โรคและการป้องกัน

    โรคลมชัก ลมบ้าหมู อาการอันตรายที่รักษาให้หายได้



    โรคลมชัก ลมบ้าหมู


    เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม 

              โรคลมชัก หรือลมบ้าหมู เกิดจากอะไร อันตรายแค่ไหน แล้วถ้าเจอผู้ป่วยลมชักควรช่วยเหลืออย่างไร ทุกคำตอบอยู่ที่นี่แล้ว !

              จากข่าวผู้อำนวยการโรงเรียนขับรถพุ่งชนเด็กนักเรียนจนบาดเจ็บและเสียชีวิต สาเหตุจากโรคลมชักกำเริบจนควบคุมรถไม่ได้ (อ่านข่าวคลิกที่นี่) สร้างความสะเทือนใจให้คนติดตามข่าวเป็นอย่างมาก และทำให้หลายคนที่ไม่รู้จักโรคนี้เกิดความสงสัยว่า ลมชักคืออะไร ทำไมเมื่อมีอาการแล้วจึงไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ กระปุกดอทคอม จะพาไปทำความเข้าใจกับโรคลมชักกันให้มากขึ้น


    โรคลมชัก คืออะไร

              โรคลมชัก (epilepsy) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์สมองบริเวณผิวสมอง กล่าวคือ หากกระแสไฟฟ้าในสมองเกิดการลัดวงจรหรือเกิดความผิดปกติบางอย่างขึ้น จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติทางระบบประสาทตามมาจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ อย่างเช่น ถ้าเซลล์สมองเกิดความผิดปกติบริเวณส่วนของการควบคุมกล้ามเนื้อ ผู้ป่วยจะมีอาการชักเกร็งกระตุกเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต ชักแบบเป็น ๆ หาย ๆ หรือบางคนอาจมีอาการเกิดขึ้นเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย อาจหมดสติหรือไม่หมดสติก็ได้ แต่บางคนก็อาจมีพฤติกรรมนิ่ง เหม่อลอย


    โรคลมชัก ลมบ้าหมู


    โรคลมชัก พบบ่อยแค่ไหน

              จากสถิติพบว่าโรคลมชักเป็นโรคทางระบบประสาทที่พบได้บ่อย ประมาณ 70 ใน 1,000 คน สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย ในประเทศไทยขณะนี้มีผู้ป่วยขึ้นทะเบียนรักษาตัวในโรงพยาบาลสังกัดสาธารณสุขกว่า 6 หมื่นราย

              อย่างไรก็ตาม อาการชักมักเกิดได้ง่ายกับเด็กเล็กที่อยู่ในวัย 6 เดือนถึงราว ๆ 4-6 ขวบ หรือผู้สูงอายุที่สมองเริ่มเสื่อมลง ซึ่งอาจเกิดจากการมีไข้สูง เกลือแร่ในร่างกายแปรปรวน การได้รับยากระตุ้นสมองบางชนิด หรือการถูกกระตุ้นด้วยแสงแวบ ๆ เป็นเวลานานพอ


    สาเหตุของโรคลมชัก

              ในทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของโรคลมชักได้อย่างชัดเจน ว่าเหตุใดสมองจึงเสียความสมดุลจนปลดปล่อยกระแสไฟฟ้าอย่างผิดปกติออกมา แต่พอวิเคราะห์หาสาเหตุบางส่วนที่อาจเกี่ยวข้องได้ ดังนี้

              1. เกิดจากกรรมพันธุ์ โดยจากการซักประวัติครอบครัวของผู้ป่วยส่วนหนึ่งพบว่า มีญาติพี่น้องที่ป่วยเป็นโรคนี้เช่นกัน

              2. เกิดจากการที่สมองเคยได้รับอันตรายมาก่อน เช่น มีการติดเชื้อในสมอง ภาวะขาดออกซิเจนขณะคลอด อุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนสมอง การติดเชื้อของระบบประสาท ความผิดปกติทางสมองมาตั้งแต่กำเนิด หรือสมัยเด็กเคยมีไข้สูงจนชักนาน และชักติดต่อกันหลาย ๆ ครั้ง โดยผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชักจากสาเหตุเหล่านี้ อาจจะมีพัฒนาการด้านร่างกายและสมองผิดปกติร่วมด้วย

