7 เมนูอาหารตามสั่งยอดฮิตที่ต้องระวัง ดูไม่มีอะไร แต่อาจเผลอทำเจแตก !

          เมนูตามสั่งที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่อาจแอบมีส่วนผสมที่คนกินเจกินไม่ได้แฝงอยู่ เช็กก่อนสั่งอาหารเจ พร้อมวิธีสั่งให้เจจริง
อาหารตามสั่ง

          มื้อเที่ยงวันธรรมดา เดินเข้าร้านตามสั่งใกล้ที่ทำงาน สั่งผัดผักบุ้งหรือผัดกะเพราเต้าหู้ ไม่มีเนื้อสัตว์สักชิ้น ดูยังไงก็อาหารเจ แน่ ๆ ทว่าเมนูที่ดูธรรมดาแบบนี้แหละที่หลายคนพลาดโดยไม่รู้ตัว เพราะสิ่งที่ทำให้ "เจแตก" ไม่ได้อยู่ในจานเสมอไป แต่อาจซ่อนอยู่ในขวดซอสบนเตา ลองมาเช็กกันว่า อาหารตามสั่ง ยอดฮิตเมนูไหนที่ต้องระวัง และต้องสั่งยังไงให้เจจริง

กินเจต้องงดอะไรบ้าง นอกจากเนื้อสัตว์

          การกินเจคือการงดอาหารที่ปรุงจากเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ ซึ่งไม่ได้มีแค่ตัวเนื้อ แต่รวมถึง นม ไข่ น้ำผึ้ง น้ำปลา เจลาติน ผักต้องห้ามอย่างกระเทียม หอมใหญ่ ผักชี และเครื่องปรุงรสอย่างซอสหอยนางรมด้วย ซึ่งเครื่องปรุงเหล่านี้เป็นฐานรสชาติของอาหารไทยตามสั่งแทบทุกจาน จึงทำให้เมนูที่ดูเป็นเจมีโอกาสพลาดสูงกว่าที่คิด

7 เมนูตามสั่งยอดฮิต แต่เสี่ยงเจแตก

          เมนูข้างล่างนี้ มักมีส่วนผสมที่ไม่เจเป็นส่วนหนึ่งของสูตรทั่วไป ส่วนร้านที่ปรุงอาหารเจขายจริงจังอาจใช้สูตรเจอยู่แล้ว แต่เพื่อความชัวร์ ถามร้านอีกครั้งก่อนสั่งดีที่สุด

1. ผัดกะเพรา

ผัดกะเพรา

          อาหารตามสั่งสุดฮิตที่แม้จะเปลี่ยนจากหมูหรือไก่เป็นเต้าหู้หรือเห็ดแล้ว แต่ซอสผัดกะเพราส่วนใหญ่ยังปรุงด้วยน้ำปลา ซอสหอยนางรม หรือน้ำมันหอยอยู่ดี แถมสูตรทั่วไปยังมักโขลกกระเทียมลงไปผัดด้วย ซึ่งเป็นผักฉุนที่ห้ามในช่วงกินเจ เลยเป็นเมนูที่เจแตกง่ายที่สุดเมนูหนึ่ง

          สำหรับคนที่อยากกินจริง ๆ ให้เลือกร้านที่ขายผัดกะเพราเจ หรือถ้าไม่มีร้านอาหารเจอยู่ใกล้ ๆ เลยก็อาจสั่งผัดกะเพราเต้าหู้ (ห้ามใช้เต้าหู้ไข่ เต้าหู้ปลา) หรือกะเพราเห็ด แล้วบอกให้ที่ร้านปรุงด้วยซีอิ๊วขาวสูตรเจ ไม่ใส่น้ำปลา ซอสหอยนางรม และกระเทียม ไม่เอาไข่ดาวก็จะช่วยให้กินเจต่อไปได้

2. ข้าวไข่เจียว

ข้าวไข่เจียว

          เวลาพูดถึงการกินเจ เรามักนึกถึงแค่การเลี่ยงเนื้อสัตว์ ทั้งที่ไข่ก็เป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ต้องงดเช่นกัน ต่างจากมังสวิรัติบางแบบที่ยังกินไข่ได้ นอกจากนี้ ไข่เจียวสูตรทั่วไปยังนิยมปรุงรสด้วยน้ำปลา และบางร้านโรยต้นหอมหรือหอมใหญ่ซอยลงไปในไข่อีก ตบท้ายด้วยการราดซอสมะเขือเทศหรือซอสพริกที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศที่ไม่ใช่เจ ดังนั้น เมนูที่มีไข่จึงต้องงดทุกกรณี

3. ข้าวผัด

ข้าวผัด

          ข้าวผัดหนึ่งจานรวมจุดเสี่ยงไว้หลายอย่าง ตั้งแต่ไข่ที่เป็นส่วนผสมหลัก การปรุงรสด้วยซอสหอยนางรมหรือน้ำปลา ไปจนถึงการเจียวกระเทียมก่อนผัดและโรยหน้าด้วยต้นหอมหรือผักชี ต่อให้ไม่มีเนื้อสัตว์สักชิ้น ก็พลาดได้หลายขั้นตอนเลย

          ใครอยากกิน ถ้าหาซื้อข้าวผัดเจไม่ได้ ก็ต้องสั่งเป็นข้าวผัดผักล้วน ไม่ใส่ไข่ ใช้ซีอิ๊วขาวหรือซอสเจแทนน้ำปลา และต้องไม่ใส่กระเทียม ต้นหอม ผักชีด้วย

4. ผัดผักราดข้าว (ผัดผักบุ้ง ผัดคะน้า ผัดผักรวม)

