ความดันโลหิตเกิน 140/90 ทั้งที่อายุไม่ถึง 40 ปี เสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ทั้งที่อายุยังไม่เยอะ เกิดจาก 5 ปัจจัยที่ไม่รู้ตัว
![ความดันโลหิตเกิน 140/90 เสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตเกิน 140/90 เสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง]()
5 ปัจจัยที่เพิ่มเสี่ยงความดันพุ่ง
1. หนักเค็มโดยไม่รู้ตัว
ถึงจะไม่ได้เติมน้ำปลาเยอะ ก็ใช่ว่าจะโซเดียมต่ำนะครับ พวกอาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของหมักดอง ไส้กรอก น้ำจิ้มต่าง ๆ พวกนี้มีโซเดียมสูงมาก โซเดียมทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ ปริมาณเลือดเพิ่ม หลอดเลือดรับแรงดันมากขึ้น ความดันจึงสูงโดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญคือโซเดียมซ่อนอยู่ในอาหารที่เราคิดว่าไม่เค็ม เช่น ขนมปัง ซอสปรุงรส อาหารตามสั่งบางเมนู ถ้ากินแบบนี้ทุกวัน ไตจะทำงานหนักขึ้น และความดันจะค่อย ๆ สูงแบบไม่รู้สึกอะไรเลย
2. นอนดึก นอนน้อยเรื้อรัง
ใครที่ชอบนอนต่ำกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืน รู้ไหมครับว่าทำให้ระบบประสาทซิมพาเทติกทำงานมากขึ้น ฮอร์โมนเครียดอย่างคอร์ติซอลและอะดรีนาลินสูงขึ้น หลอดเลือดหดตัว หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันจึงพุ่ง ยิ่งคนที่ทำงานหน้าจอถึงเที่ยงคืน เล่นมือถือก่อนนอน หรือพักผ่อนไม่เป็นเวลา ความดันช่วงเช้ามักจะสูงกว่าปกติ และถ้าเกิดซ้ำทุกวันจะกลายเป็นความดันสูงเรื้อรังได้ครับ
พอเครียดสะสมจะทำให้ร่างกายอยู่ในโหมดสู้หรือหนีตลอดเวลา หลอดเลือดหดตัวบ่อย หัวใจบีบแรงขึ้น คนที่ทำงานกดดัน ไม่มีวันพัก คิดเรื่องงานแม้ก่อนนอน หรือกังวลตลอดเวลา มักพบว่าความดันแกว่งและสูงขึ้นทั้งที่อายุยังน้อย ถ้าไม่จัดการ ความดันจะสูงแบบเงียบ ๆ โดยไม่มีอาการเตือน
4. ไม่ออกกำลังกาย
แค่เราขยับร่างกายก็ช่วยให้หลอดเลือดยืดหยุ่นดีขึ้น และช่วยเผาผลาญโซเดียมส่วนเกินออกทางเหงื่อ แต่คนที่นั่งทำงานทั้งวัน ไม่เดิน ไม่ออกกำลัง ระบบไหลเวียนเลือดจะช้าลง หลอดเลือดแข็งตัวเร็วขึ้น และน้ำหนักเพิ่มง่ายขึ้น พอไขมันสะสมมากขึ้น หลอดเลือดจะรับแรงดันสูงขึ้น ความดันจึงค่อย ๆ ขยับขึ้นทีละน้อยจนเกิน 140/90 โดยไม่ทันสังเกตนั่นเอง
5. ปล่อยน้ำหนักเกิน โดยเฉพาะไขมันช่องท้อง
คนมักจะคิดว่าไขมันช่องท้องต้องเกี่ยวข้องกับภาวะดื้ออินซูลินและการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งจริง ๆ แล้วยิ่งเรารอบเอวมาก หลอดเลือดยิ่งแข็งตัวเร็ว หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือด คนที่ BMI เกินหรือรอบเอวเกินเกณฑ์ แม้อายุยังไม่ถึง 40 ก็มีโอกาสความดันเกิน 140/90 ได้สูงกว่าคนรูปร่างสมส่วนหลายเท่าเลยครับ และมักพ่วงมาด้วยไขมันและน้ำตาลที่สูงขึ้นด้วย
