เครื่องผลิตออกซิเจน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวม 7 รุ่นน่าใช้ที่บ้าน และเรื่องต้องรู้ก่อนเลือกซื้อ !

          เครื่องผลิตออกซิเจน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ส่องรุ่นใช้ที่บ้านทั้ง 3 ลิตร 5 ลิตร 10 ลิตร และแบบพกพา พร้อมวิธีเลือกซื้อให้ตรงกับการใช้งานจริง
เครื่องผลิตออกซิเจน

          บ้านไหนมีผู้ป่วยที่ต้องใช้ออกซิเจนต่อที่บ้านหลังออกจากโรงพยาบาล คงเริ่มมองหาเครื่องผลิตออกซิเจน กันแล้ว แต่พอจะเลือกซื้อก็มีให้สงสัยหลายอย่าง ทั้งรุ่น 3 ลิตร 5 ลิตร และ 10 ลิตร ต่างกันอย่างไร ต้องดูความเข้มข้นของออกซิเจนแค่ไหน รวมถึงเรื่องเสียงและค่าไฟที่ต้องคำนึงถึงด้วย ลองมาดูวิธีเลือกเครื่องผลิตออกซิเจนให้เหมาะกับการใช้งานและตรงตามที่แพทย์สั่ง ก่อนไปส่องว่าเครื่องผลิตออกซิเจน ยี่ห้อไหนดี รุ่นไหนน่าสนใจบ้างในปี 2026

เครื่องผลิตออกซิเจนคืออะไร 
ต่างจากถังออกซิเจนอย่างไร

          เครื่องผลิตออกซิเจน (Oxygen Concentrator) เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยที่แพทย์สั่งให้ใช้ออกซิเจนเสริม โดยดึงอากาศรอบตัวเข้ามาแล้วแยกไนโตรเจนออกบางส่วน เพื่อให้ได้ออกซิเจนที่มีความเข้มข้นสูง โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 90-96% ขึ้นอยู่กับรุ่นและอัตราการไหลที่ตั้งไว้ จากนั้นจึงส่งผ่านสายให้ออกซิเจนทางจมูกหรือหน้ากากไปยังผู้ป่วย จุดเด่นคือไม่ต้องเติมออกซิเจนหรือเปลี่ยนถัง แต่เครื่องแบบตั้งอยู่กับที่จะต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงาน และควรใช้งานตามข้อกำหนดของแต่ละรุ่น 

          ส่วนถังออกซิเจน เป็นอุปกรณ์ที่บรรจุก๊าซออกซิเจนอัดไว้ล่วงหน้า เมื่อใช้หมดจึงต้องเติมหรือเปลี่ยนถัง ข้อดีคือไม่ต้องใช้ไฟฟ้า จึงใช้สำรองเมื่อไฟดับหรือเครื่องขัดข้องได้ และถังขนาดพกพายังใช้เมื่อต้องออกนอกบ้านได้ด้วย  

เครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้าน เหมาะกับใคร

เครื่องผลิตออกซิเจน เหมาะกับใคร

          เครื่องผลิตออกซิเจน เหมาะกับผู้ป่วยที่แพทย์ประเมินว่ามีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ และจำเป็นต้องใช้ออกซิเจนเสริมที่บ้าน เช่น

  • ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ซึ่งรวมถึงผู้ที่มีถุงลมโป่งพอง
  • ผู้ป่วยโรคปอดอื่น ๆ เช่น พังผืดในปอด หรือมะเร็งปอดบางราย
  • ผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวบางราย
  • ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างฟื้นตัวจากปอดอักเสบหรือการเจ็บป่วยอื่น ๆ ซึ่งยังมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ และแพทย์สั่งให้ใช้ออกซิเจนต่อหลังกลับบ้าน 