              3. เกิดจากภาวะมีก้อนในสมอง เช่น เนื้องอกในสมอง พยาธิในสมอง

              4. โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติ แตกหรือตีบตัน

              5. โรคทางกาย เช่น ภาวะเกลือโซเดียมในร่างกายสูงหรือต่ำ น้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำ แคลเซียมในเลือดต่ำ รวมถึงโรคตับโรคไต

              6. การดื่มเหล้ามากเกินไปจนเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง การเสพยาเสพติดเกินขนาด หรือได้รับสารพิษจากการใช้ยาบางชนิดเกินขนาด เป็นต้น 


    โรคลมชัก ลมบ้าหมู


    อาการของโรคลมชัก

              จากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า โรคลมชักมีความหลากหลายทางอาการมาก ขึ้นอยู่กับว่าภาวะผิดปกติของกระแสไฟฟ้าในสมองไปผิดปกติในสมองส่วนใดและรุนแรงแค่ไหน เช่น

              หากกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติเกิดขึ้นรบกวนสมองเป็นบางส่วน จะทำให้เกิดอาการชักกระตุกหรือเกร็งเฉพาะที่ในขณะที่ยังรู้ตัวอยู่ ซึ่งคนกลุ่มนี้หากตรวจภาพของสมองด้วยคอมพิวเตอร์แล้ว มีโอกาสสูงที่จะพบเนื้องอกในสมอง หรืออาจมีอาการหลอดเลือดผิดปกติในสมองมาตั้งแต่กำเนิด

              หากเซลล์สมองเกิดความผิดปกติบริเวณส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหว และไปรบกวนสมองทั่วไปในวงกว้าง ไม่รู้ว่าจุดที่ปล่อยไฟฟ้าออกมารบกวนเริ่มที่จุดใด จะทำให้ผู้ป่วยชักแบบเกร็งกระตุกทั้งตัว หมดสติ หรือชักแบบแน่นิ่งแบบที่พบได้บ่อยในเด็ก ผู้ป่วยจะไม่รู้ตัวขณะชัก อีกทั้งยังจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ด้วย อาการนี้จะเรียกว่า "ลมบ้าหมู" บางคนอาจมีอาการตาค้าง ตาเหลือก น้ำลายฟูมปาก ล้มลงกับพื้น ขากรรไกรแข็ง กัดริมฝีปากกัดลิ้นตัวเองจนเลือดออก มีอาการปัสสาวะหรืออุจจาระราดร่วมด้วย บางคนอาจเป็นอยู่ 1-3 นาที แต่บางคนอาจเป็นนานถึง 15 นาที

              หากเซลล์สมองเกิดความผิดปกติบริเวณส่วนที่ควบคุมการมองเห็น จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการเห็นแสงจ้าในขณะที่มีอาการชัก

              หากเซลล์สมองเกิดความผิดปกติบริเวณสมองส่วนควบคุมจิตใจ จะทำให้มีอาการทางจิตใจที่ผิดปกติไป เช่น เกิดภาพในอดีตวิ่งผ่านสมองเข้ามา เกิดความรู้สึกเดจาวู เหมือนคุ้นเคยแต่ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยไป หรืออาจจำคนรู้จักไม่ได้ รู้สึกเหมือนคนแปลกหน้า

              ในผู้ป่วยบางคนอาจมีอาการเหม่อลอย หมดสติ ทำอะไรไม่รู้ตัว อย่างนี้เรียกว่า อาการชักแบบเหม่อ

              ผู้ป่วยบางรายมีอาการคล้ายคนไข้จิตเวช เช่น อยู่ ๆ ก็หัวเราะขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ อาการเช่นนี้แสดงว่าเป็นลมชักแบบพิเศษ ที่เรียกว่า Gelastic Epilepsy เกิดจากสมองส่วนไฮโปทารามัส

              นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางคนมีอาการแปลก ๆ เกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น ไปขโมยของโดยไม่รู้ตัว มีอาการงง ๆ เบลอ ๆ บางคนพูดอยู่ดี ๆ ก็นิ่งค้างไปเฉย ๆ สักพักแล้วถึงกลับมาพูดต่อได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งการที่แพทย์จะวินิจฉัยได้นั้นต้องอาศัยการซักประวัติจากญาติผู้ป่วย

              อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยหลายคนไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นโรคลมชัก เพราะบางคนมีภาวะวูบ เหม่อลอย จำอะไรไม่ได้เกิดขึ้นแค่ไม่กี่วินาที จึงไม่ทันสังเกต สำหรับอาการวูบนั้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะวูบไปแล้วจำอะไรไม่ได้ แต่ยังมีคนจำนวนหนึ่งที่วูบแล้วแต่ยังจำเหตุการณ์ได้ จึงไม่คิดว่าตัวเองป่วย กว่าจะรู้ตัวว่าป่วยก็มีอาการแสดงออกมามากแล้ว

              นอกจากนี้ ในบางรายจะมีอาการเตือนขึ้นมาก่อนหมดสติ เช่น เกิดออรา เห็นแสงวาบ แขนขาชากระตุก ได้กลิ่นแปลก ๆ เช่น กลิ่นยางไหม้ กลิ่นน้ำหอม หรือได้ยินเสียงดัง ๆ ทั้งที่ไม่มีอยู่จริง หรือกลัวอย่างไม่มีเหตุผล ฯลฯ


    โรคลมชักอันตรายไหม

              ถือว่าอันตรายอยู่เหมือนกันถ้าผู้ป่วยมีอาการชักอยู่เรื่อย ๆ เพราะการที่กระแสไฟฟ้าในสมองถูกกระตุ้นมากเกินไปจะไปกระตุ้นทำให้เกิดการหลั่งสารทำลายเซลล์สมอง อาจทำให้เซลล์สมองตายได้ หรือไปกระทบประสิทธิภาพความจำ และสมองส่วนอื่น ๆ ด้วย หากปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่รักษา ผู้ป่วยอาจเกิดอาการผิดปกติจนไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้เลย

              นอกจากนี้ หากผู้ป่วยมีอาการชักแล้วกัดลิ้นตัวเองหรือสำลักก็เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ รวมทั้งหากเกิดอาการชักขณะขับรถ ว่ายน้ำ พายเรือ หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่เสี่ยงอันตรายอยู่ ก็อาจประสบอุบัติเหตุได้เช่นกัน


    เมื่อไรควรไปหาหมอ

              คนไข้ทุกรายที่มีอาการชักครั้งแรก ควรไปปรึกษาแพทย์โดยเร็ว เพื่อค้นหาสาเหตุ และควรไปหาแพทย์ทันทีหากมีอาการต่อไปนี้

              1. ชักนานเกิน 15 นาที หรือชักซ้ำ ๆ ติดต่อกันหลายครั้ง

              2. มีอาการปวดศีรษะรุนแรง มีไข้สูง หรือแขนขาเป็นอัมพาตร่วมด้วย

              สำหรับคนที่เป็นโรคลมชักที่กินยาเป็นประจำ ถ้าหากมีอาการชักกำเริบอีก เมื่อหายชักแล้วควรกลับไปหาแพทย์ประจำเพื่อปรึกษาการปรับใช้ยาให้เหมาะสม และควรเรียนรู้วิธีปรับยาเองเมื่อจำเป็น


    โรคลมชัก ลมบ้าหมู


    การวินิจฉัยโรคลมชัก

              ต้องบอกให้เข้าใจว่า อาการโรคลมชักในบางคนอาจมีลักษณะคล้ายอาการทางจิตเวช ทำให้บางคนคิดว่าตัวเองเกิดภาพหลอนมากกว่าคิดว่าตัวเองป่วยด้วยโรคลมชัก เช่น ผู้ป่วยบางคนก่อนมีอาการนิ่งเหม่อลอย ได้เห็นภาพของผู้หญิงที่ไม่มีตัวตนปรากฏออกมา หรือบางคนเห็นภาพหมุน ภาพเคลื่อนไหวเร็วกว่าปกติ เห็นแสงจ้า เห็นภาพหลอน หูแว่ว จนคิดว่าตัวเองมีอาการทางจิต แต่แพทย์จะซักประวัติ อาการที่เกิดขึ้น ตรวจร่างกาย ก่อนจะตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) ซึ่งจะบอกได้ว่า อาการที่เกิดขึ้นเป็นอาการทางจิตหรือโรคลมชักกันแน่

