บัตรทอง 30 บาท ใช้ที่ไหนได้บ้าง อัปเดตสิทธิปี 2569 ใช้ได้กี่ครั้ง ทำฟัน-รักษานอกพื้นที่ได้ไหม

          บัตรทอง 2569 ปรับสิทธิประโยชน์ใหม่หลายประเด็น ใครใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาท ควรทำความเข้าใจขั้นตอนการใช้สิทธิให้ชัดเจน
บัตรทอง 30 บาท ปี 2569

          บัตรทอง หรือโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ ยังคงเป็นสิทธิด้านสาธารณสุขที่คนไทยจำนวนมากใช้งานอยู่ในชีวิตประจำวัน แต่หลายคนยังมีคำถามว่า บัตรทองใช้ที่ไหนได้บ้าง ในปี 2569 ใช้สิทธิบัตรทองนอกพื้นที่ได้ไหม รวมถึงข้อสงสัยยอดฮิตอย่าง บัตรทองใช้ได้กี่ครั้ง ใช้ทำฟันและทำฟันปลอมได้ไหม วันนี้เราก็เลยมาสรุปข้อมูลสำคัญของสิทธิบัตรทอง 2569 ฉบับอัปเดตให้เข้าใจกันง่าย ๆ

บัตรทอง กับบัตร 30 บาท
ต่างกันอย่างไร

บัตรทองกับบัตร 30 บาทต่างกันอย่างไร

          บัตรทอง และ บัตร 30 บาท คือสิทธิการรักษาพยาบาลเดียวกัน ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ของ สปสช. ความแตกต่างมีเพียงชื่อเรียกเท่านั้น โดยในช่วงแรก คนจะคุ้นเคยกับชื่อ "บัตร 30 บาท" จากโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนรูปแบบบัตรเป็นสีเหลืองทอง จึงเกิดชื่อเรียกติดปากว่า "บัตรทอง" และแม้ว่าในปัจจุบันชื่อทางการจะเป็น "สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า" แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงเรียกกันว่า บัตรทอง หรือ บัตร 30 บาทเช่นเดิม

บัตรทอง ใช้รักษาที่ไหนได้บ้าง
ปี 2569

บัตรทอง ใช้รักษาที่ไหนได้บ้าง ปี 2569

1. โรงพยาบาลรัฐและหน่วยบริการปฐมภูมิของรัฐตามสิทธิ

          คือ สถานพยาบาลตามสิทธิ รวมทั้งหน่วยบริการปฐมภูมิของรัฐในโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ ได้แก่ 

  • กทม. : คลินิกชุมชนอบอุ่น และศูนย์บริการสาธารณสุข
  • ต่างจังหวัด : โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.), สถานีอนามัย, ศูนย์สุขภาพชุมชน, โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) ประจำอำเภอ, โรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) และโรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) ประจำจังหวัด  

          ค้นหาหน่วยบริการ 30 บาทรักษาทุกที่ได้ ที่นี่  

2. หน่วยบริการนวัตกรรม

หน่วยบริการนวัตกรรมบัตรทอง

ภาพจาก : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

          หน่วยบริการนวัตกรรม คือ ทางเลือกเสริมเพื่อความสะดวกในการใช้บริการใกล้บ้านโดยไม่ต้องเปลี่ยนหน่วยบริการประจำ ประกอบด้วย 7 หน่วยที่ร่วมโครงการ สังเกตได้จากสัญลักษณ์ “30 บาทรักษาทุกที่” ได้แก่

  • ร้านยาคุณภาพ : รับยาฟรี กรณีเจ็บป่วยเล็กน้อย

  • คลินิกเวชกรรม : กรณีเจ็บป่วยเล็กน้อย

  • คลินิกการพยาบาล : กรณีเจ็บป่วยเล็กน้อย

  • คลินิกทันตกรรม : ใช้สิทธิขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน และเคลือบหลุมร่องฟัน

  • คลินิกกายภาพบำบัด : สำหรับผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค (หลังพ้นวิกฤติ)

