7 เวย์โปรตีน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 สายลีนควรเลือกแบบไหน กินก่อน-หลังออกกำลังกายต่างกันไหม ?

          เวย์โปรตีน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 สำหรับสายลีนที่อยากเพิ่มกล้ามเนื้อ มาดูความต่างของเวย์ไอโซเลต และประเภทอื่น ๆ พร้อมไขข้อสงสัยควรกินตอนไหนดี
เวย์โปรตีน คืออะไร

          คนที่เล่นเวทสม่ำเสมอแต่กินโปรตีนจากอาหารได้ไม่ถึงเป้าในแต่ละวัน มักมองหา เวย์โปรตีน มาเป็นตัวช่วยเติมโปรตีนให้สะดวกขึ้น แต่ปัจจุบันมีทั้งเวย์ไอโซเลต คอนเซนเทรต ไฮโดรไลเซต และแบบผสมหลายชนิด ตัวเลขบนฉลากก็ต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อ จนหลายคนเลือกไม่ถูก งั้นลองมาดูกันว่าแต่ละแบบต่างกันตรงไหน แล้วเวย์โปรตีน ยี่ห้อไหนดี ที่เหมาะกับสายลีนหรือคนอยากเพิ่มกล้ามเนื้อ

เวย์โปรตีน คืออะไร

          อธิบายก่อนว่า นมประกอบด้วยโปรตีนหลัก 2 ชนิด คือ เคซีน (Casein) ประมาณ 80% และเวย์ (Whey) ประมาณ 20% ส่วนของเวย์นั้นได้มาจากน้ำนมเหลวที่แยกออกมาในกระบวนการทำชีสหรือโยเกิร์ต สังเกตง่าย ๆ จากน้ำใส ๆ ที่ลอยอยู่บนหน้าถ้วยโยเกิร์ตเวลาเราเปิดฝา นั่นแหละคือเวย์สด เมื่อนำน้ำนี้ไปผ่านกระบวนการทำความสะอาดและอบแห้งหลายขั้นตอน ก็จะได้ออกมาเป็นเวย์โปรตีนชนิดผงที่เราคุ้นเคยกัน

          ทั้งนี้ จุดเด่นของเวย์โปรตีนคือ มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนทั้ง 9 ชนิด และมีลิวซีน (Leucine) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนสายโซ่กิ่ง (BCAA) ในปริมาณสูง ลิวซีนนี้มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการกระตุ้นการสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ เวย์โปรตีนจึงได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนออกกำลังกายและเล่นกล้าม

เวย์โปรตีน กับ โปรตีน ต่างกันยังไง

          โปรตีนเป็นชื่อของสารอาหารกลุ่มใหญ่ที่ร่างกายใช้สร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ มักพบในเนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว และธัญพืช ส่วนเวย์โปรตีนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่แยกมาจากนม เท่ากับว่า เวย์ก็คือหนึ่งในอาหารกลุ่มโปรตีนนั่นเอง  

          อย่างไรก็ตาม จุดที่ทำให้เวย์ต่างจากโปรตีนในอาหารจริงคือความเข้มข้น เพราะเวย์ถูกแยกและทำเป็นผง จึงได้โปรตีนต่อน้ำหนักมากกว่าอาหารธรรมชาติ ชงดื่มได้ทันที แต่ก็ไม่มีใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุอื่น ๆ ที่มากับอาหารมื้อปกติ เวย์จึงเหมาะเป็นตัวเสริมในวันที่กินโปรตีนจากอาหารไม่ถึง ไม่ได้มาแทนมื้ออาหาร

          ถ้าอยากรู้ว่าตัวเองควรได้โปรตีนวันละเท่าไหร่ คำแนะนำขั้นต่ำสำหรับคนทั่วไปอยู่ที่ราว 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน เช่น คนหนัก 60 กิโลกรัมต้องการอย่างน้อยราว 48 กรัม ส่วนคนที่เล่นเวทมักต้องการมากกว่านั้น

