การดูแลสุขภาพ

    นอนดึก ตื่นสาย ทำลายภูมิคุ้มกันร่างกาย



    นอนดึก
     
    ปัญหาการนอนหลับ (ตอนที่ 6) นอนดึกตื่นสาย ทำลายภูมิคุ้มกันร่างกาย (หมอชาวบ้าน)
    โดย แพทย์แผนจีน นพ.ภาสกิจ (วิทวัส) วัณนาวิบูล

              หลังจากตรากตรำงานหนักมาตลอด 5 วัน ต้องตื่นเช้าไปทำงาน หรือเรียนหนังสือ ดังนั้น พอถึงเย็นวันศุกร์-เสาร์ ชีวิตของคนทำงานหรือคนในเมืองส่วนใหญ่ก็จะพักผ่อน ดูโทรทัศน์ ดูหนัง ท่องอินเทอร์เน็ต นัดสังสรรค์ เที่ยวกลางคืนจนดึกดื่นเลยเที่ยงคืน แล้วนอนเต็มที่ วันรุ่งขึ้น ตื่นนอนตอนสาย บางคนเลยเที่ยงวันไปก็มี ไม่ต้องกินมื้อเช้า

              น่าเป็นห่วงว่าเด็กสมัยนี้จำนวนมากมีวิถีชีวิตแบบนี้ โดยเฉพาะเด็กมหาวิทยาลัย (วันเสาร์-อาทิตย์ไม่ต้องตื่นแต่เช้าไปกวดวิชาเหมือนตอนอยู่ประถมหรือมัธยม)

              บางคนสำคัญผิดคิดว่า นี่คือวันแห่งเสรีภาพที่ได้รับการปลดปล่อยประจำสัปดาห์ นอนให้อิ่มไปเลย อาหารเช้าไม่ต้องกิน แถมยังเป็นการลดความอ้วนไปในตัว แต่หารู้ไม่ว่าวิถีชีวิตแบบนี้คือการบั่นทอนและทำลายร่างกายไปโดยไม่รู้ตัว เป็นปัญหาสุขภาพที่จะตามมาในอนาคต

    การนอนตื่นสายผิดวิถีธรรมชาติ

              ในช่วงเช้า 05.00-07.00 น. รุ่งอรุณ ดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ฟ้าเริ่มสว่าง ประตูแห่งดินได้เปิดขึ้น ร่างกายมนุษย์มีรูทวารหนักเสมือนประตูแห่งดินก็จะเปิดเช่นกัน (ลำไส้ใหญ่พร้อมจะบีบตัว เพื่อขับของเสียที่ผ่านการทำลายของตับมาแล้ว ขจัดออกจากร่างกายทางการขับอุจจาระและปัสสาวะ)

              วัฏจักรของการทำงานรอบใหม่ ความจริงเริ่มต้นตั้งแต่ช่วง 03.00-05.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่พลังร่างกายกำลังผันแปรจากการสะสมที่หยุดนิ่ง สู่การเคลื่อนไหวกระจายพลังไปยังอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งตรงกับการทำงานของอวัยวะปอดนั่นเอง

              การตื่นสายโดยเฉพาะหลัง 09.00 น. จนถึงเที่ยงหรือบ่าย บางคนเข้าใจผิด มองว่าทำให้มีการพักผ่อนเต็มที่ชดเชยการพักผ่อนไม่เพียงพอในวันก่อน ๆ ไม่ต้องกินอาหารมื้อเช้า เท่ากับเป็นการลดน้ำหนักไปในตัว ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดอย่างมาก

    ง่วงนอน

    ผลเสียอะไรที่จะตามมา ถ้านอนดึก และตื่นสายมาก ๆ

              ความเข้าใจผิดข้อหนึ่งของคนทั่วไปคือ คิดว่าการนอนหลับสามารถชดเชยได้ ด้วยการนอนให้พอ 8-10 ชั่วโมง เช่น ถ้านอนดึกมากก็ตื่นสาย ๆ เป็นการนอนชดเชย ถ้ากลางคืนไม่นอนก็นอนกลางวันทดแทนได้

