น้ำมันปลา กินก่อนนอนได้ไหม เลือกยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ให้ได้โอเมก้า 3 ครบทั้ง EPA และ DHA

          น้ำมันปลา ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ช่วยเติมกรดไขมันโอเมก้า 3 ทั้ง EPA และ DHA ให้ร่างกาย พร้อมไขข้อสงสัย… น้ำมันปลา กินก่อนนอนได้ไหม
น้ำมันปลา fish oil

          น้ำมันปลา ยังคงเป็นหนึ่งในอาหารเสริมยอดฮิตของคนรักสุขภาพ ในปี 2026 เพราะอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 อย่าง EPA และ DHA ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบหัวใจ สมอง สายตา และระบบหลอดเลือด แต่ก็ยังมีคำถามคาใจหลายคนว่า น้ำมันปลา กินก่อนนอนได้ไหม หรือ น้ำมันปลา กินตอนไหนดี วันนี้เราเลยชวนทุกคนมาไขข้อข้องใจ พร้อมแจกไกด์วิธีเลือกซื้อ รวมถึงบอกต่อ น้ำมันปลา ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ให้พิจารณากันค่ะ

น้ำมันปลา ช่วยอะไร 
กับประโยชน์ดี ๆ ที่ควรรู้

น้ำมันปลา ช่วยอะไร

          ก่อนจะไปอ่านรีวิวน้ำมันปลา ลองมาทำความเข้าใจประโยชน์ดี ๆ ของน้ำมันปลากันสักนิด โดยน้ำมันปลาเป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งจัดเป็นไขมันชนิดดีที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ แต่ไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จึงต้องได้รับจากอาหารเป็นหลัก เช่น ปลาทะเล

          ในน้ำมันปลาจะมีกรดไขมันโอเมก้า 3 สำคัญอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ EPA (Eicosapentaenoic Acid) และ DHA (Docosahexaenoic Acid) ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้น้ำมันปลามีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน ดังนี้

  • หัวใจและหลอดเลือด : กรดไขมันโอเมก้า 3 ทั้ง EPA และ DHA มีส่วนช่วยดูแลระดับไขมันบางชนิดในเลือด เช่น ไตรกลีเซอไรด์ ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และเป็นส่วนหนึ่งของโภชนาการเพื่อสุขภาพหัวใจ

  • สมองและระบบประสาท : DHA เป็นองค์ประกอบสำคัญของเนื้อสมองและเซลล์ประสาท การได้รับโอเมก้า 3 อย่างเพียงพอจึงอาจมีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของสมองในระยะยาว

  • ดวงตา : DHA ยังเป็นส่วนประกอบของจอประสาทตา น้ำมันปลาจึงอาจมีส่วนช่วยคงสภาพการทำงานของดวงตาให้เป็นปกติ

  • ระบบภูมิคุ้มกัน : กรดไขมันจำเป็นอย่างโอเมก้า 3 มีบทบาทต่อการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย รวมถึงระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งน้ำมันปลาอาจมีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันตามปกติ

  • สุขภาพผิว : ไขมันจำเป็นเป็นองค์ประกอบหนึ่งของโครงสร้างเซลล์ผิว และมีส่วนช่วยรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว

  • พัฒนาการของทารก : คุณแม่ที่ได้รับโอเมก้า 3 อย่างเพียงพอในช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร อาจมีส่วนช่วยสนับสนุนพัฒนาการของสมองและระบบประสาทของทารก

  • กระบวนการอักเสบของร่างกาย : โอเมก้า 3 มีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานตามธรรมชาติของร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ทำให้ร่างกายสามารถจัดการกับกระบวนการอักเสบได้อย่างเหมาะสม

          เมื่อรู้แล้วว่าน้ำมันปลามีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายด้าน แล้วน้ำมันปลาควรกินตอนไหนล่ะ กินก่อนนอนได้ไหม เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้ดีและได้ประโยชน์สูงสุด มาหาคำตอบกัน

น้ำมันปลากินตอนไหน 
กินก่อนนอนได้ไหม

          น้ำมันปลากินตอนไหนดีที่สุด คำตอบคือ ควรกินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมกรดไขมันโอเมก้า 3 ได้ดี และลดอาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ หรือเรอเป็นกลิ่นคาวปลา โดยสามารถรับประทานได้ทั้งมื้อเช้า กลางวัน หรือเย็น

          ส่วนคำถามที่ว่า น้ำมันปลากินก่อนนอนได้ไหม หากเป็นช่วงท้องว่างก่อนนอน ไม่แนะนำค่ะ เพราะอาจทำให้รู้สึกไม่สบายท้องในบางคน แต่ถ้าเป็นการรับประทานหลังอาหารมื้อเย็นหรือมื้อดึกแล้ว สามารถกินน้ำมันปลาได้ตามปกติ ถือเป็นการกินหลังอาหารเช่นเดียวกัน

วิธีเลือกซื้อน้ำมันปลา
ให้ได้คุณภาพดี

น้ำมันปลา กินตอนไหนดีที่สุด

          การเลือกน้ำมันปลาไม่ควรดูแค่ยี่ห้อหรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเหมาะกับการรับประทานในระยะยาว ดังนี้

  • พิจารณาปริมาณกรดไขมันโอเมก้า 3 (EPA และ DHA) ต่อแคปซูล : แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มี EPA + DHA รวมกันอย่างน้อย 300-500 มิลลิกรัมต่อแคปซูล ทั้งนี้ แบรนด์ส่วนใหญ่มักออกแบบสูตรให้มี EPA มากกว่า DHA แต่บางแบรนด์อาจเน้น DHA สูงกว่า ซึ่งตอบโจทย์การดูแลสุขภาพที่แตกต่างกัน คือ

    • EPA เน้นการดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด และเรื่องอักเสบในร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ หรือผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพทั่วไป

    • DHA เน้นการดูแลสมอง ระบบประสาท รวมถึงจอประสาทตาและสายตา เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้สมองมาก หรือผู้ที่ต้องการดูแลเรื่องความจำและการทำงานของระบบประสาทเป็นพิเศษ

  • พิจารณาปริมาณน้ำมันปลาที่ต้องการต่อเม็ด 

    • เม็ดละ 1,000 มิลลิกรัม : เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการรับประทานหลายเม็ด และต้องการได้รับโอเมก้า 3 ในปริมาณสูงต่อวัน

    • เม็ดละ 500 มิลลิกรัม : มีขนาดเม็ดเล็กกว่า เหมาะกับคนที่มีปัญหาในการกลืนแคปซูล หรือไม่ต้องการโอเมก้า 3 ในปริมาณสูงมาก รวมถึงคนที่ต้องการแบ่งรับประทานวันละ 2 เม็ด เพื่อให้ได้วันละ 1,000 มิลลิกรัม 

  • เลือกแหล่งที่มาของปลา : ควรเป็นน้ำมันปลาที่สกัดจากปลาทะเลน้ำลึก เช่น แซลมอน ซาร์ดีน แมคเคอเรล หรือทูน่า ซึ่งเป็นปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง และมีโอกาสสะสมสารปรอทน้อยกว่าปลาขนาดใหญ่บางชนิด

  • มีวิตามินอีในปริมาณเหมาะสม : น้ำมันปลาที่มีการเติมวิตามินอีเล็กน้อย จะช่วยชะลอการเหม็นหืน และช่วยรักษาคุณภาพของน้ำมันปลาให้คงตัวได้นานขึ้น

  • พิจารณาบรรจุภัณฑ์ที่เลือกใช้

    • ขวดแก้วสีชา : ช่วยป้องกันแสงและอากาศได้ดี ทำให้น้ำมันปลาคงคุณภาพได้นานกว่า

    • บรรจุแบบแผงแยกเม็ด : สามารถเปิดใช้ทีละเม็ดได้ ลดการปนเปื้อน พกพาสะดวก แต่หากเก็บไม่เหมาะสม อาจโดนแสงและอากาศได้มากกว่าขวดแก้วสีชา

  • ลือกตามรูปแบบแคปซูลที่ต้องการ

    • ซอฟต์เจล : กลืนง่าย เม็ดใหญ่ ดูดซึมได้ดี หากเคลือบมาดีจะไม่ค่อยมีกลิ่นคาว

    • แคปซูลแข็ง : มักมีขนาดเล็กกว่า บางคนอาจกลืนง่ายกว่า แต่ก็อาจมีกลิ่นคาวมากกว่าเล็กน้อย ดูดซึมช้ากว่า และมีราคาย่อมเยากว่า