          ทั้งนี้ การเป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ออกซิเจนทุกราย เช่นเดียวกับผู้ป่วยโรคข้างต้นที่ต้องได้รับการประเมินเป็นรายบุคคล ส่วนคนที่สุขภาพปกติไม่จำเป็นต้องสูดออกซิเจนเพิ่ม และไม่ควรซื้อเครื่องมาใช้เองโดยไม่มีคำสั่งแพทย์ เพราะการใช้ออกซิเจนมากเกินความจำเป็นอาจเป็นอันตรายได้ สำหรับอัตราการไหล (ลิตรต่อนาที) และระยะเวลาที่ใช้ในแต่ละวัน ให้ยึดตามที่แพทย์กำหนด และไม่ปรับเพิ่มหรือลดเอง

วิธีเลือกซื้อเครื่องผลิตออกซิเจนใช้ที่บ้าน

เครื่องผลิตออกซิเจน เลือกยังไง

          ก่อนซื้อเครื่องผลิตออกซิเจน ควรทราบก่อนว่าแพทย์สั่งให้ใช้ออกซิเจนในอัตราการไหลเท่าไร ต้องใช้ช่วงไหน และวันละกี่ชั่วโมง จากนั้นจึงค่อยเลือกประเภท ขนาด และสเปกของเครื่องให้เหมาะกับการใช้งาน ดังนี้

1. เลือกประเภทของเครื่อง

          เครื่องผลิตออกซิเจนแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้เป็น 2 แบบหลัก ๆ ได้แก่

  • แบบตั้งพื้น (Stationary) : ใช้ไฟฟ้าจากปลั๊กบ้าน โดยทั่วไปจ่ายออกซิเจนแบบต่อเนื่อง (Continuous flow) และมีล้อเลื่อนช่วยเคลื่อนย้าย เหมาะกับผู้ป่วยที่ใช้ออกซิเจนที่บ้านเป็นหลัก สามารถใช้ขณะตื่นหรือหลับได้ตามแผนการรักษา โดยควรตรวจสอบว่าเครื่องรองรับการเปิดใช้งานต่อเนื่องตามระยะเวลาที่ต้องการ
  • แบบพกพา (Portable) : ออกแบบให้เคลื่อนย้ายสะดวกและใช้แบตเตอรี่ได้ หลายรุ่นจ่ายออกซิเจนตามจังหวะหายใจเข้า (Pulse dose) ส่วนบางรุ่นจ่ายแบบต่อเนื่องได้ด้วย น้ำหนักและระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่แตกต่างกันตามรุ่นและระดับที่ตั้งไว้ เหมาะกับคนที่ต้องออกนอกบ้านหรือเดินทาง  

          ทั้งนี้ ระดับของระบบ Pulse dose เช่น ระดับ 3 หรือ 5 ไม่ได้หมายถึง 3 หรือ 5 ลิตรต่อนาที และไม่สามารถเทียบกับเครื่องแบบจ่ายต่อเนื่องได้โดยตรง หากต้องใช้ขณะหลับ ควรให้แพทย์ประเมินก่อนเลือกซื้อ

2. เลือกอัตราการไหลให้ตรงกับที่แพทย์สั่ง

          ตัวเลข 3 ลิตร 5 ลิตร หรือ 10 ลิตรของเครื่องแบบจ่ายต่อเนื่อง โดยทั่วไปหมายถึงอัตราการไหลสูงสุดต่อนาที ไม่ใช่ความจุของเครื่อง ควรตรวจสอบทั้งช่วงอัตราการไหลที่ปรับได้และความเข้มข้นของออกซิเจนในช่วงนั้น

  • เครื่องผลิตออกซิเจน 3 ลิตร : รองรับอัตราการไหลสูงสุด 3 ลิตรต่อนาที พิจารณาเลือกใช้ได้เมื่ออัตราการไหลที่แพทย์สั่งอยู่ในช่วงที่เครื่องรองรับ แต่หากในอนาคตจำเป็นต้องใช้อัตราการไหลเพิ่มขึ้น เครื่องอาจรองรับได้ไม่เพียงพอ
  • เครื่องผลิตออกซิเจน 5 ลิตร : รองรับอัตราการไหลสูงสุด 5 ลิตรต่อนาที โดยต้องตรวจสอบอัตราการไหลต่ำสุดและความละเอียดในการปรับของแต่ละรุ่นด้วย
  • เครื่องผลิตออกซิเจน 8-10 ลิตร : พิจารณาเมื่อแพทย์สั่งอัตราการไหลสูงเกินกว่าที่เครื่อง 5 ลิตรรองรับ หรือต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์เฉพาะตามที่แพทย์ประเมิน

