7 เครื่องดื่มเกลือแร่ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 สายออกกำลังกายเลือกแบบไหน ท้องเสียดื่มได้ไหม ?

          เครื่องดื่มเกลือแร่ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวม 7 ตัวเลือกทั้งแบบพร้อมดื่ม ผงชง และเม็ดฟู่ พร้อมไขข้อสงสัยว่าควรดื่มตอนไหน และท้องเสียดื่มได้หรือเปล่า
เครื่องดื่มเกลือแร่

          หลังออกกำลังกายจนเหงื่อท่วมตัว หรือทำงานกลางแดดเป็นเวลานาน ใคร ๆ ก็คงรู้สึกกระหายน้ำและอ่อนล้าจนอยากหาอะไรดื่มให้สดชื่น นอกจากน้ำเปล่าแล้ว เครื่องดื่มเกลือแร่ ก็เป็นอีกตัวเลือกที่หลายคนนึกถึง แต่พอจะเลือกซื้อกลับมีให้เลือกสารพัดจนอดสงสัยไม่ได้ว่าแต่ละแบบต่างกันอย่างไร และถ้าท้องเสียจะดื่มแทนผงเกลือแร่ ORS ได้หรือเปล่า ? ก่อนจะไปดูกันว่า เครื่องดื่มเกลือแร่ ยี่ห้อไหนดี ลองมาทำความรู้จักเครื่องดื่มประเภทนี้อีกสักนิด จะได้เลือกดื่มได้ตรงกับความต้องการของร่างกายกัน

เครื่องดื่มเกลือแร่คืออะไร ช่วยอะไร

เครื่องดื่มเกลือแร่ ช่วยอะไร

          เครื่องดื่มเกลือแร่ คือเครื่องดื่มที่ช่วยชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่ร่างกายสูญเสียไปกับเหงื่อ มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบสำคัญ และอาจมีเกลือแร่ชนิดอื่น เช่น โพแทสเซียม เพิ่มเข้ามาด้วย โดยสูตรทั่วไปมักมีน้ำตาลเพื่อให้พลังงาน ส่วนผลิตภัณฑ์ที่จัดเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่ตามข้อกำหนดของไทยจะต้องไม่มีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ  

          นอกจากเครื่องดื่มเกลือแร่โดยตรงแล้ว ในท้องตลาดยังมีเครื่องดื่มผสมเกลือแร่ ซึ่งเติมวิตามิน แร่ธาตุอื่น หรือกรดอะมิโนเข้าไปด้วย สินค้ากลุ่มนี้ก็ช่วยเติมน้ำได้เช่นกัน เพียงแต่สูตรต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่ 

เครื่องดื่มเกลือแร่คืออะไร เหมาะกับใคร

          บางคนอาจสงสัยว่า ถ้าเสียเหงื่อ ดื่มแค่น้ำเปล่าได้ไหม ? สำหรับคนส่วนใหญ่ การดื่มน้ำเปล่าร่วมกับการกินอาหารตามปกติก็เพียงพอแล้ว แต่หากเสียเหงื่อมากต่อเนื่องเป็นเวลานาน ร่างกายจะสูญเสียทั้งน้ำและเกลือแร่ เครื่องดื่มเกลือแร่จึงอาจเป็นอีกตัวช่วยในการชดเชยสิ่งที่เสียไป โดยเฉพาะในกลุ่มคนต่อไปนี้  

  • คนที่ออกกำลังกายระดับปานกลางถึงหนักต่อเนื่องนานกว่าประมาณ 1 ชั่วโมง เช่น วิ่งระยะไกลหรือปั่นจักรยานเป็นเวลานาน
  • คนที่ออกกำลังกายในอากาศร้อนและเสียเหงื่อมาก แม้ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก็อาจพิจารณาตามความหนักของกิจกรรมและปริมาณเหงื่อที่เสียไป 
  • คนที่ทำงานกลางแจ้งหรือในที่ร้อนจนเหงื่อออกต่อเนื่องหลายชั่วโมง ซึ่งอาจต้องชดเชยเกลือแร่ควบคู่กับน้ำด้วย  
          ในทางกลับกัน หากออกกำลังกายเบา ๆ ไม่ถึงชั่วโมงและไม่ได้เสียเหงื่อมาก หรือใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอและกินอาหารครบมื้อก็เพียงพอสำหรับคนส่วนใหญ่ ไม่จำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ทุกครั้งที่เหงื่อออก 