              นอกจากนี้ แพทย์อาจใช้การวินิจฉัยอี่น ๆ ซึ่งอาจมีความจำเป็น เช่น การตรวจเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กสมอง การตรวจคลื่นสมองพร้อมวิดีโอ 24 ชั่วโมง การตรวจสมองโดยใช้สารกัมมันตรังสี เพื่อตรวจหาพยาธิสภาพในสมอง ฯลฯ ถ้าสงสัยมีการติดเชื้อในสมอง (เช่นมีไข้สูงร่วมด้วย) แพทย์อาจทำการเจาะหลัง เพื่อตรวจน้ำไขสันหลัง


    วิธีรักษาผู้ป่วยโรคลมชัก

              โรคลมชักสามารถรักษาให้หายได้ ด้วยหลากหลายวิธี คือ

              1. การใช้ยา เป็นการรักษาหลักที่ใช้รักษาผู้ป่วยโรคลมชักในเด็กและผู้ใหญ่ เพื่อช่วยปรับกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติในสมองให้กลับมาเป็นปกติ แพทย์จะเป็นผู้เลือกชนิดและขนาดยาที่เหมาะสมกับอาการชักของผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งจะใช้เวลาในการทานยาประมาณ 2-5 ปี จนกว่าจะไม่มีอาการชัก แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาให้ลดขนาดยาลงจนกระทั่งหยุดยาได้ โดยที่ผู้ป่วย 60-70% สามารถหายขาดจากโรคลมชักด้วยยา ขณะที่มีผู้ป่วยราว 20-30% สามารถกลับมาชักได้ใหม่ ก็จำเป็นต้องกินยากันชักต่อไปตลอดชีวิต
     
              ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่กินยากันชักต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ อย่าหยุดยาเอง ยากินยาชนิดอื่นร่วมกับยากันชักโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ เพราะยาบางชนิดอาจไปต้านหรือเสริมฤทธิ์ยากันชัก ทำให้เกิดพิษขึ้นได้ และต้องหมั่นสังเกตอาการข้างเคียงที่เกิดจากการกินยากันชักด้วย

              2. การใช้ไฟฟ้ากระตุ้น เป็นวิธีการรักษาที่ใช้ในต่างประเทศ และนิยมทำในผู้ป่วยเด็กโรคลมชักที่ดื้อต่อยา และไม่สามารถจะรักษาโดยการผ่าตัดได้ วิธีการโดยการฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าเข้าไปในร่างกาย และกระตุ้นผ่านเส้นประสาทบริเวณคอ

              3. การควบคุมอาหารเพื่อรักษาโรคลมชักในเด็ก เป็นการรักษาทางโภชนบำบัด เพื่อให้ผู้ป่วยมีระดับ ketone ในร่างกายสูง ลักษณะอาหารจะมีไขมันค่อนข้างสูงและมีโปรตีนต่ำ วิธีการนี้จึงเหมาะสมกับเด็ก เนื่องจากพ่อแม่สามารถควบคุมเรื่องอาหารและตรวจปัสสาวะได้ตลอดเวลา โดยจะทำให้มีสาร ketone และสารดังกล่าวจะใช้ได้ผลในผู้ป่วยเด็กที่มีความผิดปกติทางสมอง ซึ่งมีอาการชักค่อนข้างรุนแรง จะทำให้อาการชักดีขึ้นประมาณ 60-70% และจะพบคนไข้ที่ไม่มีอาการชักเลยในระหว่างที่มีการให้อาหารชนิดนี้ประมาณ 30% สำหรับโรคลมชักในผู้ใหญ่จะไม่นิยมวิธี ketogenic diet เนื่องจากอาหารประเภทนี้มีไขมันค่อนข้างสูง

              4. การผ่าตัด ในผู้ป่วยที่ดื้อยาหรือมีพยาธิสภาพในสมองที่ชัดเจน แพทย์พิจารณารักษาด้วยการผ่าตัดสมอง โดยจะวิเคราะห์ผู้ป่วยอย่างละเอียดจากทีมสหสาขา และกระบวนการตรวจที่ทันสมัยพร้อมเทคนิคใหม่ ๆ ทำให้โอกาสที่ผู้ป่วยจะหายจากชักสูงมาก โดยที่ไม่มีผลแทรกซ้อนจากการผ่าตัด ในรายที่การรักษาทางยาไม่ได้ผลหรือผ่าตัดรักษาไม่ได้ ก็อาจจะใช้วิธีการกระตุ้นสมองด้วยไฟฟ้า


