โรคและการป้องกัน

    เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี


    ไวรัสตับอักเสบบี

    เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

              ได้ยินชื่อกันอยู่บ่อย ๆ สำหรับ ไวรัสตับอักเสบบี หรือ โรคไวรัสตับอักเสบบี แต่หลายคนก็ยังไม่ทราบว่า ไวรัสตับอักเสบบี เกิดขึ้นได้อย่างไร และมีอันตรายมากน้อยขนาดไหน วันนี้เรามาเจาะลึกเรื่อง ไวรัสตับอักเสบบี กันดีกว่า

              ไวรัสตับอักเสบบี คือ โรคตับอักเสบ ชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากเชื้อไวรัส บี แต่ถ้าหากเกิดจากเชื้อไวรัสตัวอื่น ๆ เช่น ไวรัส เอ ไวรัส ซี ก็จะเรียกชื่อต่าง ๆ กันไป แต่ส่วนใหญ่จะมีอาการคล้ายคลึงกัน เพียงแต่ ไวรัสตับอักเสบบี เป็นตัวที่อันตรายและรุนแรงมากที่สุด เพราะเชื้อไวรัสจะซ่อนตัวอยู่ในคน ก่อให้เกิดโรคเรื้อรัง และเป็นสาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งตับ , ตับอักเสบเรื้อรัง หรือตับแข็งได้

    การระบาดของ ไวรัสตับอักเสบบี ในประเทศไทย

              ในประเทศไทยพบผู้ป่วย ไวรัสตับอักเสบบี มานานแล้ว และพบค่อนข้างมาก โดยใน 100 คน จะพบคนที่เป็นพาหะ ไวรัสตับอักเสบบี อยู่ประมาณ 8-10 คน ซึ่งคนที่เป็นพาหะนั้น ไม่ได้เป็นโรค ไม่มีอาการป่วยไวรัสตับอักเสบบี เพียงแต่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอยู่ในร่างกายนานเกิน 6 เดือนขึ้นไป และสามารถแพร่เชื้อให้คนอื่น ซึ่งสามารถตรวจเลือดพิสูจน์ได้ว่า เป็นพาหะหรือไม่

              ปัจจุบันมีการคาดคะเนกันว่า มีคนไทยประมาณ 5 ล้านคน เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี ขณะที่คนทั่วโลกมีผู้เป็นพาหะประมาณ 200 ล้านคน โดยจะพบมากที่ตอนกลางของแอฟริกา ตอนใต้ของประเทศจีน ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งล้วนแต่เป็นประเทศที่ด้อยพัฒนา หรือกำลังพัฒนาทั้งสิ้น และในผู้ใหญ่ทุก ๆ 100 คน จะมีคนที่เคยได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบบี นี้มาแล้ว 50 คน คือครึ่งต่อครึ่งนั่นเอง

    การติดต่อของ ไวรัสตับอักเสบบี

              เชื้อไวรัสตับอักเสบบีนี้จะพบในเลือดมากที่สุด รองลงมาพบในน้ำลาย น้ำตา น้ำอสุจิ น้ำเมือกในช่องคลอด น้ำดี และน้ำนมของผู้ป่วย หรือผู้ที่เป็นพาหะ และสามารถติดต่อกันได้ผ่านช่องทางเดียวกับการติดต่อโรคเอดส์ คือ

    1. ทางเพศสัมพันธ์

              ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์ปกติ หรือแบบรักร่วมเพศกับผู้ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี จึงถือว่า โรคไวรัสตับอักเสบบี จัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โรคหนึ่ง

    2. ทางเลือดและน้ำเหลือง

              เช่น การถ่ายเลือด หรือการฟอกเลือดด้วยไตเทียม ซึ่งเลือดทุกขวดที่จะถ่ายไปสู่ผู้อื่น หรือที่ได้รับการบริจาคมา ต้องได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเสียก่อน

    3. การใช้สิ่งของร่วมกัน

              เช่น การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การฝังเข็ม การสัก การเจาะหูที่ไม่สะอาด การใช้มีดโกน มีดตัดเล็บ หรือ แปรงสีฟัน ร่วมกัน

    4. จากแม่สู่ลูก

              แม่ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีสามารถติดต่อไปยังลูกได้ขณะกำลังคลอด โดยหากแม่มีเชื้อนี้อยู่ ลูกมีโอกาสที่จะได้รับเชื้อด้วยถึง 90% และส่งผลอันตรายต่อทารก