          ทั้งนี้ ไม่ควรเลือกขนาดเครื่องจากชื่อโรคหรือความรุนแรงที่ประเมินเอง และหากต้องการเผื่อรองรับการใช้งานในอนาคต ควรปรึกษาแพทย์ก่อน โดยไม่ปรับอัตราการไหลเพิ่มเอง

3. เปรียบเทียบสเปกและบริการหลังการขาย

          เมื่อได้ประเภทและอัตราการไหลที่เหมาะสมแล้ว ลองเปรียบเทียบรายละเอียดต่อไปนี้ก่อนตัดสินใจ

  • ความเข้มข้นของออกซิเจน : ตรวจสอบค่าที่ผู้ผลิตรับรองตลอดช่วงอัตราการไหลที่จะใช้ เช่น บางรุ่นระบุ 93±3% หรือประมาณ 90-96% ไม่ดูเพียงตัวเลขลิตรสูงสุดในโฆษณา หากความเข้มข้นลดลงมากเมื่อเพิ่มอัตราการไหล ไม่ควรเลือกมาใช้แทนเครื่องตามที่แพทย์สั่งโดยไม่ได้รับการประเมินก่อน
  • ระดับเสียง : เปรียบเทียบค่าเดซิเบลภายใต้เงื่อนไขการวัดใกล้เคียงกัน และหากทำได้ควรขอฟังเสียงเครื่องจริง โดยเฉพาะเมื่อต้องเปิดในห้องนอน
  • กำลังไฟ : เปรียบเทียบเครื่องที่รองรับการใช้งานใกล้เคียงกัน โดยค่าไฟจะขึ้นอยู่กับกำลังไฟและจำนวนชั่วโมงที่เปิดใช้ ตัวอย่างเช่น เครื่อง 5 ลิตรบางรุ่นระบุกำลังไฟเฉลี่ยประมาณ 300-400 วัตต์ แต่ควรตรวจสอบสเปกของรุ่นที่จะซื้อโดยตรง 
  • ระบบแจ้งเตือน : ตรวจสอบว่ามีระบบเตือนเมื่อไฟดับ เครื่องทำงานผิดปกติ หรือความเข้มข้นของออกซิเจนต่ำหรือไม่ พร้อมสอบถามวิธีจัดการเมื่อเครื่องเตือน 
  • ฟังก์ชันเสริม : เช่น ล้อเลื่อน การตั้งเวลาเปิด-ปิด รีโมต หน้าจอที่อ่านง่าย หรือฟังก์ชันพ่นละอองยา ซึ่งมีเฉพาะบางรุ่น ควรเลือกตามความจำเป็น หากต้องใช้พ่นยาให้ตรวจสอบวิธีใช้ตามคู่มือและคำแนะนำของแพทย์
  • ไส้กรองและการบำรุงรักษา : ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ส่วนใดล้างได้ ส่วนใดต้องเปลี่ยนหรือให้ช่างดูแล รวมถึงรอบบำรุงรักษาและราคาอะไหล่ โดยปฏิบัติตามคู่มือของแต่ละรุ่น
  • ประกันและศูนย์บริการ : เช็กระยะประกันตัวเครื่องและคอมเพรสเซอร์ ข้อยกเว้น ค่าใช้จ่ายในการซ่อม และบริการในไทย หากมีเครื่องให้ยืมระหว่างซ่อมจะช่วยให้วางแผนดูแลผู้ป่วยได้สะดวกขึ้น
  • การอนุญาตจาก อย. และแหล่งซื้อ : ตรวจสอบข้อมูลเครื่องมือแพทย์กับฐานข้อมูล อย. ให้ตรงกับผลิตภัณฑ์ที่จะซื้อ และเลือกผู้ขายที่ให้ข้อมูลสินค้า สาธิตการใช้ และติดต่อรับบริการหลังการขายได้ชัดเจน 

          เมื่อรู้แล้วว่าควรดูอะไรในการเลือกซื้อบ้าง ทีนี้ลองมาส่องกันต่อว่าเครื่องผลิตออกซิเจนรุ่นไหนน่าสนใจบ้างในปีนี้

