วัดความดันที่โรงพยาบาลทีไร เลขพุ่งกว่าที่บ้านทุกที ! เช็ก 7 สาเหตุที่ทำค่าเพี้ยนไม่รู้ตัว

          วัดความดันที่บ้านก็ดูปกติดี แต่พอไปโรงพยาบาลทีไรตัวเลขกลับสูงทุกที เกิดจากความตื่นเต้น เป็นโรคกลัวเสื้อกาวน์ หรือเป็นความดันสูงจริง ๆ มาดูสาเหตุและวิธีเช็กให้แน่ใจกัน
วัดความดันที่ รพ.

          เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเวลาวัดความดันที่โรงพยาบาล มักได้ค่าสูงกว่าเวลาวัดเองที่บ้านจนต้องวัดใหม่ซ้ำ ๆ แล้วแบบนี้ควรเชื่อค่าไหนดี เข้าข่ายภาวะความดันโลหิตสูงหรือยัง ความจริงแล้ว ค่าที่ต่างกันนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ ตามมาไขข้อข้องใจกันเลย

วัดความดันที่โรงพยาบาลสูงกว่าที่บ้าน 
ผิดปกติไหม ?

          การวัดความดันที่โรงพยาบาลกับที่บ้านได้ค่าไม่เท่ากันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เพราะความดันเปลี่ยนไปตามกิจกรรม อารมณ์ และช่วงเวลาของวัน แต่ถ้าวัดที่โรงพยาบาลแล้วสูงบ่อย ๆ แม้ค่าที่บ้านจะดูปกติ ก็ควรให้แพทย์ประเมินเพิ่มเติม

          อีกเรื่องที่ควรรู้คือ เกณฑ์ความดันโลหิตสูงของการวัดที่โรงพยาบาลกับการวัดที่บ้านจะแตกต่างกัน ดังนี้

  • วัดที่โรงพยาบาล : ตัวบนตั้งแต่ 140 และ/หรือตัวล่างตั้งแต่ 90 มิลลิเมตรปรอท
  • วัดที่บ้าน : ค่าเฉลี่ยตัวบนตั้งแต่ 135 และ/หรือตัวล่างตั้งแต่ 85 มิลลิเมตรปรอท
          อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นเกณฑ์ช่วยวินิจฉัยที่ต้องได้จากการวัดอย่างถูกวิธีและวัดซ้ำ ไม่ใช่วัดครั้งเดียวแล้วจะสรุปว่าเป็นโรค อีกทั้งยังไม่ใช่เป้าหมายการรักษาที่ใช้เหมือนกันทุกคนด้วย

7 สาเหตุที่ทำให้วัดความดันที่โรงพยาบาลสูง

White Coat Hypertension

          บางสาเหตุทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นชั่วคราว ขณะที่บางสาเหตุเกิดจากปัจจัยภายนอกที่ทำให้เครื่องอ่านค่าคลาดเคลื่อน ซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งการวัดที่โรงพยาบาลและที่บ้าน มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1. ตื่นเต้นหรือกังวลก่อนตรวจ

          ความเครียดระหว่างรอคิวพบแพทย์ ความกังวลเรื่องผลตรวจ หรือแม้แต่บรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย ล้วนกระตุ้นให้ความดันโลหิตสูงขึ้นชั่วคราวได้ ยิ่งเห็นตัวเลขพุ่งสูงก็ยิ่งเครียด พอวัดซ้ำค่าก็เลยยิ่งไม่ยอมลง

          ทั้งนี้ หากวัดความดันที่โรงพยาบาลแล้วได้ค่าสูง แต่วัดที่บ้านอย่างถูกต้องแล้วอยู่ในเกณฑ์ปกติ จะเรียกว่า "ภาวะความดันโลหิตสูงเฉพาะในสถานพยาบาล" (White Coat Hypertension) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "โรคกลัวเสื้อกาวน์" ซึ่งไม่ได้แปลว่ากลัวชุดสีขาวของบุคลากรทางการแพทย์จริง ๆ แต่หมายถึงความตื่นเต้นหรือกังวลเมื่อต้องพบแพทย์ ส่วนคนที่รับประทานยาลดความดันอยู่แล้วแต่ยังมีอาการลักษณะนี้ จะเรียกว่า White Coat Effect