              ทารกที่ได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบบี จากหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี หรือป่วยเป็นโรคนี้ จะไม่สามารถกำจัดเชื้อให้หมดไปได้เอง เหมือนกับผู้ใหญ่ที่ได้รับเชื้อมาจากสาเหตุอื่น โดยทารกแรกเกิดมักไม่มีอาการว่า ป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบบี แต่จะกลายเป็นพาหะเรื้อรังนานหลายสิบปี หรือตลอดชีวิต และเมื่อทารกเหล่านี้โตขึ้นอยู่ในวัยกลางคน จะมีโอกาสเป็นโรคตับเรื้อรัง ตับแข็ง หรือมะเร็งตับได้ โดยเพศชายจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคทางตับมากกว่าเพศหญิง ส่วนเพศหญิงก็จะเป็นพาหะถ่ายทอดโรคไปสู่ลูกต่อไป ดังนั้น เพื่อเป็นการตัดวงจร เด็กทารกทุกคนที่เพิ่งคลอดมา ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี เพื่อป้องกันไม่ให้โรคดำเนินต่อไป

    5. ทางบาดแผล ผิวหนัง

              หากผู้มีเชื้อมีบาดแผลถลอก ก็อาจทำให้เกิดการติดต่อได้เช่นกัน

              อย่างไรก็ตาม ไวรัสตับอักเสบบี นี้ไม่ติดต่อกันผ่านทางการสัมผัสทางผิวหนัง กอด จูบ การมองหน้า ไอจามรดกัน รวมทั้งการทานอาหารและน้ำ แต่เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน หากเราไม่แน่ใจก็ควรใช้ช้อนกลาง เพื่อลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อจากน้ำลายของผู้ที่เป็นพาหะ

    กลุ่มเสี่ยงติด ไวรัสตับอักเสบบี

              เนื่องจากเชื้อไวรัสตับอักเสบบี สามารถติดต่อผ่านทางของเหลวของร่างกายผู้ป่วย หรือผู้ที่เป็นพาหะได้ ดังนั้น บุคคลดังต่อไปนี้จึงมีความเสี่ยงสูงในการรับเชื้อ

              1. คนที่ใช้ยาเสพติด ฉีดเข้าหลอดเลือด

              2. ชายรักร่วมเพศ

              3. ผู้ที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย

              4. ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

              5. คนที่เกิดในถิ่นที่มีการระบาดสูง
      
              6. เจ้าหน้าที่ในห้องปฏิบัติการ

              7. บุคคลที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบบี

    อาการของผู้ติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบบี

              ส่วนใหญ่ผู้ที่ติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบบี มักไม่มีอาการป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็ก โดยผู้ป่วยจะมีอาการเพลีย เบื่ออาหาร อาจมีไข้ต่ำ ๆ ในวันแรก ๆ มีอาการจุกแน่นท้อง ปวดท้อง ตัวเหลือง ตาเหลือง มีปัสสาวะสีเข้ม อาการเหมือนดีซ่าน เป็นอยู่ 2-3 สัปดาห์หรือเป็นเดือน แล้วจะหายเป็นปกติ มีเพียงส่วนน้อยที่อาจทำให้ตับเสีย มีอาการเพ้อคลั่ง ซึม มีน้ำในท้อง ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด

              ทั้งนี้ ระยะฟักตัวของเชื้อนี้ คือ 30 - 180 วัน โดยเฉลี่ยคือ 60 - 90 วัน โดยทั่วไปผู้ที่ได้รับเชื้อร้อยละ 90 จะสามารถกำจัดเชื้อออกจากร่างกายได้ และหายเป็นปกติ พร้อมกับสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาได้ตลอดชีวิต ซึ่งเราสามารถตรวจเลือด เพื่อตรวจสอบว่ามีภูมิต้านทานโรคไวรัสตับอักเสบหรือไม่ได้

              อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีบางคนที่ยังมีเชื้ออยู่ในร่างกายอยู่ หรือเรียกว่าเป็นพาหะ แต่ตับยังทำงานได้ตามปกติ ไม่เกิดความผิดปกติแต่อย่างใด แต่ผู้ที่เป็นพาหะนี้ ก็มีอัตราเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็งตับมากกว่าคนปกติถึง 223 - 250 เท่า และเกือบครึ่งหนึ่งของผู้เป็นพาหะของเชื้อไวรัสตับอักเสบบี จะเสียชีวิต เนื่องจากโรคตับอักเสบเรื้อรัง, ตับแข็ง และมะเร็งตับ แต่อย่างไรก็ตามผู้ที่จะเป็นโรคตับร้ายแรงเหล่านี้ จะต้องมีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในตัวนานกว่า 20-30 ปีขึ้นไป นั่นคือ ต้องได้รับเชื้อมาตั้งแต่เด็กนั่นเอง