เครื่องดื่มเกลือแร่มีกี่แบบ

          หากแบ่งตามรูปแบบการดื่มและการเตรียม ผลิตภัณฑ์สำหรับชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่พบได้บ่อยมี 3 แบบ คือ แบบพร้อมดื่ม แบบผงชง และแบบเม็ดฟู่ ซึ่งสะดวกต่อการใช้งานต่างกันไป 

1. แบบพร้อมดื่ม (Ready-to-Drink)

          เปิดฝาแล้วดื่มได้เลย ไม่ต้องเตรียมน้ำหรือผสมเอง เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวก เช่น แวะซื้อหลังออกกำลังกาย แต่หากต้องพกหลายขวดก็อาจเพิ่มน้ำหนักและกินพื้นที่ในกระเป๋า

2. แบบผงชง (Powder)

          บรรจุเป็นผงสำหรับละลายน้ำ ซองเล็ก พกสะดวก และเลือกชงเมื่อต้องการดื่มได้ แต่ต้องมีน้ำสะอาดและภาชนะสำหรับผสม โดยควรใช้ปริมาณน้ำตามที่ฉลากระบุ เพราะการเติมน้ำมากหรือน้อยเกินไปจะทำให้ความเข้มข้นของเครื่องดื่มเปลี่ยนไป

3. แบบเม็ดฟู่ (Effervescent Tablet)

          ใช้โดยหย่อนเม็ดฟู่ลงในน้ำตามปริมาณที่ฉลากกำหนด แล้วรอให้ละลายหมดก่อนดื่ม ขนาดกะทัดรัด พกไปชงระหว่างเดินทางหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งได้สะดวก แต่ต้องละลายน้ำก่อนเสมอ ไม่ควรเคี้ยวหรือกลืนทั้งเม็ด

เครื่องดื่มเกลือแร่ กับผงเกลือแร่ ORS 
ต่างกันอย่างไร ดื่มตอนท้องเสียได้ไหม

เครื่องดื่มเกลือแร่ กับ ORS ต่างกันยังไง

          แม้จะเรียกว่า “เกลือแร่” เหมือนกัน แต่เครื่องดื่มเกลือแร่กับผงเกลือแร่ ORS มีส่วนประกอบและวัตถุประสงค์ในการใช้งานต่างกัน ถ้าท้องเสีย ควรเลือก ORS สำหรับชดเชยน้ำและเกลือแร่ ไม่ควรใช้เครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับออกกำลังกายแทน เพราะชดเชยสิ่งที่ร่างกายสูญเสียได้ไม่เหมาะสมเท่า ORS ดังนี้ 

  • เครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับออกกำลังกาย ออกแบบมาเพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่เสียไปกับเหงื่อ สูตรทั่วไปมักมีน้ำตาลสูงกว่าและมีโซเดียมน้อยกว่า ORS จึงไม่เหมาะสำหรับใช้ทดแทนเมื่อท้องเสีย อีกทั้งเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง หากดื่มมากอาจดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้และทำให้ถ่ายเหลวมากขึ้นได้ 
  • ผงเกลือแร่ ORS (Oral Rehydration Salts) จัดเป็นยา ใช้เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำและเกลือแร่จากอาการท้องเสียหรืออาเจียน มีน้ำตาลกลูโคสและเกลือแร่ในสัดส่วนที่ช่วยให้ลำไส้ดูดซึมน้ำและโซเดียมได้อย่างเหมาะสม โดย ORS ช่วยป้องกันและแก้ไขภาวะขาดน้ำ ไม่ใช่ยาหยุดถ่าย ก่อนดื่ม ORS ต้องละลายผงยากับน้ำสะอาดตามปริมาณที่ระบุบนซอง  