              คัมภีร์ "หวงตี้เน่ยจิง" ซึ่งเป็นคัมภีร์ทางการแพทย์กว่า 2,400 ปี มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับการรักษาเมื่อไม่เกิดโรค หรือการดูแลสุขภาพ เพื่อไม่ให้เกิดโรค ได้อธิบายและชี้แนะถึงวิถีแห่งธรรมชาติ ว่า การดำเนินชีวิตจะต้องสอดรับมีจังหวะที่สอดคล้องกัน เป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพและป้องกันไม่ให้เกิดโรค และหนทางสู่การมีอายุที่ยืนยาวปราศจากโรค

    การตื่นสายโดยเฉพาะหลัง 09.00 น. ถึงเที่ยงหรือบ่าย จะทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ดังนี้

    1.ขาดการกินอาหารมื้อเช้า ซึ่งเป็นอาหารมื้อหลัก

              อาหารมื้อเช้ามีความสำคัญที่สุด ด้านหนึ่งพลังลมปราณของกระเพาะอาหารสูงสุด อาหารมื้อเช้าสามารถย่อยและดูดซึมได้ดีที่สุด และจะส่งต่อไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ในเวลาถัดมาเป็นกระบวนการต่อเนื่อง

              ถ้าเปรียบร่างกายเป็นเสมือนโรงงานผลิตสินค้า การพัฒนาเติบโตของกิจการไปข้างหน้าของโรงงานต้องอาศัยการป้อนวัตถุดิบ และผ่านกระบวนการผลิตจนได้สินค้าออกจำหน่าย เพื่อเกิดรายได้มาหล่อเลี้ยงคนงาน และทุกภาคส่วนของโรงงาน

              กระเพาะอาหาร คือ เครื่องจักรในการรับวัตถุดิบ เพื่อนำไปแปรสภาพเป็นทุก ๆ อย่าง ทุกแผนกของโรงงาน ถ้าถึงเวลาที่เครื่องจักรเริ่มทำงานแล้ว ไม่มีวัตถุดิบป้อนเข้าไปก็จะกระทบกับแผนกงานต่าง ๆ กระทั่งรายได้ของโรงงาน และความดำรงอยู่ของโรงงาน นาน ๆ เข้าก็คือโรงงานจะอยู่ไม่ได้

              แพทย์แผนจีนให้ความสำคัญระบบกระเพาะอาหารและม้าม คือ แหล่งทุนที่สำคัญที่สุดในการสะสมทุน (สารจิง) ทุกคนมีทุนสะสมจากพ่อแม่เรียกว่า จิงของไต แต่ทุนเหล่านี้บางคนอาจได้รับมามาก บางคนรับมาน้อยไม่เท่ากัน จิงจากการแปรเปลี่ยนจากอาหารโดยการทำงานของกระเพาะอาหารและม้าม คือทุนภายหลังที่จะมาเติมเต็มหรือเสริมจิงเดิม (ทุนเดิม) ที่มาจากพ่อแม่

              ลองคิดดูหากช่วงเวลา 07.00-09.00 น. ไม่กินอาหาร ในที่สุดกระบวนการสะสมทุน (สารจิง) ในร่างกายก็จะน้อยลง ช่วงนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุด หรือเหมาะสมที่สุดในการสะสมทุกให้กับร่างกายด้วยการกินอาหาร

              การกินอาหารในช่วงเวลานี้ ร่างกายนอกจากจะย่อยดูดซึมดีแล้ว ยังส่งไปหล่อเลี้ยงเครื่องจักรหรืออวัยวะต่าง ๆ ให้ทำงานได้ดีด้วย พลังงานที่ใช้เงินทุนหมุนเวียน หรือสภาพคล่องก็จะดี อาหารตกค้างหรือสะสมจึงมีน้อยและโอกาสที่ทำให้เกิดโรคอ้วนก็มีน้อยเช่นกัน