    หากรู้ว่าเป็นพาหะ ไวรัสตับอักเสบบี ควรทำอย่างไร

              ผู้ที่เป็นพาหะ ไวรัสตับอักเสบบี ควรปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้

              1. รักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ กินอาหารที่มีประโยชน์ และสามารถทานอาหารร่วมกับผู้อื่นได้ โดยใช้ช้อนกลาง

              2. หลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นอันตรายต่อตับ เช่น การทานยาบางชนิด การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สารพิษจากเชื้อรา เป็นต้น

              3. หากพบอาการผิดปกติ เช่น เท้าบวม ท้องบวม อุจจาระเป็นสีดำ ตัวเหลือง ตาเหลือง ควรรีบปรึกษาแพทย์

              4. เจาะเลือดปีละครั้ง เพื่อตรวจการทำงานของตับ และตรวจหาสารแอลฟา ฟีโตโปรตีน (Alpha Fetoprotein) ในเลือด ที่บ่งบอกว่าจะเกิดมะเร็งตับหรือไม่ และจะตรวจถี่ขึ้นในผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 40 ปี

              5. งดบริจาคเลือด และแยกใช้ข้าวของเครื่องใช้ เช่น มีดโกน แปรงสีฟัน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่บุคคลอื่น

              6. ให้บุคคลใกล้ชิดเข้ารับวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี เพื่อสร้างภูมิต้านทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กแรกเกิดควรได้รับการฉีดวัคซีน อย่างไรก็ตาม การให้วัคซีนแก่ผู้ที่เป็นพาหะแล้ว ไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสให้หมดไปได้

    หากรู้ว่าเป็น ไวรัสตับอักเสบบี ควรทำอย่างไร

              แม้ส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบบี จะสามารถหายได้เอง และสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาได้ แต่เมื่อตรวจพบเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ก็ควรปฏิตัวดังนี้

              1. ทานยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

              2. ตรวจเลือดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อทราบอาการว่า เป็นมากหรือน้อย

              3. บอกคนใกล้ชิดให้ทราบ เพื่อป้องกันด้วยการฉีดวัคซีน

              4. งดการบริจาคเลือดโดยเด็ดขาด

              5. ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะส่งผลร้ายต่อตับ

              6. ไม่ควรใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะจะมีผลต่อตับโดยตรง

              7. พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะจะทำให้การอ่อนเพลียลดลง

              8. สวมถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันเชื้อที่จะส่งต่อไปยังผู้อื่น

              9. ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ให้ไขมันสูง น้ำหวาน เพราะจะทำให้เกิดไขมันสะสมที่ตับ จึงควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย และมีประโยชน์ต่อร่างกาย

    การรักษา  ไวรัสตับอักเสบบี
                   
              ปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้รักษาโรคไวรัสตับอักเสบบีโดยตรง เป็นเพียงแค่การรักษาตามอาการเท่านั้น แต่ดังที่กล่าวข้างต้น ร้อยละ 90 ของผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบีสามารถหายได้เองตามธรรมชาติ มีเพียงส่วนน้อยที่จะเกิดอันตรายขึ้น แต่ในบางรายที่มีอาการตับอักเสบร่วมด้วย ก็อาจฉีดยา หรือให้กินยาเพื่อช่วยบรรเทาอาการเสื่อมของตับ

    การป้องกัน ไวรัสตับอักเสบบี

              สำหรับคนที่ยังไม่เคยได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบบี สามารถป้องกันได้โดย

              หลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ร่วมกันคนไข้ หรือคนที่เป็นพาหะ

              หลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือด น้ำเลือด น้ำลาย ของคนไข้ หรือคนที่เป็นพาหะ

              ตรวจสอบความสะอาดของอุปกรณ์ เช่น เข็มฉีดยา เข็มสำหรับเจาะหู การฝังเข็ม ว่าเป็นของใหม่ หรือผ่านการฆ่าเชื้อโรคมาแล้วเป็นอย่างดี