วิธีเลือกซื้อเครื่องดื่มเกลือแร่

วิธีเลือกซื้อเครื่องดื่มเกลือแร่

          ก่อนหยิบเครื่องดื่มเกลือแร่ใส่ตะกร้า ลองพลิกดูฉลากกันสักนิด เพราะแต่ละสูตรมีปริมาณโซเดียม น้ำตาล และส่วนประกอบอื่น ๆ ต่างกัน การเลือกให้เหมาะกับกิจกรรมจึงช่วยให้ได้สิ่งที่ต้องการมากกว่าดูแค่รสชาติหรือคำโฆษณาหน้าขวด

1. ดูประเภทผลิตภัณฑ์ให้ชัด

          ผลิตภัณฑ์ที่มีคำว่า "เกลือแร่" บนบรรจุภัณฑ์อาจไม่ได้จัดอยู่ในประเภทเดียวกันทั้งหมด จึงควรอ่านชื่ออาหารและรายละเอียดบนฉลากประกอบด้วย

  • เครื่องดื่มเกลือแร่ : ตามข้อกำหนดของไทยมีเกณฑ์ส่วนประกอบที่กำหนดไว้ เช่น โซเดียม 460-920 มิลลิกรัมต่อลิตร โพแทสเซียมไม่เกิน 195 มิลลิกรัมต่อลิตร (ถ้ามี) และมีข้อกำหนดเรื่องชนิดและปริมาณน้ำตาล รวมถึงต้องไม่มีคาเฟอีน  
  • เครื่องดื่มหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ผสมเกลือแร่และวิตามิน : เป็นสูตรที่เติมวิตามิน แร่ธาตุอื่น หรือกรดอะมิโนเข้ามา และไม่ได้ผูกกับเกณฑ์ข้างต้น บางสูตรไม่มีน้ำตาล บางสูตรมีโซเดียมน้อยกว่า หรือมากกว่าเครื่องดื่มเกลือแร่หลายเท่า จึงควรเทียบตัวเลขโซเดียมบนฉลากกับสิ่งที่เราต้องการ

2. เลือกสูตรให้ตรงกับกิจกรรม

  • วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือเล่นกีฬาต่อเนื่องนานกว่าประมาณ 1 ชั่วโมง โดยเฉพาะกิจกรรมที่ใช้แรงมาก อาจเลือกสูตรที่มีทั้งโซเดียมและคาร์โบไฮเดรต เพื่อช่วยชดเชยเกลือแร่และเติมพลังงานระหว่างทำกิจกรรม 
  • ทำงานกลางแดดหรือในที่ร้อน ควรดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นหลัก หากเหงื่อออกต่อเนื่องหลายชั่วโมง เครื่องดื่มที่มีเกลือแร่ก็อาจเป็นตัวช่วยได้ โดยเลือกรูปแบบที่สะดวกและมีน้ำสะอาดสำหรับชงหากใช้แบบผงหรือเม็ดฟู่ 
  • ต้องการชดเชยเกลือแร่โดยจำกัดน้ำตาล อาจพิจารณาสูตรน้ำตาลน้อยหรือไม่มีน้ำตาล แต่ควรดูปริมาณโซเดียมควบคู่กัน และหากออกกำลังกายเป็นเวลานาน อาจต้องได้รับพลังงานจากอาหารหรือแหล่งอื่นเพิ่มเติม

3. เทียบปริมาณโซเดียมในเครื่องดื่มปริมาตรเท่ากัน

          อย่าเพิ่งเทียบตัวเลขหน้าฉลากทันที เพราะแต่ละยี่ห้ออาจระบุสารอาหารต่อหน่วยบริโภคต่างกัน เช่น ต่อขวด ต่อซอง หรือต่อเม็ด ควรดูด้วยว่าหนึ่งหน่วยให้เครื่องดื่มกี่มิลลิลิตร แล้วจึงเทียบปริมาณโซเดียมในปริมาตรที่เท่ากัน