  • เลือกขนาดบรรจุให้เหมาะกับการใช้งาน

    • ขวดเล็ก : เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มทดลองรับประทาน หรือกินไม่สม่ำเสมอ

    • ขวดใหญ่ : เหมาะกับคนที่รับประทานเป็นประจำ หรือมีหลายคนในครอบครัวรับประทานร่วมกัน ราคาต่อเม็ดจะถูกกว่า คุ้มค่าในระยะยาว

  • เลือกสูตรลดปัญหากลิ่นคาว : หากกังวลเรื่องกลิ่นคาวปากควรเลือกสูตรไร้กลิ่น (Odorless) หรือแบรนด์ที่ใช้แคปซูลชนิดพิเศษ ซึ่งช่วยลดปัญหาเรอเป็นกลิ่นคาวได้

  • ผ่านการตรวจสอบสารปนเปื้อน : ควรเลือกน้ำมันปลาที่ผ่านการตรวจสอบว่าไม่มีสารปนเปื้อน เช่น ปรอท หรือโลหะหนัก เพื่อความปลอดภัยในการรับประทานต่อเนื่อง

  • อ่านฉลากอย่างละเอียด : โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติแพ้ควรตรวจสอบส่วนผสมทั้งหมด เพื่อหลีกเลี่ยงสารที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้

  • มีมาตรฐานและการรับรองที่เชื่อถือได้ : เช่น GMP, HACCP และมีเลขที่จดแจ้งจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

  • ตรวจสอบวันผลิตและวันหมดอายุ : เนื่องจากน้ำมันปลาเป็นไขมันที่เสื่อมคุณภาพได้ง่าย ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่วันหมดอายุยังเหลืออีกนาน

  • อ่านคำเตือนและข้อบ่งใช้ทุกครั้ง : โดยเฉพาะผู้ป่วย หรือผู้ที่กำลังใช้ยาบางชนิด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลาก หรือปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

  • เลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ : ควรเลือกซื้อจากร้านขายยาที่มีเภสัชกรคอยให้คำแนะนำ ห้างสรรพสินค้าที่ได้มาตรฐาน หรือช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการของแบรนด์โดยตรง เพื่อความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

          หลังจากที่เราเข้าใจวิธีเลือกซื้อน้ำมันปลาเรียบร้อยแล้ว…คราวนี้ก็มาเช็กลิสต์น้ำมันปลายี่ห้อที่น่าสนใจในปีนี้กันเลย 

น้ำมันปลา ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

1. Inuvic FISH OIL OMEGA 3

น้ำมันปลา Inuvic FISH OIL OMEGA 3

ภาพจาก : Pharma World

          อินูวิค (INUVIC) น้ำมันปลา 1,000 มิลลิกรัม ขวดนี้นำเข้าจากประเทศไอซ์แลนด์ มาในรูปแบบซอฟต์เจลกลืนง่าย ในแต่ละแคปซูลให้กรดไขมัน EPA : DHA เท่ากับ 180 : 120 มิลลิกรัม และยังมีกรดไขมันอิ่มตัว 270 มิลลิกรัม ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ได้สูงมาก มาพร้อมกับวิตามินอี อีก 1.8 มิลลิกรัม แต่เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทานนะคะ

  • วิธีรับประทาน :  ครั้งละ 1 แคปซูล หลังมื้ออาหาร เช้าหรือเย็น

  • ราคาปกติ : 30 แคปซูล 660 บาท

2. Life best Fish Oil Mini Caps 500 mg.

น้ำมันปลา Life best Fish Oil Mini Caps 500 mg.

ภาพจาก : Life Best Official Store

          สำหรับคนที่มองหาน้ำมันปลา เม็ดเล็ก กลืนง่าย น้ำมันปลาจากแบรนด์ไลฟ์เบสต์ถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยสกัดจากปลาทะเลแหล่งธรรมชาติ มาในรูปแบบมินิแคปซูล ขนาด 500 มิลลิกรัม แม้เม็ดจะเล็ก แต่ยังให้กรดไขมันโอเมก้า 3 ครบถ้วน ทั้ง EPA 180 มิลลิกรัม และ DHA 120 มิลลิกรัม ทั้งนี้แนะนำให้รับประทานในช่วงเวลาเดิมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายดูดซึมและได้รับประโยชน์อย่างต่อเนื่อง

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร

  • ราคาปกติ : 30 แคปซูล 215 บาท

3. Now Foods Ultra Omega-3

น้ำมันปลา Now Foods Ultra Omega-3

ภาพจาก : nowfoodsthailand

          แบรนด์ดังจากประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีอาหารเสริมโอเมก้า 3 เช่นกัน อย่างกระปุกนี้เป็นน้ำมันปลา 1,000 มิลลิกรัม ที่ให้ EPA สูง 500 มิลลิกรัม และ DHA 250 มิลลิกรัม ซึ่งสูงกว่าที่ได้รับจากน้ำมันปลาทั่ว ๆ ไป กว่า 2 เท่า และใช้น้ำมันปลาที่ผ่านการกลั่นแยกระดับโมเลกุล ซึ่งช่วยคงคุณค่าสารอาหารไม่ให้สูญเสียไป กระปุกใหญ่ 180 แคปซูลนิ่ม เหมาะกับคนที่รับประทานเป็นประจำ

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมอาหารหรือหลังอาหาร

  • ราคาปกติ : 180 แคปซูล 3,750 บาท

4. KLARITY Omega-3 Norway Daily

น้ำมันปลา KLARITY Omega-3 Norway Daily

ภาพจาก : Klarity

          น้ำมันปลา 500 มิลลิกรัม จาก KLARITY พัฒนาสูตรและผลิตในประเทศนอร์เวย์ โดยสกัดจากปลาทะเลน้ำลึกในแหล่งธรรมชาติของนอร์เวย์ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความบริสุทธิ์ ช่วยลดกลิ่นคาว มาพร้อมกรดไขมันโอเมก้า 3 รวม 340 มิลลิกรัม ประกอบด้วย EPA 175 มิลลิกรัม และ DHA 125 มิลลิกรัม ผ่านการทดสอบจากห้องปฏิบัติการว่าปราศจากไมโครพลาสติก โลหะหนัก และสารปนเปื้อน บรรจุในรูปแบบซอฟต์เจลขนาดเล็ก รับประทานง่าย เหมาะสำหรับการเสริมโอเมก้า 3 เป็นประจำทุกวัน

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 ซอฟท์เจล พร้อมมื้ออาหารและดื่มน้ำตามมาก ๆ 

  • ราคาปกติ : 60 ซอฟต์เจล 850 บาท

5. น้ำมันปลาสุภาพโอสถ Fish Oil Omega-3 2x

น้ำมันปลาสุภาพโอสถ

ภาพจาก : สุภาพโอสถ

          น้ำมันปลาสุภาพโอสถ โอเมก้า-ทรี ทู เอกซ์ เป็นน้ำมันปลาสูตรเข้มข้นที่สกัดมาจากปลาในทะเลแปซิฟิก ซึ่งมี DHA และ EPA สูงตามธรรมชาติ ในแต่ละแคปซูลให้ EPA และ DHA เป็น 2 เท่า ประกอบด้วย EPA 360 มิลลิกรัม, DHA 240 มิลลิกรัม และกรดไขมันอิ่มตัวเพียง 50 มิลิลกรัม ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ จึงรับประทานได้ง่าย ทางแบรนด์บอกเลยว่า สามารถกัดตัวแคปซูลได้โดยไม่เหม็นหืนหรือเรอเป็นกลิ่นคาวปากด้วยค่ะ

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมอาหาร 

  • ราคาปกติ : 300 แคปซูล 700 บาท

6. MSP ฟิชออย-1000

น้ำมันปลา MSP ฟิชออย-1000

ภาพจาก : msp

          น้ำมันปลาจาก มิราเคิล สยาม โปรดักส์ (MSP) ขนาด 1,000 มิลลิกรัม สกัดจากปลาทะเลในประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและคุณภาพ อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ทั้ง EPA 180 มิลลิกรัม และ DHA 120 มิลลิกรัม พร้อมให้กรดไขมันอิ่มตัวในปริมาณ 6 มิลลิกรัม บรรจุในรูปแบบแผงแยกเม็ด ช่วยป้องกันอากาศและความชื้นได้ดี สะดวกต่อการพกพา  

