เกลือแร่ แก้ท้องเสีย VS ออกกำลังกาย ต่างกันตรงไหน ?



          เกลือแร่ เลือกให้ดี ดื่มให้เป็น เพราะถ้าท้องเสียจะไปดื่มเกลือแร่ที่ดื่มหลังออกกำลังกายไม่ได้นะ

          หน้าร้อนมาเยือนอย่างเต็มตัว แทบจะไม่อยากกระดิกตัวออกไปไหน เพราะแค่เดินออกไปรับไอแดดตรงประตูตอนเที่ยงวัน หรือออกกำลังกายเบา ๆ เหงื่อก็ไหลออกมาเป็นทาง รวมไปถึงหน้าร้อนเมื่อไรการเลือกกินอาการยิ่งต้องมีความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เนื่องจากฤดูร้อนเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ส่งผลให้อาหารเกิดการบูดเน่าเสียได้ง่าย เช่น โรคบิด โรคท้องร่วง และอหิวาตกโรค
           
          สิ่งหนึ่งถ้าหากเราเพิ่งออกกำลังกายมา หรือเกิดท้องเสีย "เกลือแร่" ถือเป็นตัวช่วยอันดับต้น ๆ ที่เราจะเลือกหามากินทดแทนเหงื่อหรือน้ำที่เสียไปจากร่างกาย แต่เราทราบหรือไม่ว่าเกลือแร่ที่ดื่มตอนออกกำลังกาย กับดื่มตอนท้องเสียนั้นมีความแตกต่างกัน
           
          โดยทั่วไปเกลือแร่ในท้องตลาดมีอยู่ 2 ประเภท คือ เกลือแร่สำหรับคนที่ท้องเสีย (Oral Rehydration Salt ย่อว่า ORS) กับเกลือแร่สำหรับผู้ที่เสียเหงื่อจากการออกกำลังกาย (Oral Rehydration Therapy ย่อว่า ORT)

เกลือแร่

          เกลือแร่สำหรับคนที่ท้องเสีย จะเป็นชนิดผงน้ำตาลเกลือแร่หรือที่เรียกว่าผงโออาร์เอส (Oral Rehydration Salt ย่อว่า ORS) การเสียน้ำจากอาการท้องเสีย เป็นภาวะที่ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่ในทันที เพราะฉะนั้นร่างกายของเราจึงต้องการน้ำและเกลือแร่มาทดแทน ซึ่งแตกต่างจากการเสียน้ำหรือเสียเหงื่อจากการออกกำลังกาย ที่ร่างกายจะเสียน้ำและน้ำตาลเป็นหลัก โดยจะเสียเกลือแร่ในปริมาณที่น้อยมาก

เกลือแร่

          นายศิรพัชร ตระกูลพัฒนกร หรือ โค้ชเบส นักวิทยาศาสตร์การกีฬา จากเครือข่ายคนไทยไร้พุง สสส. ได้ให้ความรู้ในการดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับออกกำลังกายว่า "หากจะดื่มเกลือแร่สำหรับออกกำลังกาย อาจต้องดูจากปริมาณเหงื่อที่สูญเสียไป อุณหภูมิ และจำนวนเวลาที่ออกกำลังกาย เพราะต้องดูก่อนว่าตนเองออกกำลังกายหนักขนาดไหน ดูปริมาณเหงื่อ ถ้าเหงื่อออกมาก เราถึงจะเลือกเครื่องดื่มเกลือแร่ทดแทน เช่น คนที่วิ่งมาราธอน, เล่นคาร์ดิโอ 45 นาที เป็นต้น แต่ต้องดูปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มเกลือแร่แต่ละยี่ห้อด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตออกมาเพื่อความอร่อยทำให้มีรสหวาน และถ้าเราออกกำลังกายไม่ถึง หมายความว่า ร่างกายยังไม่ได้เสียน้ำและน้ำตาลออกมาจนเกินไป แล้วไปกินเกลือแร่ ยิ่งจะทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากขึ้น จนส่งผลให้เกิดความอ้วน จึงขอแนะนำให้เลือกดื่มน้ำเปล่า เพราะการดื่มน้ำเปล่าก็สามารถทดแทนได้เช่นกัน"

          จากความแตกต่างดังกล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าถ้าเป็นเกลือแร่สำหรับผู้ที่มีอาการท้องเสีย ปริมาณเกลือแร่หรือปริมาณโซเดียมจะสูงกว่า ส่วนเกลือแร่สำหรับผู้ที่เสียเหงื่อจากการออกกำลังกาย จะมีปริมาณน้ำตาลจะสูงกว่า

เกลือแร่

          หากเกิดอาการท้องเสีย แต่ไปจิบน้ำเกลือแร่สำหรับผู้ที่เสียเหงื่อจากการออกกำลังกายจะยิ่งเป็นการกระตุ้นทำให้เกิดอาการท้องเสียได้มากขึ้น เนื่องจากเครื่องดื่มชนิดนี้จะมีปริมาณน้ำตาลและเกลือแร่บางชนิดที่สูงกว่า ทำให้ร่างกายดึงน้ำเข้ามาในทางเดินอาหาร ส่งผลให้ลำไส้บีบตัวมากขึ้นกระตุ้นการถ่ายเหลวมากขึ้น

          ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกใช้เกลือแร่ ควรพิจารณาให้ดีก่อนว่าเกลือแร่นั้นเป็นเกลือแร่สำหรับผู้ที่ท้องเสีย หรือเกลือแร่สำหรับผู้ที่เสียเหงื่อจากการออกกำลังกาย เพราะถ้าเลือกกินไม่ถูก มีอาการท้องเสีย แต่ไปดื่มเกลือแร่สำหรับออกกำลัง นอกจากไม่หาย อาการอาจทรุดกว่าเดิมอีกด้วย ทางที่ดีทุกคนควรออกกำลังกายให้เหมาะสม ในสภาพอากาศที่ไม่ร้อนจนเกินไป และที่สำคัญอย่าลืมยึดหลักปฏิบัติในชีวิตประจำวันง่าย ๆ ที่ สสส. เคยบอกไว้ว่า "กินร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือ" ด้วยนะคะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เรื่องโดย : พัชรี  บอนคำ team content www.thaihealth.or.th

คิดอย่างไรกับเรื่อง: เกลือแร่ แก้ท้องเสีย VS ออกกำลังกาย ต่างกันตรงไหน ? ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
เกลือแร่ แก้ท้องเสีย VS ออกกำลังกาย ต่างกันตรงไหน ? โพสต์เมื่อ 27 เมษายน 2560 เวลา 15:22:20 5,546 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP