เครื่องผลิตออกซิเจนคืออะไร
ต่างจากถังออกซิเจนอย่างไร
เครื่องผลิตออกซิเจน (Oxygen Concentrator) เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยที่แพทย์สั่งให้ใช้ออกซิเจนเสริม โดยดึงอากาศรอบตัวเข้ามาแล้วแยกไนโตรเจนออกบางส่วน เพื่อให้ได้ออกซิเจนที่มีความเข้มข้นสูง โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 90-96% ขึ้นอยู่กับรุ่นและอัตราการไหลที่ตั้งไว้ จากนั้นจึงส่งผ่านสายให้ออกซิเจนทางจมูกหรือหน้ากากไปยังผู้ป่วย จุดเด่นคือไม่ต้องเติมออกซิเจนหรือเปลี่ยนถัง แต่เครื่องแบบตั้งอยู่กับที่จะต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงาน และควรใช้งานตามข้อกำหนดของแต่ละรุ่น
ส่วนถังออกซิเจน เป็นอุปกรณ์ที่บรรจุก๊าซออกซิเจนอัดไว้ล่วงหน้า เมื่อใช้หมดจึงต้องเติมหรือเปลี่ยนถัง ข้อดีคือไม่ต้องใช้ไฟฟ้า จึงใช้สำรองเมื่อไฟดับหรือเครื่องขัดข้องได้ และถังขนาดพกพายังใช้เมื่อต้องออกนอกบ้านได้ด้วย
เครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้าน เหมาะกับใคร
เครื่องผลิตออกซิเจน เหมาะกับผู้ป่วยที่แพทย์ประเมินว่ามีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ และจำเป็นต้องใช้ออกซิเจนเสริมที่บ้าน เช่น
- ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ซึ่งรวมถึงผู้ที่มีถุงลมโป่งพอง
- ผู้ป่วยโรคปอดอื่น ๆ เช่น พังผืดในปอด หรือมะเร็งปอดบางราย
- ผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวบางราย
- ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างฟื้นตัวจากปอดอักเสบหรือการเจ็บป่วยอื่น ๆ ซึ่งยังมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ และแพทย์สั่งให้ใช้ออกซิเจนต่อหลังกลับบ้าน
ทั้งนี้ การเป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ออกซิเจนทุกราย เช่นเดียวกับผู้ป่วยโรคข้างต้นที่ต้องได้รับการประเมินเป็นรายบุคคล ส่วนคนที่สุขภาพปกติไม่จำเป็นต้องสูดออกซิเจนเพิ่ม และไม่ควรซื้อเครื่องมาใช้เองโดยไม่มีคำสั่งแพทย์ เพราะการใช้ออกซิเจนมากเกินความจำเป็นอาจเป็นอันตรายได้ สำหรับอัตราการไหล (ลิตรต่อนาที) และระยะเวลาที่ใช้ในแต่ละวัน ให้ยึดตามที่แพทย์กำหนด และไม่ปรับเพิ่มหรือลดเอง
วิธีเลือกซื้อเครื่องผลิตออกซิเจนใช้ที่บ้าน
1. เลือกประเภทของเครื่อง
เครื่องผลิตออกซิเจนแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้เป็น 2 แบบหลัก ๆ ได้แก่
- แบบตั้งพื้น (Stationary) : ใช้ไฟฟ้าจากปลั๊กบ้าน โดยทั่วไปจ่ายออกซิเจนแบบต่อเนื่อง (Continuous flow) และมีล้อเลื่อนช่วยเคลื่อนย้าย เหมาะกับผู้ป่วยที่ใช้ออกซิเจนที่บ้านเป็นหลัก สามารถใช้ขณะตื่นหรือหลับได้ตามแผนการรักษา โดยควรตรวจสอบว่าเครื่องรองรับการเปิดใช้งานต่อเนื่องตามระยะเวลาที่ต้องการ
- แบบพกพา (Portable) : ออกแบบให้เคลื่อนย้ายสะดวกและใช้แบตเตอรี่ได้ หลายรุ่นจ่ายออกซิเจนตามจังหวะหายใจเข้า (Pulse dose) ส่วนบางรุ่นจ่ายแบบต่อเนื่องได้ด้วย น้ำหนักและระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่แตกต่างกันตามรุ่นและระดับที่ตั้งไว้ เหมาะกับคนที่ต้องออกนอกบ้านหรือเดินทาง
ทั้งนี้ ระดับของระบบ Pulse dose เช่น ระดับ 3 หรือ 5 ไม่ได้หมายถึง 3 หรือ 5 ลิตรต่อนาที และไม่สามารถเทียบกับเครื่องแบบจ่ายต่อเนื่องได้โดยตรง หากต้องใช้ขณะหลับ ควรให้แพทย์ประเมินก่อนเลือกซื้อ
2. เลือกอัตราการไหลให้ตรงกับที่แพทย์สั่ง
ตัวเลข 3 ลิตร 5 ลิตร หรือ 10 ลิตรของเครื่องแบบจ่ายต่อเนื่อง โดยทั่วไปหมายถึงอัตราการไหลสูงสุดต่อนาที ไม่ใช่ความจุของเครื่อง ควรตรวจสอบทั้งช่วงอัตราการไหลที่ปรับได้และความเข้มข้นของออกซิเจนในช่วงนั้น
- เครื่องผลิตออกซิเจน 3 ลิตร : รองรับอัตราการไหลสูงสุด 3 ลิตรต่อนาที พิจารณาเลือกใช้ได้เมื่ออัตราการไหลที่แพทย์สั่งอยู่ในช่วงที่เครื่องรองรับ แต่หากในอนาคตจำเป็นต้องใช้อัตราการไหลเพิ่มขึ้น เครื่องอาจรองรับได้ไม่เพียงพอ
- เครื่องผลิตออกซิเจน 5 ลิตร : รองรับอัตราการไหลสูงสุด 5 ลิตรต่อนาที โดยต้องตรวจสอบอัตราการไหลต่ำสุดและความละเอียดในการปรับของแต่ละรุ่นด้วย
- เครื่องผลิตออกซิเจน 8-10 ลิตร : พิจารณาเมื่อแพทย์สั่งอัตราการไหลสูงเกินกว่าที่เครื่อง 5 ลิตรรองรับ หรือต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์เฉพาะตามที่แพทย์ประเมิน
ทั้งนี้ ไม่ควรเลือกขนาดเครื่องจากชื่อโรคหรือความรุนแรงที่ประเมินเอง และหากต้องการเผื่อรองรับการใช้งานในอนาคต ควรปรึกษาแพทย์ก่อน โดยไม่ปรับอัตราการไหลเพิ่มเอง
3. เปรียบเทียบสเปกและบริการหลังการขาย
เมื่อได้ประเภทและอัตราการไหลที่เหมาะสมแล้ว ลองเปรียบเทียบรายละเอียดต่อไปนี้ก่อนตัดสินใจ
- ความเข้มข้นของออกซิเจน : ตรวจสอบค่าที่ผู้ผลิตรับรองตลอดช่วงอัตราการไหลที่จะใช้ เช่น บางรุ่นระบุ 93±3% หรือประมาณ 90-96% ไม่ดูเพียงตัวเลขลิตรสูงสุดในโฆษณา หากความเข้มข้นลดลงมากเมื่อเพิ่มอัตราการไหล ไม่ควรเลือกมาใช้แทนเครื่องตามที่แพทย์สั่งโดยไม่ได้รับการประเมินก่อน
- ระดับเสียง : เปรียบเทียบค่าเดซิเบลภายใต้เงื่อนไขการวัดใกล้เคียงกัน และหากทำได้ควรขอฟังเสียงเครื่องจริง โดยเฉพาะเมื่อต้องเปิดในห้องนอน
- กำลังไฟ : เปรียบเทียบเครื่องที่รองรับการใช้งานใกล้เคียงกัน โดยค่าไฟจะขึ้นอยู่กับกำลังไฟและจำนวนชั่วโมงที่เปิดใช้ ตัวอย่างเช่น เครื่อง 5 ลิตรบางรุ่นระบุกำลังไฟเฉลี่ยประมาณ 300-400 วัตต์ แต่ควรตรวจสอบสเปกของรุ่นที่จะซื้อโดยตรง
