เวย์โปรตีน คืออะไร
อธิบายก่อนว่า นมประกอบด้วยโปรตีนหลัก 2 ชนิด คือ เคซีน (Casein) ประมาณ 80% และเวย์ (Whey) ประมาณ 20% ส่วนของเวย์นั้นได้มาจากน้ำนมเหลวที่แยกออกมาในกระบวนการทำชีสหรือโยเกิร์ต สังเกตง่าย ๆ จากน้ำใส ๆ ที่ลอยอยู่บนหน้าถ้วยโยเกิร์ตเวลาเราเปิดฝา นั่นแหละคือเวย์สด เมื่อนำน้ำนี้ไปผ่านกระบวนการทำความสะอาดและอบแห้งหลายขั้นตอน ก็จะได้ออกมาเป็นเวย์โปรตีนชนิดผงที่เราคุ้นเคยกัน
ทั้งนี้ จุดเด่นของเวย์โปรตีนคือ มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนทั้ง 9 ชนิด และมีลิวซีน (Leucine) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนสายโซ่กิ่ง (BCAA) ในปริมาณสูง ลิวซีนนี้มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการกระตุ้นการสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ เวย์โปรตีนจึงได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนออกกำลังกายและเล่นกล้าม
เวย์โปรตีน กับ โปรตีน ต่างกันยังไง
โปรตีนเป็นชื่อของสารอาหารกลุ่มใหญ่ที่ร่างกายใช้สร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ มักพบในเนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว และธัญพืช ส่วนเวย์โปรตีนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่แยกมาจากนม เท่ากับว่า เวย์ก็คือหนึ่งในอาหารกลุ่มโปรตีนนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม จุดที่ทำให้เวย์ต่างจากโปรตีนในอาหารจริงคือความเข้มข้น เพราะเวย์ถูกแยกและทำเป็นผง จึงได้โปรตีนต่อน้ำหนักมากกว่าอาหารธรรมชาติ ชงดื่มได้ทันที แต่ก็ไม่มีใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุอื่น ๆ ที่มากับอาหารมื้อปกติ เวย์จึงเหมาะเป็นตัวเสริมในวันที่กินโปรตีนจากอาหารไม่ถึง ไม่ได้มาแทนมื้ออาหาร
ถ้าอยากรู้ว่าตัวเองควรได้โปรตีนวันละเท่าไหร่ คำแนะนำขั้นต่ำสำหรับคนทั่วไปอยู่ที่ราว 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน เช่น คนหนัก 60 กิโลกรัมต้องการอย่างน้อยราว 48 กรัม ส่วนคนที่เล่นเวทมักต้องการมากกว่านั้น
เวย์โปรตีน มีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร
1. เวย์โปรตีนคอนเซนเทรต (Whey Protein Concentrate : WPC)
2. เวย์โปรตีนไอโซเลต (Whey Protein Isolate : WPI)
3. เวย์โปรตีนไฮโดรไลเซต (Whey Protein Hydrolysate : WPH)
4. เวย์โปรตีนเบลนด์ (Whey Protein Blend)
เวย์โปรตีน ช่วยอะไร
1. มีส่วนช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ
เวย์โปรตีนคือตัวเลือกยอดฮิตของสายเวทเทรนนิ่ง เพราะอุดมไปด้วยลิวซีน (Leucine) กรดอะมิโนในกลุ่ม BCAA ที่มีบทบาทโดยตรงในการสังเคราะห์โปรตีนของกล้ามเนื้อ โดยหลังจากการออกกำลังกายอย่างหนัก เส้นใยกล้ามเนื้อจะเกิดการสึกหรอและสลายตัว ร่างกายจึงต้องการกรดอะมิโนเข้าไปซ่อมแซมและสร้างใหม่ การดื่มเวย์โปรตีนควบคู่กับการเล่นเวท จึงเป็นการเติมวัตถุดิบสำคัญให้กล้ามเนื้อได้อย่างตรงจุด
2. ช่วยให้อิ่มนาน ลดอาการหิวจุบจิบ
โปรตีนเป็นสารอาหารที่ให้ความรู้สึกอิ่มนานกว่าคาร์โบไฮเดรตและไขมัน เวย์โปรตีนซึ่งให้โปรตีนสูงแต่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ จึงตอบโจทย์คนที่ต้องการตัดกินจุบจิบระหว่างวัน และช่วยให้ควบคุมแคลอรีรวมได้ง่ายขึ้น
3. เติมกรดอะมิโนจำเป็นให้ร่างกายอย่างครบถ้วน
ร่างกายของเราต้องการกรดอะมิโนจำเป็น 9 ชนิด ซึ่งไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้และต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น และเวย์โปรตีนมีกรดอะมิโนครบทั้ง 9 ชนิด ทั้งยังให้ปริมาณโปรตีนต่อสัดส่วนสูงกว่าอาหารจากธรรมชาติ ดังนั้น ในวันเร่งรีบหรือวันที่กินอาหารได้ไม่หลากหลาย เพียงแค่ชงเวย์ดื่ม ก็สามารถเติมเต็มโปรตีนที่ร่างกายต้องการได้อย่างสะดวกและทันท่วงที
4. อาจมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพหัวใจ
เวย์โปรตีนอาจมีส่วนช่วยลดระดับ LDL (ไขมันชนิดไม่ดี) ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากมีงานวิจัยพบว่า การรับประทานเวย์โปรตีนมีความสัมพันธ์กับการลดลงของไขมันไตรกลีเซอไรด์ และช่วยเพิ่มระดับ HDL (ไขมันชนิดดี) ในร่างกาย
5. อาจช่วยกระตุ้นการสร้างกลูตาไธโอน
จากงานวิจัยพบว่า เวย์โปรตีนมีส่วนช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์กลูตาไธโอน (Glutathione) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย อย่างไรก็ตาม ในมิติของการส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาวนั้น ยังคงต้องรอข้อมูลวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลลัพธ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
วิธีเลือกซื้อเวย์โปรตีน
สำหรับสายลีนที่อยากเพิ่มกล้ามเนื้อ
ก่อนซื้อเวย์โปรตีนที่ตรงกับความต้องการของเรา ลองเช็กข้อมูลบนฉลากตามนี้ดูเลย
- เลือกชนิดของเวย์ : เวย์ทุกแบบสายลีนกินได้ แต่ส่วนใหญ่มักเลือกไอโซเลต เพราะมีโปรตีนสูง ไขมันและแล็กโทสต่ำ ส่วนไฮโดรไลเซตย่อยและดูดซึมไว แต่ราคาสูงกว่า หรือถ้าอยากประหยัดก็มีเวย์เบลนด์ (Whey Blend) ที่ผสมเวย์หลายชนิดไว้ด้วยกัน
- ดูโปรตีนต่อเสิร์ฟ : เช็กว่า 1 สกู๊ปให้โปรตีนจริงกี่กรัม และผงหนักกี่กรัม แล้วนำมาเทียบสัดส่วนเพื่อดูความเข้มข้นของโปรตีน เช่น ผง 31 กรัมให้โปรตีน 24 กรัม จะอยู่ที่ราว 77% แต่ถ้าผง 33 กรัมให้โปรตีน 24 กรัม จะเหลือราว 73%
- เช็กแคลอรี ไขมัน และน้ำตาลต่อเสิร์ฟ : การดูแค่โปรตีนไม่พอ เพราะบางสูตรเติมน้ำตาล ครีมเทียม หรือแต่งรสชาติ ทำให้ได้พลังงานส่วนเกินโดยไม่รู้ตัว
- ตรวจส่วนผสมและสารก่อภูมิแพ้ : เวย์มาจากนม คนที่ย่อยแล็กโทสไม่ได้อาจเลือกสูตรที่ระบุว่าปราศจากแล็กโทส (Lactose-Free) แต่ถ้าแพ้โปรตีนนมวัวต้องเลี่ยงเวย์ทุกชนิด แม้ฉลากจะเขียนว่าปราศจากแล็กโทสก็ตาม ส่วนคนที่แพ้ถั่วเหลือง ไข่ ปลา หรือธัญพืช ให้อ่านรายการส่วนผสมและช่องสารก่อภูมิแพ้ให้ละเอียด เพราะบางสูตรมีเลซิตินจากถั่วเหลืองผสมอยู่
