ยาสีฟันสีม่วง ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ช่วยให้ฟันขาวขึ้นได้ไหม ลดฟันเหลืองได้จริงหรือเปล่า ?

          ยาสีฟันสีม่วง ต่างกับยาสีฟันทั่วไปอย่างไร ใช้แล้วจะทำให้ฟันขาว แก้ปัญหาฟันเหลืองได้จริงหรือ มาศึกษาข้อมูลกัน
ยาสีฟันสีม่วง คืออะไร

          เทรนด์การใช้ยาสีฟันสีม่วงกำลังมาแรง เพราะเป็นหนึ่งในไอเทมสุขภาพที่ถูกพูดถึงว่าเป็นยาสีฟันฟันขาวที่ช่วยปรับโทนสีฟันให้ดูสว่างขึ้นแบบเร่งด่วนก่อนออกงานหรือถ่ายรูป แต่จริง ๆ แล้ว ยาสีฟันม่วงเป็นวิธีทำให้ฟันขาวขึ้นได้จริงหรือไม่ และมีความแตกต่างจากยาสีฟันทั่วไปอย่างไร ตามมาหาคำตอบ พร้อมเช็กลิสต์แบรนด์ยาสีฟันสีม่วง ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 

ยาสีฟันสีม่วงคืออะไร 
 ต่างจากยาสีฟันทั่วไปอย่างไร

ยาสีฟันสีม่วง วิธีใช้

          ยาสีฟันสีม่วง (Purple Toothpaste) คือยาสีฟันที่ใช้แนวคิดจากทฤษฎีสี (Color Theory) โดยเติมเม็ดสีหรือสีย้อมโทนสีม่วงลงไปในเนื้อยาสีฟัน ด้วยหลักการที่ว่า สีม่วงเป็นสีที่อยู่ตรงข้ามกับสีเหลืองบนวงล้อสี เมื่อแปรงลงบนผิวฟัน เม็ดสีม่วงที่เคลือบอยู่บนผิวฟันจะช่วยหักล้างโทนสีเหลืองที่มองเห็นได้ชั่วคราว ส่งผลให้ฟันดูสว่างและนวลตาขึ้นทันทีหลังใช้งาน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการปรับโทนสีในมุมมองสายตา ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนสีฟันจากโครงสร้างภายใน
          ในขณะที่ยาสีฟันทั่วไปจะเน้นการดูแลความสะอาดในช่องปาก เช่น การช่วยขจัดคราบพลัค เสริมการทำความสะอาดผิวฟันด้วยฟลูออไรด์ และช่วยให้ลมหายใจรู้สึกสดชื่นหลังแปรงฟัน แต่ก็จะมียาสีฟันทั่วไปบางสูตรที่เน้นการขจัดคราบบนผิวฟัน เช่น ชาหรือกาแฟ เป็นต้น

ยาสีฟันสีม่วงดีไหม 
ช่วยให้ฟันขาวถาวรจริงไหม

ยาสีฟันสีม่วงดีไหม

          อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ยาสีฟันสีม่วงเป็นเพียงตัวช่วยพรางตาที่ทำให้ฟันดูสว่างขึ้นชั่วคราวได้ในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อมีคราบสีเหลืองหรือความหมองจากอาหารและเครื่องดื่ม แต่ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างสีฟันจริงจากภายในเหมือนกับกระบวนการฟอกสีฟัน (Bleaching)

          ดังนั้น การใช้ยาสีฟันม่วงจะแค่ช่วยปรับภาพลักษณ์ของฟันในช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น และมักจะค่อย ๆ จางลงเมื่อเราบ้วนปาก ดื่มน้ำหรือรับประทานอาหาร ทำให้เม็ดสีม่วงหลุดออก เผยให้เห็นสีเนื้อฟันที่แท้จริงเหมือนเดิม 
          ด้วยเหตุนี้ ยาสีฟันสีม่วงจึงเหมาะสำหรับใช้ในโอกาสที่ต้องการเสริมความมั่นใจแบบเร่งด่วน เช่น ก่อนออกงานหรือถ่ายรูป มากกว่าการใช้เพื่อเปลี่ยนสีฟันในระยะยาว

ยาสีฟันสีม่วง เหมาะกับใคร

          เนื่องจากมีคุณสมบัติในการพรางแสงและหักล้างสีเหลือง ยาสีฟันประเภทนี้จึงตอบโจทย์กับคนที่มีลักษณะดังนี้