- ระบบแจ้งเตือน : ตรวจสอบว่ามีระบบเตือนเมื่อไฟดับ เครื่องทำงานผิดปกติ หรือความเข้มข้นของออกซิเจนต่ำหรือไม่ พร้อมสอบถามวิธีจัดการเมื่อเครื่องเตือน
- ฟังก์ชันเสริม : เช่น ล้อเลื่อน การตั้งเวลาเปิด-ปิด รีโมต หน้าจอที่อ่านง่าย หรือฟังก์ชันพ่นละอองยา ซึ่งมีเฉพาะบางรุ่น ควรเลือกตามความจำเป็น หากต้องใช้พ่นยาให้ตรวจสอบวิธีใช้ตามคู่มือและคำแนะนำของแพทย์
- ไส้กรองและการบำรุงรักษา : ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ส่วนใดล้างได้ ส่วนใดต้องเปลี่ยนหรือให้ช่างดูแล รวมถึงรอบบำรุงรักษาและราคาอะไหล่ โดยปฏิบัติตามคู่มือของแต่ละรุ่น
- ประกันและศูนย์บริการ : เช็กระยะประกันตัวเครื่องและคอมเพรสเซอร์ ข้อยกเว้น ค่าใช้จ่ายในการซ่อม และบริการในไทย หากมีเครื่องให้ยืมระหว่างซ่อมจะช่วยให้วางแผนดูแลผู้ป่วยได้สะดวกขึ้น
- การอนุญาตจาก อย. และแหล่งซื้อ : ตรวจสอบข้อมูลเครื่องมือแพทย์กับฐานข้อมูล อย. ให้ตรงกับผลิตภัณฑ์ที่จะซื้อ และเลือกผู้ขายที่ให้ข้อมูลสินค้า สาธิตการใช้ และติดต่อรับบริการหลังการขายได้ชัดเจน
เมื่อรู้แล้วว่าควรดูอะไรในการเลือกซื้อบ้าง ทีนี้ลองมาส่องกันต่อว่าเครื่องผลิตออกซิเจนรุ่นไหนน่าสนใจบ้างในปีนี้
เครื่องผลิตออกซิเจน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026
1. เครื่องผลิตออกซิเจน Hospro รุ่น H-OC01-10L
ภาพจาก : HOSPRO Official Store
สำหรับผู้ป่วยที่แพทย์สั่งใช้ออกซิเจนในอัตราการไหลสูงกว่า 5 ลิตรต่อนาที เครื่องผลิตออกซิเจน Hospro รุ่นนี้ปล่อยออกซิเจนได้สูงสุดถึง 10 ลิตรต่อนาที จึงมีกำลังเหลือเผื่อการใช้งานหนัก ตัวเครื่องตั้งเวลาทำงานได้ มีสัญลักษณ์เตือนเมื่อออกซิเจนต่ำหรือเครื่องทำงานผิดปกติ และโหมด Sleep ที่ปิดแสงหน้าจอเพื่อลดการรบกวนผู้ป่วยและคนในห้องยามพักผ่อน พร้อมการรับประกัน 3 ปี
แต่ด้วยขนาด 10 ลิตร เครื่องจึงหนักราว 23 กิโลกรัม ระดับเสียงขณะทำงาน 55 เดซิเบล และใช้ไฟถึง 600 วัตต์ จึงควรพิจารณาทั้งพื้นที่จัดวาง ความสะดวกในการเคลื่อนย้าย และค่าไฟประกอบด้วย
- อัตราการไหล : สูงสุด 10 ลิตร/นาที
- ความเข้มข้นออกซิเจน : 93±3%
- ระดับเสียง : 55 เดซิเบล
- กำลังไฟ : 600 วัตต์
- น้ำหนัก : 23 กิโลกรัม
- ประกัน : 3 ปี
- ราคาปกติ : 39,000 บาท
2. เครื่องผลิตออกซิเจน Canta รุ่น VE3-N
ภาพจาก : Canta Thailand Official
หากแพทย์สั่งใช้ออกซิเจนในอัตราการไหลไม่เกิน 3 ลิตรต่อนาที เครื่องผลิตออกซิเจน Canta รุ่น VE3-N เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยน้ำหนัก 11 กิโลกรัม และกำลังไฟ 250 วัตต์ รุ่นนี้ปุ่มปรับอัตราการไหลแบบดิจิทัล ปรับได้ครั้งละ 0.1 ลิตรต่อนาที ช่วยให้ตั้งค่าตามที่แพทย์สั่งได้สะดวก ระดับเสียงขณะทำงานไม่เกิน 45 เดซิเบล มีฟังก์ชันพ่นละอองยาและตั้งเวลาปิดได้สูงสุด 5 ชั่วโมง พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อไฟดับ ความเข้มข้นของออกซิเจนต่ำ หรือเครื่องทำงานผิดปกติ
อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้รองรับอัตราการไหลสูงสุด 3 ลิตรต่อนาที ซึ่งถ้าในอนาคตแพทย์สั่งให้ใช้ระดับสูงกว่านี้ จะต้องเลือกเครื่องที่รองรับอัตราการไหลได้เพียงพอ
- อัตราการไหล : 0.5-3 ลิตร/นาที
- ความเข้มข้นออกซิเจน : 93±3%
- ระดับเสียง : ไม่เกิน 45 เดซิเบล
- กำลังไฟ : 250 วัตต์
- น้ำหนัก : 11 กิโลกรัม
- ประกัน : คอมเพรสเซอร์ 3 ปี อะไหล่อื่น 2 ปี มีเครื่องสำรองระหว่างซ่อมในระยะประกัน
- ราคาปกติ : 16,900 บาท
3. เครื่องผลิตออกซิเจน Yuwell รุ่น 9F-5BW
ภาพจาก : Yuwell Thailand Authorized Store
ใครที่อยากได้เครื่อง 5 ลิตรที่ครบเครื่องในตัวเดียว เครื่องผลิตออกซิเจน Yuwell รุ่น 9F-5BW คืออีกรุ่นที่น่าสนใจ ปรับอัตราการไหลได้ 0.5-5 ลิตรต่อนาที และใช้พ่นละอองยาได้ มาพร้อมรีโมตควบคุมการเปิด-ปิด ตั้งเวลาปิดได้ตั้งแต่ 30 นาทีถึง 6 ชั่วโมง ส่วนหน้าจอ LCD ปรับความสว่างได้ 2 ระดับ ช่วยลดแสงรบกวนยามพักผ่อน พร้อมระดับเสียงขณะทำงานไม่เกิน 45 เดซิเบล
ด้านความปลอดภัยมีระบบเตือนเมื่อความเข้มข้นของออกซิเจนต่ำ และระบบตัดการทำงานเองเมื่อคอมเพรสเซอร์ร้อนเกินไป นอกจากนี้ยังมีล้อเลื่อน 4 ล้อที่ล็อกได้ ช่วยให้เคลื่อนย้ายระหว่างห้องสะดวกขึ้น
- อัตราการไหล : 0.5-5 ลิตร/นาที
- ความเข้มข้นออกซิเจน : 87-95.5%
- ระดับเสียง : ไม่เกิน 45 เดซิเบล
- กำลังไฟ : 400 วัตต์
- น้ำหนัก : 17.5 กิโลกรัม (เฉพาะเครื่อง)
- ประกัน : คอมเพรสเซอร์ 3 ปี อะไหล่อื่น 1 ปี มีเครื่องสำรองระหว่างซ่อมในระยะประกัน
- ราคาปกติ : 25,900 บาท
4. เครื่องผลิตออกซิเจน YAMADA รุ่น ZY-5AW
ภาพจาก : YAMADA Thailand
คนที่ชอบหน้าจอใหญ่ ใช้งานสะดวก ลองดูเครื่องผลิตออกซิเจน YAMADA รุ่น ZY-5AW ที่มาพร้อมแผงควบคุมแบบหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ ผู้สูงอายุมองเห็นตัวเลขได้ชัด กดตั้งค่าได้ไม่ยาก และมีระบบแจ้งเตือนเป็นเสียงพูด ตัวเครื่องรองรับอัตราการไหลสูงสุด 5 ลิตรต่อนาที ระดับเสียงขณะทำงานต่ำกว่า 42 เดซิเบล ตั้งเวลาทำงานได้นานสูงสุด 8 ชั่วโมง เปิดตอนนอนได้ทั้งคืน และยังมีฟังก์ชันพ่นยาพร้อมชุดหน้ากากในกล่อง เหมาะกับคนที่อยากได้เครื่อง 5 ลิตรที่ใช้งานง่าย
- อัตราการไหล : สูงสุด 5 ลิตร/นาที
- ความเข้มข้นออกซิเจน : 93±3%
- ระดับเสียง : ต่ำกว่า 42 เดซิเบล
- กำลังไฟ : 400 วัตต์
- น้ำหนัก : 19 กิโลกรัม
- ประกัน : 1 ปี
- ราคาปกติ : 21,500 บาท
5. เครื่องผลิตออกซิเจน Longfian รุ่น Jay-5AW
