที่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย และต้องการขอรับยาที่ร้านยาคุณภาพ หรือเข้ารักษาที่คลินิกเวชกรรม คลินิกพยาบาลที่ร่วมโครงการ จะสามารถใช้สิทธิได้ตามความจำเป็น โดยขึ้นอยู่กับคูปองคงเหลือในสัปดาห์หน้านั้น หากมีคูปองคงเหลือก็ยังสามารถใช้สิทธิได้
ในกรณีที่เช็กสิทธิพบว่าคูปองสัปดาห์นี้หมดแล้ว ไม่ได้หมายความว่าสิทธิบัตรทองจะหมดตามไปด้วย เพราะเรายังสามารถกลับไปใช้สิทธิที่หน่วยบริการปฐมภูมิได้ไม่จำกัดครั้งเหมือนเดิม
วิธีใช้สิทธิที่หน่วยบริการนวัตกรรม
ภาพจาก : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
1. Walk-in ไปที่ร้าน
-
ไปที่ร้านขายยาหรือคลินิกได้เลย ไม่ต้องนัดหมายล่วงหน้า แต่ต้องเช็กคูปองที่ร้านยาหรือคลินิก หากครบโควตาแล้วจะไม่สามารถใช้สิทธิได้
-
ร้านยา/คลินิก ตรวจสอบสิทธิและโควตาคงเหลือ
-
ถ้ามีคูปองคงเหลือ ให้สแกนใบหน้ายืนยันตัวตน
-
รับบริการตามสิทธิ
2. จองคิวผ่าน LINE OA สปสช. @nhso
-
เพิ่มเพื่อน LINE OA สปสช. (@nhso)
-
เข้าเมนู 30 บาทรักษาทุกที่ > รับบริการนวัตกรรม > ประชาชน (สิทธิ UC)
-
อ่านและยินยอมเงื่อนไข/เข้าสู่ระบบ (เช่น ThaiID ตามขั้นตอนในระบบ)
-
เลือกหน่วยบริการ/บริการที่ต้องการ และเช็กโควตาคงเหลือในระบบ
-
หากมีโควตาคงเหลือ จะได้รับ QR Code
-
ไปที่ร้านยา/คลินิก ยื่นบัตรประชาชน + QR Code เพื่อยืนยันตัวตนก่อนรับบริการ
-
หลังรับบริการ ระบบจะมีข้อความแจ้งเตือนผ่าน LINE OA สปสช.
หมายเหตุ : หากจองสิทธิล่วงหน้าผ่าน QR Code แล้ว ไม่ไปใช้สิทธิภายใน 6 ชั่วโมง สิทธิจะคืนกลับไปยังโควตากลาง โดยไม่กระทบกับสิทธิเดิม
สแกนใบหน้าไม่ได้ ทำยังไง
ในการใช้สิทธิจะต้องสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนทุกครั้ง กรณีสแกนใบหน้าไม่ได้ หรือเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
-
กรณี Walk in ไปที่ร้านขายยาหรือคลินิก ให้ยืนยันตัวตนผ่าน LINE OA สปสช. @nhso
-
กรณีจองคิวผ่าน LINE OA สปสช. @nhso ให้ยืนยันตัวตนผ่าน QR Code ที่ได้จาก LINE
ภาพจาก : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
บัตรทอง ทำฟัน-ฟันปลอมได้ไหม
โรงพยาบาลรัฐที่เป็นหน่วยบริการประจำ
สามารถเข้ารับบริการด้านทันตกรรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยครอบคลุมการรักษาทั้งอุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน การผ่าฟันคุดตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ การทำฟันปลอมฐานพลาสติกทั้งแบบซี่และแบบทั้งปากถอดได้ รวมถึงการเคลือบฟลูออไรด์ เคลือบหลุมร่องฟัน และการรักษารากฟันทั้งฟันน้ำนมและฟันแท้ ฯลฯ
ภาพจาก : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
คลินิกทันตกรรมเอกชนที่เข้าร่วมหน่วยบริการนวัตกรรม
ส่วนคนที่ต้องการทำฟันที่คลินิกทันตกรรมเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ กรณีนี้จะต้องเช็กคูปองก่อนว่ายังมีโควตาเหลืออยู่หรือไม่ในสัปดาห์นั้น และจะสามารถรับบริการได้ 4 รายการ คือ ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน และเคลือบหลุมร่องฟัน แต่ไม่สามารถทำฟันปลอมได้
ทั้งนี้ หากไม่มีโควตาในหน่วยบริการนวัตกรรม เราสามารถไปรับบริการที่หน่วยบริการประจำแทนได้
บัตรทอง รักษาโรคมะเร็งได้ที่ไหน
ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองสามารถเข้าถึงบริการ "โรคมะเร็งรักษาทุกที่" (Cancer Anywhere) โดยมีขั้นตอนการใช้สิทธิ ดังนี้
-
วินิจฉัยเบื้องต้น : ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองต้องได้รับการตรวจและยืนยันผลการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งจากหน่วยบริการประจำของตนเองก่อน
-
เลือกสถานพยาบาล : เมื่อยืนยันผลแล้ว ผู้ป่วยสามารถเลือกโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการรักษาโรคมะเร็งและเข้าร่วมโครงการได้ทั่วประเทศ โดยพิจารณาจากความพร้อมของโรงพยาบาลและคิวการรักษาในขณะนั้น