เวย์โปรตีน มีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร

เวย์โปรตีนไอโซเลท

          โดยทั่วไปแบ่งตามกระบวนการผลิต ซึ่งต่างกันที่ปริมาณโปรตีน ไขมัน แล็กโทส และราคา ส่วนตัวเลขเปอร์เซ็นต์โปรตีนเป็นค่าโดยประมาณ แต่ละผลิตภัณฑ์อาจไม่เท่ากัน ดังนี้

1. เวย์โปรตีนคอนเซนเทรต (Whey Protein Concentrate : WPC)

          มีโปรตีนราว 70-80% ที่เหลือเป็นไขมัน แล็กโทส และสารอาหารอื่นจากนมในปริมาณที่มากกว่าแบบอื่น รสชาติมักกลมกล่อมและราคาย่อมเยาที่สุด เหมาะกับคนที่ไม่มีปัญหากับแล็กโทสและต้องการสร้างกล้ามเนื้อหรือเพิ่มน้ำหนัก

2. เวย์โปรตีนไอโซเลต (Whey Protein Isolate : WPI)

          เป็นเวย์ที่ผ่านการกรองเพิ่มจนได้โปรตีนตั้งแต่ราว 90% ขึ้นไป มีไขมันและแล็กโทสน้อยกว่าคอนเซนเทรต จึงเป็นตัวเลือกที่สายลีนมองหา รวมถึงคนที่ท้องย่อยแล็กโทสไม่ค่อยดีก็มักเลือกกินเวย์ชนิดนี้ แต่ราคาสูงกว่าคอนเซนเทรต

3. เวย์โปรตีนไฮโดรไลเซต (Whey Protein Hydrolysate : WPH)

          เป็นเวย์ที่ผ่านการย่อยโปรตีนให้เป็นชิ้นเล็กลงมาก่อน ทำให้ร่างกายดูดซึมได้เร็วขึ้น และมีความเข้มข้นของโปรตีนสูงกว่าชนิดอื่น ๆ คือมากกว่า 95% แต่ราคาก็สูงที่สุดในสามแบบ และอาจมีรสขมกว่าเล็กน้อย ทั้งนี้การดูดซึมที่เร็วขึ้นไม่ได้แปลว่าจะสร้างกล้ามเนื้อได้มากขึ้นเสมอไป เพราะปริมาณโปรตีนรวมทั้งวันยังเป็นปัจจัยสำคัญกว่า

4. เวย์โปรตีนเบลนด์ (Whey Protein Blend)

          คือการนำเวย์หลายชนิดมาผสมกัน เช่น ไอโซเลต คอนเซนเทรต และไฮโดรไลเซต เพื่อปรับสมดุลระหว่างราคา รสชาติ และปริมาณโปรตีน

เวย์โปรตีน ช่วยอะไร

เวย์โปรตีนช่วยอะไร

          ประโยชน์ของเวย์โปรตีนมีหลายด้าน ด้านที่เด่นสุดคือเรื่องกล้ามเนื้อและความอิ่ม ส่วนด้านหัวใจกับสารต้านอนุมูลอิสระเป็นข้อมูลเสริมที่น่าสนใจ ลองไล่ดูทีละเรื่อง

1. มีส่วนช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ

          เวย์โปรตีนคือตัวเลือกยอดฮิตของสายเวทเทรนนิ่ง เพราะอุดมไปด้วยลิวซีน (Leucine) กรดอะมิโนในกลุ่ม BCAA ที่มีบทบาทโดยตรงในการสังเคราะห์โปรตีนของกล้ามเนื้อ โดยหลังจากการออกกำลังกายอย่างหนัก เส้นใยกล้ามเนื้อจะเกิดการสึกหรอและสลายตัว ร่างกายจึงต้องการกรดอะมิโนเข้าไปซ่อมแซมและสร้างใหม่ การดื่มเวย์โปรตีนควบคู่กับการเล่นเวท จึงเป็นการเติมวัตถุดิบสำคัญให้กล้ามเนื้อได้อย่างตรงจุด