ภาพจาก : Realmed Store
เครื่องผลิตออกซิเจน Longfian รุ่น Jay-5AW เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับคนที่อยากดูข้อมูลการทำงานของเครื่องได้สะดวก ด้วยหน้าจอแสดงความเข้มข้นของออกซิเจนแบบเรียลไทม์ แรงดันเครื่อง ชั่วโมงใช้งานสะสม และจำนวนครั้งที่เปิดเครื่อง ช่วยให้ผู้ดูแลติดตามการทำงานและสังเกตความผิดปกติได้ง่ายขึ้น ระดับเสียงขณะทำงานประมาณ 40 เดซิเบล ช่วยลดเสียงรบกวนยามพักผ่อน แถมยังมีไส้กรอง HEPA 2 ชั้น สำหรับกรองอนุภาคขนาดเล็ก มีฟังก์ชันพ่นละอองยาในตัว และตั้งเวลาปิดได้ตั้งแต่ 10 นาทีถึง 40 ชั่วโมง
- อัตราการไหล : 0.5-5 ลิตร/นาที
- ความเข้มข้นออกซิเจน : 93±3%
- ระดับเสียง : 40 เดซิเบล
- กำลังไฟ : 350 วัตต์
- น้ำหนัก : 16 กิโลกรัม
- ประกัน : คอมเพรสเซอร์ 3 ปี อะไหล่อื่น 2 ปี มีเครื่องสำรองระหว่างซ่อมในระยะประกัน
- ราคาปกติ : 28,680 บาท
6. เครื่องผลิตออกซิเจน Devilbiss รุ่น 525KS
ภาพจาก : Adler Thailand Store
เครื่องผลิตออกซิเจน DeVilbiss รุ่น 525KS จากแบรนด์อเมริกาที่อยู่ในวงการอุปกรณ์ทางการแพทย์มานาน จุดเด่นอยู่ที่ความเรียบง่ายและประหยัดไฟ เพราะใช้กำลังไฟเพียง 290 วัตต์ เสียงทำงานเบาเพียง 40 เดซิเบล ตัวเครื่องมีไฟแสดงสถานะออกซิเจนพร้อมใช้ ไฟเตือนเมื่อความเข้มข้นต่ำ ไฟดับ หรือระบบภายในขัดข้อง รวมถึงสวิตช์รีเซตหลังไฟตก เหมาะกับคนที่อยากได้เครื่องทนใช้ ดูแลง่าย ไม่เน้นลูกเล่นเยอะ อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้แนะนำให้พักเครื่องอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงต่อวัน และไม่มีฟังก์ชันพ่นยาในตัว
- อัตราการไหล : 0.5-5 ลิตร/นาที
- ความเข้มข้นออกซิเจน : 93±3%
- ระดับเสียง : 40 เดซิเบล
- กำลังไฟ : 290 วัตต์
- น้ำหนัก : 16.3 กิโลกรัม
- ประกัน : 3 ปี
- ราคาปกติ : 45,900 บาท
7. เครื่องผลิตออกซิเจนพกพา Kingon รุ่น P2-S4
ภาพจาก : Realmed Store
ปิดท้ายด้วยเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา Kingon รุ่น P2-S4 น้ำหนักเพียง 1.5 กิโลกรัม ขนาดใกล้เคียงกระเป๋าใบเล็ก ใช้งานได้ทั้งไฟบ้าน ไฟรถยนต์ และแบตเตอรี่ โดยแบตเตอรี่หนึ่งก้อนใช้งานได้ประมาณ 2.5 ชั่วโมง และใช้เวลาชาร์จเต็มประมาณ 3 ชั่วโมง
ตัวเครื่องจ่ายออกซิเจนตามจังหวะหายใจเข้า (Pulse dose) ปรับได้ 4 ระดับ ซึ่งไม่ใช่หน่วยลิตรต่อนาที ให้ความเข้มข้นของออกซิเจนประมาณ 90% พร้อมหน้าจอขนาด 2 นิ้ว ระดับเสียงขณะทำงานประมาณ 60 เดซิเบล และมีกระเป๋าสำหรับพกพา หากต้องการนำไปใช้บนเครื่องบิน ควรตรวจสอบข้อกำหนดของสายการบินและเตรียมแบตเตอรี่ให้เพียงพอก่อนเดินทาง
- ระบบจ่ายออกซิเจน : ตามจังหวะหายใจ (Pulse dose) ปรับได้ 4 ระดับ