              รักษาสุขอนามัยให้สะอาดอยู่เสมอ รวมทั้งการเลือกรับประทานอาหาร และน้ำด้วย

              ใช้ช้อนกลาง ในการรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น

              ไม่ส่ำส่อนทางเพศ และใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์

              ฉีดวัคซีน เพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานต่อไวรัสตับอักเสบ

    การฉีดวัคซีนป้องกัน ไวรัสตับอักเสบบี

              วัคซีนป้องกัน ไวรัสตับเสบบี มีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้น ผู้ที่จะฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ต้องตรวจเลือดก่อนว่าเคยได้รับเชื้อหรือไม่ เพราะผู้ที่เคยได้รับเชื้อและหายขาด จะทำให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่อสู้โรคนี้ไปตลอดชีวิต หรือหากใครที่เป็นพาหะแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนอีก เพราะจะไม่สามารถช่วยทำให้เชื้อหมดไปจากร่างกายได้ โดยการตรวจเลือด จะตรวจกันอยู่ 3 อย่างคือ

              1. ตรวจ HBs Ag หรือตรวจการติดเชื้อ หรือเป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบี

              2. ตรวจภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตับอักเสบบี ได้แก่ HBs Ab หรือ anti HBs

              3. ตรวจภูมิคุ้นเคยต่อไวรัสตับอักเสบบี หรือเคยได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบบีมาก่อน ได้แก่ HBc Ab หรือ anti HBcซึ่ง ถ้าพบตัวใดตัวหนึ่งเป็นบวก (Positive) ก็ไม่ต้องฉีดวัคซีน แต่หากเป็นลบ (Negative) ทั้งหมด ก็สามารถฉีดวัคซีนได้

              ทั้งนี้ วัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี สามารถฉีดได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิด และควรฉีดเมื่ออายุยังน้อย ๆ เพื่อป้องกันก่อนได้รับเชื้อ

              แม้ในประเทศไทยจะพบผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบบีจำนวนไม่น้อย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าวิตกมากเกินไป เพราะผู้ป่วยโรคนี้สามารถดำเนินชีวิตได้เหมือนคนปกติ และคนส่วนใหญ่สามารถหายจากโรคได้เองตามธรรมชาติ สิ่งสำคัญ ควรปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง ไม่ควรอดนอน หรือดื่มสุราที่จะส่งผลร้ายต่อตับอย่างเด็ดขาด และหากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ก็ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

      เคล็ดลับสุขภาพ สุขภาพใกล้ตัว โรคและการป้องกัน คลิกเลย 







ความคิดเห็นที่ 53 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

vilasinee

อยากรู้ว่าถ้าพบว่าเป็นแต่เอนไซน์เลือดมี15-16ถึงว่าอันตรายไหมค่ะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-12-16 03:21:56 ]
ความคิดเห็นที่ 52 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

yuiye

เป็นโรคที่น่ากลัวทีเดียว

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-12-05 12:35:23 ]
ความคิดเห็นที่ 50 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

ชุติกาญจน์ วิทยา

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-11-16 09:48:05 ]
ความคิดเห็นที่ 49 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

เอก

อยากรู้นะครับ ว่าคนที่เป็นไวรัสตับอับแสบบี การใส่น้ำเกลือจะมีผลดีหรือเสียอย่างไรบ้างครับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-10-01 08:18:30 ]
ความคิดเห็นที่ 48 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

king

ถ้าผลตรวจตับปกติ แต่ผลเลือดออกเป็นไวรัสตับอักเสบ สรุปเป็นหรือไม่เป็น

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-09-27 09:43:12 ]
ความคิดเห็นที่ 46 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

ดารารัตน์

อยากรู้ค่ะว่าตอนนี้แฟนเราเป็นอยู่เราจะเป็นเหมือนเค้ามั้ยนะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-09-13 20:14:11 ]
ความคิดเห็นที่ 45 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

ยรรยง

เราเปนใครจะช่วยระบุอาหารที่แน่ชัดให้เราบ้างว่าควรทานอาหารแบบไหนที่ไม่ให้เชื้อกลายเปนมะเร็งกำลังอยู่ในช่วงเฝาระวัง

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-09-06 13:39:58 ]
ความคิดเห็นที่ 43 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

พลอย

เราเป็นหรือเปล่านะพ่อเราเป็นพาหะเราติดเชื่อมาแต่แม่บอกว่าฉีดยาแล้วเราจะหายไหมหรือไม่หายกลัวจัง เราจะไม่ตายใช่ไหม