2. ช่วยให้อิ่มนาน ลดอาการหิวจุบจิบ

          โปรตีนเป็นสารอาหารที่ให้ความรู้สึกอิ่มนานกว่าคาร์โบไฮเดรตและไขมัน เวย์โปรตีนซึ่งให้โปรตีนสูงแต่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ จึงตอบโจทย์คนที่ต้องการตัดกินจุบจิบระหว่างวัน และช่วยให้ควบคุมแคลอรีรวมได้ง่ายขึ้น

          นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลระบุว่าการกินเวย์โปรตีนควบคู่กับการคุมพลังงานและการออกกำลังกาย ยังมีส่วนช่วยลดไขมันโดยยังคงรักษาความแข็งแรงของมวลกล้ามเนื้อเอาไว้ได้ ซึ่งตรงสเปกคนที่อยากหุ่นลีน แต่ข้อควรระวังคือ หากดื่มเวย์เพิ่มเข้าไปโดยไม่งดหรือลดอาหารอย่างอื่นด้วย น้ำหนักก็จะไม่ลดลงเอง

3. เติมกรดอะมิโนจำเป็นให้ร่างกายอย่างครบถ้วน

          ร่างกายของเราต้องการกรดอะมิโนจำเป็น 9 ชนิด ซึ่งไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้และต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น และเวย์โปรตีนมีกรดอะมิโนครบทั้ง 9 ชนิด ทั้งยังให้ปริมาณโปรตีนต่อสัดส่วนสูงกว่าอาหารจากธรรมชาติ ดังนั้น ในวันเร่งรีบหรือวันที่กินอาหารได้ไม่หลากหลาย เพียงแค่ชงเวย์ดื่ม ก็สามารถเติมเต็มโปรตีนที่ร่างกายต้องการได้อย่างสะดวกและทันท่วงที

4. อาจมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพหัวใจ

          เวย์โปรตีนอาจมีส่วนช่วยลดระดับ LDL (ไขมันชนิดไม่ดี) ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากมีงานวิจัยพบว่า การรับประทานเวย์โปรตีนมีความสัมพันธ์กับการลดลงของไขมันไตรกลีเซอไรด์ และช่วยเพิ่มระดับ HDL (ไขมันชนิดดี) ในร่างกาย

5. อาจช่วยกระตุ้นการสร้างกลูตาไธโอน 

          จากงานวิจัยพบว่า เวย์โปรตีนมีส่วนช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์กลูตาไธโอน (Glutathione) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย อย่างไรก็ตาม ในมิติของการส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาวนั้น ยังคงต้องรอข้อมูลวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลลัพธ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

