ยาสีฟันสีม่วงคืออะไร
ต่างจากยาสีฟันทั่วไปอย่างไร
ยาสีฟันสีม่วงดีไหม
ช่วยให้ฟันขาวถาวรจริงไหม
อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ยาสีฟันสีม่วงเป็นเพียงตัวช่วยพรางตาที่ทำให้ฟันดูสว่างขึ้นชั่วคราวได้ในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อมีคราบสีเหลืองหรือความหมองจากอาหารและเครื่องดื่ม แต่ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างสีฟันจริงจากภายในเหมือนกับกระบวนการฟอกสีฟัน (Bleaching)
ยาสีฟันสีม่วง เหมาะกับใคร
เนื่องจากมีคุณสมบัติในการพรางแสงและหักล้างสีเหลือง ยาสีฟันประเภทนี้จึงตอบโจทย์กับคนที่มีลักษณะดังนี้
- คนที่ดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มมีสีเข้มเป็นประจำ และต้องการลดเลือนโทนคราบเหลืองที่เกาะอยู่บนผิวฟันชั้นนอก
- คนที่ต้องการให้ฟันดูสว่างขึ้นก่อนออกงาน หรือถ่ายรูป
- คนที่อยากเพิ่มความมั่นใจเรื่องรอยยิ้มในระยะสั้น เช่น ไปงานเลี้ยง พบปะสังสรรค์ หรือเข้าประชุม
- คนที่ต้องการตัวช่วยเสริมจากการแปรงฟันปกติ
- คนที่เคยฟอกสีฟันจากคลินิกทันตกรรมมาแล้ว และต้องการคงสภาพความสว่างใสของฟันให้ยาวนานยิ่งขึ้น
วิธีเลือกซื้อยาสีฟันสีม่วง
- เลือกเนื้อสัมผัสที่ชอบ : ยาสีฟันสีม่วงมีหลายรูปแบบ เช่น เนื้อเจลใส เจลครีม หรือเนื้อเซรั่ม สามารถเลือกตามความชอบและความสะดวกในการใช้งาน
- เลือกสูตรที่ช่วยดูแลสุขภาพช่องปาก : นอกจากคุณสมบัติในการช่วยลดความเหลืองของฟันชั่วคราวแล้ว ควรเลือกสูตรที่มีส่วนผสมช่วยทำความสะอาดคราบพลัค ลดกลิ่นปาก และมีส่วนผสมที่ช่วยดูแลสุขภาพฟัน เช่น ฟลูออไรด์ (Fluoride) เพื่อช่วยป้องกันฟันผุ หรือไซลิทอล (Xylitol) ที่ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก
- เลือกสูตรที่เหมาะกับสภาพฟัน :
- มีคราบชา กาแฟ หรือบุหรี่ ควรเลือกสูตรที่ช่วยทำความสะอาดคราบได้ดี
- ต้องการใช้เป็นประจำทุกวัน ควรเลือกสูตรมาตรฐานที่ผู้ผลิตระบุว่าสามารถใช้ได้ทุกวัน
- หากชอบส่วนผสมจากธรรมชาติ อาจเลือกสูตรสมุนไพรตามความต้องการ
- เลือกสูตรที่มีค่าการขัดสีฟัน (RDA) เหมาะสม : ควรเลือกยาสีฟันที่มีสารขัดฟันในระดับเหมาะสมและมีเนื้อละเอียด เพราะการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่าการขัดสีสูงเป็นประจำ อาจทำให้เคลือบฟันสึกหรอและเพิ่มความเสียวฟันได้
- ตรวจสอบส่วนผสมบนฉลาก : หากมีประวัติแพ้สารบางชนิด ควรอ่านฉลากก่อนเลือกซื้อ และหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรืออาการแพ้ เช่น แอลกอฮอล์, SLS (Sodium Lauryl Sulfate), SLES (Sodium Laureth Sulfate), พาราเบน หรือสารฟอกสีชนิดเปอร์ออกไซด์ (Peroxide) ถ้าไม่เหมาะกับสภาพช่องปากของตน
- เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน : ควรเลือกยาสีฟันจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มีเลขที่ใบรับจดแจ้งจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และระบุข้อมูลผู้ผลิตอย่างชัดเจน เพื่อความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
- เลือกขนาดบรรจุให้เหมาะกับการใช้งาน : หากต้องการทดลองใช้ อาจเลือกหลอดขนาดเล็กก่อน แต่หากใช้เป็นประจำ สามารถเลือกหลอดขนาดใหญ่หรือแบบขวดปั๊มเพื่อความคุ้มค่าและสะดวกในการใช้งาน
ยาสีฟันสีม่วง ยี่ห้อไหนดี ปี 2026
1. ยาสีฟันสีม่วง Dentiste' Whitening Purple Toothpaste
ภาพจาก : Dentiste Official Store
2. ยาสีฟันสีม่วง Skynlab
ภาพจาก : skynlab_official
3. ยาสีฟันสีม่วง Veldent Toothpaste Extra White Teeth Max Purple
ภาพจาก : VELDENT
4. ยาสีฟันสีม่วง THAYA
ภาพจาก : 4YOUTHAILAND
5. ยาสีฟันสีม่วง Buoola Purple Whitening Toothpaste
ภาพจาก : BUOOLA
