หมอจิรรุจน์ สรุปแบบเข้าใจง่าย 6 ข้อ เกี่ยวกับไวรัสนิปาห์ เผยอาการที่ต้องสังเกต และวิธีการป้องกัน ข้อนี้สำคัญที่สุด
.jpg)
จากกรณี กระทรวงสาธารณสุข ประกาศเตือนโรคติดเชื้อ ไวรัสนิปาห์ (Nipah) เป็นโรคติดต่ออันตราย พร้อมเฝ้าระวัง และคัดกรองนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทย หลังพบแพร่ระบาดในอินเดีย และมีคนเสียชีวิตแล้วกว่าสิบราย
วันที่ 24 มกราคม 2569 เฟซบุ๊ก หมอจิรรุจน์ โดย นพ.จิรรุจน์ ชมเชย กุมารแพทย์โรคระบบหายใจ ได้โพสต์สรุปความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับ ไวรัสนิปาห์ โดยสรุปเป็น 6 ข้อ แบบเข้าใจง่าย ดังนี้
1. ไวรัสนิปาห์คืออะไร ?
ไวรัสนิปาห์ เป็นเชื้อไวรัสชนิด RNA อยู่ในตระกูล Paramyxoviridae กลุ่ม Henipavirus (กลุ่มเดียวกับไวรัสเฮนดรา)
2. แหล่งรังโรคและการแพร่เชื้อ
- พาหะธรรมชาติ : ค้างคาวกินผลไม้ (ค้างคาวแม่ไก่)
- การแพร่จากสัตว์สู่คน : ผ่านการสัมผัสน้ำลาย หรือปัสสาวะค้างคาวที่ปนเปื้อนในผลไม้, น้ำตาลสด หรือผ่านสัตว์ตัวกลางอย่างหมู
- การแพร่จากคนสู่คน : แพร่ได้ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งหรือใกล้ชิดผู้ป่วย
3. พยาธิสภาพ (กลไกการเกิดโรค)
ไวรัสนิปาห์ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย นำไปสู่การทำลายเนื้อเยื่อ ภาวะสมองอักเสบ และปอดอักเสบรุนแรง
4. อาการที่ต้องสังเกต
- ระยะเริ่มต้น : คล้ายไข้หวัดใหญ่ (มีไข้, ปวดศีรษะรุนแรง, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ, เจ็บคอ)
- ระยะรุนแรง : วิงเวียน, สับสน, ชัก, หายใจลำบาก และอาจโคม่า (มีอัตราการเสียชีวิตสูง)
5. การป้องกัน (สำคัญที่สุด !)
- ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาจำเพาะ
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาวและหมูในพื้นที่เสี่ยง
- ห้ามรับประทานผลไม้ที่ตกพื้น มีรอยกัดแทะ หรือดื่มน้ำตาลสดดิบ
- รักษาสุขอนามัย ล้างมือด้วยสบู่บ่อย ๆ และใช้มาตรการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลอย่างเคร่งครัด
6. อัปเดตสถานการณ์ในอินเดีย (มกราคม 2569)
- พื้นที่ระบาดล่าสุด (Hotspots) เบื้องต้นอยู่ในรัฐเบงกอลตะวันตก (West Bengal) และเกรละ (Kerala)
ย้ำว่า ในไทยยังไม่มี
หมอจิรรุจน์ ระบุว่า ค่า R0 (หมายถึง ผู้ป่วย 1 คน จะแพร่เชื้อต่อให้คนอื่นได้เฉลี่ยกี่คน ในสภาพที่ไม่มีภูมิคุ้มกันและไม่มีการป้องกัน) ของไวรัสนิปาห์ ถูกประเมินไว้ที่ ประมาณ 0.48 (หรือเฉลี่ยอยู่ที่ < 1) หากเทียบกับโควิด-19 คือ 9.5 RSV 3 และ ไข้หวัดใหญ่ อยู่ที่ 1.3 ซึ่งถือว่า ห่างชั้นกันไกลเลย
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก หมอจิรรุจน์