    ผู้ป่วยโรคลมชักดูแลตัวเองอย่างไรดี

              กินยากันชักให้สม่ำเสมอ อย่าหยุดยา เปลี่ยนแปลงขนาดยา หรือซื้อยากินเอง แม้คิดว่าอาการดีขึ้นแล้ว เพราะโรคอาจจะยังไม่หาย อาจทำให้เกิดอาการชักอีกได้ ต้องให้แพทย์สั่งเท่านั้น

              ไปพบแพทย์ตามนัด ไม่ควรเปลี่ยนแพทย์บ่อย ๆ เพราะจะทำให้การรักษาไม่ต่อเนื่อง แต่หากจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานที่รักษา ควรนำยาที่กินอยู่ไปให้แพทย์ดูด้วย

              ไม่ควรกินยาขนานอื่น ๆ ร่วมกับยากันชักโดยมิได้ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจมีผลต่อประสิทธิภาพของยา ทั้งในด้านหักล้างทำให้คุมชักไม่ได้ หรือเสริมฤทธิ์กัน จนเกิดเป็นพิษขึ้นได้

              หากมีไข้สูงต้องรีบทานยาลดไข้และเช็ดตัวให้ไข้ลดลง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการชัก

              หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการชัก เช่น การอดนอน พักผ่อนไม่เพียงพอ อารมณ์เครียด ออกกำลังจนเหนื่อยเกินไป อาการท้องผูก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การเข้าไปในที่ ๆ มีเสียงดังอึกทึก มีแสงจ้า

              หลีกเลี่ยงการทำงานที่เสี่ยงอันตราย เช่น งานบนที่สูง ใกล้น้ำ ของร้อน เตาไฟ บนผิวจราจร หรือเดินบนถนนตามลำพัง

              ไม่ควรขับรถ เพราะหากอาการกำเริบขึ้นมาอาจทำอันตรายต่อผู้อื่นได้ อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายห้ามคนเป็นโรคลมชักขับรถ

              ควรแจ้งให้เพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนนักเรียนทราบถึงโรคที่เป็นด้วย เพื่อที่หากเกิดอาการชักขึ้นคนใกล้ชิดจะได้ช่วยเหลือได้

     
    ปฐมพยาบาลผู้ป่วยลมชัก


    ทำอย่างไรเมื่อเจอผู้ป่วยลมชัก

              หากเจอผู้ป่วยลมชักก็ไม่ต้องตกใจ ให้ปฐมพยาบาลผู้ป่วยดังนี้

              1. นำตัวผู้ป่วยไปอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย

              2. ปลดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายให้หลวม หากใส่แว่นให้ถอดออก หากหมอนหรือสิ่งของนุ่ม ๆ มาหนุนศีรษะ

              3. คอยจับศีรษะและแขนขา อย่าให้กระแทกพื้นหรือกำแพง

              4. จับผู้ป่วยนอนตะแคงไปข้างใดข้างหนึ่ง เพื่อให้ทางเดินหายใจโล่ง ระวังมิให้เศษอาหาร เสมหะ น้ำลาย หรือเลือดที่อาจไหลอยู่ในปากสำลักเข้าไปในปอด 

              5. ถ้าผู้ป่วยใส่ฟันปลอม ควรถอดฟันปลอมออกถ้าทำได้

              6. อย่าให้คนมุงดู เพราะอาจทำให้ขาดอากาศหายใจ

              7. ห้ามใช้มือหรือนิ้วล้วงคอ หรือง้างปากคนไข้ เพราะอาจถูกคนไข้กัดนิ้วขาดได้

              8. ไม่จำเป็นต้องทำการเป่าปาก นวดหัวใจ

              9. ไม่จำเป็นต้องใช้ช้อน ด้ามไม้ ดินสอ ปากกา หรือวัตถุใด ๆ สอดใส่ปากคนไข้ เพื่อป้องกันมิให้กัดลิ้น (ดังที่เคยแนะนำ) นอกจากจะไม่ได้ประโยชน์แล้ว ยังอาจทำให้ปากและฟันได้รับบาดเจ็บหรือมีเศษวัตถุถูดกัดแตกหักอุดกั้นทางเดินหายใจได้