          ตัวอย่างเช่น สูตรหนึ่งมีโซเดียม 200 มิลลิกรัมต่อ 250 มิลลิลิตร อีกสูตรมี 300 มิลลิกรัมต่อ 500 มิลลิลิตร เมื่อเทียบที่ 500 มิลลิลิตรเท่ากัน สูตรแรกจะให้โซเดียม 400 มิลลิกรัม จึงเข้มข้นกว่าสูตรที่สอง แม้ตัวเลขต่อหน่วยบริโภคจะดูน้อยกว่า

          หากมีโพแทสเซียมหรือเกลือแร่ชนิดอื่น ก็ใช้วิธีเทียบแบบเดียวกัน ส่วนชนิดผงและเม็ดฟู่ควรชงตามปริมาณน้ำที่ฉลากกำหนดเสมอ

4. ดูน้ำตาลและพลังงานที่ได้รับจริง

          สูตรที่มีน้ำตาลช่วยเติมพลังงานระหว่างออกกำลังกายได้นาน ๆ แต่ควรดูปริมาณที่ได้รับจากทั้งขวดหรือปริมาณที่ดื่มจริง เพราะหนึ่งขวดอาจมีมากกว่าหนึ่งหน่วยบริโภค หากดื่มเพิ่มเติมจากอาหารตามปกติ ก็ต้องนับพลังงานส่วนนี้รวมด้วย  

          ส่วนสูตรไม่มีน้ำตาลควรอ่านส่วนประกอบเพิ่มเติม ถ้าใช้สารให้ความหวานกลุ่มน้ำตาลแอลกอฮอล์ เช่น ซอร์บิทอล บางคนอาจมีอาการท้องอืดหรือถ่ายเหลวได้ โดยเฉพาะเมื่อได้รับมากเกินไป

5. ดูวิตามินและแร่ธาตุที่เติมเป็นส่วนประกอบเสริม

          ถ้าชอบสูตรเติมวิตามินหรือแร่ธาตุอื่น ควรดูทั้งชนิดและปริมาณต่อหน่วยบริโภคด้วย ไม่เลือกจากจำนวนชนิดที่ระบุหน้าบรรจุภัณฑ์เพียงอย่างเดียว และควรพิจารณาส่วนประกอบที่เกี่ยวกับจุดประสงค์หลักของเราก่อน เช่น โซเดียมสำหรับชดเชยเกลือแร่ หรือคาร์โบไฮเดรตสำหรับเติมพลังงานระหว่างเล่นกีฬา

6. เลือกรูปแบบที่พกและเตรียมได้สะดวก

  • แบบพร้อมดื่ม เปิดฝาแล้วดื่มได้ทันที เหมาะกับเวลาที่ไม่สะดวกผสมเอง แต่ถ้าพกหลายขวดก็เพิ่มน้ำหนักและกินพื้นที่ในกระเป๋า
  • แบบผงชง สามารถพกแยกไปชงเมื่อต้องการได้ แต่ต้องเตรียมน้ำสะอาดและภาชนะให้พร้อม 
  • แบบเม็ดฟู่ ขนาดกะทัดรัด พกสะดวก แต่ต้องรอให้ละลายในน้ำตามวิธีใช้ก่อนดื่ม และเก็บบรรจุภัณฑ์ให้ปิดสนิทเพื่อป้องกันความชื้น

7. อ่านวิธีใช้และคำเตือนบนฉลาก

          เครื่องดื่มเกลือแร่ตามข้อกำหนดของไทยต้องแสดงคำเตือนว่า "เด็กและทารกไม่ควรรับประทาน" และ "เฉพาะผู้สูญเสียเหงื่อจากการออกกำลังกาย" พร้อมระบุจำนวนหน่วยสูงสุดที่ไม่ควรดื่มเกินต่อวัน ซึ่งรวมแล้วต้องไม่เกิน 1 ลิตร ส่วนผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นให้ยึดวิธีใช้และคำเตือนของผลิตภัณฑ์นั้น