- ความเข้มข้นออกซิเจน : 90% (-3% / +6%)
- ระดับเสียง : ไม่เกิน 60 เดซิเบล
- แบตเตอรี่ : ก้อนเดียวสูงสุด 2.5 ชั่วโมง / แบตคู่สูงสุด 4.8 ชั่วโมง
- น้ำหนัก : 1.5 กิโลกรัม
- ประกัน : คอมเพรสเซอร์ 3 ปี อะไหล่อื่น 2 ปี มีเครื่องสำรองระหว่างซ่อมในระยะประกัน
- ราคาปกติ : 45,960 บาท
เครื่องผลิตออกซิเจนเปิด 24 ชั่วโมงได้ไหม
เครื่องผลิตออกซิเจนแบบตั้งพื้นหลายรุ่นออกแบบให้เปิดใช้งานต่อเนื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ควรตรวจสอบคู่มือของรุ่นที่จะซื้อว่ารองรับการใช้งานลักษณะนี้หรือไม่ หรือจำเป็นต้องพักเครื่องด้วยไหม พร้อมวางเครื่องในจุดที่อากาศถ่ายเท และเว้นระยะรอบเครื่องตามคำแนะนำของผู้ผลิต
อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยต้องใช้ออกซิเจนตลอดเวลา ไม่ควรหยุดให้เองเพื่อพักเครื่อง แต่ควรเตรียมแหล่งออกซิเจนสำรองไว้สำหรับช่วงไฟดับหรือเครื่องขัดข้องด้วย
เครื่องผลิตออกซิเจน กินไฟเดือนละเท่าไหร่
สำหรับเรื่องค่าไฟ ลองคำนวณคร่าว ๆ ได้จากสูตร กำลังไฟ (วัตต์) ÷ 1,000 X ชั่วโมงที่เปิดต่อวัน X จำนวนวัน X ค่าไฟต่อหน่วย เช่น
หากเครื่องใช้ไฟ 350 วัตต์ตลอดการทำงาน และเปิดวันละ 24 ชั่วโมง จะใช้ไฟประมาณ 252 หน่วยใน 30 วัน เมื่อสมมติค่าไฟหน่วยละ 4 บาท จะมีค่าไฟเพิ่มประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน ส่วนเครื่องที่ใช้ไฟ 600 วัตต์ เมื่อคำนวณภายใต้เงื่อนไขเดียวกันจะอยู่ที่ประมาณ 1,700 บาทต่อเดือน
ทั้งนี้ ค่าไฟจริงขึ้นอยู่กับกำลังไฟที่เครื่องใช้ จำนวนชั่วโมงที่เปิด และอัตราค่าไฟของแต่ละบ้าน รวมถึงค่า Ft และภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยบางรุ่นอาจใช้กำลังไฟต่างกันตามอัตราการไหลที่ตั้งไว้ด้วย
เครื่องผลิตออกซิเจนต้องใส่น้ำไหม
ข้อควรระวังในการใช้เครื่องผลิตออกซิเจน
ออกซิเจนไม่ติดไฟเอง แต่ช่วยให้สิ่งของติดไฟง่ายและไฟลุกลามเร็วขึ้น การใช้งานในบ้านจึงต้องระวังเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ
- ห้ามสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงจุดธูป เทียน หรือใช้เปลวไฟใกล้บริเวณที่ให้ออกซิเจน
- ห้ามใช้ของเหลวที่ไวไฟ เช่น น้ำยาทำความสะอาด ทินเนอร์สี หรือสเปรย์ขณะใช้งานเครื่องผลิตออกซิเจน
- เว้นระยะจากเปลวไฟและแหล่งความร้อน โดยวางอุปกรณ์ห่างจากเตาแก๊สหรือเปลวไฟอย่างน้อย 3 เมตร และห่างจากฮีตเตอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น เช่น โทรทัศน์ ไดร์เป่าผม อย่างน้อย 1.5 เมตร ทั้งนี้ ให้ตรวจสอบข้อกำหนดในคู่มือร่วมด้วย
- วางเครื่องในที่อากาศถ่ายเท เว้นระยะจากผนังและผ้าม่านตามคู่มือ ไม่วางของทับหรือบังช่องระบายอากาศ และไม่เปิดใช้งานในตู้หรือพื้นที่ปิดทึบ