6. ยาสีฟันสีม่วง Colgate Optic White Purple Toothpaste
ภาพจาก : Colgate Official Shop
- แบบหลอด มาพร้อมส่วนผสมของไมโครโพลิชชิ่ง คริสตัล (Micro-Polishing Crystals) ที่ช่วยทำความสะอาดคราบบนผิวฟัน พร้อมฟลูออไรด์ 1,000 ppm ช่วยป้องกันฟันผุ บรรจุ 100 กรัม ราคาปกติ 179 บาท
- แบบขวดปั๊ม (Colgate Optic White Purple Beads Pump) เป็นยาสีฟันเนื้อเจลสีม่วงใส ผสานเม็ดบีดส์สีม่วงและชิมเมอร์สีทอง ใช้เทคโนโลยีเม็ดสีม่วงที่ช่วยลดความเด่นของโทนสีเหลืองบนผิวฟัน ทำให้ฟันดูสะอาดและสว่างขึ้นหลังแปรง พร้อมกลิ่นหอมสดชื่นจากแพชชั่นฟรุตและเกรปฟรุต บรรจุ 130 กรัม ราคาปกติ 299 บาท
7. ยาสีฟันสีม่วง SPARKLE INSTANT WHITE
ภาพจาก : Sparkle Official Shop
เด็กใช้ยาสีฟันสีม่วงได้ไหม
ยาสีฟันสีม่วงใช้ทุกวันได้ไหม
ในกรณีที่ผู้ผลิตระบุว่าสามารถใช้เป็นประจำในชีวิตประจำวันได้ ก็สามารถใช้ได้ทุกวันตามคำแนะนำบนฉลาก ซึ่งปัจจุบันหลายแบรนด์มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ในระดับใกล้เคียงกับยาสีฟันสำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป เพื่อช่วยดูแลสุขภาพช่องปากและป้องกันฟันผุ
ยาสีฟันสีม่วงมีผลข้างเคียงไหม
มีข้อควรระวังอะไรบ้าง
หากใช้ตามคำแนะนำ การใช้ยาสีฟันสีม่วงก็ค่อนข้างปลอดภัย แต่ควรระวังในบางกรณี เช่น
- ควรอ่านฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง เนื่องจากผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้ออาจมีข้อแนะนำหรือข้อควรระวังที่แตกต่างกัน เช่น บางผลิตภัณฑ์อาจไม่แนะนำให้ใช้กับผู้ที่ทำวีเนียร์หรือมีวัสดุบูรณะฟันบางประเภท
- ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรใช้มากเกินความจำเป็น
- คนที่มีความไวต่อส่วนผสมบางชนิดในยาสีฟัน อาจเกิดอาการระคายเคืองจากเนื้อสีหรือสารแต่งกลิ่น/รส หากมีอาการแสบ ระคายเคือง หรือความผิดปกติในช่องปาก ควรหยุดใช้ทันที
- เนื่องจากเนื้อยาสีฟันมีสีม่วงเข้ม จึงควรระวังไม่ให้กระเด็นเปื้อนเสื้อผ้าหรือผ้าเช็ดตัวระหว่างแปรงฟัน เพราะอาจซักออกได้ยาก
- สีของผลิตภัณฑ์อาจติดอุปกรณ์บางชนิดได้ชั่วคราว เช่น แปรงสีฟัน
- ยาสีฟันสีม่วงไม่สามารถขจัดคราบฝังลึกหรือคราบที่สะสมมานานได้ หากฟันมีสีเข้มจากปัจจัยภายในช่องปากหรือโครงสร้างฟัน ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจนในการปรับความสว่างของฟัน
- หากใช้แล้วรู้สึกว่าผิวฟันสาก ไม่เรียบเนียน หรือมีอาการเสียวฟันผิดปกติ ควรหยุดใช้และสังเกตอาการ ในกรณีอาการไม่ดีขึ้นหรือมีความผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
ยาสีฟันสีม่วง อาจเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับคนที่ต้องการให้ฟันดูสว่างขึ้นชั่วคราว แต่การดูแลที่ได้ผลในระยะยาวควรเริ่มจากการป้องกันที่ต้นเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการแปรงฟันให้สะอาด ลดการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ก่อให้เกิดคราบสีบนผิวฟัน รวมถึงพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนเป็นประจำ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดปัญหาฟันเหลืองและคงรอยยิ้มที่ดูสะอาดได้แล้ว
บทความที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพช่องปากและฟัน
- ยาสีฟันสำหรับคนจัดฟัน ยี่ห้อไหนดี ช่วยดับกลิ่นปาก ดูแลให้ฟันขาวสะอาดอย่างทั่วถึง
- 7 วิธีแปรงฟันง่าย ๆ ให้ยังเหลือฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุอย่างเต็มที่ ในไม่กี่ขั้นตอน
- ยาสีฟันลดคราบกาแฟ ยี่ห้อไหนดี ช่วยขจัดคราบเหลืองให้ฟันดูขาวสะอาดขึ้น
- ยาสีฟันสมุนไพร ยี่ห้อไหนดี มีฟลูออไรด์ ช่วยป้องกันฟันผุ
- วิธีทำให้ฟันขาวจากของใกล้ตัว โดยไม่ต้องกลัวสารเคมี