วิธีเลือกซื้อเวย์โปรตีน 
สำหรับสายลีนที่อยากเพิ่มกล้ามเนื้อ

          ก่อนซื้อเวย์โปรตีนที่ตรงกับความต้องการของเรา ลองเช็กข้อมูลบนฉลากตามนี้ดูเลย

  • เลือกชนิดของเวย์ : เวย์ทุกแบบสายลีนกินได้ แต่ส่วนใหญ่มักเลือกไอโซเลต เพราะมีโปรตีนสูง ไขมันและแล็กโทสต่ำ ส่วนไฮโดรไลเซตย่อยและดูดซึมไว แต่ราคาสูงกว่า หรือถ้าอยากประหยัดก็มีเวย์เบลนด์ (Whey Blend) ที่ผสมเวย์หลายชนิดไว้ด้วยกัน
  • ดูโปรตีนต่อเสิร์ฟ : เช็กว่า 1 สกู๊ปให้โปรตีนจริงกี่กรัม และผงหนักกี่กรัม แล้วนำมาเทียบสัดส่วนเพื่อดูความเข้มข้นของโปรตีน เช่น ผง 31 กรัมให้โปรตีน 24 กรัม จะอยู่ที่ราว 77% แต่ถ้าผง 33 กรัมให้โปรตีน 24 กรัม จะเหลือราว 73%
  • เช็กแคลอรี ไขมัน และน้ำตาลต่อเสิร์ฟ : การดูแค่โปรตีนไม่พอ เพราะบางสูตรเติมน้ำตาล ครีมเทียม หรือแต่งรสชาติ ทำให้ได้พลังงานส่วนเกินโดยไม่รู้ตัว
  • ตรวจส่วนผสมและสารก่อภูมิแพ้ : เวย์มาจากนม คนที่ย่อยแล็กโทสไม่ได้อาจเลือกสูตรที่ระบุว่าปราศจากแล็กโทส (Lactose-Free) แต่ถ้าแพ้โปรตีนนมวัวต้องเลี่ยงเวย์ทุกชนิด แม้ฉลากจะเขียนว่าปราศจากแล็กโทสก็ตาม ส่วนคนที่แพ้ถั่วเหลือง ไข่ ปลา หรือธัญพืช ให้อ่านรายการส่วนผสมและช่องสารก่อภูมิแพ้ให้ละเอียด เพราะบางสูตรมีเลซิตินจากถั่วเหลืองผสมอยู่
  • ดูส่วนผสมเสริม : นอกจากเวย์ บางสูตรเติมกรดอะมิโนอย่างกลูตามีนและอาร์จินีน รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆ ลงไปด้วย ลองดูว่าส่วนผสมเหล่านี้จำเป็นกับเราจริงหรือเปล่า
  • เลือกรสชาติ : รสที่ชอบช่วยให้กินได้ต่อเนื่อง แต่ถ้าไม่อยากได้สารให้ความหวานหรือแต่งกลิ่น รสธรรมชาติ (รสจืด) ก็ช่วยเลี่ยงส่วนนี้ได้ ทั้งนี้ควรอ่านฉลากอีกครั้ง เพราะบางแบรนด์ยังมีส่วนผสมอื่นอยู่
  • พิจารณาการละลายน้ำ : ควรเลือกเวย์ที่ชงง่าย ละลายน้ำได้ไว เพราะหากเนื้อสัมผัสข้นเกินไป บางคนอาจรู้สึกฝืดคอ กลืนยาก ทำให้ไม่อยากรับประทาน
  • เลือกขนาดบรรจุให้เหมาะกับการกิน :
    • แบบซอง หรือซองทดลอง : เหมาะกับคนเพิ่งเริ่มกิน อยากลองรสชาติก่อน หรือต้องการพกไปเดินทาง
    • ไม่เกิน 2 ปอนด์ (กระปุกเล็กหรือถุงกลาง) : เหมาะกับคนที่ชอบเปลี่ยนรสบ่อย ๆ หรือกินไม่ถี่มาก
    • มากกว่า 2 ปอนด์ (กระปุกหรือถุงใหญ่) : เหมาะกับคนที่ซ้อมและกินทุกวัน ซึ่งราคาต่อเสิร์ฟจะถูกกว่าแพ็กเล็ก
  • เทียบราคาต่อเสิร์ฟ : นำราคาเต็มของแพ็กหารด้วยจำนวนเสิร์ฟที่ระบุบนฉลาก จะเทียบความคุ้มค่าของแต่ละแบรนด์ได้แม่นกว่าดูแค่ราคารวมหรือขนาดกระป๋อง
  • ตรวจสอบเลข อย. : ผลิตภัณฑ์ต้องมีเลข อย. ระบุบนฉลากชัดเจน และนำเลขไปตรวจสอบได้จริง
  • เลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ : สั่งจากร้านค้าทางการ (Official Store) ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ หรือร้านที่ระบุรายละเอียดผู้นำเข้าชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะได้สินค้าปลอม สินค้าไม่ได้มาตรฐาน หรือสินค้าหมดอายุ