  • คนที่ดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มมีสีเข้มเป็นประจำ และต้องการลดเลือนโทนคราบเหลืองที่เกาะอยู่บนผิวฟันชั้นนอก
  • คนที่ต้องการให้ฟันดูสว่างขึ้นก่อนออกงาน หรือถ่ายรูป
  • คนที่อยากเพิ่มความมั่นใจเรื่องรอยยิ้มในระยะสั้น เช่น ไปงานเลี้ยง พบปะสังสรรค์ หรือเข้าประชุม 
  • คนที่ต้องการตัวช่วยเสริมจากการแปรงฟันปกติ
  • คนที่เคยฟอกสีฟันจากคลินิกทันตกรรมมาแล้ว และต้องการคงสภาพความสว่างใสของฟันให้ยาวนานยิ่งขึ้น

วิธีเลือกซื้อยาสีฟันสีม่วง

ยาสีฟันสีม่วง รีวิว

          ถ้าอยากลองใช้ยาสีฟันสีม่วงดูบ้าง เราควรเลือกซื้ออย่างไร มาเช็กลิสต์ตามข้างล่างนี้เลย
  • เลือกเนื้อสัมผัสที่ชอบ : ยาสีฟันสีม่วงมีหลายรูปแบบ เช่น เนื้อเจลใส เจลครีม หรือเนื้อเซรั่ม สามารถเลือกตามความชอบและความสะดวกในการใช้งาน
  • เลือกสูตรที่ช่วยดูแลสุขภาพช่องปาก : นอกจากคุณสมบัติในการช่วยลดความเหลืองของฟันชั่วคราวแล้ว ควรเลือกสูตรที่มีส่วนผสมช่วยทำความสะอาดคราบพลัค ลดกลิ่นปาก และมีส่วนผสมที่ช่วยดูแลสุขภาพฟัน เช่น ฟลูออไรด์ (Fluoride) เพื่อช่วยป้องกันฟันผุ หรือไซลิทอล (Xylitol) ที่ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก
  • เลือกสูตรที่เหมาะกับสภาพฟัน :
               - ฟันไวต่อความรู้สึก ควรเลือกสูตรอ่อนโยน
               - มีคราบชา กาแฟ หรือบุหรี่ ควรเลือกสูตรที่ช่วยทำความสะอาดคราบได้ดี
               - ต้องการใช้เป็นประจำทุกวัน ควรเลือกสูตรมาตรฐานที่ผู้ผลิตระบุว่าสามารถใช้ได้ทุกวัน
               - หากชอบส่วนผสมจากธรรมชาติ อาจเลือกสูตรสมุนไพรตามความต้องการ
  • เลือกสูตรที่มีค่าการขัดสีฟัน (RDA) เหมาะสม : ควรเลือกยาสีฟันที่มีสารขัดฟันในระดับเหมาะสมและมีเนื้อละเอียด เพราะการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่าการขัดสีสูงเป็นประจำ อาจทำให้เคลือบฟันสึกหรอและเพิ่มความเสียวฟันได้
  • ตรวจสอบส่วนผสมบนฉลาก : หากมีประวัติแพ้สารบางชนิด ควรอ่านฉลากก่อนเลือกซื้อ และหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรืออาการแพ้ เช่น แอลกอฮอล์, SLS (Sodium Lauryl Sulfate), SLES (Sodium Laureth Sulfate), พาราเบน หรือสารฟอกสีชนิดเปอร์ออกไซด์ (Peroxide) ถ้าไม่เหมาะกับสภาพช่องปากของตน
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน : ควรเลือกยาสีฟันจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มีเลขที่ใบรับจดแจ้งจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และระบุข้อมูลผู้ผลิตอย่างชัดเจน เพื่อความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
  • เลือกขนาดบรรจุให้เหมาะกับการใช้งาน : หากต้องการทดลองใช้ อาจเลือกหลอดขนาดเล็กก่อน แต่หากใช้เป็นประจำ สามารถเลือกหลอดขนาดใหญ่หรือแบบขวดปั๊มเพื่อความคุ้มค่าและสะดวกในการใช้งาน
          เมื่อรู้วิธีเลือกแล้ว มาดูกันต่อว่า ปัจจุบันมียาสีฟันสีม่วงแบรนด์ไหนน่าสนใจบ้าง