          อย่างไรก็ตาม การจะยืนยันว่าเรามีภาวะนี้จริงหรือไม่ จำเป็นต้องวัดความดันที่บ้านอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง หรือใช้เครื่องจดบันทึกค่าความดันอัตโนมัติ 24 ชั่วโมงตามคำแนะนำของแพทย์ด้วย

2. รีบเดิน แล้วนั่งวัดทันที

          ไม่ว่าจะรีบเดิน ขึ้นบันได หรือรีบก้าวเท้าเข้าห้องตรวจเพราะกลัวเลยคิว แล้วนั่งวัดความดันทันที ค่าที่ได้ก็มักจะเป็นค่าช่วงที่ร่างกายกำลังเหนื่อย ไม่ใช่ความดันโลหิตขณะพักที่แท้จริง

          ดังนั้น หากยังรู้สึกเหนื่อยหรือหอบ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ขอนั่งพักนิ่ง ๆ ในบรรยากาศผ่อนคลายอย่างน้อย 5 นาทีค่อยวัดได้เลย ส่วนใครที่เพิ่งออกกำลังกายหนักๆ มา ควรพักอย่างน้อย 30 นาที แล้วค่อยเริ่มวัดความดัน

3. กลั้นปัสสาวะระหว่างรอคิว

          บางคนกลัวพลาดคิวเลยกลั้นปัสสาวะไว้ ทว่ากระเพาะปัสสาวะที่เต็มอาจทำให้ค่าความดันให้สูงขึ้นได้ ใครปวดปัสสาวะจึงควรเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อน แล้วกลับมานั่งพักสักครู่ค่อยวัด

4. พูดคุยหรือขยับตัวระหว่างวัด

          ระหว่างที่เครื่องวัดความดันทำงาน ควรนั่งนิ่ง ๆ ไม่คุย ไม่เล่นโทรศัพท์ และไม่ขยับแขน เพราะอาจกระทบค่าที่วัดได้ ถ้ามีเรื่องอยากเล่าอาการหรือถามเรื่องยา รอให้วัดเสร็จก่อนค่อยคุยจะเหมาะกว่า

5. นั่งผิดท่าหรือวางแขนไม่ถูกต้อง

          การนั่งไขว่ห้าง นั่งหลังลอยไม่มีพนักพิง หรือปล่อยแขนห้อยลงโดยไม่มีสิ่งรองรับ ล้วนส่งผลให้ค่าความดันคลาดเคลื่อนได้ทั้งนั้น นอกจากนี้ ระดับของแขนก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าตั้งแขนไว้ต่ำกว่าระดับหัวใจ ค่าที่ได้มักจะสูงเกินจริง แต่ถ้ายกแขนสูงกว่าระดับหัวใจ ค่าก็อาจจะต่ำกว่าความเป็นจริงได้ด้วย

          สำหรับท่าทางที่เหมาะสมก็คือ ควรนั่งหลังพิงพนัก เท้าทั้งสองข้างวางราบกับพื้น ไม่นั่งไขว่ห้าง พร้อมวางแขนไว้บนโต๊ะในสบาย ๆ ให้กึ่งกลางของผ้าพันแขนอยู่ในระดับเดียวกับหัวใจพอดี

6. ใช้ผ้าพันแขนผิดขนาด หรือพันทับเสื้อผ้า

          ขนาดของผ้าพันแขนต้องพอดีกับรอบต้นแขน ถ้าผ้าพันแขนเล็กเกินไป ค่าความดันจะพุ่งสูงเกินจริง ส่วนผ้าพันแขนที่ใหญ่เกินไป ค่าที่ได้ก็อาจจะต่ำกว่าความเป็นจริงได้เหมือนกัน

          นอกจากนี้ ควรพันผ้าลงบนต้นแขนเปล่า ๆ เลี่ยงการใส่เสื้อแล้วม้วนแขนเสื้อขึ้นจนรัดแน่นเป็นเกลียว เพราะจะไปบีบหลอดเลือดได้ หากรู้สึกว่าผ้าพันแขนตึงหรือหลวมเกินไป สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนวัดได้เลย 

7. ดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีนหรือสูบบุหรี่ก่อนวัด

          ชา กาแฟแก้วโปรดระหว่างรอคิว หรือการสูบบุหรี่ก่อนเข้าห้องตรวจ ล้วนกระตุ้นให้ความดันโลหิตขยับสูงขึ้นชั่วคราวทั้งสิ้น ทางที่ดีควรงดอย่างน้อย 30 นาทีก่อนวัด เพื่อให้ตัวเลขที่ออกมาสะท้อน ความดันขณะพักที่แท้จริงมากที่สุด 

ความดันสูงเฉพาะตอนไปโรงพยาบาล 
อันตรายไหม?

          ถึงแม้วัดความดันที่บ้านจะปกติ แต่ภาวะความดันสูงเฉพาะตอนไปโรงพยาบาลก็ไม่ควรมองข้าม  เพราะเป็นสัญญาณเตือนว่าเราอาจมีโอกาสพัฒนาเป็นโรคความดันโลหิตสูงแบบเรื้อรังในอนาคต แถมยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย

          ดังนั้น แพทย์จึงมักแนะนำให้จดบันทึกค่าความดันที่บ้านเป็นระยะ ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพ เช่น เลือกรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย คุมน้ำหนัก และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ส่วนจะต้องรับประทานยาหรือไม่นั้น แพทย์จะประเมินจากปัจจัยความเสี่ยงและสุขภาพโดยรวมของแต่ละคน

วัดความดันที่บ้านอย่างไรให้ได้ค่าที่น่าเชื่อถือ

วิธีวัดความดันที่ถูกต้อง

          การวัดความดันโลหิตที่บ้านจะช่วยให้แพทย์ประเมินสุขภาพของเราได้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยควรเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมและวัดอย่างถูกวิธีตามขั้นตอนต่อไปนี้ 

1. เลือกเครื่องแบบพันต้นแขนที่ได้มาตรฐาน

          ควรเลือกใช้เครื่องวัดความดันดิจิทัลชนิดพันต้นแขนที่ผ่านการรับรองความแม่นยำทางการแพทย์ และเลือกขนาดผ้าพันแขนให้พอดีกับรอบแขน หากไม่แน่ใจ สามารถนำเครื่องไปให้แพทย์หรือพยาบาลช่วยตรวจสอบและแนะนำวิธีใช้ที่ถูกต้องได้

2. เตรียมตัวให้พร้อมก่อนกดวัด

          ปัจจัยที่ทำให้ค่าที่โรงพยาบาลเพี้ยน ก็ทำให้ค่าที่บ้านเพี้ยนได้เหมือนกัน ก่อนวัดทุกครั้งลองเช็กสั้น ๆ ตามนี้
  • งดดื่มชา กาแฟ เครื่องดื่มคาเฟอีน งดสูบบุหรี่ และงดออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีก่อนวัด
  • เข้าห้องน้ำทำธุระให้เรียบร้อย แล้วนั่งพักนิ่ง ๆ ในบรรยากาศเงียบสงบอย่างน้อย 5 นาที
  • นั่งหลังพิงพนัก เท้าวางราบกับพื้น วางแขนสบาย ๆ บนโต๊ะให้อยู่ระดับเดียวกับหัวใจ โดยไม่พูดคุยหรือเล่นโทรศัพท์ขณะเครื่องกำลังทำงาน

3. วัดตอนเช้าและก่อนเข้านอน

  • ตอนเช้า : วัดภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอน (หลังปัสสาวะเรียบร้อยแล้ว) ก่อนรับประทานอาหารเช้า และก่อนรับประทานยาลดความดัน (หากมียาประจำตัว)
  • ก่อนเข้านอน : วัดหลังจากจัดท่านั่งพักร่างกายเรียบร้อยแล้ว
          แต่ละช่วงวัดอย่างน้อย 2 ครั้ง ห่างกันครั้งละประมาณ 1 นาที หรือทำตามช่วงเวลาที่แพทย์แนะนำ

