
โอเมก้า 3 คืออะไร
พบในอาหารชนิดไหนบ้าง ?

กรดไขมัน EPA (Eicosapentaenoic Acid)
กรดไขมัน DHA (Docosahexaenoic Acid)
กรดไขมัน ALA (Alpha-Linolenic Acid)
โอเมก้า 3 ช่วยอะไร
ประโยชน์จากกรดไขมันชนิดดี

- ช่วยดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด โดยมีส่วนช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด และสนับสนุนการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด จึงอาจช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ
- เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมองและระบบประสาท โดยเฉพาะ DHA ซึ่งมีบทบาทต่อการทำงานของสมอง การเรียนรู้ และความจำ
- ช่วยดูแลสุขภาพดวงตา เนื่องจาก DHA เป็นองค์ประกอบสำคัญของจอประสาทตา และมีส่วนช่วยให้ระบบการมองเห็นทำงานได้ตามปกติ โดยมีการศึกษาพบว่า คนที่รับประทานโอเมก้า 3 มากขึ้น อาจมีความเสี่ยงต่ำที่จะเกิดจอประสาทตาเสื่อมตามอายุเมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้รับประทานโอเมก้า 3 มากพอ
- มีส่วนช่วยในการพัฒนาสมองและการมองเห็นของทารกในครรภ์และเด็กเล็ก
- ช่วยสนับสนุนการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย เนื่องจากโอเมก้า 3 เป็นส่วนประกอบสำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์
- มีคุณสมบัติเกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อการอักเสบของร่างกาย จึงอาจช่วยบรรเทาอาการบางอย่างของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้ในบางราย เมื่อใช้ร่วมกับการดูแลรักษาตามคำแนะนำของแพทย์
โอเมก้า 3 กับ น้ำมันปลา
เหมือนกันไหม
- โอเมก้า 3 (Omega-3) คือ สารอาหารในกลุ่มกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายต้องการ แต่ไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้เพียงพอ จึงต้องได้รับจากอาหารหรืออาหารเสริม
- น้ำมันปลา (Fish Oil) คือ น้ำมันที่สกัดจากปลาหรือส่วนต่าง ๆ ของปลา โดยมีโอเมก้า 3 โดยเฉพาะกรดไขมัน EPA และ DHA เป็นส่วนประกอบสำคัญ
วิธีเลือกซื้อโอเมก้า 3
ให้เหมาะกับตัวเอง