เครื่องผลิตออกซิเจน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

          รวมเครื่องผลิตออกซิเจนแบบตั้งพื้นสำหรับใช้ที่บ้านขนาดต่าง ๆ พร้อมแบบพกพาอีก 1 รุ่นสำหรับคนที่ต้องเดินทางบ่อยมาให้พิจารณาเปรียบเทียบกัน 

1. เครื่องผลิตออกซิเจน Hospro รุ่น H-OC01-10L

เครื่องผลิตออกซิเจน Hospro รุ่น H-OC01-10L

ภาพจาก : HOSPRO Official Store

          สำหรับผู้ป่วยที่แพทย์สั่งใช้ออกซิเจนในอัตราการไหลสูงกว่า 5 ลิตรต่อนาที เครื่องผลิตออกซิเจน Hospro รุ่นนี้ปล่อยออกซิเจนได้สูงสุดถึง 10 ลิตรต่อนาที จึงมีกำลังเหลือเผื่อการใช้งานหนัก ตัวเครื่องตั้งเวลาทำงานได้ มีสัญลักษณ์เตือนเมื่อออกซิเจนต่ำหรือเครื่องทำงานผิดปกติ และโหมด Sleep ที่ปิดแสงหน้าจอเพื่อลดการรบกวนผู้ป่วยและคนในห้องยามพักผ่อน พร้อมการรับประกัน 3 ปี 

          แต่ด้วยขนาด 10 ลิตร เครื่องจึงหนักราว 23 กิโลกรัม ระดับเสียงขณะทำงาน 55 เดซิเบล และใช้ไฟถึง 600 วัตต์ จึงควรพิจารณาทั้งพื้นที่จัดวาง ความสะดวกในการเคลื่อนย้าย และค่าไฟประกอบด้วย

  • อัตราการไหล : สูงสุด 10 ลิตร/นาที
  • ความเข้มข้นออกซิเจน : 93±3%
  • ระดับเสียง : 55 เดซิเบล
  • กำลังไฟ : 600 วัตต์
  • น้ำหนัก : 23 กิโลกรัม
  • ประกัน : 3 ปี
  • ราคาปกติ : 39,000 บาท

2. เครื่องผลิตออกซิเจน Canta รุ่น VE3-N

เครื่องผลิตออกซิเจน Canta รุ่น VE3-N

ภาพจาก : Canta Thailand Official

          หากแพทย์สั่งใช้ออกซิเจนในอัตราการไหลไม่เกิน 3 ลิตรต่อนาที เครื่องผลิตออกซิเจน Canta รุ่น VE3-N เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยน้ำหนัก 11 กิโลกรัม และกำลังไฟ 250 วัตต์ รุ่นนี้ปุ่มปรับอัตราการไหลแบบดิจิทัล ปรับได้ครั้งละ 0.1 ลิตรต่อนาที ช่วยให้ตั้งค่าตามที่แพทย์สั่งได้สะดวก ระดับเสียงขณะทำงานไม่เกิน 45 เดซิเบล มีฟังก์ชันพ่นละอองยาและตั้งเวลาปิดได้สูงสุด 5 ชั่วโมง พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อไฟดับ ความเข้มข้นของออกซิเจนต่ำ หรือเครื่องทำงานผิดปกติ 

          อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้รองรับอัตราการไหลสูงสุด 3 ลิตรต่อนาที ซึ่งถ้าในอนาคตแพทย์สั่งให้ใช้ระดับสูงกว่านี้ จะต้องเลือกเครื่องที่รองรับอัตราการไหลได้เพียงพอ

  • อัตราการไหล : 0.5-3 ลิตร/นาที
  • ความเข้มข้นออกซิเจน : 93±3%
  • ระดับเสียง : ไม่เกิน 45 เดซิเบล
  • กำลังไฟ : 250 วัตต์
  • น้ำหนัก : 11 กิโลกรัม
  • ประกัน : คอมเพรสเซอร์ 3 ปี อะไหล่อื่น 2 ปี มีเครื่องสำรองระหว่างซ่อมในระยะประกัน
  • ราคาปกติ : 16,900 บาท