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-06-07 20:18:41 ]
ความคิดเห็นที่ 42 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

วัช

ผมทราบว่าตนเป็น v b มาตั้งแต่อายุ 18 ปี จากการไปบริจาคเลือด แต่เขาไม่รับเลือด บอกว่าเราเป็น ปัจจุบันไม่มีอาการใดๆ แต่เพลียมาก หงุดหงิดง่าย ไม่ทราบว่าจะสืบเนื่องมาจากโรคนี้ไหม

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-06-07 09:32:12 ]
ความคิดเห็นที่ 41 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

ณัฐรัตน์

จำเป็นไหมคนปกติที่ไม่ได้รับรับเชี้อต้องฉีดวัคซีน

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-05-18 18:49:38 ]
ความคิดเห็นที่ 40 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

ปวีณา

จะหายป่าวนี้

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-04-05 03:17:13 ]
ความคิดเห็นที่ 39 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

smile

ฉันกำลังจะตาย

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-03-03 15:38:08 ]
ความคิดเห็นที่ 38 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี
bloxwichmali

ไวรัสตัวนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ไหมค่ะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-02-06 20:02:51 ]
ความคิดเห็นที่ 36 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

จ๊ะจ๋า

เคยตรวจพบค่ะว่าเป็นพาหะกลัวค่ะ กลัวเป็นหนึ่งที่โชคร้าย กลายเป็นมะเร็งตัง หมอนัดอัลตราซาววันที่16/01/56นี้ค่ะ ขอบคุนข้อมูลดีๆนะค่ะ และขอกำลังใจด้วยค่ะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-01-10 10:46:54 ]
ความคิดเห็นที่ 35 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

นินิว

ขอเมล ความเห็นที่33 หน่อย

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-12-12 20:15:20 ]
ความคิดเห็นที่ 34 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

yutthana

แล้วคนเป็นโรคนี้สามารถมีลูกได้ไหมครับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-12-12 17:35:33 ]
ความคิดเห็นที่ 33 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

เจเจ

ผมตรวจไวรัสตับอักเสบบีเมื่อ ม.ค.55 หมอบอกว่าผมมีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี แล้วเมื่อ พ.ย.55ผมไปตรวจเลือดอีกทีหมอบอกว่าหายแล้วคับ เมื่อผมรู้ว่าเป็นไวรัสตับ ผมงดเหล้าเด็ดขาด ออกกำลังกาย กินกาแฟดำวันละ3-4เเก้ว/วัน(ไม่รู้ว่าจริงรึป่าวที่เค้าว่ากินกาเเฟเเล้วจะช่วยลดโรค)แต่ผมลองมาเเล้วคับเพราะว่าผมน้ำหนัก94สูง180ไม่มีความดันไม่มีเบาหวานคับ....ปล.บอกต่อเพื่อเป็นทาน

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-12-06 15:57:13 ]
ความคิดเห็นที่ 31 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

นะโม

ไปบริจาคเลือดแล้วเจอ ก็เลยอยากรู้วิธีป้องกันและรักษา แต่อ่านดูแล้วตกลง แรงหรือไม่แรง รักษาหายหรือไม่หายกันแน่!!!

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-11-13 18:13:38 ]
ความคิดเห็นที่ 30 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

แมนเมือง

คือว่ามีเพศสัมพันธ์กับคนที่เปนไวรัสแต่ว่าใส่ถุงยางไปแล้วสองวัน และไปตรวจไม่เจอเชื้อหมอเลยให้ฉีดวัคซีนไว้ แบบนี้จะติดมั๊ยครับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-09-16 18:27:13 ]
ความคิดเห็นที่ 29 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

โบว์

กำลังตั้งครรภ์ หมอบอกว่าเป็นพาหนะไวรัสตับอักเสบบี เราควรทำไงดี

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-09-06 09:32:51 ]
ความคิดเห็นที่ 28 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

555

ไม่มีทางหายจริงๆเหรอค่ะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-09-02 20:32:38 ]
ความคิดเห็นที่ 27 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

น้ำหวาน

เราเป็นไวรัสบีรื้อรังต้องกินยาวันละ1เม็ดใครเป็นแบบเรามั่งและ้มีวิธีรักษายังกันบ้าง

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-06-21 23:54:04 ]
ความคิดเห็นที่ 26 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

สงสารลูก

ขอความช่วยเหลือจาก คห.13 ด้วยค่ะ สามีเรากำลังเป็นโรคนี้อยู่ หมอบอกว่าตับเริ่มแข็งแล้ว ยังไม่เป็นนมะเร็ง เราทั้งสองคนมีลูกสาวที่ยังเด็กมาก ตอนนี้เครียดมากกกกกกค่ะ..ช่วยด้วยนะคะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-04-29 15:39:44 ]
ความคิดเห็นที่ 25 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

หมูกระปุก

ดืม่น้ำแก้วเดียยวกันแต่คนละหลอดจะติดเชื้อตับอักเสบบีหรือปล่าวใครทราบช่วยบอกทีค่ะดื่มกับเพื่อนมา 2 อาทิตย์แล้วค่ะเพิ่งรู้ว่าแฟนเพื่อนเป็นค่ะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-04-02 20:26:30 ]
ความคิดเห็นที่ 24 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

ลูกแมว น่ารัก

ดีใจที่ได้อ่านเกี่ยวกับโรคไวรัสอักเสบบี เมื่อรู้ว่า กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เมื่อได้นั่งใกล้คนที่เป็นพาหะก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้ กล้วแทบตายนึกว่า จะติดโรคซะแล้ว

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2011-12-24 14:30:39 ]
ความคิดเห็นที่ 23 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

ถาม

คนที่ผ่าตัดตับไม่มีทางรอดจริงหรอ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2011-11-25 11:42:35 ]
ความคิดเห็นที่ 22 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

อภิญญา เมืองมลู

เราไปตรวจดูเชื้อไวรัส ปรากฎว่าเป็นไวรัสตับอักเสบบีอ่ะ แต่ไม่เห็นได้กินยาอะไรเลย ทำไมอ่ะ ใครรู้ช่วยโพสต์ตอบกลับมาที..!!

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2011-10-19 20:43:58 ]
ความคิดเห็นที่ 21 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

001

ผมเพิ่งไปตรวจเลือดมา หมอบอกว่าผมเป็นโรคนี้

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2011-05-06 17:26:59 ]
ความคิดเห็นที่ 20 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

ไม่ต้องคิดมากจะเครียดเปล่า

ไม่ต้องกลัวหรอ ตายก็เผา ไม่ตายก็ใช่เวชใช้กรรมต่อวะ คิดไรกันมาก เราก็เป็น555555555+++

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2011-04-27 19:10:10 ]
ความคิดเห็นที่ 19 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

เป็นพาหะและภาระต่อไป

พ่อเราตายตอนอายุ 15 ปี คุณหมอที่จุฬาบอกว่า ลูกทุกคนได้รับผลทางพันธุกรรม คือเชื้อไว้รัสตับอักเสบบี ไม่รู้ว่าตอนนั้นเราได้รับข้อมูลผิดหรือเปล่าไม่แน่ใจ คุณหมอให้ฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อนอายุยังไม่เกิน 35 ปี (๒ เข็ม) ปัจจุบันยังไม่ได้ฉีดนะ แต่เราเช็คเลือด และตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี แต่คุณหมอบอกว่าไม่เจอ เรางง เชื่อใครดี แต่เจ้านายเราไปฉีดมาแล้ว เราถามว่าเจ็บมั้ย และฉีดระยะห่างกันเท่าไร เจ้านายบอกว่า ห่างกันประมาณ 1-2 อาทิตย์ จากที่ฉีดเข็มแรก แล้วตามด้วยเข็มที่ 2 และที่สำคัญปวดเจ็บ และกลับมาเป็นไข้ เราว่าถึงตอนนี้แล้วคงต้านไม่อยู่แล้ว

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-05-13 18:09:59 ]
ความคิดเห็นที่ 18 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

Mercuri

กินน้ำหวานไม่ได้เพื่อรักษาโรค HCV แต่ที่บางรายแพทย์อาจแนะนำให้กินเพราะตับผู้ป่วยทำงานได้น้อยและสร้างน้ำตาลเองไม่ได้มากเท่าที่ควร ส่วนมากในผู้ป่วยที่มีอาการตัวเหลืองตาเหลืองมักจะต้องได้รับสารประเถทที่มีความหวาน แต่ถ้าอาการนี้หายแล้วก็ทานให้น้อยลงครับเพราะจะได้ไม่ไปเป็นโรคอื่นตามมา..