- ดูส่วนผสมเสริม : นอกจากเวย์ บางสูตรเติมกรดอะมิโนอย่างกลูตามีนและอาร์จินีน รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆ ลงไปด้วย ลองดูว่าส่วนผสมเหล่านี้จำเป็นกับเราจริงหรือเปล่า
- เลือกรสชาติ : รสที่ชอบช่วยให้กินได้ต่อเนื่อง แต่ถ้าไม่อยากได้สารให้ความหวานหรือแต่งกลิ่น รสธรรมชาติ (รสจืด) ก็ช่วยเลี่ยงส่วนนี้ได้ ทั้งนี้ควรอ่านฉลากอีกครั้ง เพราะบางแบรนด์ยังมีส่วนผสมอื่นอยู่
- พิจารณาการละลายน้ำ : ควรเลือกเวย์ที่ชงง่าย ละลายน้ำได้ไว เพราะหากเนื้อสัมผัสข้นเกินไป บางคนอาจรู้สึกฝืดคอ กลืนยาก ทำให้ไม่อยากรับประทาน
- เลือกขนาดบรรจุให้เหมาะกับการกิน :
- แบบซอง หรือซองทดลอง : เหมาะกับคนเพิ่งเริ่มกิน อยากลองรสชาติก่อน หรือต้องการพกไปเดินทาง
- ไม่เกิน 2 ปอนด์ (กระปุกเล็กหรือถุงกลาง) : เหมาะกับคนที่ชอบเปลี่ยนรสบ่อย ๆ หรือกินไม่ถี่มาก
- มากกว่า 2 ปอนด์ (กระปุกหรือถุงใหญ่) : เหมาะกับคนที่ซ้อมและกินทุกวัน ซึ่งราคาต่อเสิร์ฟจะถูกกว่าแพ็กเล็ก
- เทียบราคาต่อเสิร์ฟ : นำราคาเต็มของแพ็กหารด้วยจำนวนเสิร์ฟที่ระบุบนฉลาก จะเทียบความคุ้มค่าของแต่ละแบรนด์ได้แม่นกว่าดูแค่ราคารวมหรือขนาดกระป๋อง
- ตรวจสอบเลข อย. : ผลิตภัณฑ์ต้องมีเลข อย. ระบุบนฉลากชัดเจน และนำเลขไปตรวจสอบได้จริง
- เลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ : สั่งจากร้านค้าทางการ (Official Store) ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ หรือร้านที่ระบุรายละเอียดผู้นำเข้าชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะได้สินค้าปลอม สินค้าไม่ได้มาตรฐาน หรือสินค้าหมดอายุ
ทีนี้ลองมาดูกันต่อว่า มีเวย์โปรตีนแบรนด์ไหนน่าสนใจและเหมาะกับสายลีนบ้างในปีนี้
เวย์โปรตีน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026
1. Dymatize ISO100 Hydrolyzed
ภาพจาก : MUSCLEFOODSHOP
Dymatize ISO100 เป็นเวย์โปรตีนสูตรที่ผสมระหว่างเวย์โปรตีนไอโซเลตแบบไฮโดรไลซ์ และเวย์โปรตีนไอโซเลต จากข้อมูลบนฉลากของรสช็อกโกแลต ในปริมาณ 1 สกู๊ป (32 กรัม) ให้โปรตีน 25 กรัม พลังงาน 120 กิโลแคลอรี ไขมัน 1 กรัม คาร์โบไฮเดรต 2 กรัม และน้ำตาล 1 กรัม พร้อมทั้งมี BCAA 5.5 กรัม (ซึ่งเป็นลิวซีน 2.7 กรัม) จึงเหมาะกับสายลีนที่อยากได้โปรตีนสูงจากแคลอรีไม่มากมาช่วยดูแลกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังมีรสชาติอื่นให้เลือก เช่น วานิลลา, ช็อกพีนัท, คุกกี้แอนด์ครีม และสตรอว์เบอร์รี ทั้งนี้ ปริมาณคุณค่าทางโภชนาการและขนาดบรรจุอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละรสชาติ
- วิธีรับประทาน : ผสมผงเวย์โปรตีน 1 สกู๊ป กับน้ำเย็นหรือนมจืด 250-300 มล. คนให้ละลายแล้วดื่ม
- ขนาด : 1.4 ปอนด์ (รับประทานได้ 20 เสิร์ฟ)
- ราคาปกติ : 2,500 บาท
2. Vera Whey Protein Isolate Coffee
ภาพจาก : Vera Whey Store