3. เครื่องผลิตออกซิเจน Yuwell รุ่น 9F-5BW

เครื่องผลิตออกซิเจน Yuwell รุ่น 9F-5BW

ภาพจาก : Yuwell Thailand Authorized Store

          ใครที่อยากได้เครื่อง 5 ลิตรที่ครบเครื่องในตัวเดียว เครื่องผลิตออกซิเจน Yuwell รุ่น 9F-5BW คืออีกรุ่นที่น่าสนใจ ปรับอัตราการไหลได้ 0.5-5 ลิตรต่อนาที และใช้พ่นละอองยาได้ มาพร้อมรีโมตควบคุมการเปิด-ปิด ตั้งเวลาปิดได้ตั้งแต่ 30 นาทีถึง 6 ชั่วโมง ส่วนหน้าจอ LCD ปรับความสว่างได้ 2 ระดับ ช่วยลดแสงรบกวนยามพักผ่อน พร้อมระดับเสียงขณะทำงานไม่เกิน 45 เดซิเบล 

          ด้านความปลอดภัยมีระบบเตือนเมื่อความเข้มข้นของออกซิเจนต่ำ และระบบตัดการทำงานเองเมื่อคอมเพรสเซอร์ร้อนเกินไป นอกจากนี้ยังมีล้อเลื่อน 4 ล้อที่ล็อกได้ ช่วยให้เคลื่อนย้ายระหว่างห้องสะดวกขึ้น

  • อัตราการไหล : 0.5-5 ลิตร/นาที
  • ความเข้มข้นออกซิเจน : 87-95.5%
  • ระดับเสียง : ไม่เกิน 45 เดซิเบล
  • กำลังไฟ : 400 วัตต์
  • น้ำหนัก : 17.5 กิโลกรัม (เฉพาะเครื่อง)
  • ประกัน : คอมเพรสเซอร์ 3 ปี อะไหล่อื่น 1 ปี มีเครื่องสำรองระหว่างซ่อมในระยะประกัน
  • ราคาปกติ : 25,900 บาท

4. เครื่องผลิตออกซิเจน YAMADA รุ่น ZY-5AW

เครื่องผลิตออกซิเจน YAMADA รุ่น ZY-5AW

ภาพจาก : YAMADA Thailand

          คนที่ชอบหน้าจอใหญ่ ใช้งานสะดวก ลองดูเครื่องผลิตออกซิเจน YAMADA รุ่น ZY-5AW ที่มาพร้อมแผงควบคุมแบบหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ ผู้สูงอายุมองเห็นตัวเลขได้ชัด กดตั้งค่าได้ไม่ยาก และมีระบบแจ้งเตือนเป็นเสียงพูด ตัวเครื่องรองรับอัตราการไหลสูงสุด 5 ลิตรต่อนาที ระดับเสียงขณะทำงานต่ำกว่า 42 เดซิเบล ตั้งเวลาทำงานได้นานสูงสุด 8 ชั่วโมง เปิดตอนนอนได้ทั้งคืน และยังมีฟังก์ชันพ่นยาพร้อมชุดหน้ากากในกล่อง เหมาะกับคนที่อยากได้เครื่อง 5 ลิตรที่ใช้งานง่าย  

  • อัตราการไหล : สูงสุด 5 ลิตร/นาที
  • ความเข้มข้นออกซิเจน : 93±3%
  • ระดับเสียง : ต่ำกว่า 42 เดซิเบล
  • กำลังไฟ : 400 วัตต์
  • น้ำหนัก : 19 กิโลกรัม
  • ประกัน : 1 ปี
  • ราคาปกติ : 21,500 บาท

