วัดความดันที่โรงพยาบาลสูงกว่าที่บ้าน
ผิดปกติไหม ?
การวัดความดันที่โรงพยาบาลกับที่บ้านได้ค่าไม่เท่ากันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เพราะความดันเปลี่ยนไปตามกิจกรรม อารมณ์ และช่วงเวลาของวัน แต่ถ้าวัดที่โรงพยาบาลแล้วสูงบ่อย ๆ แม้ค่าที่บ้านจะดูปกติ ก็ควรให้แพทย์ประเมินเพิ่มเติม
อีกเรื่องที่ควรรู้คือ เกณฑ์ความดันโลหิตสูงของการวัดที่โรงพยาบาลกับการวัดที่บ้านจะแตกต่างกัน ดังนี้
- วัดที่โรงพยาบาล : ตัวบนตั้งแต่ 140 และ/หรือตัวล่างตั้งแต่ 90 มิลลิเมตรปรอท
- วัดที่บ้าน : ค่าเฉลี่ยตัวบนตั้งแต่ 135 และ/หรือตัวล่างตั้งแต่ 85 มิลลิเมตรปรอท
7 สาเหตุที่ทำให้วัดความดันที่โรงพยาบาลสูง
1. ตื่นเต้นหรือกังวลก่อนตรวจ
ความเครียดระหว่างรอคิวพบแพทย์ ความกังวลเรื่องผลตรวจ หรือแม้แต่บรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย ล้วนกระตุ้นให้ความดันโลหิตสูงขึ้นชั่วคราวได้ ยิ่งเห็นตัวเลขพุ่งสูงก็ยิ่งเครียด พอวัดซ้ำค่าก็เลยยิ่งไม่ยอมลง
ทั้งนี้ หากวัดความดันที่โรงพยาบาลแล้วได้ค่าสูง แต่วัดที่บ้านอย่างถูกต้องแล้วอยู่ในเกณฑ์ปกติ จะเรียกว่า "ภาวะความดันโลหิตสูงเฉพาะในสถานพยาบาล" (White Coat Hypertension) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "โรคกลัวเสื้อกาวน์" ซึ่งไม่ได้แปลว่ากลัวชุดสีขาวของบุคลากรทางการแพทย์จริง ๆ แต่หมายถึงความตื่นเต้นหรือกังวลเมื่อต้องพบแพทย์ ส่วนคนที่รับประทานยาลดความดันอยู่แล้วแต่ยังมีอาการลักษณะนี้ จะเรียกว่า White Coat Effect
อย่างไรก็ตาม การจะยืนยันว่าเรามีภาวะนี้จริงหรือไม่ จำเป็นต้องวัดความดันที่บ้านอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง หรือใช้เครื่องจดบันทึกค่าความดันอัตโนมัติ 24 ชั่วโมงตามคำแนะนำของแพทย์ด้วย
2. รีบเดิน แล้วนั่งวัดทันที
ไม่ว่าจะรีบเดิน ขึ้นบันได หรือรีบก้าวเท้าเข้าห้องตรวจเพราะกลัวเลยคิว แล้วนั่งวัดความดันทันที ค่าที่ได้ก็มักจะเป็นค่าช่วงที่ร่างกายกำลังเหนื่อย ไม่ใช่ความดันโลหิตขณะพักที่แท้จริง
ดังนั้น หากยังรู้สึกเหนื่อยหรือหอบ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ขอนั่งพักนิ่ง ๆ ในบรรยากาศผ่อนคลายอย่างน้อย 5 นาทีค่อยวัดได้เลย ส่วนใครที่เพิ่งออกกำลังกายหนักๆ มา ควรพักอย่างน้อย 30 นาที แล้วค่อยเริ่มวัดความดัน
3. กลั้นปัสสาวะระหว่างรอคิว
4. พูดคุยหรือขยับตัวระหว่างวัด
5. นั่งผิดท่าหรือวางแขนไม่ถูกต้อง
การนั่งไขว่ห้าง นั่งหลังลอยไม่มีพนักพิง หรือปล่อยแขนห้อยลงโดยไม่มีสิ่งรองรับ ล้วนส่งผลให้ค่าความดันคลาดเคลื่อนได้ทั้งนั้น นอกจากนี้ ระดับของแขนก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าตั้งแขนไว้ต่ำกว่าระดับหัวใจ ค่าที่ได้มักจะสูงเกินจริง แต่ถ้ายกแขนสูงกว่าระดับหัวใจ ค่าก็อาจจะต่ำกว่าความเป็นจริงได้ด้วย
สำหรับท่าทางที่เหมาะสมก็คือ ควรนั่งหลังพิงพนัก เท้าทั้งสองข้างวางราบกับพื้น ไม่นั่งไขว่ห้าง พร้อมวางแขนไว้บนโต๊ะในสบาย ๆ ให้กึ่งกลางของผ้าพันแขนอยู่ในระดับเดียวกับหัวใจพอดี
6. ใช้ผ้าพันแขนผิดขนาด หรือพันทับเสื้อผ้า
ขนาดของผ้าพันแขนต้องพอดีกับรอบต้นแขน ถ้าผ้าพันแขนเล็กเกินไป ค่าความดันจะพุ่งสูงเกินจริง ส่วนผ้าพันแขนที่ใหญ่เกินไป ค่าที่ได้ก็อาจจะต่ำกว่าความเป็นจริงได้เหมือนกัน
นอกจากนี้ ควรพันผ้าลงบนต้นแขนเปล่า ๆ เลี่ยงการใส่เสื้อแล้วม้วนแขนเสื้อขึ้นจนรัดแน่นเป็นเกลียว เพราะจะไปบีบหลอดเลือดได้ หากรู้สึกว่าผ้าพันแขนตึงหรือหลวมเกินไป สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนวัดได้เลย
7. ดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีนหรือสูบบุหรี่ก่อนวัด
ความดันสูงเฉพาะตอนไปโรงพยาบาล
อันตรายไหม?