          ทีนี้ลองมาดูกันต่อว่า มีเวย์โปรตีนแบรนด์ไหนน่าสนใจและเหมาะกับสายลีนบ้างในปีนี้

เวย์โปรตีน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

1. Dymatize ISO100 Hydrolyzed

เวย์โปรตีน Dymatize ISO100 Hydrolyzed

ภาพจาก : MUSCLEFOODSHOP

          Dymatize ISO100 เป็นเวย์โปรตีนสูตรที่ผสมระหว่างเวย์โปรตีนไอโซเลตแบบไฮโดรไลซ์ และเวย์โปรตีนไอโซเลต จากข้อมูลบนฉลากของรสช็อกโกแลต ในปริมาณ 1 สกู๊ป (32 กรัม) ให้โปรตีน 25 กรัม พลังงาน 120 กิโลแคลอรี ไขมัน 1 กรัม คาร์โบไฮเดรต 2 กรัม และน้ำตาล 1 กรัม พร้อมทั้งมี BCAA 5.5 กรัม (ซึ่งเป็นลิวซีน 2.7 กรัม) จึงเหมาะกับสายลีนที่อยากได้โปรตีนสูงจากแคลอรีไม่มากมาช่วยดูแลกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังมีรสชาติอื่นให้เลือก เช่น วานิลลา, ช็อกพีนัท, คุกกี้แอนด์ครีม และสตรอว์เบอร์รี ทั้งนี้ ปริมาณคุณค่าทางโภชนาการและขนาดบรรจุอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละรสชาติ

  • วิธีรับประทาน : ผสมผงเวย์โปรตีน 1 สกู๊ป กับน้ำเย็นหรือนมจืด 250-300 มล. คนให้ละลายแล้วดื่ม
  • ขนาด : 1.4 ปอนด์ (รับประทานได้ 20 เสิร์ฟ) 
  • ราคาปกติ : 2,500 บาท

2. Vera Whey Protein Isolate Coffee

เวย์โปรตีน Vera Whey Protein Isolate Coffee

ภาพจาก : Vera Whey Store

          สายกาแฟที่ไม่อยากกินเวย์รสหวานจัด ลองดู Vera Whey Protein Isolate Coffee เวย์ไอโซเลตรสกาแฟอาราบิก้าแท้ ไม่เติมน้ำตาลทราย เหมาะกับคนที่อยากดื่มเวย์ในมื้อเช้าแทนกาแฟ โดย 1 ช้อนให้โปรตีน 27 กรัม และมีส่วนผสมของโคเอนไซม์คิวเทน รวมถึงวิตามินบี 1 บี 6 และบี 12 ถ้าวันไหนเบื่อกาแฟก็มีรสจืดและรสช็อกโกแลตให้เลือกด้วย

  • วิธีรับประทาน : รับประทานตอนเช้าหรือแทนมื้อเช้า
  • ขนาด : 1 ซอง 900 กรัม (รับประทานได้ 20 มื้อ)
  • ราคาปกติ : 1,890 บาท

3. VITAXTRONG ISO-PRO

 VITAXTRONG ISO-PRO

ภาพจาก : FITWHEY

          ใครที่อยากได้เวย์ไอโซเลตแคลอรีต่ำและไม่มีน้ำตาล Vitaxtrong ISO-PRO ก็น่าสนใจ โดยทางแบรนด์ระบุว่าใช้เวย์จากสหรัฐอเมริกา 1 สกู๊ป (ราว 38 กรัม) ให้โปรตีน 27 กรัม พลังงาน 120-130 กิโลแคลอรี ปราศจากไขมันอิ่มตัวและน้ำตาล ให้ BCAA ราว 6 กรัม และกลูตามีนราว 5 กรัม มีให้เลือก 5 รส ทั้งช็อกโกแลต, มอคคา, มัทฉะ, กล้วย และรสจืด

  • วิธีรับประทาน : เติมผงตามปริมาณที่แนะนำลงในน้ำเย็น 200-250 มล. เขย่าแล้วยกดื่ม
  • ขนาด : 1 ปอนด์ (รับประทานได้ 12 ครั้ง)
  • ราคาปกติ : 1,200 บาท