ยาสีฟันสีม่วง ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

1. ยาสีฟันสีม่วง Dentiste' Whitening Purple Toothpaste

ยาสีฟันสีม่วง Dentiste Whitening Purple Toothpaste

ภาพจาก : Dentiste Official Store

          ยาสีฟันม่วง Dentiste' Whitening Purple Toothpaste หลอดนี้ช่วยปรับโทนสีเหลืองบนผิวฟันให้ดูนวลตาขึ้นหลังแปรง โดยปราศจากสารเคมีรุนแรงอย่างเปอร์ออกไซด์ จึงอ่อนโยนและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ 14 ชนิด ร่วมกับไมโครซิลิกาและไซลิทอลที่ช่วยทำความสะอาด ขจัดคราบพลัค และระงับกลิ่นปาก ถือเป็นอีกหนึ่งไอเทมทางเลือกที่ช่วยดูแลความสะอาดในช่องปากได้อย่างครบครันในหลอดเดียว ขนาด 100 กรัม ราคาปกติ 640 บาท แต่ก็มีส่วนลดอยู่บ่อย ๆ 

2. ยาสีฟันสีม่วง Skynlab

ยาสีฟันสีม่วง Skynlab

ภาพจาก : skynlab_official

          สกินแล็บ ไวท์ สไมล์ ทีธ ไวท์เทนนิ่ง ซีซี เซรั่ม ทูธเพสท์ ขนาด 50 มล. มาในรูปแบบเซรั่มยาสีฟันเนื้อสีม่วงเข้มข้น ที่นำเทคโนโลยี Color Correcting มาประยุกต์ใช้ เพื่อช่วยลดความเด่นของโทนสีเหลืองบนผิวฟัน โดยมีส่วนผสมของสาร PAP และ HAp (Hydroxyapatite) พร้อมสารสกัดออร์แกนิกจากน้ำมันดอกลาเวนเดอร์และน้ำมันมะพร้าว รวมถึงสาร CPC ที่ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก อีกทั้งยังมีฟลูออไรด์เป็นส่วนผสมเพื่อช่วยป้องกันฟันผุ ปราศจากน้ำตาล แอลกอฮอล์, SLS, SLES พาราเบน และสารฟอกสีชนิดเปอร์ออกไซด์ (Peroxide) บรรจุมาในเซตพร้อมแปรงสีฟัน เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ใครเจอช่วงโปรฯ อาจซื้อได้ในราคาประมาณ 400 บาท จากปกติหลักพัน

3. ยาสีฟันสีม่วง Veldent Toothpaste Extra White Teeth Max Purple

ยาสีฟันสีม่วง Veldent

ภาพจาก : VELDENT

          เวลเดนท์ (Veldent) เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่พัฒนายาสีฟันเนื้อเจลสีม่วง โดยใช้นวัตกรรม Max Purple Technology ที่ช่วยลดความเด่นของโทนสีเหลืองบนผิวฟัน พร้อมส่วนผสมที่ช่วยลดการเกาะติดของคราบบนผิวฟัน ให้ฟันดูสะอาดและสว่างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ผสานสารสกัดจากสาหร่ายสีเขียว Codium Fragile Extract จากประเทศญี่ปุ่น และ CPC ที่ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปากและคราบพลัค ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของกลิ่นปาก อีกทั้งยังมีฟลูออไรด์ 1,499 ppm ช่วยป้องกันฟันผุ จึงเหมาะสำหรับใช้ดูแลความสะอาดช่องปากในชีวิตประจำวัน 1 หลอด ขนาด 80 กรัม ราคาปกติอยู่ที่ 185 บาท

4. ยาสีฟันสีม่วง THAYA

ยาสีฟันสีม่วง THAYA

ภาพจาก : 4YOUTHAILAND

          สำหรับใครที่หลงใหลในสมุนไพร THAYA (ทยา) ยาสีฟันเนื้อม่วงแบรนด์ไทยก็โดดเด่นด้วยคุณค่าจากสารสกัดธรรมชาติถึง 5 ชนิด ได้แก่ แบล็กเบอร์รี, บลูเบอร์รี, มัลเบอร์รี, พลัม และมังคุด เสริมด้วยน้ำมันเปปเปอร์มินต์ น้ำมันกานพลู และสารสกัดจากฝรั่ง เพื่อช่วยดูแลสุขภาพช่องปากอย่างอ่อนโยน พร้อมสารขัดฟันเนื้อละเอียดอย่างซิลิกาและแคลเซียมคาร์บอเนตที่ช่วยขจัดคราบสะสมให้ฟันดูสะอาดตา และถึงแม้จะเป็นสูตรสมุนไพร แต่บอกเลยว่าจัดเต็มเรื่องการป้องกันฟันผุด้วย เพราะใส่ฟลูออไรด์มาให้ถึง 1,500 ppm โดย 1 หลอด (50 กรัม) ราคาปกติ 290 บาท แต่มักจัดโปรฯ 1 แถม 1 อยู่บ่อย ๆ