- เสียบปลั๊กตรงกับเต้ารับที่เหมาะสมตามคู่มือ ไม่ใช้ปลั๊กพ่วงหรือสายต่อ และไม่เสียบร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันหรือปิโตรเลียมบริเวณจมูกและใบหน้า เช่น ปิโตรเลียมเจลลีหรือยาหม่อง หากมีอาการแห้งระคายเคือง ให้สอบถามแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องผลิตภัณฑ์สูตรน้ำที่เหมาะสม และไม่ใช้น้ำมันหล่อลื่นกับอุปกรณ์ออกซิเจน
- ไม่ปรับอัตราการไหลเอง ใช้สายออกซิเจนชนิดและความยาวตามที่ผู้ผลิตกำหนด พร้อมตรวจว่าสายไม่พับ หักงอ หรืออยู่ในจุดที่เดินสะดุดได้
- ปิดเครื่องเมื่อสิ้นสุดการใช้งานตามแผนการรักษา ไม่วางสายให้ออกซิเจนทางจมูกหรือหน้ากากที่ยังปล่อยออกซิเจนทิ้งไว้บนที่นอนหรือเก้าอี้
- เตรียมแหล่งออกซิเจนสำรองเมื่อไฟดับหรือเครื่องขัดข้อง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องใช้ต่อเนื่อง ควรมีปริมาณเพียงพอตามแผนที่ตกลงกับทีมรักษา และผู้ดูแลต้องใช้อุปกรณ์สำรองเป็น
- สังเกตอาการผิดปกติของผู้ป่วย หากปวดศีรษะบ่อยหรือง่วงซึมผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแล แต่หากหายใจลำบากมาก ปากเขียว สับสนฉับพลัน หรือซึมลงจนปลุกยาก ให้ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที ระหว่างรอสามารถตรวจว่าสายหลุด พับงอ หรือเครื่องมีสัญญาณเตือนหรือไม่ และไม่ปรับอัตราการไหลเองนอกเหนือจากแผนฉุกเฉินที่ทีมรักษากำหนด
เครื่องผลิตออกซิเจนเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกซื้อและใช้งาน โดยเลือกประเภทและอัตราการไหลให้ตรงกับความต้องการของผู้ป่วย พร้อมตรวจสอบข้อมูลการอนุญาตจาก อย. และบริการหลังการขาย นอกจากเรื่องราคาแล้ว การดูแลเครื่องตามคู่มือและเตรียมแหล่งออกซิเจนสำรองก็สำคัญ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนตามแผนการรักษาอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย
บทความที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือแพทย์
- เครื่องวัดความดันยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวมรุ่นน่าใช้ ครบทุกงบ พร้อมแหล่งช้อปของแท้
- เครื่อง CPAP ยี่ห้อไหนดี ปี 2569 เอาขึ้นเครื่องบินได้ไหม ใช้สิทธิประกันสังคมได้หรือเปล่า ?
- เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ยี่ห้อไหนดี ปี 2569 ชี้เป้ารุ่นฮิต ราคาประหยัด สั่งออนไลน์ได้เลย
- รู้จัก Electroconvulsive Therapy (ECT) ใช้ไฟฟ้ารักษาโรคซึมเศร้า ทำไมถึงบำบัดอาการป่วยทางจิตเวชได้ ?
- ECMO เครื่องมือแพทย์ชนิดนี้คืออะไร ช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคไหนได้บ้าง