5. เครื่องผลิตออกซิเจน Longfian รุ่น Jay-5AW

เครื่องผลิตออกซิเจน Longfian รุ่น Jay-5AW

ภาพจาก : Realmed Store

          เครื่องผลิตออกซิเจน Longfian รุ่น Jay-5AW เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับคนที่อยากดูข้อมูลการทำงานของเครื่องได้สะดวก ด้วยหน้าจอแสดงความเข้มข้นของออกซิเจนแบบเรียลไทม์ แรงดันเครื่อง ชั่วโมงใช้งานสะสม และจำนวนครั้งที่เปิดเครื่อง ช่วยให้ผู้ดูแลติดตามการทำงานและสังเกตความผิดปกติได้ง่ายขึ้น ระดับเสียงขณะทำงานประมาณ 40 เดซิเบล ช่วยลดเสียงรบกวนยามพักผ่อน แถมยังมีไส้กรอง HEPA 2 ชั้น สำหรับกรองอนุภาคขนาดเล็ก มีฟังก์ชันพ่นละอองยาในตัว และตั้งเวลาปิดได้ตั้งแต่ 10 นาทีถึง 40 ชั่วโมง 

  • อัตราการไหล : 0.5-5 ลิตร/นาที
  • ความเข้มข้นออกซิเจน : 93±3%
  • ระดับเสียง : 40 เดซิเบล
  • กำลังไฟ : 350 วัตต์
  • น้ำหนัก : 16 กิโลกรัม
  • ประกัน : คอมเพรสเซอร์ 3 ปี อะไหล่อื่น 2 ปี มีเครื่องสำรองระหว่างซ่อมในระยะประกัน
  • ราคาปกติ : 28,680 บาท

6. เครื่องผลิตออกซิเจน Devilbiss รุ่น 525KS

เครื่องผลิตออกซิเจน Devilbiss รุ่น 525KS

ภาพจาก : Adler Thailand Store

          เครื่องผลิตออกซิเจน DeVilbiss รุ่น 525KS จากแบรนด์อเมริกาที่อยู่ในวงการอุปกรณ์ทางการแพทย์มานาน จุดเด่นอยู่ที่ความเรียบง่ายและประหยัดไฟ เพราะใช้กำลังไฟเพียง 290 วัตต์ เสียงทำงานเบาเพียง 40 เดซิเบล ตัวเครื่องมีไฟแสดงสถานะออกซิเจนพร้อมใช้ ไฟเตือนเมื่อความเข้มข้นต่ำ ไฟดับ หรือระบบภายในขัดข้อง รวมถึงสวิตช์รีเซตหลังไฟตก เหมาะกับคนที่อยากได้เครื่องทนใช้ ดูแลง่าย ไม่เน้นลูกเล่นเยอะ อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้แนะนำให้พักเครื่องอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงต่อวัน และไม่มีฟังก์ชันพ่นยาในตัว

  • อัตราการไหล : 0.5-5 ลิตร/นาที
  • ความเข้มข้นออกซิเจน : 93±3%
  • ระดับเสียง : 40 เดซิเบล
  • กำลังไฟ : 290 วัตต์
  • น้ำหนัก : 16.3 กิโลกรัม
  • ประกัน : 3 ปี
  • ราคาปกติ : 45,900 บาท

7. เครื่องผลิตออกซิเจนพกพา Kingon รุ่น P2-S4

เครื่องผลิตออกซิเจน Kingon รุ่น P2-S4

ภาพจาก : Realmed Store

          ปิดท้ายด้วยเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา Kingon รุ่น P2-S4 น้ำหนักเพียง 1.5 กิโลกรัม ขนาดใกล้เคียงกระเป๋าใบเล็ก ใช้งานได้ทั้งไฟบ้าน ไฟรถยนต์ และแบตเตอรี่ โดยแบตเตอรี่หนึ่งก้อนใช้งานได้ประมาณ 2.5 ชั่วโมง และใช้เวลาชาร์จเต็มประมาณ 3 ชั่วโมง 

          ตัวเครื่องจ่ายออกซิเจนตามจังหวะหายใจเข้า (Pulse dose) ปรับได้ 4 ระดับ ซึ่งไม่ใช่หน่วยลิตรต่อนาที ให้ความเข้มข้นของออกซิเจนประมาณ 90% พร้อมหน้าจอขนาด 2 นิ้ว ระดับเสียงขณะทำงานประมาณ 60 เดซิเบล และมีกระเป๋าสำหรับพกพา หากต้องการนำไปใช้บนเครื่องบิน ควรตรวจสอบข้อกำหนดของสายการบินและเตรียมแบตเตอรี่ให้เพียงพอก่อนเดินทาง 