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร หรือตามคำแนะนำของแพทย์

  • ราคาปกติ : 30 แคปซูล 250 บาท

7. น้ำมันปลา NBL Odourless Fish Oil 1000 MG

น้ำมันปลา NBL Odourless Fish Oil

ภาพจาก : nblpharmaceutical

          ปิดท้ายด้วยน้ำมันปลาสูตรไร้กลิ่น ขนาด 1,000 มิลลิกรัม ที่สกัดจากปลาทะเลน้ำลึกจากประเทศออสเตรเลีย อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ทั้ง EPA 180 มิลลิกรัม และ DHA 120 มิลลิกรัม ผ่านการทดสอบว่าปราศจากสารปรอท และไม่มีการเติมสารกันบูด มีให้เลือกทั้งขนาด 30 แคปซูล สำหรับคนที่อยากทดลองรับประทาน และขนาดใหญ่ 400 แคปซูล หรือ 1,000 แคปซูล เหมาะสำหรับคนที่รับประทานเป็นประจำ ช่วยให้คุ้มค่าและสะดวกต่อการดูแลสุขภาพในระยะยาว

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1-2 แคปซูล พร้อมอาหาร เช้า-เย็น

  • ราคาปกติ : 30 แคปซูล 290 บาท

น้ำมันปลา ใครต้องระวัง

น้ํามันปลากินก่อนนอนได้ไหม

คนที่ควรระมัดระวังหรือปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

  • เด็ก ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน เพื่อเลือกชนิดและปริมาณน้ำมันปลาที่เหมาะสมกับวัยและน้ำหนักตัว

  • ผู้ป่วยโรคไต

  • ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ เนื่องจากน้ำมันปลาอาจทำให้ความดันโลหิตลดลงมากกว่าปกติ

  • ผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหาร

คนที่ไม่ควรรับประทานน้ำมันปลา

  • ผู้ที่แพ้อาหารทะเล หรือน้ำมันปลา

  • สตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร

  • ผู้ที่กำลังจะเข้ารับการผ่าตัด ควรงดรับประทานน้ำมันปลาล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วัน และแจ้งให้แพทย์ทราบ

  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด หรือผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด แอสไพริน หรือยากลุ่มเดียวกัน เนื่องจากน้ำมันปลามีคุณสมบัติลดการจับตัวของเกล็ดเลือด อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออก

ข้อแนะนำและควรระวัง
เมื่อรับประทานน้ำมันปลา

น้ํามันปลา ไม่ควรกินคู่กับอะไร

          การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลา มีข้อควรระวังและข้อมูลที่ควรทราบ ดังนี้

  • ควรอ่านคำเตือนและวิธีใช้บนฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนรับประทานทุกครั้ง

  • ควรรับประทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที เพื่อเพิ่มการดูดซึมและลดอาการคลื่นไส้หรือระคายเคืองกระเพาะอาหาร

  • ไม่ควรรับประทานน้ำมันปลาเกินขนาดที่ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์ เนื่องจากการรับประทานในปริมาณมากเกินไป อาจเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ในเลือด

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานน้ำมันปลาร่วมกับวิตามินหรืออาหารเสริมอื่นที่มี DHA และ EPA เพื่อป้องกันการได้รับสารอาหารเกินความจำเป็น

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลาไม่สามารถใช้ในการป้องกันหรือรักษาโรคได้

  • ควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ

  • หากมีอาการผิดปกติหลังรับประทาน ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์ทันที

          ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลาไม่ใช่ยา และไม่มีผลในการรักษาโรค แต่สามารถเลือกรับประทานเสริมจากอาหารมื้อหลัก เพื่อช่วยเรื่องการดูแลสุขภาพโดยรวม ควบคู่กับการเลือกอาหารที่หลากหลายให้ครบ 5 หมู่ และการดูแลสุขภาพด้านอื่น ๆ อย่างเหมาะสมนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันปลา

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : Pharma WorldLife Best Official StorenowfoodsthailandKLARITYสุภาพโอสถmspnblpharmaceutical.co.th
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
น้ำมันปลา กินก่อนนอนได้ไหม เลือกยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ให้ได้โอเมก้า 3 ครบทั้ง EPA และ DHA อัปเดตล่าสุด 7 มกราคม 2569 เวลา 15:02:45 3,294 อ่าน
TOP
x close