4. OPTIMUM 100% Whey Protein Gold Standard

เวย์โปรตีน OPTIMUM 100% Whey Protein Gold Standard

ภาพจาก : Optimum Nutrition

          OPTIMUM 100% Whey Protein Gold Standard เป็นเวย์สูตรผสมจากเวย์โปรตีนไอโซเลต คอนเซนเทรต และไฮโดรไลเซต ให้โปรตีน 24 กรัมต่อเสิร์ฟ (1 สกู๊ป 30.4 กรัม) พลังงาน 122 กิโลแคลอรี มี BCAA 5.5 กรัม และกลูตามีนมากกว่า 4 กรัม ไขมันกับน้ำตาลต่ำ ชงง่าย ละลายเร็ว อร่อยได้ทั้งรสช็อกโกแลตและวานิลลา 

  • วิธีรับประทาน : ตัก 1 สกู๊ป ผสมกับน้ำเย็น 180-240 มิลลิลิตร หรือนมจืด เขย่า 30 วินาทีให้ละลายแล้วดื่ม
  • ขนาด : 310 กรัม (รับประทานได้ 10 ครั้ง)
  • ราคาปกติ : 1,600 บาท

5. SCITEC NUTRITION 100% Hydro Whey Isolate

SCITEC NUTRITION 100% Hydro Whey Isolate

ภาพจาก : AB NUTRITION

          SCITEC NUTRITION 100% Hydro Whey Isolate จากแบรนด์ยุโรป เป็นเวย์รูปแบบไฮโดรไลเซตที่ดูดซึมได้ดี เสริมด้วยกลูตามีนและอาร์จินีน กรดอะมิโนที่มีส่วนช่วยดูแลกล้ามเนื้อ โดย 1 เสิร์ฟ (23 กรัม) ประมาณ 2/3 สกู๊ป ให้โปรตีน 19 กรัม พลังงาน 86 กิโลแคลอรี ไม่เติมน้ำตาลทราย น้ำมันปาล์มหรือกลูเตน เหมาะกับสายลีนที่อยากได้โปรตีนสูงจากผงที่ปริมาณต่อเสิร์ฟน้อย ดื่มง่ายด้วยรสช็อกโกแลต มีให้เลือกทั้งขนาด 700 กรัม และ 2,000 กรัม  

  • วิธีรับประทาน : ตัก 2/3 สกู๊ป (23 กรัม) ผสมกับน้ำเย็น 250 มิลลิลิตร ดื่มหลังออกกำลังกาย หรือในวันพักดื่มเวลาไหนก็ได้
  • ขนาด : 700 กรัม และ 2,000 กรัม
  • ราคาปกติ : 3,038 บาท (ขนาด 700 กรัม) และ 5,758 บาท (ขนาด 2,000 กรัม) 

6. BAAM ISO ABSOLUTE ZERO

BAAM ISO ABSOLUTE ZERO

ภาพจาก : FITWHEY

          BAAM ISO Absolute Zero เป็นเวย์ไอโซเลตที่ได้โปรตีน 30 กรัมต่อเสิร์ฟ (1 เสิร์ฟ เท่ากับ 2 สกู๊ป ราว 43 กรัม) พลังงานอยู่ที่ 120-140 กิโลแคลอรีตามรสชาติ มี BCAA ประมาณ 6.9 กรัม และกลูตามีนประมาณ 5.1 กรัม ไม่มีแล็กโทส ใช้เวย์ไอโซเลตนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา แต่งรสด้วยสารให้ความหวานแทนน้ำตาล มีหลายรสและหลายขนาด ถ้าเพิ่งเริ่มกิน เลือกแบบ 4 เสิร์ฟก่อนซื้อกระปุกใหญ่ดูก่อนได้

  • วิธีรับประทาน : ตักผลิตภัณฑ์ 1-1.5 สกู๊ป ผสมน้ำเย็น 200-250 มล. รอจนละลายแล้วดื่ม
  • ขนาด : 171.44 กรัม (รับประทานได้ 4 เสิร์ฟ)
  • ราคาปกติ : 400-500 บาท

7. Biovitt Whey Protein

เวย์โปรตีน Biovitt Whey Protein

ภาพจาก : biovitt ไบโอวิต

          Biovitt เวย์โปรตีน 3 ชนิด รวมเวย์โปรตีนไอโซเลต คอนเซนเทรต และไฮโดรไลเซตไว้ในสูตรเดียว 1 ช้อน (40 กรัม) ให้พลังงานประมาณ 150-160 กิโลแคลอรี (ขึ้นอยู่กับรสชาติ) ให้โปรตีนสูง 29 กรัม พร้อมทั้ง BCAA และกรดกลูตามิก อร่อยลงตัวด้วยรสชาติที่ถูกปากคนไทย ทั้งช็อกโกแลต นมฮอกไกโด สตรอว์เบอร์รี ชานมไข่มุก และกรีนที ใครอยากเปลี่ยนรสชาติใหม่ ๆ ลองเชือกได้เลย

  • วิธีรับประทาน : ตักผลิตภัณฑ์ 1 ช้อน (40 กรัม) ผสมน้ำเย็น 150 มล. คนหรือเขย่าให้ละลายแล้วดื่ม
  • ขนาด : 2 ปอนด์ (รับประทานได้ 23 วัน)
  • ราคาปกติ : 2,450 บาท

เวย์โปรตีน กินวันละเท่าไหร่

          ผลิตภัณฑ์เวย์โปรตีนส่วนใหญ่มักแนะนำให้กินวันละ 1-2 สกู๊ป ซึ่งให้โปรตีนราว 25-50 กรัม ตามที่ฉลากแต่ละยี่ห้อระบุ 

อย่างไรก็ตาม คนที่เล่นเวทหรือฝึกหนัก ควรได้โปรตีนรวมจากอาหารทุกแหล่งราว 1.6 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน เช่น คนหนัก 60 กิโลกรัมจะอยู่ที่ประมาณ 96 กรัม ดังนั้น ถ้ากินเวย์ 1 สกู๊ป (โปรตีนราว 24 กรัม) ก็ต้องได้อีกประมาณ 72 กรัมจากอาหารปกติ เวย์จึงเป็นตัวเติมส่วนที่ขาด ไม่ได้มาแทนอาหารทั้งหมด ทั้งนี้ควรทำตามปริมาณบนฉลากของผลิตภัณฑ์ที่เลือก 

เวย์โปรตีนควรกินตอนไหน
ก่อนหรือหลังออกกำลังกาย

เวย์โปรตีนควรกินตอนไหน

          มีงานวิจัยทดลองในผู้ชาย 21 คน โดยให้ดื่มโปรตีน 25 กรัมก่อนหรือหลังการเล่นเวทเทรนนิ่งแบบ Full Body สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ต่อเนื่องกัน 10 สัปดาห์ ผลปรากฏว่า ทั้งความแข็งแรงและขนาดกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ นั่นหมายความว่า ไม่ว่าจะดื่มเวย์โปรตีนก่อน ระหว่าง หรือหลังออกกำลังกาย ผลลัพธ์ที่ได้ก็แทบไม่ต่างกันเลย หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การกินโปรตีนรวมตลอดทั้งวันให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายมากกว่า

          สำหรับความเชื่อยอดฮิตที่ว่า ต้องรีบดื่มโปรตีนภายใน 30 นาทีหลังเล่นเสร็จทันทีนั้น จากการศึกษาระบุว่า ปัจจัยเรื่องเวลาส่งผลน้อยมาก และอันที่จริง ช่วงเวลาที่ร่างกายสามารถนำโปรตีนไปใช้สังเคราะห์กล้ามเนื้อนั้นกินเวลากว้างได้ถึงประมาณ 6 ชั่วโมงเลยทีเดียว

          อย่างไรก็ดี สมาคมโภชนาการการกีฬานานาชาติ (ISSN) ได้แนะนำไว้ว่า เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรแบ่งรับประทานโปรตีนทุก ๆ 3-4 ชั่วโมงตลอดทั้งวัน และแนะนำให้กินโปรตีนคุณภาพสูงภายใน 2 ชั่วโมงหลังออกกำลังกาย  

กินเวย์โปรตีนแล้วอ้วนไหม 
ไม่ได้ออกกำลังกินได้หรือเปล่า

          คนที่ไม่ได้ออกกำลังกายก็กินเวย์โปรตีนได้ แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าเวย์โปรตีนก็ให้พลังงานเหมือนกับอาหารทั่วไป หากเรากินเวย์เพิ่มเข้าไปโดยที่ยังกินมื้อปกติเท่าเดิม จนทำให้พลังงานรวมตลอดวันเกินกว่าที่ร่างกายเผาผลาญ พลังงานส่วนเกินนั้นก็สามารถเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมและทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้

          ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการนับปริมาณแคลอรีและโปรตีนของเวย์รวมเข้าไปในโควตาอาหารประจำวันด้วย โดยควรเลือกรับประทานในปริมาณที่พอดีกับความต้องการโปรตีนของร่างกายในแต่ละวัน 

เวย์โปรตีน ใครไม่ควรกิน 
หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อน

  • ผู้ที่แพ้โปรตีนนมวัว ไม่ควรกินเวย์เพราะมาจากนม
  • ผู้ป่วยที่มีโรคไตหรือโรคตับ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสริมโปรตีน
  • คนที่มีอาการท้องอืดหรือท้องเสียเมื่อดื่มนม (ภาวะย่อยแล็กโทสไม่ได้) อาจเลือกเวย์ไอโซเลตแทนคอนเซนเทรต และควรเริ่มจากปริมาณน้อย หรือปรึกษาแพทย์
  • หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็ก ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อน
  • คนที่กินยาประจำหรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

ข้อควรระวังในการกินเวย์โปรตีน

          แม้เวย์โปรตีนจะกินง่าย แต่การกินให้ปลอดภัยยังต้องใส่ใจรายละเอียดบางอย่าง ดังนี้

  • อ่านฉลาก คำเตือน และวิธีรับประทานก่อนทุกครั้ง
  • ไม่กินเกินปริมาณที่ฉลากระบุ เพราะการกินมากเกินไปอาจทำให้คลื่นไส้ ท้องอืด ท้องเสีย หรือปวดเกร็งท้อง
  • ไม่ใช้เวย์แทนมื้ออาหารหลักเป็นประจำ ควรกินโปรตีนจากอาหารจริงควบคู่กันไปด้วย
  • การใช้เวย์โปรตีนในระยะยาวและมากเกินไปอาจส่งผลต่อการทำงานของตับและไตในบางราย
  • เลือกชนิดและรสให้เหมาะกับร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่แพ้นม แพ้ถั่วเหลือง หรือไวต่อสารให้ความหวาน
  • หากมีผื่น คัน หายใจลำบาก ปวดท้องรุนแรง หรืออาการผิดปกติอื่น ให้หยุดกินและพบแพทย์
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรกินอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ
          การเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับการกินเวย์โปรตีนเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากการออกกำลังกายและเล่นเวทอย่างถูกวิธีและต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการได้รับโปรตีนจากมื้ออาหารหลักให้พอในแต่ละวัน โดยอาจเริ่มจากการจดบันทึกปริมาณโปรตีนที่กินประจำเป็นประจำเพื่อเช็กดูว่าขาดเหลือเท่าไร แล้วจึงค่อยใช้เวย์โปรตีนเข้ามาช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดได้อย่างตรงจุด

บทความที่เกี่ยวข้องกับโปรตีน

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
7 เวย์โปรตีน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 สายลีนควรเลือกแบบไหน กินก่อน-หลังออกกำลังกายต่างกันไหม ? โพสต์เมื่อ 26 ตุลาคม 2569 เวลา 13:30:24
TOP
x close