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-05-13 08:40:52 ]
ความคิดเห็นที่ 17 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

หมูอ้วน

เห็นด้วยกับ คห. 9 เราก็เป็นไวรัสตับอักเสบบี แต่หมอบอกว่าที่รุนแรงสุดคือไวรัสตับอักเสบซี ตอนนี้หยุดยาแล้วต้องรอเช็คภูมิคุ้มกันสองปี ตอนเราเป็นหมอบอกว่าไม่ต้องกินน้ำหวานมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ห้ามกินของมัน ๆ คลอเรสเตอรอลสูง ๆ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-05-12 10:30:59 ]
ความคิดเห็นที่ 16 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

ประดับความรู้

เราเคยไปฉีดยาป้องกันไวรัสตับอักเสบบีที่คลีนิควัยรุ่นบางรัก ฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ฉีดเข็มแรกเสร็จ อีกประมาณ 1 เดือนฉีดเข็มที่ 2 แล้วเว้นไปอีก 5 เดือนฉีดเข็มที่ 3 ก่อนฉีดพยาบาลจะตรวจก่อนว่าได้เคยได้รับภูมิคุ้มกันตัวนี้มาก่อนรึเปล่า ที่สำคัญคือราคาถูก ถ้าจำไม่ผิดประมาณ 200-300 บาท ที่สำคัญที่นี่เค้ามีให้ตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยราคาก็ถูกกว่าด้วยถ้าเทียบกับโรงพยาบาลทั่วไป

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-05-12 09:33:20 ]
ความคิดเห็นที่ 14 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

Deutschland2010

ใครบอกว่า ไวรัสตับอักเสบซี (HCV)รักษาไม่หาย เรานี่แหละรักษาหายแล้ว ตรวจเจอว่าเป็นโรคนี้เมื่อ 9 เดือนที่แล้ว รักษาอยู่ 6 เดือนเต็ม ทานยา Rebetol วันละ 5 เม็ด ฉีดยา Pegintron ที่หน้าท้องอาทิตย์ละ 1 เข็มทุกวันศุกร์ ยาที่ใช้รักษามีผลข้างเคียงรุนแรงมาก ทรมานมากจริงๆ อยากรู้ทรมานยังไงจะลอง google ดูก็ได้

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-05-12 03:32:55 ]
ความคิดเห็นที่ 13 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

รัก เอาใจช่วย

พ่อฉันรักษาได้ ทำไมยามันแพงจังอ่ะ จากต่างประเทศอ่ะ พ่อบอกว่าห้ามกินน้ำอัดลมเป็นอันขาด กินได้แต่น้ำ เฮลบลูบอย พ่อเค้าเป็นคนเก่ง ได้ตำหรับยาตอนบวช ท่านอาจารย์พระผู้ให้วิชาเสียไปนานแล้ว พ่อบอกว่าเงินที่ได้มาจากการรักษา ต่ำสุด 10 บาท มากสุดที่ได้ 2000 บาท ก็เอาไปถวายวัดจันทร์ แต่เวลาไปรักษาที่โรงพยาบาลเสียเป็นแสน พ่อมีคติให้ว่า เค้าไม่เรียกอย่าขาน นั่นหมายความว่า ถ้าเค้าไม่เข้ามาหา เราก็จะไม่เสนอให้เค้ามารักษากับเรา

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-05-12 00:10:30 ]
ความคิดเห็นที่ 12 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

รัก เอาใจช่วย

บอกบุญ โรคนี้รักษาได้ มันมียารักษา ให้เป็นหนักแค่ไหนก็รักษาได้ แต่ต้องไม่ผ่านการผ่าตัด เพราะหากผ่าตัดแล้ว คนที่ผ่านการผ่าตัดจะเสียชีวิตเพราะแผลที่ผ่าตัด ไม่รอดทุกคน ทราบมาว่า อยู่ทางภาคใต้ รักษาได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องทนกินยาขมสุดๆ ยาไม่อันตรายเพราะมีแต่รากไม้ ส่งสารพี่เนตมาก ถ้ารู้จักกันพี่คงหายขาดจากโรคนี้ เสียใจมาก ผู้ที่ผ่านการผ่าตัดต้องทำใจ เพราะแผลที่ผ่าตัดอยู่ในตัวคุณ ซึ่งอยู่ในที่ชื้น ไม่มีวันหาย

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-05-11 23:55:23 ]
ความคิดเห็นที่ 11 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