4. บันทึกทุกค่า ไม่เลือกจดเฉพาะครั้งที่ต่ำ

          หากต้องการเก็บข้อมูลเพื่อนำไปให้แพทย์วินิจฉัย ควรวัดต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน แล้วนำสมุดบันทึกไปให้แพทย์คำนวณค่าเฉลี่ย ที่สำคัญคือต้องจดบันทึกตามจริงทุกครั้ง ไม่เลือกจดเฉพาะค่าที่ตัวเลขสวยงาม และไม่จำเป็นต้องนั่งวัดซ้ำไปซ้ำมาจนกว่าจะได้ตัวเลขที่พอใจ

ค่าความดันที่บ้านกับโรงพยาบาลไม่ตรงกัน 
ควรทำอย่างไร ?

วัดความดันที่บ้าน

          เมื่อค่าความดันที่บ้านกับโรงพยาบาลไม่ตรงกัน ควรนำบันทึกค่าความดันพร้อมเครื่องวัดที่ใช้ที่บ้านไปพบแพทย์ แพทย์จะได้ตรวจสอบทั้งตัวเครื่อง ขนาดผ้าพันแขน และวิธีวัด ถ้ายังไม่ชัดเจน แพทย์อาจแนะนำให้ใช้เครื่องติดตามความดันตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเก็บค่าได้ทั้งตอนทำกิจกรรมและตอนนอนหลับ

          ส่วนคนที่กินยาลดความดันอยู่แล้ว ไม่ควรเพิ่ม ลด หรือหยุดยาเอง แม้ค่าที่บ้านจะดูปกติ เพราะตัวเลขที่ดีอาจเป็นผลจากยาที่กำลังช่วยคุมความดันอยู่

          นอกจากนี้ ยังมีภาวะตรงข้ามที่เรียกว่าความดันโลหิตสูงแฝง (Masked Hypertension) คือค่าที่สถานพยาบาลไม่เข้าเกณฑ์สูง แต่ค่าที่บ้านหรือนอกสถานพยาบาลกลับสูง ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ควรใช้ผลจากที่ใดที่หนึ่งเพียงอย่างเดียวมาสรุปว่าไม่มีปัญหา แต่ต้องให้แพทย์ช่วยตรวจวินิจฉัยด้วย

ความดันสูงแค่ไหน ไม่ควรรอดูเอง ?

          ถ้าวัดได้ตัวบนสูงกว่า 180 และ/หรือตัวล่างสูงกว่า 120 มิลลิเมตรปรอท อย่าเพิ่งสรุปว่าเป็นเพราะตื่นเต้น แต่ให้ทำตามนี้
  • กรณีไม่มีอาการผิดปกติ : นั่งพักแล้ววัดซ้ำหลังผ่านไปอย่างน้อย 1 นาที ถ้าค่ายังสูงมากควรแจ้งให้แพทย์ทราบ
  • มีอาการร่วม เช่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรง ตามัว หรือพูดไม่ชัด : ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที ไม่ต้องรอวัดซ้ำให้ตัวเลขลดลง
          ความดันโลหิตเป็นตัวเลขที่สามารถขยับขึ้นลงได้ตลอดทั้งวัน ดังนั้น ถ้าวัดที่โรงพยาบาลแล้วเจอตัวเลขสูงโดดขึ้นมา ก็ไม่ต้องตกใจจนเครียดเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจ ทางที่ดีควรหันมาสังเกตอาการตัวเอง ควบคู่กับการหมั่นวัดความดันและจดบันทึกค่าที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำข้อมูลนี้ไปปรึกษาแพทย์ต่อไป 

บทความที่เกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูง

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
วัดความดันที่โรงพยาบาลทีไร เลขพุ่งกว่าที่บ้านทุกที ! เช็ก 7 สาเหตุที่ทำค่าเพี้ยนไม่รู้ตัว อัปเดตล่าสุด 29 ตุลาคม 2569 เวลา 16:49:46 6,098 อ่าน
TOP
x close