- ตรวจสอบปริมาณ EPA และ DHA ที่ได้รับจริง : ไม่ใช่ดูเฉพาะปริมาณน้ำมันปลา เพราะน้ำมันปลา 1,000 มิลลิกรัม ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับโอเมก้า 3 เต็ม 1,000 มิลลิกรัมเสมอไx เช่น น้ำมันปลา 1,000 มิลลิกรัม ที่ให้ EPA 180 มิลลิกรัม และ DHA 120 มิลลิกรัม จะได้รับโอเมก้า 3 รวม 300 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่พบได้บ่อยในผลิตภัณฑ์ทั่วไป
- เลือกสัดส่วน EPA และ DHA ให้ตรงกับความต้องการ :
- สูตรที่มี DHA สูงกว่า EPA เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริม DHA เพื่อดูแลสมอง ระบบประสาท และดวงตา
- สูตรที่มี EPA และ DHA ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน เหมาะสำหรับการรับประทานเพื่อเสริมโอเมก้า 3 ในชีวิตประจำวัน
- เลือกแหล่งที่มาของโอเมก้า 3 ให้เหมาะกับตัวเอง :
- โอเมก้า 3 จากสาหร่ายหรือพืช เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่กินเจ กินมังสวิรัติ หรือหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากปลา
- พิจารณารูปแบบของโอเมก้า 3 : โดยโอเมก้า 3 ในท้องตลาดมีหลายรูปแบบ เช่น
- EE (Ethyl Ester) : เป็นรูปแบบที่ผ่านกระบวนการเพิ่มความเข้มข้นของโอเมก้า 3 จึงให้ความเข้มข้นสูง แต่ร่างกายอาจดูดซึมได้ช้ากว่า
- rTG (Re-esterified Triglyceride) : เป็นรูปแบบที่ผ่านการปรับโครงสร้างและได้รับความนิยมในผลิตภัณฑ์โอเมก้า 3 เข้มข้น เพราะให้ความเข้มข้นสูงและดูดซึมได้ดีกว่า แต่ราคามักสูงตามไปด้วย
- ตรวจสอบส่วนประกอบอื่นในผลิตภัณฑ์ : บางผลิตภัณฑ์มีการเสริมสารอาหารอื่นร่วมด้วย เช่น วิตามินอี วิตามินบี หรือโคเอนไซม์คิวเท็น (CoQ10) ซึ่งอาจช่วยเพิ่มความสะดวกในการได้รับสารอาหารหลายชนิดในผลิตภัณฑ์เดียว
- ตรวจสอบส่วนประกอบและสารก่อภูมิแพ้ : โอเมก้า 3 แต่ละผลิตภัณฑ์อาจใช้วัตถุดิบแตกต่างกัน ทั้งน้ำมันปลา น้ำมันสาหร่าย หรือสารสกัดจากพืช รวมถึงอาจมีส่วนผสมอื่นเพิ่มเติม เช่น ถั่วเหลือง นม ไข่ กลูเตน หรือน้ำผึ้ง ดังนั้นควรอ่านฉลากผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยงส่วนประกอบที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้
- เลือกขนาดและรูปแบบที่รับประทานสะดวก :
- แคปซูลขนาดเล็ก กลืนง่ายกว่า แต่อาจต้องรับประทานหลายเม็ดเพื่อให้ได้ปริมาณโอเมก้า 3 ตามต้องการ
- ตรวจสอบมาตรฐานการผลิตและการรับรอง : ควรเลือกผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตที่มีมาตรฐานการผลิตที่น่าเชื่อถือ และมีการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากปลาทะเล
- เลือกบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ : เนื่องจากโอเมก้า 3 ไวต่อแสง ความร้อน และอากาศ จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่บรรจุในขวดสีชา ภาชนะทึบแสง หรือแผงฟอยล์แยกเม็ด เพื่อช่วยลดการเสื่อมสภาพของน้ำมัน
- ตรวจสอบวันหมดอายุและสภาพบรรจุภัณฑ์ : ก่อนซื้อควรตรวจสอบวันหมดอายุ รวมถึงความเรียบร้อยของบรรจุภัณฑ์ ขวดต้องปิดสนิท ไม่มีรอยรั่ว รอยแตก หรือฟอยล์ปิดผนึกชำรุด
โอเมก้า 3 ยี่ห้อไหนดี ปี 2026
1. Mamarine Senior Omega-3

ภาพจาก : mamarinethailand.com
- วิธีรับประทาน : ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง เวลาใดก็ได้
- ราคาปกติ : 1 ขวด 60 แคปซูล 600 บาท
2. CEO Factory Omega 3 Triple EPA

ภาพจาก : CEOFactoryShop
โอเมก้า 3 ทริปเปิ้ล ซีอีโอ แฟคตอรี่ เอ็กซ์ 3 ซี (OMEGA 3 TRIPLE CEO FACTORY X 3C) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโอเมก้า 3 จากน้ำมันปลาที่ผลิตในประเทศเกาหลีใต้ โดย 1 ซอฟต์เจล ให้ EPA 540 มิลลิกรัม และ DHA 360 มิลลิกรัม หรือรวมโอเมก้า 3 สูงถึง 900 มิลลิกรัม พร้อมวิตามินอี 6 มิลลิกรัม เพื่อช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของน้ำมันปลา
- วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร
- ราคาปกติ : 1 กล่อง 30 แคปซูล 690 บาท / 60 แคปซูล 1,190 บาท
3. NOW FOODS Omega 3 Fish Oil DHA-500

ภาพจาก : nowfoodsthailand.com
- วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร
- ราคาปกติ : 1 ขวด 90 แคปซูล 1,215 บาท / 180 แคปซูล 2,385 บาท
4. VISTRA OMEGA CONCENTRATE X3 RTG