สายกาแฟที่ไม่อยากกินเวย์รสหวานจัด ลองดู Vera Whey Protein Isolate Coffee เวย์ไอโซเลตรสกาแฟอาราบิก้าแท้ ไม่เติมน้ำตาลทราย เหมาะกับคนที่อยากดื่มเวย์ในมื้อเช้าแทนกาแฟ โดย 1 ช้อนให้โปรตีน 27 กรัม และมีส่วนผสมของโคเอนไซม์คิวเทน รวมถึงวิตามินบี 1 บี 6 และบี 12 ถ้าวันไหนเบื่อกาแฟก็มีรสจืดและรสช็อกโกแลตให้เลือกด้วย
- วิธีรับประทาน : รับประทานตอนเช้าหรือแทนมื้อเช้า
- ขนาด : 1 ซอง 900 กรัม (รับประทานได้ 20 มื้อ)
- ราคาปกติ : 1,890 บาท
3. VITAXTRONG ISO-PRO
ภาพจาก : FITWHEY
ใครที่อยากได้เวย์ไอโซเลตแคลอรีต่ำและไม่มีน้ำตาล Vitaxtrong ISO-PRO ก็น่าสนใจ โดยทางแบรนด์ระบุว่าใช้เวย์จากสหรัฐอเมริกา 1 สกู๊ป (ราว 38 กรัม) ให้โปรตีน 27 กรัม พลังงาน 120-130 กิโลแคลอรี ปราศจากไขมันอิ่มตัวและน้ำตาล ให้ BCAA ราว 6 กรัม และกลูตามีนราว 5 กรัม มีให้เลือก 5 รส ทั้งช็อกโกแลต, มอคคา, มัทฉะ, กล้วย และรสจืด
- วิธีรับประทาน : เติมผงตามปริมาณที่แนะนำลงในน้ำเย็น 200-250 มล. เขย่าแล้วยกดื่ม
- ขนาด : 1 ปอนด์ (รับประทานได้ 12 ครั้ง)
- ราคาปกติ : 1,200 บาท
4. OPTIMUM 100% Whey Protein Gold Standard
ภาพจาก : Optimum Nutrition
OPTIMUM 100% Whey Protein Gold Standard เป็นเวย์สูตรผสมจากเวย์โปรตีนไอโซเลต คอนเซนเทรต และไฮโดรไลเซต ให้โปรตีน 24 กรัมต่อเสิร์ฟ (1 สกู๊ป 30.4 กรัม) พลังงาน 122 กิโลแคลอรี มี BCAA 5.5 กรัม และกลูตามีนมากกว่า 4 กรัม ไขมันกับน้ำตาลต่ำ ชงง่าย ละลายเร็ว อร่อยได้ทั้งรสช็อกโกแลตและวานิลลา
- วิธีรับประทาน : ตัก 1 สกู๊ป ผสมกับน้ำเย็น 180-240 มิลลิลิตร หรือนมจืด เขย่า 30 วินาทีให้ละลายแล้วดื่ม
- ขนาด : 310 กรัม (รับประทานได้ 10 ครั้ง)
- ราคาปกติ : 1,600 บาท
5. SCITEC NUTRITION 100% Hydro Whey Isolate
ภาพจาก : AB NUTRITION
SCITEC NUTRITION 100% Hydro Whey Isolate จากแบรนด์ยุโรป เป็นเวย์รูปแบบไฮโดรไลเซตที่ดูดซึมได้ดี เสริมด้วยกลูตามีนและอาร์จินีน กรดอะมิโนที่มีส่วนช่วยดูแลกล้ามเนื้อ โดย 1 เสิร์ฟ (23 กรัม) ประมาณ 2/3 สกู๊ป ให้โปรตีน 19 กรัม พลังงาน 86 กิโลแคลอรี ไม่เติมน้ำตาลทราย น้ำมันปาล์มหรือกลูเตน เหมาะกับสายลีนที่อยากได้โปรตีนสูงจากผงที่ปริมาณต่อเสิร์ฟน้อย ดื่มง่ายด้วยรสช็อกโกแลต มีให้เลือกทั้งขนาด 700 กรัม และ 2,000 กรัม
- วิธีรับประทาน : ตัก 2/3 สกู๊ป (23 กรัม) ผสมกับน้ำเย็น 250 มิลลิลิตร ดื่มหลังออกกำลังกาย หรือในวันพักดื่มเวลาไหนก็ได้
- ขนาด : 700 กรัม และ 2,000 กรัม
- ราคาปกติ : 3,038 บาท (ขนาด 700 กรัม) และ 5,758 บาท (ขนาด 2,000 กรัม)
6. BAAM ISO ABSOLUTE ZERO
ภาพจาก : FITWHEY
BAAM ISO Absolute Zero เป็นเวย์ไอโซเลตที่ได้โปรตีน 30 กรัมต่อเสิร์ฟ (1 เสิร์ฟ เท่ากับ 2 สกู๊ป ราว 43 กรัม) พลังงานอยู่ที่ 120-140 กิโลแคลอรีตามรสชาติ มี BCAA ประมาณ 6.9 กรัม และกลูตามีนประมาณ 5.1 กรัม ไม่มีแล็กโทส ใช้เวย์ไอโซเลตนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา แต่งรสด้วยสารให้ความหวานแทนน้ำตาล มีหลายรสและหลายขนาด ถ้าเพิ่งเริ่มกิน เลือกแบบ 4 เสิร์ฟก่อนซื้อกระปุกใหญ่ดูก่อนได้