8. ตรวจสอบเลข อย. และแหล่งจำหน่าย

          ตรวจสอบเลขสารบบอาหารบนฉลากผ่านระบบของ อย. และดูว่าข้อมูลตรงกับผลิตภัณฑ์ที่กำลังซื้อหรือไม่ โดยเลือกซื้อจากร้านที่ตรวจสอบผู้ขายได้ เช่น ร้านค้าทางการหรือตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ พร้อมเช็กวันหมดอายุและสภาพบรรจุภัณฑ์ทุกครั้ง

          รู้หลักการเลือกกันแล้ว ทีนี้มาส่องกันต่อว่า เครื่องดื่มเกลือแร่ หรือเครื่องดื่มวิตามินผสมเกลือแร่ ยี่ห้อไหนน่าหยิบใส่ตะกร้าบ้างในปีนี้ 

เครื่องดื่มเกลือแร่
ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

          ลิสต์นี้รวม 7 ตัวเลือก ทั้งเครื่องดื่มเกลือแร่โดยตรง และเครื่องดื่มผสมเกลือแร่ที่เติมวิตามินหรือกรดอะมิโน มีให้เลือกทั้งแบบพร้อมดื่ม ผงชง และเม็ดฟู่ ลองเทียบตามการใช้งานของเราได้เลย 

1. เครื่องดื่มเกลือแร่ผสมวิตามิน Stronk-K Plus

เครื่องดื่มเกลือแร่ผสมวิตามิน Stronk-K Plus

ภาพจาก : Beautynista.com

          สตรอง-เค พลัส (Stronk-K Plus) ผงเกลือแร่กลิ่นเลมอนที่ต่อยอดจากสูตรเดิมของแบรนด์ ด้วยการเพิ่มวิตามินบีรวม วิตามินซี โพแทสเซียม แคลเซียม สังกะสี และแมกนีเซียม บรรจุแบบซอง พกสะดวก ชงดื่มง่าย ใช้จิบระหว่างออกกำลังกายเพื่อช่วยชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่เสียไปกับเหงื่อ พร้อมเติมพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต ถูกใจสายออกกำลังกายที่อยากได้ทั้งเกลือแร่และวิตามินเพิ่มเติมในซองเดียว

  • วิธีรับประทาน : ผสมผงเกลือแร่ 1 ซอง ในน้ำดื่มสะอาด 200 มล. คนหรือเขย่าให้ละลาย จิบดื่มระหว่างหรือก่อนออกกำลังกาย  
  • ราคาปกติ : 1 กล่อง 12 ซอง 180 บาท

2. เครื่องดื่มเกลือแร่ Gatorade Blueblast

เครื่องดื่มเกลือแร่ Gatorade Blueblast

ภาพจาก : Suntory PepsiCo

          ถ้าพูดถึงสปอร์ตดริงก์ที่อยู่คู่สนามกีฬามานาน ชื่อของ เกเตอเรด (Gatorade) ต้องติดโผแน่นอน อย่างขวดนี้กลิ่นบลูบลาส 500 มล. มีซูโครสและเดกซ์โทรสให้พลังงานระหว่างเล่นกีฬา ควบคู่กับโซเดียมจากโซเดียมคลอไรด์และโซเดียมซิเตรต รวมถึงโพแทสเซียมจากโมโนโพแทสเซียมฟอสเฟต เหมาะกับนักฟุตบอล แบดมินตัน บาสเกตบอล หรือวิ่งระยะไกล ที่ต้องการทั้งน้ำ เกลือแร่ และพลังงานไปพร้อมกัน ขวดใหญ่ขนาดนี้ยังแบ่งจิบได้ตลอดทั้งเกม ไม่ต้องลุ้นว่าจะหมดกลางทาง

  • วิธีรับประทาน : จิบระหว่างและหลังออกกำลังกาย 
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 500 มล. (ยกลัง 12 ขวด) 300 บาท

3. เม็ดฟู่เกลือแร่ Fast&Up Reload

เม็ดฟู่เกลือแร่ Fast&Up Reload

ภาพจาก : MUSCLEFOODSHOP

          ใครอยากพกเกลือแร่ติดกระเป๋าไว้ชงดื่มสะดวก ๆ ลองดู ฟาสแอนด์อัพ รีโหลด (Fast&Up Reload) เม็ดฟู่ที่รวมแร่ธาตุทั้งโซเดียม 180 มิลลิกรัมต่อเม็ด โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม พร้อมวิตามินซีและวิตามินบี 12 มีคาร์โบไฮเดรตจากมอลโทเดกซ์ทรินและฟรุกโตส ให้พลังงาน 13 กิโลแคลอรีต่อเม็ด พกไปชงดื่มหลังวิ่ง เล่นคาร์ดิโอ หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ง่าย มีให้เลือก 3 รส ได้แก่ เลมอนไลม์ พีชที และโคล่า

  • วิธีรับประทาน : หย่อน 1 เม็ดลงในน้ำ 250 มิลลิลิตร รอประมาณ 1 นาทีให้ละลายหมดก่อนดื่ม
  • ราคาปกติ : 1 หลอด 20 เม็ด 500 บาท

4. เครื่องดื่มเกลือแร่ผสมวิตามิน Amino Vital Water Charge

Amino-Vital-Water-Charge

ภาพจาก : Amino Mall

          นักวิ่งที่อยากได้มากกว่าน้ำกับเกลือแร่ น่าจะชอบ อะมิโน ไวทัล วอเตอร์ชาร์จ (Amino Vital Water Charge) จากอายิโนะโมะโต๊ะ ผงชงกลิ่นองุ่นที่ใส่กรดอะมิโน BCAA 700 มิลลิกรัมต่อซอง ควบคู่กับแร่ธาตุ 5 ชนิด ได้แก่ โซเดียม โพแทสเซียม คลอไรด์ แคลเซียม และแมกนีเซียม ซึ่ง BCAA เป็นกรดอะมิโนจำเป็นกลุ่มที่ร่างกายนำไปใช้สร้างโปรตีนในกล้ามเนื้อ ส่วนพลังงานก็เบาเพียง 30 กิโลแคลอรีต่อซอง ซองเล็ก เหน็บกระเป๋าวิ่งได้สบาย ฉีกเทลงขวดน้ำได้ทันทีหลังเข้าเส้นชัย

  • วิธีรับประทาน : ผสมผง 1 ซองกับน้ำสะอาด 500 มิลลิลิตรในขวด เขย่าให้ละลายเข้ากัน แล้วดื่มทันที โดย 1 ซองชงได้ 2 แก้ว และดื่มไม่เกินวันละ 1 ซอง
  • ราคาปกติ : 1 แพ็ก 14 ซอง 280 บาท

5. เครื่องดื่มเกลือแร่ Sponsor Isotonic Less Sugar Calamansi

เครื่องดื่มเกลือแร่ Sponsor Calamansi

ภาพจาก : TCP Online

          เติมความสดชื่นด้วยรสเปรี้ยวแบบส้มจี๊ดกับ สปอนเซอร์ ไอโซโทนิก เลสชูการ์ กลิ่นคาลามันซี (Sponsor Isotonic Less Sugar Calamansi) สูตรลดน้ำตาลที่ยังมีซูโครสและกลูโคส พร้อมเกลือแร่ โดยให้โซเดียม 211 มิลลิกรัมต่อขวด โพแทสเซียม 45 มิลลิกรัม ขนาดกะทัดรัด พกไปดื่มหลังวิ่งหรือเข้ายิมได้สะดวก และหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อเช่นเดียวกับสปอนเซอร์รุ่นอื่น ๆ

  • วิธีรับประทาน : จิบระหว่างและหลังออกกำลังกาย 
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 420 มล. (ยกลัง 12 ขวด) 180 บาท