ผัดผักบุ้ง

          ผักล้วน ๆ ดูปลอดภัยที่สุดในบรรดาเมนูตามสั่ง แต่ร้านตามสั่งมักปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซอสหอยนางรม และน้ำปลา ซึ่งเป็นเครื่องปรุงจากสัตว์ทั้งหมด ส่วนขั้นตอนแรกของการผัดก็มักเจียวกระเทียม หรือใส่หอมใหญ่ลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความหอม 

          คนที่กินเจอาจจะต้องลองแจ้งร้านดูว่า ขอผัดผักไม่ใส่น้ำมันหอย ใช้ซอสเจหรือซีอิ๊วขาวแทน ไม่ใส่กระเทียมและหอมใหญ่ ถ้าชอบรสเผ็ด ขอให้ผัดกับพริกสดแทนพริกแกงสำเร็จรูป

5. ผัดพริกแกงราดข้าว

ผัดพริกแกง

          พริกแกงสูตรทั่วไปมีกะปิ ซึ่งทำจากสัตว์ทะเลเป็นส่วนผสมหลัก และมักโขลกรวมกับกระเทียมและหอมแดง เมนูผัดพริกแกงที่ใส่แต่ผักกับเต้าหู้จึงไม่ใช่อาหารเจแน่นอน อีกทั้งซอสปรุงรสที่ใช้ร่วมกันก็อาจมีน้ำปลาปนอยู่ด้วย ใครอยากกินผัดพริกแกง แนะนำให้มองหาพริกแกงสูตรเจ หรือสั่งเป็นผัดพริกสดแทนจะปลอดภัยกว่า

6. เมนูเส้นผัด (ผัดซีอิ๊ว ราดหน้า ผัดไทย)

ผัดไทย

          เมนูเส้นทั้งสามอย่างนี้มีจุดเสี่ยงคล้ายกัน คือ ไข่ น้ำมันหอย น้ำปลา บวกกับการเจียวกระเทียม และโรยหน้าด้วยต้นหอมหรือผักชี ในขณะที่ผัดไทยยังมักใส่กุ้งแห้ง ส่วนราดหน้าต้องเช็กน้ำซุปที่ใช้ทำน้ำราดอีกชั้นด้วย เอาเป็นว่าถ้าไม่มีร้านไหนขายราดหน้าเจ ผัดซีอิ๊วเจ หรือผัดไทยเจจริง ๆ ก็คงต้องงดเมนูเหล่านี้ไปก่อนจนกว่าจะพ้นเทศกาลกินเจ

7. ส้มตำ

ส้มตำ

          ปิดท้ายด้วยเมนูแซ่บ ๆ อย่างส้มตำ ฟังดูเหมือนมีแค่ผักกับมะละกอ น่าจะเป็นอาหารเจได้ใช่ไหม ทว่าสูตรทั่วไปมีความเสี่ยงเจแตกสูงมาก เพราะโขลกกระเทียม ปรุงรสด้วยน้ำปลา เติมกุ้งแห้ง และบางสูตรยังใส่ปลาร้ากับปูเค็มเข้าไปอีก ครกเดียวจึงรวมวัตถุดิบจากสัตว์ไว้ครบหลายอย่าง ถ้าอยากกินแบบสบายใจจริง ๆ ควรเลือกร้านที่ทำส้มตำเจโดยเฉพาะ 

เคล็ดลับสั่งอาหารตามสั่งให้เจจริง

          เพื่อไม่ให้พลาดตอนสั่ง ลองใช้เทคนิคง่าย ๆ เหล่านี้
  • ถามเจาะจง : แทนที่จะถามแค่ว่า "เจใช่ไหม" ให้ถามว่า "ใช้น้ำปลา ซอสหอยนางรม หรือไข่ไหม" รวมทั้งถามเรื่องผักฉุนต่าง ๆ เช่น กระเทียม หอมแดง หอมใหญ่ ต้นหอม และผักชี ที่มักแฝงอยู่ในหลายเมนูโดยไม่ได้เขียนไว้ในชื่อเมนู
  • เช็กเครื่องปรุงบนโต๊ะ : เช่น น้ำปลาพริก ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก ที่ร้านวางให้เติมเองด้วย ถ้าไม่มั่นใจไม่ควรปรุงเพิ่ม
  • ถามเรื่องน้ำมันที่ใช้ผัด : บางร้านอาจใช้น้ำมันหมู ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ควรถามให้ชัดว่าใช้น้ำมันพืชหรือไม่ และถ้าใช้กระทะร่วมกับเมนูเนื้อสัตว์ ก็ต้องล้างหรือเปลี่ยนกระทะก่อน
  • เลือกร้านที่ทำอาหารเจเป็นหลัก : เพื่อลดโอกาสปนกับเครื่องปรุงปกติน้อยกว่าร้านทั่วไปที่เปลี่ยนมาขายอาหารเจเฉพาะเทศกาล
          สุดท้ายแล้ว เมนูตามสั่งทั่วไปก็เป็นตัวการที่ทำให้เจแตกได้ง่าย ทางที่ปลอดภัยกว่าคือการเลือกซื้อจากร้านที่ทำอาหารเจโดยเฉพาะ หรือลงมือทำกินเองที่บ้านไปเลย เพื่อจะได้คุมเครื่องปรุงเองได้ทุกขั้นตอน

บทความที่เกี่ยวข้องกับอาหารเจ

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
7 เมนูอาหารตามสั่งยอดฮิตที่ต้องระวัง ดูไม่มีอะไร แต่อาจเผลอทำเจแตก ! โพสต์เมื่อ 12 ตุลาคม 2569 เวลา 13:42:01
TOP
x close