5. ยาสีฟันสีม่วง Buoola Purple Whitening Toothpaste

ยาสีฟันสีม่วง Buoola Purple Whitening Toothpaste

ภาพจาก : BUOOLA

          บูโอล่า เพอร์เพิล ไวท์เทนนิ่ง ทูธเพสท์ (Buoola Purple Whitening Toothpaste) ยาสีฟันเนื้อเจลสีม่วงสำหรับคนจัดฟัน ด้วยเนื้อเจลที่กระจายตัวได้ง่าย จึงช่วยทำความสะอาดและดูแลซอกซอนตามร่องลวดจัดฟันได้อย่างทั่วถึง มีส่วนผสมของซิลิกาที่ช่วยขจัดคราบสิ่งสกปรกบนผิวฟันให้ดูสะอาดขึ้น ผสานพลังเมนทอลที่ช่วยให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นและลดปัญหากลิ่นปากระหว่างวัน พร้อมทั้งมีโซเดียมฟลูออไรด์ 1,000 ppm ที่ช่วยป้องกันฟันผุ มาในขนาด 120 กรัม ราคาปกติ 199 บาท ยิ่งถ้าเจอช่วง Flash Sale บอกเลยว่าแบงก์ร้อยยังมีทอน 

6. ยาสีฟันสีม่วง Colgate Optic White Purple Toothpaste

ยาสีฟันสีม่วง Colgate Optic White Purple Toothpaste

ภาพจาก : Colgate Official Shop

          คอลเกต อ๊อพติค ไวท์ เพอร์เพิล (Colgate Optic White Purple Toothpaste) มียาสีฟันสีม่วงให้เลือก 2 รูปแบบ ทั้งแบบหลอดและแบบขวดปั๊ม เพื่อให้เลือกใช้ตามความสะดวก
  • แบบหลอด มาพร้อมส่วนผสมของไมโครโพลิชชิ่ง คริสตัล (Micro-Polishing Crystals) ที่ช่วยทำความสะอาดคราบบนผิวฟัน พร้อมฟลูออไรด์ 1,000 ppm ช่วยป้องกันฟันผุ บรรจุ 100 กรัม ราคาปกติ 179 บาท
  • แบบขวดปั๊ม (Colgate Optic White Purple Beads Pump) เป็นยาสีฟันเนื้อเจลสีม่วงใส ผสานเม็ดบีดส์สีม่วงและชิมเมอร์สีทอง ใช้เทคโนโลยีเม็ดสีม่วงที่ช่วยลดความเด่นของโทนสีเหลืองบนผิวฟัน ทำให้ฟันดูสะอาดและสว่างขึ้นหลังแปรง พร้อมกลิ่นหอมสดชื่นจากแพชชั่นฟรุตและเกรปฟรุต บรรจุ 130 กรัม ราคาปกติ 299 บาท

7. ยาสีฟันสีม่วง SPARKLE INSTANT WHITE

ยาสีฟันสีม่วง SPARKLE INSTANT WHITE

ภาพจาก : Sparkle Official Shop

          SPARKLE INSTANT WHITE เป็นยาสีฟันที่ใช้เทคโนโลยี Pro White Booster รวมส่วนผสมหลายชนิดเพื่อช่วยดูแลความสะอาดของผิวฟันและลดการเกาะติดของคราบบนผิวฟัน โดยมี PAP ทำงานร่วมกับ EURECO ที่ช่วยจัดการคราบสีบนผิวฟัน พร้อม Micro White Silica ผงขัดอนุภาคละเอียดสูตรเฉพาะของ Sparkle ที่ช่วยทำความสะอาดคราบพลัคอย่างอ่อนโยน เสริมด้วย Hydroxyapatite ช่วยเติมเต็มผิวฟันและทำให้ผิวฟันเรียบเนียนขึ้น นอกจากนี้ยังมีฟลูออไรด์ 1,500 ppm ช่วยป้องกันฟันผุ หลอดนี้ปราศจาก SLS และพาราเบนด้วยนะ ขนาด 60 กรัม ราคาปกติ 169 บาท