ไม่อยากให้ค่าความดันพุ่งสูง แค่ทำตามนี้
- ลดโซเดียม เลือกอาหารสด ทำกินเองให้มากขึ้น
- เลือกกินอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง ซึ่งการกินกล้วย ส้ม หรือผักใบเขียวที่มีโพแทสเซียมสูง จะช่วยขับโซเดียมส่วนเกินออกทางปัสสาวะและช่วยลดความดันได้ดีมากครับ แต่คนที่มีปัญหาค่าไตไม่แนะนำนะครับ
- นอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมง เข้านอนก่อนเที่ยงคืน
- ออกกำลังกายแบบแอโรบิกหรือเดินเร็วอย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที
- คุมน้ำหนัก ลดรอบเอว
- ฝึกผ่อนคลาย เช่น หายใจลึก ๆ แนะนำเป็นวิธีหายใจ (เข้า 4 กลั้น 7 ออก) จะช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติกให้ความดันลดลง หรือจะทำสมาธิ หรือหยุดพักจากหน้าจอระหว่างวันก็ได้นะครับ
- เลือกอาหารช่วยคลายหลอดเลือดและลดอักเสบ เช่น แหล่งแมกนีเซียม (ผักใบเขียว ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี) และแอสตาแซนทินจากสาหร่ายสีแดง หรือถ้าจะกินเสริมควรปรึกษาแพทย์ก่อนนะครับ
อย่าคิดว่าอายุน้อยแล้วปลอดภัย เพราะความดันสูงไม่ได้เตือนด้วยอาการเสมอไป หลายคนรู้ตัวอีกทีตอนมีเส้นเลือดสมองหรือหัวใจแล้ว วัดความดันสม่ำเสมอ แก้นิสัยตั้งแต่วันนี้ หลอดเลือดจะยังยืดหยุ่น และลดความเสี่ยงระยะยาวได้มากครับ

หนึ่งในโรคที่คนแก่มักจะเป็นกัน แล้วพ่วงมากันเป็นแพ็กเกจ นั่นคือ ไขมันในเลือด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นโรคประจำตัวที่อันตรายมาก ๆ
วันที่ 2 มีนาคม 2569 เฟซบุ๊ก หมอเจด มีการให้ความรู้ถึงคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง มีผลตรวจความดันเกิน 140/90 ทั้งที่อายุไม่ถึง 40 ปี เป็นเพราะ 5 นิสัยเหล่านี้
5 ปัจจัยที่เพิ่มเสี่ยงความดันพุ่ง
1. หนักเค็มโดยไม่รู้ตัว
ถึงจะไม่ได้เติมน้ำปลาเยอะ ก็ใช่ว่าจะโซเดียมต่ำนะครับ พวกอาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของหมักดอง ไส้กรอก น้ำจิ้มต่าง ๆ พวกนี้มีโซเดียมสูงมาก โซเดียมทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ ปริมาณเลือดเพิ่ม หลอดเลือดรับแรงดันมากขึ้น ความดันจึงสูงโดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญคือโซเดียมซ่อนอยู่ในอาหารที่เราคิดว่าไม่เค็ม เช่น ขนมปัง ซอสปรุงรส อาหารตามสั่งบางเมนู ถ้ากินแบบนี้ทุกวัน ไตจะทำงานหนักขึ้น และความดันจะค่อย ๆ สูงแบบไม่รู้สึกอะไรเลย
2. นอนดึก นอนน้อยเรื้อรัง
ใครที่ชอบนอนต่ำกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืน รู้ไหมครับว่าทำให้ระบบประสาทซิมพาเทติกทำงานมากขึ้น ฮอร์โมนเครียดอย่างคอร์ติซอลและอะดรีนาลินสูงขึ้น หลอดเลือดหดตัว หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันจึงพุ่ง ยิ่งคนที่ทำงานหน้าจอถึงเที่ยงคืน เล่นมือถือก่อนนอน หรือพักผ่อนไม่เป็นเวลา ความดันช่วงเช้ามักจะสูงกว่าปกติ และถ้าเกิดซ้ำทุกวันจะกลายเป็นความดันสูงเรื้อรังได้ครับ