ถึงแม้วัดความดันที่บ้านจะปกติ แต่ภาวะความดันสูงเฉพาะตอนไปโรงพยาบาลก็ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นสัญญาณเตือนว่าเราอาจมีโอกาสพัฒนาเป็นโรคความดันโลหิตสูงแบบเรื้อรังในอนาคต แถมยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย
ดังนั้น แพทย์จึงมักแนะนำให้จดบันทึกค่าความดันที่บ้านเป็นระยะ ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพ เช่น เลือกรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย คุมน้ำหนัก และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ส่วนจะต้องรับประทานยาหรือไม่นั้น แพทย์จะประเมินจากปัจจัยความเสี่ยงและสุขภาพโดยรวมของแต่ละคน
วัดความดันที่บ้านอย่างไรให้ได้ค่าที่น่าเชื่อถือ
1. เลือกเครื่องแบบพันต้นแขนที่ได้มาตรฐาน
2. เตรียมตัวให้พร้อมก่อนกดวัด
- งดดื่มชา กาแฟ เครื่องดื่มคาเฟอีน งดสูบบุหรี่ และงดออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีก่อนวัด
- เข้าห้องน้ำทำธุระให้เรียบร้อย แล้วนั่งพักนิ่ง ๆ ในบรรยากาศเงียบสงบอย่างน้อย 5 นาที
- นั่งหลังพิงพนัก เท้าวางราบกับพื้น วางแขนสบาย ๆ บนโต๊ะให้อยู่ระดับเดียวกับหัวใจ โดยไม่พูดคุยหรือเล่นโทรศัพท์ขณะเครื่องกำลังทำงาน
3. วัดตอนเช้าและก่อนเข้านอน
- ตอนเช้า : วัดภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอน (หลังปัสสาวะเรียบร้อยแล้ว) ก่อนรับประทานอาหารเช้า และก่อนรับประทานยาลดความดัน (หากมียาประจำตัว)
- ก่อนเข้านอน : วัดหลังจากจัดท่านั่งพักร่างกายเรียบร้อยแล้ว
4. บันทึกทุกค่า ไม่เลือกจดเฉพาะครั้งที่ต่ำ
ค่าความดันที่บ้านกับโรงพยาบาลไม่ตรงกัน
ควรทำอย่างไร ?
เมื่อค่าความดันที่บ้านกับโรงพยาบาลไม่ตรงกัน ควรนำบันทึกค่าความดันพร้อมเครื่องวัดที่ใช้ที่บ้านไปพบแพทย์ แพทย์จะได้ตรวจสอบทั้งตัวเครื่อง ขนาดผ้าพันแขน และวิธีวัด ถ้ายังไม่ชัดเจน แพทย์อาจแนะนำให้ใช้เครื่องติดตามความดันตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเก็บค่าได้ทั้งตอนทำกิจกรรมและตอนนอนหลับ
ส่วนคนที่กินยาลดความดันอยู่แล้ว ไม่ควรเพิ่ม ลด หรือหยุดยาเอง แม้ค่าที่บ้านจะดูปกติ เพราะตัวเลขที่ดีอาจเป็นผลจากยาที่กำลังช่วยคุมความดันอยู่
นอกจากนี้ ยังมีภาวะตรงข้ามที่เรียกว่าความดันโลหิตสูงแฝง (Masked Hypertension) คือค่าที่สถานพยาบาลไม่เข้าเกณฑ์สูง แต่ค่าที่บ้านหรือนอกสถานพยาบาลกลับสูง ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ควรใช้ผลจากที่ใดที่หนึ่งเพียงอย่างเดียวมาสรุปว่าไม่มีปัญหา แต่ต้องให้แพทย์ช่วยตรวจวินิจฉัยด้วย
ความดันสูงแค่ไหน ไม่ควรรอดูเอง ?
- กรณีไม่มีอาการผิดปกติ : นั่งพักแล้ววัดซ้ำหลังผ่านไปอย่างน้อย 1 นาที ถ้าค่ายังสูงมากควรแจ้งให้แพทย์ทราบ
- มีอาการร่วม เช่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรง ตามัว หรือพูดไม่ชัด : ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที ไม่ต้องรอวัดซ้ำให้ตัวเลขลดลง
บทความที่เกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูง
- เครื่องวัดความดันยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวมรุ่นน่าใช้ ครบทุกงบ พร้อมแหล่งช้อปของแท้
- ความดันโลหิตเกิน 140/90 ทั้งที่อายุไม่ถึง 40 เกิดจาก 5 ปัจจัยที่ทำไม่รู้ตัว เสี่ยงมาก
- วิธีอ่านค่าความดันโลหิตที่ถูกต้อง พร้อมไขข้อสงสัยวัดความดันเองที่บ้านช่วงเวลาไหนดีที่สุด
- ความดันสูงกินกาแฟได้ไหม ดื่มกาแฟทำให้ความดันขึ้นจริงหรือเปล่า ?
- เปิดเมนูอาหารโรคความดันโลหิตสูง กินอะไรดี ช่วยควบคุมความดัน
ขอบคุณข้อมูลจาก : คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย, mayoclinic.org, heart.org, bloodpressureuk.org, millionhearts.hhs.gov