  • ระบบจ่ายออกซิเจน : ตามจังหวะหายใจ (Pulse dose) ปรับได้ 4 ระดับ
  • ความเข้มข้นออกซิเจน : 90% (-3% / +6%)
  • ระดับเสียง : ไม่เกิน 60 เดซิเบล
  • แบตเตอรี่ : ก้อนเดียวสูงสุด 2.5 ชั่วโมง / แบตคู่สูงสุด 4.8 ชั่วโมง
  • น้ำหนัก : 1.5 กิโลกรัม
  • ประกัน : คอมเพรสเซอร์ 3 ปี อะไหล่อื่น 2 ปี มีเครื่องสำรองระหว่างซ่อมในระยะประกัน
  • ราคาปกติ : 45,960 บาท

เครื่องผลิตออกซิเจนเปิด 24 ชั่วโมงได้ไหม

          เครื่องผลิตออกซิเจนแบบตั้งพื้นหลายรุ่นออกแบบให้เปิดใช้งานต่อเนื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ควรตรวจสอบคู่มือของรุ่นที่จะซื้อว่ารองรับการใช้งานลักษณะนี้หรือไม่ หรือจำเป็นต้องพักเครื่องด้วยไหม พร้อมวางเครื่องในจุดที่อากาศถ่ายเท และเว้นระยะรอบเครื่องตามคำแนะนำของผู้ผลิต 

          อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยต้องใช้ออกซิเจนตลอดเวลา ไม่ควรหยุดให้เองเพื่อพักเครื่อง แต่ควรเตรียมแหล่งออกซิเจนสำรองไว้สำหรับช่วงไฟดับหรือเครื่องขัดข้องด้วย 

เครื่องผลิตออกซิเจน กินไฟเดือนละเท่าไหร่

          สำหรับเรื่องค่าไฟ ลองคำนวณคร่าว ๆ ได้จากสูตร กำลังไฟ (วัตต์) ÷ 1,000 X ชั่วโมงที่เปิดต่อวัน X จำนวนวัน X ค่าไฟต่อหน่วย เช่น 

          หากเครื่องใช้ไฟ 350 วัตต์ตลอดการทำงาน และเปิดวันละ 24 ชั่วโมง จะใช้ไฟประมาณ 252 หน่วยใน 30 วัน เมื่อสมมติค่าไฟหน่วยละ 4 บาท จะมีค่าไฟเพิ่มประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน ส่วนเครื่องที่ใช้ไฟ 600 วัตต์ เมื่อคำนวณภายใต้เงื่อนไขเดียวกันจะอยู่ที่ประมาณ 1,700 บาทต่อเดือน

          ทั้งนี้ ค่าไฟจริงขึ้นอยู่กับกำลังไฟที่เครื่องใช้ จำนวนชั่วโมงที่เปิด และอัตราค่าไฟของแต่ละบ้าน รวมถึงค่า Ft และภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยบางรุ่นอาจใช้กำลังไฟต่างกันตามอัตราการไหลที่ตั้งไว้ด้วย

เครื่องผลิตออกซิเจนต้องใส่น้ำไหม

เครื่องผลิตออกซิเจนต้องใส่น้ำไหม

          เครื่องผลิตออกซิเจนไม่จำเป็นต้องใส่น้ำเพื่อให้เครื่องทำงาน แต่น้ำจะใช้ในกระบอกให้ความชื้น (Humidifier) ที่ต่อร่วมกับเครื่องในบางกรณี เพื่อช่วยลดอาการแห้งหรือระคายเคืองทางเดินหายใจ โดยเฉพาะเมื่อใช้ออกซิเจนอัตราการไหลสูง ทั้งนี้ ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนจำเป็นต้องใช้กระบอกนี้ ควรสอบถามทีมแพทย์ก่อน และเลือกอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับเครื่องได้ตามคู่มือ  