3. เครียดสะสม ไม่ได้ปลดปล่อย
พอเครียดสะสมจะทำให้ร่างกายอยู่ในโหมดสู้หรือหนีตลอดเวลา หลอดเลือดหดตัวบ่อย หัวใจบีบแรงขึ้น คนที่ทำงานกดดัน ไม่มีวันพัก คิดเรื่องงานแม้ก่อนนอน หรือกังวลตลอดเวลา มักพบว่าความดันแกว่งและสูงขึ้นทั้งที่อายุยังน้อย ถ้าไม่จัดการ ความดันจะสูงแบบเงียบ ๆ โดยไม่มีอาการเตือน
4. ไม่ออกกำลังกาย
แค่เราขยับร่างกายก็ช่วยให้หลอดเลือดยืดหยุ่นดีขึ้น และช่วยเผาผลาญโซเดียมส่วนเกินออกทางเหงื่อ แต่คนที่นั่งทำงานทั้งวัน ไม่เดิน ไม่ออกกำลัง ระบบไหลเวียนเลือดจะช้าลง หลอดเลือดแข็งตัวเร็วขึ้น และน้ำหนักเพิ่มง่ายขึ้น พอไขมันสะสมมากขึ้น หลอดเลือดจะรับแรงดันสูงขึ้น ความดันจึงค่อย ๆ ขยับขึ้นทีละน้อยจนเกิน 140/90 โดยไม่ทันสังเกตนั่นเอง
5. ปล่อยน้ำหนักเกิน โดยเฉพาะไขมันช่องท้อง
คนมักจะคิดว่าไขมันช่องท้องต้องเกี่ยวข้องกับภาวะดื้ออินซูลินและการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งจริง ๆ แล้วยิ่งเรารอบเอวมาก หลอดเลือดยิ่งแข็งตัวเร็ว หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือด คนที่ BMI เกินหรือรอบเอวเกินเกณฑ์ แม้อายุยังไม่ถึง 40 ก็มีโอกาสความดันเกิน 140/90 ได้สูงกว่าคนรูปร่างสมส่วนหลายเท่าเลยครับ และมักพ่วงมาด้วยไขมันและน้ำตาลที่สูงขึ้นด้วย
ไม่อยากให้ค่าความดันพุ่งสูง แค่ทำตามนี้
- ลดโซเดียม เลือกอาหารสด ทำกินเองให้มากขึ้น
- เลือกกินอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง ซึ่งการกินกล้วย ส้ม หรือผักใบเขียวที่มีโพแทสเซียมสูง จะช่วยขับโซเดียมส่วนเกินออกทางปัสสาวะและช่วยลดความดันได้ดีมากครับ แต่คนที่มีปัญหาค่าไตไม่แนะนำนะครับ
- นอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมง เข้านอนก่อนเที่ยงคืน
- ออกกำลังกายแบบแอโรบิกหรือเดินเร็วอย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที
- คุมน้ำหนัก ลดรอบเอว
- ฝึกผ่อนคลาย เช่น หายใจลึก ๆ แนะนำเป็นวิธีหายใจ (เข้า 4 กลั้น 7 ออก) จะช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติกให้ความดันลดลง หรือจะทำสมาธิ หรือหยุดพักจากหน้าจอระหว่างวันก็ได้นะครับ
- เลือกอาหารช่วยคลายหลอดเลือดและลดอักเสบ เช่น แหล่งแมกนีเซียม (ผักใบเขียว ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี) และแอสตาแซนทินจากสาหร่ายสีแดง หรือถ้าจะกินเสริมควรปรึกษาแพทย์ก่อนนะครับ
อย่าคิดว่าอายุน้อยแล้วปลอดภัย เพราะความดันสูงไม่ได้เตือนด้วยอาการเสมอไป หลายคนรู้ตัวอีกทีตอนมีเส้นเลือดสมองหรือหัวใจแล้ว วัดความดันสม่ำเสมอ แก้นิสัยตั้งแต่วันนี้ หลอดเลือดจะยังยืดหยุ่น และลดความเสี่ยงระยะยาวได้มากครับ