  • คลินิกแพทย์แผนไทย : บริการนวด ประคบ อบสมุนไพร เพื่อการรักษา

  • คลินิกเทคนิคการแพทย์ : เจาะเลือด ตรวจแล็บตามใบสั่งตรวจจากแพทย์

          เช็กชื่อร้านขายยาและคลินิกที่เข้าร่วมโครงการได้ ที่นี่  

          ทั้งนี้ เพื่อลดความแออัดของโรงพยาบาลใหญ่ ทาง สปสช. แนะนำให้ผู้ป่วยเข้ารับบริการจากหน่วยบริการเบื้องต้นที่อยู่ใกล้บ้านก่อน เช่น คลินิกเวชกรรม คลินิกการพยาบาล ร้านยา โดยหากมีความจำเป็นต้องรักษาในระดับที่สูงขึ้นก็จะมีระบบส่งต่อยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่ต่อไป

3. หาหมอออนไลน์

          อีกหนึ่งทางเลือกของผู้ใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาท ในพื้นที่ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม คือ บริการการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) พบแพทย์ผ่านระบบออนไลน์พร้อมจัดส่งยาถึงบ้านฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสามารถใช้ได้ 3 แอปพลิเคชัน คือ

     1. แอปพลิเคชัน Clicknic (คลิกนิก) โดยคลิกนิกเฮลท์คลินิกเวชกรรม สอบถามเพิ่มเติม ไลน์ไอดี @clicknic

     2. แอปพลิเคชัน Mordee (หมอดี) โดยชีวีบริรักษ์ คลินิกเวชกรรม สอบถามเพิ่มเติม ไลน์ไอดี @mordeeapp

     3. แอปพลิเคชัน Saluber MD (ซาลูเบอร์ เอ็ม ดี) โดยสุขสบายคลินิกเวชกรรม สอบถามเพิ่มเติม ไลน์ไอดี @smdthailand

          ทั้งนี้ การรักษาจะครอบคลุม 42 กลุ่มโรค/อาการ เช่น ข้อเสื่อม ตาแดงจากไวรัส ปวดศีรษะ บ้านหมุน ท้องร่วง เป็นไข้ กล้ามเนื้อเคล็ด ติดเชื้อไวรัส ปวดท้อง ปวดหลัง ลมพิษ กล้ามเนื้อเคล็ด โควิด 19 ฯลฯ 

บัตรทองรักษาที่ไหนได้บ้าง 2569

ภาพจาก : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

4. ตู้ห่วงใย

บัตรทองรักษาที่ไหนได้บ้าง 2569

ภาพจาก : ตู้ห่วงใย.com

          ตู้ห่วงใย คือ ตู้บริการแพทย์ทางไกล ที่ สปสช. จัดให้ผู้มีสิทธิบัตรทองใช้รับบริการสาธารณสุขเบื้องต้น โดยไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลใหญ่ เหมาะกับอาการไม่รุนแรง ครอบคลุม 42 กลุ่มโรค/อาการ เช่น ปวดหัว เวียนหัว ปวดท้องเล็กน้อย เป็นหวัด ฯลฯ สามารถเข้ารับบริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

วิธีใช้ตู้ห่วงใย

  1. ลงทะเบียน โดยเสียบบัตรประชาชนที่ด้านหน้าตู้ห่วงใย

  2. ตรวจสัญญาณชีพ (Vital Sign) เพื่อประกอบการปรึกษาแพทย์ ได้แก่ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดอุณหภูมิร่างกาย วัดค่าออกซิเจนในเลือด และวัดความดันโลหิต

  3. หาหมอผ่านการวิดีโอคอล โดยใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที (ขึ้นอยู่กับอาการและช่วงเวลาที่ใช้บริการ)

  4. เลือกสถานที่รับยา ซึ่งสามารถเลือกรับยาได้ที่ตู้หรือที่บ้านฟรี (การรับยาอาจใช้เวลารอ 30-60 นาที)