เด็กใช้ยาสีฟันสีม่วงได้ไหม

          โดยทั่วไป ไม่แนะนำให้เด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ใช้ยาสีฟันสีม่วง เว้นแต่ผลิตภัณฑ์จะระบุว่าสามารถใช้ได้ในช่วงอายุดังกล่าวและอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง เนื่องจากเด็กวัยนี้ยังควบคุมการบ้วนยาสีฟันได้ไม่ดี จึงมีโอกาสกลืนยาสีฟันมากกว่าผู้ใหญ่
          ดังนั้น ควรเลือกใช้ยาสีฟันสูตรสำหรับเด็กที่มีปริมาณฟลูออไรด์เหมาะสมกับช่วงวัย และใช้ในปริมาณตามคำแนะนำ เพื่อช่วยดูแลสุขภาพช่องปากได้อย่างเหมาะสม

ยาสีฟันสีม่วงใช้ทุกวันได้ไหม

ยาสีฟันสีม่วง ใช้ทุกวันได้ไหม

          ในกรณีที่ผู้ผลิตระบุว่าสามารถใช้เป็นประจำในชีวิตประจำวันได้ ก็สามารถใช้ได้ทุกวันตามคำแนะนำบนฉลาก ซึ่งปัจจุบันหลายแบรนด์มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ในระดับใกล้เคียงกับยาสีฟันสำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป เพื่อช่วยดูแลสุขภาพช่องปากและป้องกันฟันผุ 

          อย่างไรก็ตาม หากใช้แล้วมีอาการระคายเคือง เสียวฟัน หรือรู้สึกว่าผิวฟันผิดปกติหลังใช้ ควรหยุดใช้และปรึกษาทันตแพทย์

ยาสีฟันสีม่วงมีผลข้างเคียงไหม 
มีข้อควรระวังอะไรบ้าง

          หากใช้ตามคำแนะนำ การใช้ยาสีฟันสีม่วงก็ค่อนข้างปลอดภัย แต่ควรระวังในบางกรณี เช่น

  • ควรอ่านฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง เนื่องจากผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้ออาจมีข้อแนะนำหรือข้อควรระวังที่แตกต่างกัน เช่น บางผลิตภัณฑ์อาจไม่แนะนำให้ใช้กับผู้ที่ทำวีเนียร์หรือมีวัสดุบูรณะฟันบางประเภท
  • ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรใช้มากเกินความจำเป็น
  • คนที่มีความไวต่อส่วนผสมบางชนิดในยาสีฟัน อาจเกิดอาการระคายเคืองจากเนื้อสีหรือสารแต่งกลิ่น/รส หากมีอาการแสบ ระคายเคือง หรือความผิดปกติในช่องปาก ควรหยุดใช้ทันที
  • เนื่องจากเนื้อยาสีฟันมีสีม่วงเข้ม จึงควรระวังไม่ให้กระเด็นเปื้อนเสื้อผ้าหรือผ้าเช็ดตัวระหว่างแปรงฟัน เพราะอาจซักออกได้ยาก
  • สีของผลิตภัณฑ์อาจติดอุปกรณ์บางชนิดได้ชั่วคราว เช่น แปรงสีฟัน
  • ยาสีฟันสีม่วงไม่สามารถขจัดคราบฝังลึกหรือคราบที่สะสมมานานได้ หากฟันมีสีเข้มจากปัจจัยภายในช่องปากหรือโครงสร้างฟัน ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจนในการปรับความสว่างของฟัน
  • หากใช้แล้วรู้สึกว่าผิวฟันสาก ไม่เรียบเนียน หรือมีอาการเสียวฟันผิดปกติ ควรหยุดใช้และสังเกตอาการ ในกรณีอาการไม่ดีขึ้นหรือมีความผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

          ยาสีฟันสีม่วง อาจเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับคนที่ต้องการให้ฟันดูสว่างขึ้นชั่วคราว แต่การดูแลที่ได้ผลในระยะยาวควรเริ่มจากการป้องกันที่ต้นเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการแปรงฟันให้สะอาด ลดการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ก่อให้เกิดคราบสีบนผิวฟัน รวมถึงพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนเป็นประจำ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดปัญหาฟันเหลืองและคงรอยยิ้มที่ดูสะอาดได้แล้ว

บทความที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพช่องปากและฟัน

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ยาสีฟันสีม่วง ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ช่วยให้ฟันขาวขึ้นได้ไหม ลดฟันเหลืองได้จริงหรือเปล่า ? อัปเดตล่าสุด 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 17:01:37 1,316 อ่าน
TOP
x close