6. เครื่องดื่มเกลือแร่ Royal-D ชนิดผง

เครื่องดื่มเกลือแร่ Royal-D ชนิดผง

ภาพจาก : ROYAL-D

          สายคุ้มและพกง่ายน่าจะชอบ รอแยล-ดี (Royal-D) ผงเกลือแร่ที่อยู่ในกระเป๋านักกีฬามาหลายรุ่น มีส่วนผสมหลักเป็นกลูโคส โซเดียม โพแทสเซียม และซิเตรต ให้ทั้งเกลือแร่และพลังงานในซองเดียว สลับรสได้ไม่เบื่อ ทั้งส้ม องุ่น สตรอว์เบอร์รี และผลไม้รวม แพ็ก 10 ซองใส่กระเป๋าไปฟิตเนสหรือที่ทำงานก็ไม่เกะกะ พอเหงื่อออกเยอะก็ฉีกซองชงได้ทันที

  • วิธีรับประทาน : ใช้ผงเกลือแร่ 1 ซองต่อน้ำสะอาดประมาณ 150-250 มิลลิลิตร 
  • ราคาปกติ : 1 กล่อง 10 ซอง (แพ็ก 3 กล่อง รวม 30 ซอง) 210 บาท

7. เครื่องดื่มเกลือแร่ชนิดผง Neo-Lyte

เครื่องดื่มเกลือแร่ชนิดผง Neo-Lyte

ภาพจาก : ROYAL-D

          ถ้าอยากได้ผงเกลือแร่ที่มีวิตามินในซองเดียว นีโอ-ไลต์ (Neo-Lyte) กลิ่นส้ม น่าสนใจไม่น้อย สูตรนี้มีกลูโคสเป็นแหล่งพลังงาน คู่กับโซเดียม ซิเตรต และโพแทสเซียม แล้วเสริมวิตามินซี 60 มิลลิกรัม พร้อมวิตามินบี 1 บี 2 และบี 6 อย่างละ 0.15 มิลลิกรัม ซองละ 25 กรัม มีให้เลือกทั้งกล่อง 25 ซองและ 50 ซอง เหมาะกับคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือต้องเดินทางไกลและอยากพกเกลือแร่ติดกระเป๋าไว้ใช้ยามเหงื่อออกมาก

  • วิธีรับประทาน : 1 ซอง ผสมกับน้ำ 250 มล. 
  • ราคาปกติ : 1 กล่อง 25 ซอง 150 บาท / 50 ซอง 300 บาท 

เครื่องดื่มเกลือแร่ ควรดื่มตอนไหน

          เครื่องดื่มเกลือแร่ควรดื่มในวันที่เหงื่อออกมาก ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังออกกำลังกาย โดยเฉพาะเมื่อออกกำลังกายหนักนานกว่าประมาณ 1 ชั่วโมง วิธีที่ได้ผลคือค่อย ๆ จิบเป็นระยะระหว่างทาง แทนการดื่มรวดเดียวทีเดียวหลังเสร็จ ส่วนวันที่ออกกำลังกายเบา ๆ น้ำเปล่าก็เพียงพอ

          อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือจำนวนที่ดื่มต่อวัน ซึ่งฉลากแต่ละยี่ห้อมักระบุไว้ เช่น ผงเกลือแร่บางยี่ห้อกำหนดไม่เกินวันละ 1-2 ซอง จึงควรทำตามฉลากของสินค้าที่เลือกด้วย

ดื่มเกลือแร่ทุกวันได้ไหม

ดื่มเกลือแร่ทุกวันได้ไหม

          การดื่มเกลือแร่ไม่ได้จำเป็นสำหรับคนส่วนใหญ่ เพราะแค่กินอาหารครบมื้อ ร่างกายก็ได้โซเดียมเพียงพอ บางครั้งก็มากเกินด้วยซ้ำ หากเราดื่มเกลือแร่ทั้งที่ไม่ได้เสียเหงื่อมากจึงเท่ากับเติมโซเดียมและน้ำตาลโดยไม่ได้ประโยชน์ ดังนั้น เก็บไว้ดื่มในวันที่เหงื่อออกหนักจริง ๆ จะคุ้มกว่า

ใครไม่ควรดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่

          แม้จะเป็นเครื่องดื่มที่หาซื้อง่าย แต่คนบางกลุ่มควรระวังหรือปรึกษาแพทย์ก่อนดื่ม ได้แก่