              ในทางตรงข้ามถ้าไปกินมื้อดึกเป็นมื้อหนัก โดยเฉพาะหลังเที่ยงคืน ด้านหนึ่งร่างกายจะย่อยดูดซึมอาหารไม่ดี อีกด้านหนึ่งอวัยวะต่าง ๆ ต้องการพักผ่อนไม่ต้องการพลังงานจึงเกิดการตกค้างของอาหาร และพลังที่เหลือใช้ก็จะถูกสะสมในร่างกาย เป็นความชื้น เสมหะ หรือไขมันใต้ผิวหนังนำมาซึ่งโรคอ้วน

              โบราณกล่าวว่า "ม้าไม่กินหญ้ากลางคืน...ไม่อ้วน"

    ห้องนอน

    2.ช่วงเช้าเป็นช่วงที่บรรยากาศเป็นพิษมากที่สุด โดยเฉพาะในห้องนอน

              เนื่องจากห้องปิดทึบ ผ่านอากาศที่เย็นเป็นภาวะยิน ทุกอย่างเก็บสะสมรวมตัวสู่เบื้องล่าง ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นมลพิษ ช่วงเช้าต้องปล่อยให้แสงอาทิตย์ส่องเข้าไปทำลาย และเปิดหน้าต่างระบายมลพิษต่าง ๆ ออกจากห้องนอน การนอนหมกอยู่ในห้องนอนที่มีมลพิษช่วงเช้า จะทำให้เกิดภาวะภูมิแพ้ ไอ แพ้อากาศ และเกิดการสะสมมลพิษจากการหายใจได้มาก ยิ่งถ้าห้องนอนสกปรก เหม็นอับ อากาศถ่ายเทไม่ดี แสงแดดเข้าไปถึง ทำให้เกิดอาการไม่สบายบ่อย ๆ

              ที่กล่าวมานี้เป็นเหตุผลบางประการที่นำมาเล่าสู่กันฟัง พฤติกรรมแบบนี้ของเด็กสมัยใหม่เป็นกันแทบทุกบ้านจนเป็นปัญหาของคุณพ่อคุณแม่ ส่วนเด็กทั้งหลาย ยามที่ไม่ประสบกับปัญหาสุขภาพ พวกเขาจะยังไม่เข้าใจและยอมรับฟังสักเท่าไร เพราะเพื่อน ๆ ก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น

    3.คนที่ทำงานมากจนถึงดึกดื่น ควรจะทำอย่างไร

              แนะนำให้นอนก่อนเพื่อเก็บพลัง แล้วตื่นนอนแต่เช้ามาทำงาน สมองจะปลอดโปร่งกว่า คนบางคนกินกาแฟกระตุ้นในช่วงกลางคืน ทำให้ตาสว่างทำงานได้ถึงตี 3-4 หารู้ไม่ว่าเวลาดังกล่าวพลังหยางถูกนำมาใช้ ทั้ง ๆ ที่ยังเก็บสะสมได้ไม่เพียงพอหรือยังไม่ได้สะสมเลย แน่นอนระยะยาวร่างกายต้องเสื่อมถอยอย่างรวดเร็ว

              ปัญหาเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ คนเราพยายามเรียนหาความรู้มากมายใส่ตัว เพื่อความเป็นเลิศ แต่ต้องพึงสำนึกว่า แม้จะเก่งยอดเยี่ยมสักปานใด แต่ถ้าสุขภาพไม่ดี หรือมีปัญหาสุขภาพแล้ว เราจะรู้สึกเสียใจและเสียดาย เพราะเวลาที่ผ่านมาในอดีต เราได้ทำลายตัวเราเองตลอด ถึงตอนนั้น เงินทองที่หามาได้ อาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาสุขภาพที่เสียหายไปมากแล้วกลับคืนมาได้


      เคล็ดลับสุขภาพ สุขภาพใกล้ตัว โรคและการป้องกัน คลิกเลย

    คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ




    ขอขอบคุณข้อมูลจาก

     