  5. ดูผลการรักษาและติดตามยา

  6. รับใบรับรองแพทย์ดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อม

          เช็กพิกัดตู้ห่วงใยได้ ที่นี่

ใช้สิทธิบัตรทองนอกพื้นที่ได้ไหม

ใช้สิทธิบัตรทองนอกพื้นที่ได้ไหม

          เราสามารถใช้สิทธิบัตรทองนอกพื้นที่ได้ตามเงื่อนไขความรุนแรงของอาการดังนี้

กรณีไม่ฉุกเฉิน เช่น เจ็บป่วยทั่วไป

          สามารถใช้สิทธิได้ ณ สถานพยาบาลหรือหน่วยบริการที่เข้าร่วมระบบ 30 บาทรักษาทุกที่ กับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เช่น โรงพยาบาลรัฐ, รพ.สต., สถานีอนามัย, ศูนย์สุขภาพชุมชน, ศูนย์บริการสาธารณสุข, คลินิกชุมชนอบอุ่น หรือปรึกษาเภสัชกรรับยาตามอาการที่ร้านยา 30 บาทรักษาทุกที่ โดยใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว

เจ็บป่วยฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุฉุกเฉิน แต่ยังไม่วิกฤต

           เช่น อุบัติเหตุทั่วไป หรือเจ็บป่วยฉุกเฉินเมื่อเดินทางไปต่างจังหวัด สามารถเข้ารับการรักษาได้ที่โรงพยาบาลใกล้ที่สุด ทุกแห่ง ไม่จำกัดพื้นที่ ทั้งโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมกับ สปสช.

เจ็บป่วยฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุฉุกเฉินที่วิกฤตถึงแก่ชีวิต

          เช่น หมดสติ หายใจไม่ออก เจ็บหน้าอกรุนแรง สามารถใช้สิทธิ UCEP รักษาได้ที่โรงพยาบาลทุกแห่งที่ใกล้ที่สุด ทั้งรัฐหรือเอกชน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจนพ้นวิกฤตและสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างปลอดภัย โดยเมื่อพ้น 72 ชั่วโมง จะส่งรักษาต่อที่หน่วยบริการประจำ
ใช้สิทธิบัตรทองนอกพื้นที่ได้ไหม

ภาพจาก : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

บัตรทอง ใช้ได้กี่ครั้ง

          ปี 2569 มีการปรับเกณฑ์การรักษาพยาบาลของผู้ใช้สิทธิบัตรทอง ดังนี้

1. โรงพยาบาลรัฐและหน่วยบริการปฐมภูมิของรัฐตามสิทธิ

          หากเจ็บป่วยและไปรักษาที่โรงพยาบาลที่เรามีชื่ออยู่หรือหน่วยบริการปฐมภูมิในเครือข่าย เราสามารถใช้สิทธิได้ตามความจำเป็นทางการแพทย์ ไม่มีการจำกัดจำนวนครั้งต่อปี

2. หน่วยบริการนวัตกรรม (ร้านยา/คลินิกเอกชนที่ร่วมโครงการ)

          สำหรับคนที่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย และต้องการขอรับยาที่ร้านยาคุณภาพ หรือเข้ารักษาที่คลินิกเวชกรรม คลินิกพยาบาลที่ร่วมโครงการ จะสามารถใช้สิทธิได้ตามความจำเป็น โดยขึ้นอยู่กับคูปองคงเหลือในสัปดาห์หน้านั้น หากมีคูปองคงเหลือก็ยังสามารถใช้สิทธิได้ 

          ในกรณีที่เช็กสิทธิพบว่าคูปองสัปดาห์นี้หมดแล้ว ไม่ได้หมายความว่าสิทธิบัตรทองจะหมดตามไปด้วย เพราะเรายังสามารถกลับไปใช้สิทธิที่หน่วยบริการปฐมภูมิได้ไม่จำกัดครั้งเหมือนเดิม

วิธีใช้สิทธิที่หน่วยบริการนวัตกรรม

บัตรทองใช้ได้กี่ครั้ง

ภาพจาก : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

          สำหรับคนที่ต้องการใช้สิทธิใน 7 หน่วยบริการนวัตกรรม ในปี 2569 สปสช. ให้บริการรูปแบบใหม่ด้วยระบบ "คูปองใช้สิทธิ" (QR Code) คือ เราสามารถเข้ารับบริการได้ตามจำนวนสิทธิ (คูปอง) รายสัปดาห์ที่คงเหลือในระบบ โดยเลือกใช้ได้ 2 วิธีคือ

1. Walk-in ไปที่ร้าน

  • ไปที่ร้านขายยาหรือคลินิกได้เลย ไม่ต้องนัดหมายล่วงหน้า แต่ต้องเช็กคูปองที่ร้านยาหรือคลินิก หากครบโควตาแล้วจะไม่สามารถใช้สิทธิได้

  • ร้านยา/คลินิก ตรวจสอบสิทธิและโควตาคงเหลือ 

  • ถ้ามีคูปองคงเหลือ ให้สแกนใบหน้ายืนยันตัวตน

  • รับบริการตามสิทธิ

2. จองคิวผ่าน LINE OA สปสช. @nhso

  • เพิ่มเพื่อน LINE OA สปสช. (@nhso)

  • เข้าเมนู 30 บาทรักษาทุกที่ > รับบริการนวัตกรรม > ประชาชน (สิทธิ UC)

  • อ่านและยินยอมเงื่อนไข/เข้าสู่ระบบ (เช่น ThaiID ตามขั้นตอนในระบบ)

  • เลือกหน่วยบริการ/บริการที่ต้องการ และเช็กโควตาคงเหลือในระบบ 

  • หากมีโควตาคงเหลือ จะได้รับ QR Code

  • ไปที่ร้านยา/คลินิก ยื่นบัตรประชาชน + QR Code เพื่อยืนยันตัวตนก่อนรับบริการ

  • หลังรับบริการ ระบบจะมีข้อความแจ้งเตือนผ่าน LINE OA สปสช. 

หมายเหตุ : หากจองสิทธิล่วงหน้าผ่าน QR Code แล้ว ไม่ไปใช้สิทธิภายใน 6 ชั่วโมง สิทธิจะคืนกลับไปยังโควตากลาง โดยไม่กระทบกับสิทธิเดิม 

สแกนใบหน้าไม่ได้ ทำยังไง

          ในการใช้สิทธิจะต้องสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนทุกครั้ง กรณีสแกนใบหน้าไม่ได้ หรือเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป

  • กรณี Walk in ไปที่ร้านขายยาหรือคลินิก ให้ยืนยันตัวตนผ่าน LINE OA สปสช. @nhso

  • กรณีจองคิวผ่าน LINE OA สปสช. @nhso ให้ยืนยันตัวตนผ่าน QR Code ที่ได้จาก LINE

บัตรทองใช้ได้กี่ครั้ง

ภาพจาก : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

บัตรทอง ทำฟัน-ฟันปลอมได้ไหม

          สิทธิบัตรทองก็สามารถทำฟันได้ด้วยเช่นกัน แต่จะมีรายละเอียดแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานที่ที่เราเข้ารับบริการ

โรงพยาบาลรัฐที่เป็นหน่วยบริการประจำ

          สามารถเข้ารับบริการด้านทันตกรรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยครอบคลุมการรักษาทั้งอุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน การผ่าฟันคุดตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ การทำฟันปลอมฐานพลาสติกทั้งแบบซี่และแบบทั้งปากถอดได้ รวมถึงการเคลือบฟลูออไรด์ เคลือบหลุมร่องฟัน และการรักษารากฟันทั้งฟันน้ำนมและฟันแท้ ฯลฯ