- วิธีรับประทาน : ตักผลิตภัณฑ์ 1-1.5 สกู๊ป ผสมน้ำเย็น 200-250 มล. รอจนละลายแล้วดื่ม
- ขนาด : 171.44 กรัม (รับประทานได้ 4 เสิร์ฟ)
- ราคาปกติ : 400-500 บาท
7. Biovitt Whey Protein
ภาพจาก : biovitt ไบโอวิต
Biovitt เวย์โปรตีน 3 ชนิด รวมเวย์โปรตีนไอโซเลต คอนเซนเทรต และไฮโดรไลเซตไว้ในสูตรเดียว 1 ช้อน (40 กรัม) ให้พลังงานประมาณ 150-160 กิโลแคลอรี (ขึ้นอยู่กับรสชาติ) ให้โปรตีนสูง 29 กรัม พร้อมทั้ง BCAA และกรดกลูตามิก อร่อยลงตัวด้วยรสชาติที่ถูกปากคนไทย ทั้งช็อกโกแลต นมฮอกไกโด สตรอว์เบอร์รี ชานมไข่มุก และกรีนที ใครอยากเปลี่ยนรสชาติใหม่ ๆ ลองเชือกได้เลย
- วิธีรับประทาน : ตักผลิตภัณฑ์ 1 ช้อน (40 กรัม) ผสมน้ำเย็น 150 มล. คนหรือเขย่าให้ละลายแล้วดื่ม
- ขนาด : 2 ปอนด์ (รับประทานได้ 23 วัน)
- ราคาปกติ : 2,450 บาท
เวย์โปรตีน กินวันละเท่าไหร่
ผลิตภัณฑ์เวย์โปรตีนส่วนใหญ่มักแนะนำให้กินวันละ 1-2 สกู๊ป ซึ่งให้โปรตีนราว 25-50 กรัม ตามที่ฉลากแต่ละยี่ห้อระบุ
อย่างไรก็ตาม คนที่เล่นเวทหรือฝึกหนัก ควรได้โปรตีนรวมจากอาหารทุกแหล่งราว 1.6 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน เช่น คนหนัก 60 กิโลกรัมจะอยู่ที่ประมาณ 96 กรัม ดังนั้น ถ้ากินเวย์ 1 สกู๊ป (โปรตีนราว 24 กรัม) ก็ต้องได้อีกประมาณ 72 กรัมจากอาหารปกติ เวย์จึงเป็นตัวเติมส่วนที่ขาด ไม่ได้มาแทนอาหารทั้งหมด ทั้งนี้ควรทำตามปริมาณบนฉลากของผลิตภัณฑ์ที่เลือก
เวย์โปรตีนควรกินตอนไหน
ก่อนหรือหลังออกกำลังกาย
มีงานวิจัยทดลองในผู้ชาย 21 คน โดยให้ดื่มโปรตีน 25 กรัมก่อนหรือหลังการเล่นเวทเทรนนิ่งแบบ Full Body สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ต่อเนื่องกัน 10 สัปดาห์ ผลปรากฏว่า ทั้งความแข็งแรงและขนาดกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ นั่นหมายความว่า ไม่ว่าจะดื่มเวย์โปรตีนก่อน ระหว่าง หรือหลังออกกำลังกาย ผลลัพธ์ที่ได้ก็แทบไม่ต่างกันเลย หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การกินโปรตีนรวมตลอดทั้งวันให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายมากกว่า
สำหรับความเชื่อยอดฮิตที่ว่า ต้องรีบดื่มโปรตีนภายใน 30 นาทีหลังเล่นเสร็จทันทีนั้น จากการศึกษาระบุว่า ปัจจัยเรื่องเวลาส่งผลน้อยมาก และอันที่จริง ช่วงเวลาที่ร่างกายสามารถนำโปรตีนไปใช้สังเคราะห์กล้ามเนื้อนั้นกินเวลากว้างได้ถึงประมาณ 6 ชั่วโมงเลยทีเดียว
อย่างไรก็ดี สมาคมโภชนาการการกีฬานานาชาติ (ISSN) ได้แนะนำไว้ว่า เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรแบ่งรับประทานโปรตีนทุก ๆ 3-4 ชั่วโมงตลอดทั้งวัน และแนะนำให้กินโปรตีนคุณภาพสูงภายใน 2 ชั่วโมงหลังออกกำลังกาย
กินเวย์โปรตีนแล้วอ้วนไหม
ไม่ได้ออกกำลังกินได้หรือเปล่า