              10. ไม่ควรผูกมัดหรือต่อสู้กับคนไข้ เพราะจะทำให้ผู้ป่วยบาดเจ็บ ควรปล่อยให้อาการชักนั้นหยุดไปได้เอง

              11. ไม่ควรละทิ้งผู้ป่วยเพื่อไปตามผู้อื่น ควรอยู่กับผู้ป่วยตลอดเวลา เพื่อให้ผู้ป่วยอุ่นใจเมื่อฟื้นขึ้นมา

              12. ไม่ควรให้ผู้ป่วยกินระหว่างการชักหรือหลังชักใหม่ ๆ เพราะการกินอาจทำให้สำลักได้

              13. เมื่อผู้ป่วยรู้สึกตัวแล้ว ให้จับนั่งในท่าที่หายใจสะดวก และอยู่รอจนกว่าจะแน่ใจว่าคนไข้ฟื้นตัวดีแล้ว

              14. หากผู้ป่วยหลับหลังชักควรปล่อยให้หลับต่อ ห้ามป้อนอาหารหรือยาจนกว่าจะฟื้นเป็นปกติ

              15. หากผู้ป่วยชักนานกว่าปกติ หรือชักซ้ำขณะที่ยังไม่ฟื้นเป็นปกติ ควรนำตัวส่งโรงพยาบาล เพราะการชักบ่อย ๆ อาจทำให้การทำงานของสมองบกพร่องได้

     
              อาการลมชัก หรือลมบ้าหมู อาจก่อให้เกิดอันตรายขึ้นได้ หากปล่อยให้เป็นเนิ่นนานโดยไม่เข้ารับการรักษา แต่ก็ต้องยอมรับว่าในบางรายก็สังเกตเห็นได้ยาก ดังนั้น คนใกล้ตัวคงต้องช่วยกันสังเกตด้วยอีกแรง หากเห็นคนรู้จักมีพฤติกรรมแปลก ๆ ชอบวูบ เหม่อลอย นิ่ง หรือชักเกร็งทั้งแบบรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ก็ควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยให้ชัดเจน






    ขอขอบคุณข้อมูลจาก
    , สมาคมโรคลมชักแห่งประเทศไทย





บทความสุขภาพสุดฮิตประจำสัปดาห์

ความคิดเห็นที่ 19 หัวข้อข่าว โรคลมชัก ลมบ้าหมู อาการอันตรายที่รักษาให้หายได้

คุณพ่อเครียด

ลูกผมอายุ 11ปี เค้าไม่สบายอยู่ประมาณ2-3วัน อยู่ดีๆวันหนึ่งเค้าวิ่งร้องให้มา แล้วบอกว่าเห็นผู้หญิงผมยาวนั่งอยู่หลังบ้าน ทั้งๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อนและไม่มีใครตรงนั้นด้วย หลังจากนั้น เค้ามักจะออกอาการเหม่อลอย กินข้าวไม่ได้ถือช้อนค้างไว้เฉยๆ พูดจาไม่รู้เรื่อง บางครั้งก็พรึบพร่ำอยู่คนเดียวพอถามก็ไม่รู้เรื่องว่าพูดอะไร บาบครั้งก็พูดเหมือนไม่ใช่ถงภาษาไทย มีอาการมึนๆงงๆ มองอะไรเบลอๆ แบบนี้เรียกว่า อาการลมชักแบบเหม่อลอยหรือเปล่าครับ มีวิธีรักษาไหม เค้าเป็นมา 3 วันติดๆแล้วไม่มีท่าว่าจะดีขึ้นหาหมอมาเค้าก็บอกว่าปกติ ช่วยตอบด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2014-10-17 13:13:52 ]
ความคิดเห็นที่ 18 หัวข้อข่าว โรคลมชัก ลมบ้าหมู อาการอันตรายที่รักษาให้หายได้

เกม

ผมเป็นลมชักเวลาชักผมจะเห็นภาพที่ๆผมอยู่ตอนนั้นแต่เหมือนอยู่ในฝัน เกิดจากอะไรคับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2014-07-12 16:39:41 ]
ความคิดเห็นที่ 17 หัวข้อข่าว โรคลมชัก ลมบ้าหมู อาการอันตรายที่รักษาให้หายได้
ponpanok

แฟนเป็นโรคเส้นเลือดสมองตีบรักษาต่อเนื่อง ตอนนี้เป็นอาการชักเพิ่มขึ้นมาอีก ทานยาตามหมอสั่ง และไปตามหมอนัด แล้วอาการจะหายใหม?