บัตรทองทําฟันได้ไหม

ภาพจาก : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

คลินิกทันตกรรมเอกชนที่เข้าร่วมหน่วยบริการนวัตกรรม

          ส่วนคนที่ต้องการทำฟันที่คลินิกทันตกรรมเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ กรณีนี้จะต้องเช็กคูปองก่อนว่ายังมีโควตาเหลืออยู่หรือไม่ในสัปดาห์นั้น และจะสามารถรับบริการได้ 4 รายการ คือ ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน และเคลือบหลุมร่องฟัน แต่ไม่สามารถทำฟันปลอมได้

          ทั้งนี้ หากไม่มีโควตาในหน่วยบริการนวัตกรรม เราสามารถไปรับบริการที่หน่วยบริการประจำแทนได้

บัตรทอง รักษาโรคมะเร็งได้ที่ไหน

          ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองสามารถเข้าถึงบริการ "โรคมะเร็งรักษาทุกที่" (Cancer Anywhere) โดยมีขั้นตอนการใช้สิทธิ ดังนี้

  • วินิจฉัยเบื้องต้น : ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองต้องได้รับการตรวจและยืนยันผลการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งจากหน่วยบริการประจำของตนเองก่อน

  • เลือกสถานพยาบาล : เมื่อยืนยันผลแล้ว ผู้ป่วยสามารถเลือกโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการรักษาโรคมะเร็งและเข้าร่วมโครงการได้ทั่วประเทศ โดยพิจารณาจากความพร้อมของโรงพยาบาลและคิวการรักษาในขณะนั้น

  • ประสานงานส่งต่อ : หน่วยบริการประจำจะประสานงานและส่งใบประวัติการรักษา ไปยังโรงพยาบาลปลายทางที่ผู้ป่วยเลือก

  • เข้ารับรักษาครั้งแรก : ในนัดหมายครั้งแรก ผู้ป่วยสามารถใช้ใบประวัติการรักษาเพื่อเข้ารับบริการได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว

  • การรักษาต่อเนื่อง : สำหรับการนัดหมายรักษาในครั้งต่อ ๆ ไป ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลเดิมได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องกลับไปขอใบส่งตัวอีกเช่นกัน

  • กรณีรักษาหายแล้ว : ถ้าต้องการพบแพทย์อยู่ ให้กลับไปขอใบส่งตัวจากหน่วยบริการปฐมภูมิประจำตัวเพื่อมารับการรักษาก่อน ยกเว้นกรณีมีใบนัดหมาย (แพทย์นัด) จะไม่ต้องใช้ใบส่งตัว

บัตรทอง cancer anywhere

ภาพจาก : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

บัตรทอง ทำ CT Scan ได้ไหม

          กรณีที่แพทย์ตรวจประเมินอาการและเห็นว่ามีความจำเป็นต้องเอกซเรย์หรือทำ CT Scan ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการตรวจได้ตามสิทธิบัตรทองโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม หากเป็นการตรวจเพื่อคัดกรองทั่วไป หรือผู้ป่วยขอให้ทำ CT Scan เองโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ อาจมีค่าใช้จ่าย เนื่องจากไม่เข้าเกณฑ์การใช้สิทธิ

บัตรทอง ตรวจ-รักษา HIV ได้ไหม

          สามารถใช้สิทธิได้ครอบคลุมทั้งการป้องกัน คัดกรอง และรักษาโรคติดเชื้อเอชไอวี ดังนี้

     1. รับถุงยางอนามัยฟรี ที่ร้านยา 30 บาทรักษาทุกที่ หรือที่แอปฯ เป๋าตัง

     2. ตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวี

           ตรวจฟรีปีละ 2 ครั้ง ที่โรงพยาบาลภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

           รับชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองได้ฟรี ที่หน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช. หรือที่คลินิกเวชกรรมและร้านยา 30 บาทรักษาทุกที่ หรือขอรับผ่านแอปฯ เป๋าตัง

     3. บริการยาต้านไวรัส 

           ยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีหลังสัมผัสโรค (PrEP)

           ยาต้านไวรัสหลังสัมผัสเชื้อจากการล่วงละเมิดทางเพศ (PEP)

     4. ให้คำปรึกษาและการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีโดยสมัครใจ (VCT) และให้คำปรึกษาสุขภาวะทางเพศ

     5. ตรวจคัดกรอง ป้องกัน ดูแลรักษาโรคร่วม (ซิฟิลิส, ไวรัสตับอักเสบบีและซี และวัณโรค)

          สำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวีหรือเอดส์จะได้รับยาต้านไวรัส และยารักษาภาวะไขมันในเลือดสูงจากยาต้านไวรัส

บัตรทอง ตรวจรักษา hiv

ภาพจาก : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

บัตรทอง รักษาโรงพยาบาลเอกชนได้ไหม

บัตรทอง รักษาโรงพยาบาลเอกชนได้ไหม

          สิทธิบัตรทองสามารถรักษาในโรงพยาบาลเอกชนได้บางกรณี คือ

กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต

          สามารถเข้ารักษาได้ที่โรงพยาบาลเอกชนทุกแห่ง โดยไม่ต้องสำรองจ่าย (ตามเกณฑ์ฉุกเฉิน UCEP) ทางโรงพยาบาลจะเบิกตรงกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และเมื่อพ้นระยะวิกฤตแล้ว จะถูกส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิ

กรณีเจ็บป่วยทั่วไป

          ผู้มีสิทธิบัตรทองสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนได้ เฉพาะโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ เท่านั้น โดยผู้ใช้สิทธิต้องเลือกย้ายสถานพยาบาลประจำมาเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการก่อน จึงจะสามารถเข้ารับการรักษาได้โดยตรงโดยไม่ต้องขอใบส่งตัว

ตัวอย่างโรงพยาบาลเอกชนที่รับสิทธิบัตรทองใน กทม.

     1. โรงพยาบาลเพชรเวช (เขตห้วยขวาง) 

     2. โรงพยาบาลไอเอ็มเอช ธนบุรี (เขตราษฎร์บูรณะ)  

     3. โรงพยาบาลไอเอ็มเอช สีลม (เขตบางรัก)  

     4. โรงพยาบาลบางนา 1 (เขตบางนา)  

     5. โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา (เขตสวนหลวง)  

     6. โรงพยาบาลเดอะซีพลัส ประเวศ (เขตประเวศ)  

     7. โรงพยาบาลมิตรประชา (เขตภาษีเจริญ) 

     8. โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 3 (เขตบางนา) 

     9. โรงพยาบาลพีเอ็มจี (เขตบางขุนเทียน)  

หมายเหตุ : ข้อมูลเดือนมกราคม 2569 ในอนาคตอาจมีโรงพยาบาลเอกชนแห่งอื่นเข้าร่วมโครงการเพิ่มเติม

          โดยสรุป บัตรทอง 30 บาท ในปี 2569 ยังคงเป็นสิทธิด้านการรักษาพยาบาลที่ครอบคลุมและเข้าถึงได้ง่าย ทั้งการรักษาในพื้นที่และนอกพื้นที่ การใช้บริการหน่วยบริการรัฐและเอกชนที่เข้าร่วม รวมถึงบริการด้านทันตกรรมบางรายการ อย่างไรก็ตาม อย่าลืมควรตรวจสอบเงื่อนไข จำนวนครั้ง และขอบเขตบริการของแต่ละประเภทให้ชัดเจนก่อนเข้ารับการรักษา และหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สายด่วน สปสช. โทร. 1330 ตลอด 24 ชั่วโมง

บทความที่เกี่ยวข้องกับบัตรทอง

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (1)(2)(3)(4)(5)(6)(7)(8)(9)ตู้ห่วงใย.com
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
บัตรทอง 30 บาท ใช้ที่ไหนได้บ้าง อัปเดตสิทธิปี 2569 ใช้ได้กี่ครั้ง ทำฟัน-รักษานอกพื้นที่ได้ไหม โพสต์เมื่อ 30 มกราคม 2569 เวลา 12:03:02 16,797 อ่าน
TOP
x close