ภาพจาก : vistra.co.th
- วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร
- ราคาปกติ : 1 ขวด 30 แคปซูล 690 บาท
5. Blackmores Plant-Based Omega-3 ALA + DHA & EPA

ภาพจาก : Blackmores Official Shop
- วิธีรับประทาน : ครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 1 ครั้ง พร้อมอาหาร
- ราคาปกติ : 1 ขวด 60 แคปซูล 790 บาท
6. Tomin Omega-3 DHA & EPA + CoQ10

ภาพจาก : Tomin Mall
- วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร
- ราคาปกติ : 1 ขวด 30 แคปซูล 890 บาท
7. Korea Eundan Vegan rTG Omega3

ภาพจาก : Koreaeundan Thailand
- วิธีรับประทาน : วันละ 1-2 แคปซูล พร้อมหรือหลังอาหาร
- ราคาปกติ : 1 กล่อง 30 แคปซูล 490 บาท
8. LIVMORE Focus EPA

ภาพจาก : Livmore_thailand
- วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมหรือหลังอาหาร
- ราคาปกติ : 1 ขวด 30 แคปซูล 1,300 บาท
โอเมก้า 3 กินตอนไหนดีที่สุด
โอเมก้า 3 กินทุกวันได้ไหม

ข้อควรระวังในการรับประทานโอเมก้า 3
- ควรอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ คำเตือน และวิธีรับประทานให้ละเอียดก่อนใช้ทุกครั้ง
- แนะนำให้รับประทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหาร เพื่อลดอาการระคายเคืองทางเดินอาหาร
- ในช่วงแรกของการรับประทาน อาจพบอาการเรอ กลิ่นคาวปลาในปาก คลื่นไส้ หรือไม่สบายท้องได้ในบางราย
- ไม่ควรรับประทานเกินปริมาณที่แนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์หรือคำแนะนำของแพทย์
- ควรตรวจสอบปริมาณโอเมก้า 3 ที่ได้รับจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดอื่นร่วมด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับในปริมาณสูงเกินความจำเป็น
- เด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือกำลังรับประทานยาเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโอเมก้า 3
- คนที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด เช่น วาร์ฟาริน หรือแอสไพริน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน เนื่องจากโอเมก้า 3 อาจส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด
- คนที่กำลังจะเข้ารับการผ่าตัดหรือทำหัตถการทางทันตกรรม ควรแจ้งแพทย์หรือทันตแพทย์ว่ากำลังรับประทานโอเมก้า 3 อยู่ เพื่อให้แพทย์พิจารณาความเหมาะสมก่อนทำหัตถการ
- คนที่แพ้ปลาหรืออาหารทะเล ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบก่อนรับประทาน หรือเลือกผลิตภัณฑ์โอเมก้า 3 ที่สกัดจากสาหร่ายหรือพืช
- ระวังการรับประทานโอเมก้า 3 ร่วมกับสมุนไพรหรืออาหารเสริมบางชนิด ซึ่งอาจเสริมฤทธิ์กัน เช่น ขมิ้นชัน ขิง แปะก๊วย
- หากมีอาการผิดปกติหลังรับประทาน เช่น ผื่นคัน หน้าบวม ริมฝีปากบวม หรือหายใจลำบาก ควรหยุดใช้และรีบปรึกษาแพทย์
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และควรรับประทานอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่เป็นประจำควบคู่ไปด้วย
บทความที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันปลาและโอเมก้า 3
- น้ำมันปลา กินก่อนนอนได้ไหม เลือกยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ให้ได้โอเมก้า 3 ครบทั้ง EPA และ DHA
- 6 เคล็ดลับกินน้ำมันปลาให้ได้ประโยชน์จริงไม่จกตา รับโอเมก้า 3 แบบเต็ม ๆ
- น้ำมันปลาไม่ควรกินคู่กับอะไร กินคู่กับวิตามินซีได้ไหม ควรกินตอนไหนให้ได้ประโยชน์
- ปลาที่มีโอเมก้า 3 สูง ช่วยลดไขมันร้าย เติมไขมันดีจากปลาชนิดไหนได้บ้าง
- อาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง มีอะไรบ้าง ไม่ต้องกินแต่ปลาก็ได้ !