  • เด็ก : ฉลากเครื่องดื่มเกลือแร่กำหนดชัดว่าไม่ควรรับประทาน
  • หญิงตั้งครรภ์ : บางยี่ห้อระบุว่าไม่ควรดื่ม ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ป่วยโรคไต : ไตที่ทำงานบกพร่องอาจขับโพแทสเซียมออกได้ไม่ดี
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือผู้ที่ต้องจำกัดโซเดียม : โซเดียมเพิ่มเติมอาจทำให้คุมโรคได้ยากขึ้น
  • ผู้ที่ใช้ยาขับปัสสาวะหรือยาลดความดันบางกลุ่ม : ยาบางชนิดมีผลต่อระดับโพแทสเซียม ควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร
  • ผู้ป่วยเบาหวาน : โดยเฉพาะสูตรที่มีน้ำตาลอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ถ้าจำเป็นต้องดื่มควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกสูตรที่เหมาะสม

ข้อควรระวังในการดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่

          นอกจากเลือกสูตรเครื่องดื่มเกลือแร่ให้เหมาะกับกิจกรรมแล้ว ควรดื่มตามคำแนะนำบนฉลาก และเช็กข้อควรระวังต่อไปนี้ด้วย

  • อ่านฉลากก่อนดื่ม ทั้งส่วนประกอบ วิธีใช้ คำเตือน และปริมาณสูงสุดที่แนะนำต่อวัน โดยไม่ดื่มเกินจำนวนที่ระบุไว้
  • สำหรับแบบผงหรือเม็ดฟู่ควรชงตามสัดส่วนที่กำหนด โดยใช้น้ำสะอาดตามปริมาณบนฉลาก ไม่เพิ่มหรือลดน้ำเอง และไม่เปลี่ยนไปชงกับนมหรือน้ำผลไม้ เว้นแต่คำแนะนำของผลิตภัณฑ์ระบุว่าทำได้
  • ระวังสารให้ความหวานบางชนิด ทั้งสูตรลดน้ำตาลหรือไม่มีน้ำตาลที่ใช้สารให้ความหวานกลุ่มน้ำตาลแอลกอฮอล์ เช่น ซอร์บิทอลหรือแมนนิทอล อาจทำให้ท้องอืด ปวดท้อง หรือถ่ายเหลวในบางคน โดยเฉพาะเมื่อได้รับมากไป
  • คนที่แพ้อาหารควรตรวจส่วนประกอบให้ละเอียด อ่านทั้งรายการส่วนประกอบและข้อมูลสารก่อภูมิแพ้ และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมซึ่งตนเองแพ้  
  • คนที่เป็นโรคไต หรือได้รับคำสั่งให้จำกัดน้ำ โซเดียม หรือโพแทสเซียม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่ม เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละสูตรมีปริมาณเกลือแร่ต่างกัน และอาจไม่เหมาะกับข้อจำกัดของแต่ละคน  
  • หากมีอาการผิดปกติหลังดื่ม เช่น ใจสั่นซ้ำ ๆ หรือถ่ายเหลวต่อเนื่อง ควรหยุดและประเมินอาการ  แต่ถ้ามีอาการหายใจลำบาก ปากหรือลิ้นบวม หรือใจสั่นร่วมกับเจ็บหน้าอกหรือเป็นลม ควรรีบพบแพทย์ทันที
          สำหรับคำถามที่ว่า เครื่องดื่มเกลือแร่ ยี่ห้อไหนดี คงต้องเลือกจากกิจกรรมและความต้องการของแต่ละคนเป็นหลัก พร้อมดูปริมาณโซเดียม น้ำตาล และวิธีดื่มบนฉลากประกอบกัน ส่วนจะเลือกแบบพร้อมดื่ม ผงชง หรือเม็ดฟู่ ก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของเราด้วย

บทความที่เกี่ยวข้องกับวิตามินและเกลือแร่

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
7 เครื่องดื่มเกลือแร่ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 สายออกกำลังกายเลือกแบบไหน ท้องเสียดื่มได้ไหม ? อัปเดตล่าสุด 27 ตุลาคม 2569 เวลา 10:41:54
TOP
x close