คนที่ไม่ได้ออกกำลังกายก็กินเวย์โปรตีนได้ แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าเวย์โปรตีนก็ให้พลังงานเหมือนกับอาหารทั่วไป หากเรากินเวย์เพิ่มเข้าไปโดยที่ยังกินมื้อปกติเท่าเดิม จนทำให้พลังงานรวมตลอดวันเกินกว่าที่ร่างกายเผาผลาญ พลังงานส่วนเกินนั้นก็สามารถเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมและทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้
ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการนับปริมาณแคลอรีและโปรตีนของเวย์รวมเข้าไปในโควตาอาหารประจำวันด้วย โดยควรเลือกรับประทานในปริมาณที่พอดีกับความต้องการโปรตีนของร่างกายในแต่ละวัน
เวย์โปรตีน ใครไม่ควรกิน
หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ที่แพ้โปรตีนนมวัว ไม่ควรกินเวย์เพราะมาจากนม
- ผู้ป่วยที่มีโรคไตหรือโรคตับ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสริมโปรตีน
- คนที่มีอาการท้องอืดหรือท้องเสียเมื่อดื่มนม (ภาวะย่อยแล็กโทสไม่ได้) อาจเลือกเวย์ไอโซเลตแทนคอนเซนเทรต และควรเริ่มจากปริมาณน้อย หรือปรึกษาแพทย์
- หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็ก ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อน
- คนที่กินยาประจำหรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
ข้อควรระวังในการกินเวย์โปรตีน
แม้เวย์โปรตีนจะกินง่าย แต่การกินให้ปลอดภัยยังต้องใส่ใจรายละเอียดบางอย่าง ดังนี้
- อ่านฉลาก คำเตือน และวิธีรับประทานก่อนทุกครั้ง
- ไม่กินเกินปริมาณที่ฉลากระบุ เพราะการกินมากเกินไปอาจทำให้คลื่นไส้ ท้องอืด ท้องเสีย หรือปวดเกร็งท้อง
- ไม่ใช้เวย์แทนมื้ออาหารหลักเป็นประจำ ควรกินโปรตีนจากอาหารจริงควบคู่กันไปด้วย
- การใช้เวย์โปรตีนในระยะยาวและมากเกินไปอาจส่งผลต่อการทำงานของตับและไตในบางราย
- เลือกชนิดและรสให้เหมาะกับร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่แพ้นม แพ้ถั่วเหลือง หรือไวต่อสารให้ความหวาน
- หากมีผื่น คัน หายใจลำบาก ปวดท้องรุนแรง หรืออาการผิดปกติอื่น ให้หยุดกินและพบแพทย์
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรกินอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ
บทความที่เกี่ยวข้องกับโปรตีน
- 7 BCAA ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 แล้วควรกินตอนไหน ต่างจากเวย์โปรตีนอย่างไร ?
- นมโปรตีนสูง ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ดื่มง่าย โปรตีนถึงใจ ตัวเลือกของสายเฮลธ์ตี้และคนออกกำลังกาย
- กรีกโยเกิร์ต ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 เติมโปรตีนแน่น ๆ แบบน้ำตาลต่ำ สำหรับคนอยากคุมน้ำหนัก
- โปรตีนใส ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 เติมโปรตีนเน้น ๆ แบบสดชื่น แคลต่ำ ดื่มง่ายเหมือนน้ำผลไม้
- โปรตีนถั่วเหลือง ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 มัดรวมโปรตีนพืช อร่อย ดื่มง่าย ได้กรดอะมิโนจำเป็นครบ