ใบเตย

ได้ยินมาว่าคนที่เป็น ให้ดื่ม น้ำหวานแล้วหายได้ แต่ อ่านแล้วบอกว่าหเฃ้ามน้ำหวาน ตกลงยังไงนิ ใครรุช่วยไขให้กระจ่างที

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-05-11 22:57:36 ]
ความคิดเห็นที่ 10 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

เราเอง

ความคิดเห็นที่ 8 โง่หรือว่าอ่านภาษาไทยไม่เป็น

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-05-11 20:22:39 ]
ความคิดเห็นที่ 9 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

haha

ไวรัสตับอักเสบบี เป็นตัวที่อันตรายและรุนแรงมากที่สุด ข้อความนี้ถูกต้องหรอ ที่รู้มา่เปน HCV

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-05-11 19:18:00 ]
ความคิดเห็นที่ 8 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

ดีดี

โรคเอดส์อ่ะดิ เข้าใจง่ายๆ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-05-11 18:47:28 ]
ความคิดเห็นที่ 7 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

ค่ะ

พวกรักร่วมเพศอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงแล้วหรอแล้วพวกกระหรีล่ะ ไม่มีความเสียงเลยหรือไง อย่าพาดพิงแบบโง่ๆ หรือไม่เป็นอย่างได้ไหม

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-05-11 17:38:47 ]
ความคิดเห็นที่ 6 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

กลัว

เคยตรวจตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว... เราไม่เป็นแต่ก็ไม่มีภูมิตอนนี้ร่างกายปกติดี แต่คงต้องไปตรวจใหม่ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเราเคยเป็นรึป่าว อาจจะเคยเป็นแล้วหายเองร่างกายจึงมีภูมิ แต่ถ้าไม่เคย ก็จะฉีดวัคซีนแล้วหละ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-05-11 13:42:41 ]
ความคิดเห็นที่ 5 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

สุราเมรัย

งงอ่ะ มันหายได้ด้วยหรอ ไวรัสตับอักเสบบี ทำไมหมอบอกว่าไม่หาย ไม่มีทางหาย งงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-05-11 13:01:40 ]
ความคิดเห็นที่ 4 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

HBB

Cont..... ส่วน B ไม่สามารถที่จะหายได้เลยแต่ถ้าดูแลตัวเองดีๆ ไวรัสมันก็จะไม่แพร่กระจาย แต่มันจะเป็นสาเหตุที่จะทำให้คนเป็นโรคนี้เป็นเมร็งต่อไปในอนาคต ส่วน C คือแน่นอนแล้วว่าไม่มีทางหายได้ไม่ว่าจะใช้ยาชนิดได้ก็ตาม มันถือว่าเป็นเชื้อเมร็ง คนที่เป็นไวรัส B อาการคือจะปวดตามข้อหัวเข่า ข้อศอก เหนื่อยง่ายกว่าปรกติ และก็ต้องไม่ทายยาพารา แก้แพ้ หรือแก้ปวดเลยเพราะถึงจะรักษาไม่หายก็สามารถใช้ยาเพื่อลดโอกาศของไวรัสที่จะแพร่กระจายเร็วขึ้น เพราะยาพวกนี้จะทำให้ยาที่ใช้นั้นไม่มีผลและสามารถจะทำให้ร่างกายเกิดการดื้อยาได้

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-05-11 12:54:08 ]
ความคิดเห็นที่ 3 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

HBB

HB B ไม่ได้รุ่นแรงที่สุดไม่ใช่หรอ แต่เป็น HB C ต่างหาก แล้วอีกอย่าง HB B ไม่สามารถรักษาให้หายได้ จากทั้งหมดสามกรุ๊ปมี HB A ตัวเดียวที่สามารถรักษาให้หายได้ บางคนหายเองโดยไม่ต้องใช้ยาแต่บางคนต้องทายยาจึงจะหาย แต่ยานี้ราคาก็คนข้างสูงมาก ไม่ตํ่ากว่ากลองล่ะ 3,000 บาท เพราะเป็ยยาของเมื่องนอก

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-05-11 12:52:56 ]
ความคิดเห็นที่ 2 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

Mori Motonari

น่ากลัวเหมือนกัน แต่ก็ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-05-11 12:43:06 ]
ความคิดเห็นที่ 1 หัวข้อข่าว เจาะลึกข้อมูล ไวรัสตับอักเสบบี

bbbbb

อ่านแล้วก็น้อยรายนะที่จะตาย

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-05-11 11:25:11 ]