ข้อควรระวังในการใช้เครื่องผลิตออกซิเจน

          ออกซิเจนไม่ติดไฟเอง แต่ช่วยให้สิ่งของติดไฟง่ายและไฟลุกลามเร็วขึ้น การใช้งานในบ้านจึงต้องระวังเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ

  • ห้ามสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงจุดธูป เทียน หรือใช้เปลวไฟใกล้บริเวณที่ให้ออกซิเจน
  • ห้ามใช้ของเหลวที่ไวไฟ เช่น น้ำยาทำความสะอาด ทินเนอร์สี หรือสเปรย์ขณะใช้งานเครื่องผลิตออกซิเจน
  • เว้นระยะจากเปลวไฟและแหล่งความร้อน โดยวางอุปกรณ์ห่างจากเตาแก๊สหรือเปลวไฟอย่างน้อย 3 เมตร และห่างจากฮีตเตอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น เช่น โทรทัศน์ ไดร์เป่าผม อย่างน้อย 1.5 เมตร ทั้งนี้ ให้ตรวจสอบข้อกำหนดในคู่มือร่วมด้วย
  • วางเครื่องในที่อากาศถ่ายเท เว้นระยะจากผนังและผ้าม่านตามคู่มือ ไม่วางของทับหรือบังช่องระบายอากาศ และไม่เปิดใช้งานในตู้หรือพื้นที่ปิดทึบ
  • เสียบปลั๊กตรงกับเต้ารับที่เหมาะสมตามคู่มือ ไม่ใช้ปลั๊กพ่วงหรือสายต่อ และไม่เสียบร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันหรือปิโตรเลียมบริเวณจมูกและใบหน้า เช่น ปิโตรเลียมเจลลีหรือยาหม่อง หากมีอาการแห้งระคายเคือง ให้สอบถามแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องผลิตภัณฑ์สูตรน้ำที่เหมาะสม และไม่ใช้น้ำมันหล่อลื่นกับอุปกรณ์ออกซิเจน
  • ไม่ปรับอัตราการไหลเอง ใช้สายออกซิเจนชนิดและความยาวตามที่ผู้ผลิตกำหนด พร้อมตรวจว่าสายไม่พับ หักงอ หรืออยู่ในจุดที่เดินสะดุดได้
  • ปิดเครื่องเมื่อสิ้นสุดการใช้งานตามแผนการรักษา ไม่วางสายให้ออกซิเจนทางจมูกหรือหน้ากากที่ยังปล่อยออกซิเจนทิ้งไว้บนที่นอนหรือเก้าอี้
  • เตรียมแหล่งออกซิเจนสำรองเมื่อไฟดับหรือเครื่องขัดข้อง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องใช้ต่อเนื่อง ควรมีปริมาณเพียงพอตามแผนที่ตกลงกับทีมรักษา และผู้ดูแลต้องใช้อุปกรณ์สำรองเป็น  
  • สังเกตอาการผิดปกติของผู้ป่วย หากปวดศีรษะบ่อยหรือง่วงซึมผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแล แต่หากหายใจลำบากมาก ปากเขียว สับสนฉับพลัน หรือซึมลงจนปลุกยาก ให้ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที ระหว่างรอสามารถตรวจว่าสายหลุด พับงอ หรือเครื่องมีสัญญาณเตือนหรือไม่ และไม่ปรับอัตราการไหลเองนอกเหนือจากแผนฉุกเฉินที่ทีมรักษากำหนด

          เครื่องผลิตออกซิเจนเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกซื้อและใช้งาน โดยเลือกประเภทและอัตราการไหลให้ตรงกับความต้องการของผู้ป่วย พร้อมตรวจสอบข้อมูลการอนุญาตจาก อย. และบริการหลังการขาย นอกจากเรื่องราคาแล้ว การดูแลเครื่องตามคู่มือและเตรียมแหล่งออกซิเจนสำรองก็สำคัญ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนตามแผนการรักษาอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย

บทความที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือแพทย์

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เครื่องผลิตออกซิเจน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวม 7 รุ่นน่าใช้ที่บ้าน และเรื่องต้องรู้ก่อนเลือกซื้อ ! อัปเดตล่าสุด 29 ตุลาคม 2569 เวลา 11:43:44
TOP
x close