-
ประสานงานส่งต่อ : หน่วยบริการประจำจะประสานงานและส่งใบประวัติการรักษา ไปยังโรงพยาบาลปลายทางที่ผู้ป่วยเลือก
-
เข้ารับรักษาครั้งแรก : ในนัดหมายครั้งแรก ผู้ป่วยสามารถใช้ใบประวัติการรักษาเพื่อเข้ารับบริการได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว
-
การรักษาต่อเนื่อง : สำหรับการนัดหมายรักษาในครั้งต่อ ๆ ไป ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลเดิมได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องกลับไปขอใบส่งตัวอีกเช่นกัน
-
กรณีรักษาหายแล้ว : ถ้าต้องการพบแพทย์อยู่ ให้กลับไปขอใบส่งตัวจากหน่วยบริการปฐมภูมิประจำตัวเพื่อมารับการรักษาก่อน ยกเว้นกรณีมีใบนัดหมาย (แพทย์นัด) จะไม่ต้องใช้ใบส่งตัว
ภาพจาก : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
บัตรทอง ทำ CT Scan ได้ไหม
บัตรทอง ตรวจ-รักษา HIV ได้ไหม
สามารถใช้สิทธิได้ครอบคลุมทั้งการป้องกัน คัดกรอง และรักษาโรคติดเชื้อเอชไอวี ดังนี้
1. รับถุงยางอนามัยฟรี ที่ร้านยา 30 บาทรักษาทุกที่ หรือที่แอปฯ เป๋าตัง
2. ตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวี
• ตรวจฟรีปีละ 2 ครั้ง ที่โรงพยาบาลภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
• รับชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองได้ฟรี ที่หน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช. หรือที่คลินิกเวชกรรมและร้านยา 30 บาทรักษาทุกที่ หรือขอรับผ่านแอปฯ เป๋าตัง
3. บริการยาต้านไวรัส
• ยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีหลังสัมผัสโรค (PrEP)
• ยาต้านไวรัสหลังสัมผัสเชื้อจากการล่วงละเมิดทางเพศ (PEP)
4. ให้คำปรึกษาและการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีโดยสมัครใจ (VCT) และให้คำปรึกษาสุขภาวะทางเพศ
5. ตรวจคัดกรอง ป้องกัน ดูแลรักษาโรคร่วม (ซิฟิลิส, ไวรัสตับอักเสบบีและซี และวัณโรค)
สำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวีหรือเอดส์จะได้รับยาต้านไวรัส และยารักษาภาวะไขมันในเลือดสูงจากยาต้านไวรัส
ภาพจาก : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
บัตรทอง รักษาโรงพยาบาลเอกชนได้ไหม
กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต
กรณีเจ็บป่วยทั่วไป
ผู้มีสิทธิบัตรทองสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนได้ เฉพาะโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ เท่านั้น โดยผู้ใช้สิทธิต้องเลือกย้ายสถานพยาบาลประจำมาเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการก่อน จึงจะสามารถเข้ารับการรักษาได้โดยตรงโดยไม่ต้องขอใบส่งตัว
ตัวอย่างโรงพยาบาลเอกชนที่รับสิทธิบัตรทองใน กทม.
1. โรงพยาบาลเพชรเวช (เขตห้วยขวาง)
2. โรงพยาบาลไอเอ็มเอช ธนบุรี (เขตราษฎร์บูรณะ)
3. โรงพยาบาลไอเอ็มเอช สีลม (เขตบางรัก)
4. โรงพยาบาลบางนา 1 (เขตบางนา)
5. โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา (เขตสวนหลวง)
6. โรงพยาบาลเดอะซีพลัส ประเวศ (เขตประเวศ)
7. โรงพยาบาลมิตรประชา (เขตภาษีเจริญ)
8. โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 3 (เขตบางนา)
9. โรงพยาบาลพีเอ็มจี (เขตบางขุนเทียน)
หมายเหตุ : ข้อมูลเดือนมกราคม 2569 ในอนาคตอาจมีโรงพยาบาลเอกชนแห่งอื่นเข้าร่วมโครงการเพิ่มเติม
บทความที่เกี่ยวข้องกับบัตรทอง
- บัตรทองทำยังไง ทำที่ไหน พร้อมวิธีย้ายสิทธิบัตรทอง หรือบัตร 30 บาท ด้วยตนเอง
- มีประกันสังคมใช้บัตรทองได้ไหม อยากเปลี่ยนมาใช้สิทธิบัตรทองต้องทำยังไง ?
- บัตรทองต้องใช้ใบส่งตัวไหม ? เช็ก 6 กลุ่มที่ไม่ต้องขอใบส่งตัว รู้ไว้ก่อนไปหาหมอ
- วิธียืนยันตัวตนด้วยใบหน้าก่อนใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกที่ เริ่ม 12 มกราคม 2569
- ประกันสังคม VS บัตรทอง ให้สิทธิประโยชน์ทำฟันต่างกันอย่างไร รักษาอะไรฟรี หรือต้องจ่ายเอง !