ความคิดเห็นที่ 8 หัวข้อข่าว นอนดึก ตื่นสาย ทำลายภูมิคุ้มกันร่างกาย

กลัวอ่ะ

อ่าว ถ้าอย่างนั้นกะดึกก็ซวยเต็มๆเลยน่ะสิคับ เข้าห้าทุ่ม ออกแปดโมงเช้า ผมจะต้องตายแน่ๆเลยใช่ป่าวคับเนี่ย หรือไม่ก็ลาออกจากงานเลยดีไหมคับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-07-23 11:31:23 ]
ความคิดเห็นที่ 7 หัวข้อข่าว นอนดึก ตื่นสาย ทำลายภูมิคุ้มกันร่างกาย

คนขี้เบื่อ

กรุณาสรุปเอาที่มันเข้าใจง่ายๆได้ไหม อย่าชักแม่น้ำทั้งห้าเยอะ สรุปมาเลยว่าถ้าไม่ได้กินอาหารเช้าแล้วเป็นไง นอนดึกตื่นสายแล้วเป็นไง ใครจะไปอยากรู้ว่าร่างการเหมือนโรงงาน ตับม้ามเป็นเครื่องจักร โว๊ะ อุตส่าห์สนใจเข้ามาอ่าน น้ำเยอะกว่าเนื้ออีก

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-07-23 11:11:02 ]
ความคิดเห็นที่ 6 หัวข้อข่าว นอนดึก ตื่นสาย ทำลายภูมิคุ้มกันร่างกาย

ไกวลู

ถึง คห.4 ตอนนี้อาจยังไหว แต่แก่ตัวมาจะลำบากครับ โรครุมเร้ามากกกว่าอาชีพอื่น

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-07-23 08:39:40 ]
ความคิดเห็นที่ 5 หัวข้อข่าว นอนดึก ตื่นสาย ทำลายภูมิคุ้มกันร่างกาย

Rio

โชคดีที่ผมนอนเช้า รอดตัวไป (งานกะดึกตลอด)

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-07-23 03:47:21 ]
ความคิดเห็นที่ 4 หัวข้อข่าว นอนดึก ตื่นสาย ทำลายภูมิคุ้มกันร่างกาย

โจ้

อ้าวแย่และ ผมทำงานเปิดแผ่นอ่ะ สงสัยต้องบอกให้ที่ร้านมาเปิดร้านเช้าแล้วปิดตอนเย็นอ่ะ (นอนตีห้าตื่น บ่ายสองทุกวัน แล้วผมจะตายไหมอ่ะคับ)

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-07-22 23:01:06 ]
ความคิดเห็นที่ 3 หัวข้อข่าว นอนดึก ตื่นสาย ทำลายภูมิคุ้มกันร่างกาย

จากคนที่เคยเป็นมา

นี่สิครับ .... ของจริง มีสาระมากๆ ปล. ผมก็รู้สึกว่าการนอนตามเวลาที่เหมาะสม แล้วตื่นตอนเช้า มันรู้สึกสดชื่นจริงๆมากกว่านอนดึกๆ แล้วหลับตอนเช้าิตื่นเย็น สังเกตง่ายๆ ครับ คนที่นอนดึกหรือนอนไม่เพียงพอ หน้าตาจะไม่ค่อยมีราศี ไม่กระฉับกระเฉง ผิวหนังดูไม่กระจ่าง ตาจะเหลือง เป็นจริงๆนะครับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-07-22 21:17:17 ]
ความคิดเห็นที่ 2 หัวข้อข่าว นอนดึก ตื่นสาย ทำลายภูมิคุ้มกันร่างกาย

พัท

ช่วงพักผ่อนให้ได้ระหว่าง 4 ทุ่ม ถึง ตี 2 ครับ คุณจะดูสดใสและเด็กลงเยอะเลย

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-07-22 13:35:43 ]
ความคิดเห็นที่ 1 หัวข้อข่าว นอนดึก ตื่นสาย ทำลายภูมิคุ้มกันร่างกาย

คนดีที่โลกลืม

ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับ มีประโยชน์มากกว่าข่าวหน้าหนึ่งซะอีก

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-07-22 11:42:15 ]