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2014-04-28 21:29:44 ]
ความคิดเห็นที่ 16 หัวข้อข่าว โรคลมชัก ลมบ้าหมู อาการอันตรายที่รักษาให้หายได้

lydia

แฟนเป็นโรคลมชักทำอย่างไรให้เขาหายเขาจะหายไหม

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-10-02 17:19:16 ]
ความคิดเห็นที่ 15 หัวข้อข่าว โรคลมชัก ลมบ้าหมู อาการอันตรายที่รักษาให้หายได้

ิเhh

ทำไมต้องเป็นลมชักด้วยนะคนอื่นๆมันก็ไม่อยากเป็นลอกนะหนูอย่ารู้ไปลมชักมันเเต่เกิดหรึอป่าว

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-08-22 16:28:23 ]
ความคิดเห็นที่ 14 หัวข้อข่าว โรคลมชัก ลมบ้าหมู อาการอันตรายที่รักษาให้หายได้

ปรีชา

ผมคนหนี่ง อยากทราบว่าถ้ามีเนื้องอกในสมอง และเป็โรคลมชักเบลอไปชั่วขณะ อยากว่าเหลือเวลานานเท่าไร ที่เราจะอยู่ได้

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-04-04 08:20:43 ]
ความคิดเห็นที่ 13 หัวข้อข่าว โรคลมชัก ลมบ้าหมู อาการอันตรายที่รักษาให้หายได้
jantana2500

ดิฉันเป็นโรคลมชักตั้งแต่อายุ 10ขวบ จนกระทั่ง อายุุ 55ขวบ รักษามาหลายโรงพยาบาล แต่ไม่หาย สุดท้ายต้องรักษาแบบ ผ่าตัด ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ คุณหมอ โยธิน ผ่ามาได้ 3ปี โรคลมชักหายขาด เหมือนเกิดใหม่ จึงอยากจะให้เพื่อนๆ ที่เป็นโรคลมชัก เป็นแนวทางในการรักษา

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-11-17 16:27:02 ]
ความคิดเห็นที่ 12 หัวข้อข่าว โรคลมชัก ลมบ้าหมู อาการอันตรายที่รักษาให้หายได้

จันทร์สว่าง

พ่อผมเคยเป็นแต่หายขาดแล้ว ตอนแรกรักษาที่ไหนไม่เคยหาย พ่อแกกินยาสมุนไพร จากหมอยาโบราณ พ่อบอกขวดเดียวหายขาดเลยครับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-11-03 19:05:02 ]
ความคิดเห็นที่ 11 หัวข้อข่าว โรคลมชัก ลมบ้าหมู อาการอันตรายที่รักษาให้หายได้

จันทร์นารี

อยากจะรักษาโรคลมชักตามโรงพยาบาลที่รักษาโรคนี้โดยเฉพาะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-10-30 13:25:09 ]
ความคิดเห็นที่ 8 หัวข้อข่าว โรคลมชัก ลมบ้าหมู อาการอันตรายที่รักษาให้หายได้

แม่จิ๊กกี๋

สามีก็เ็ป็นค่ะหมอลองให็ลดยาก็กลับมาชักอีก ต้องทำใจยอมรับแล้วพยามใช้ชีวิตอยู่กับมัน โดยมีีกฏกติกาที่มันออกแบบไว้ให้เราแล้ว สามีเป็นมายี่สิบห้าปีแล้วค่ะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-07-24 14:45:29 ]
ความคิดเห็นที่ 7 หัวข้อข่าว โรคลมชัก ลมบ้าหมู อาการอันตรายที่รักษาให้หายได้

pin

เราก็กินยาอยู่ทุกคืน กินครั้งละ 3เม็ด (สีขาวเม็ดยาว เม็ดเล็กลักษณะคล้ายยาแก้แพ้ แต่ตัวยามีสีขาว กับแบบที่สามตัวยามีแบบเดียวกับตัวที่สอง แต่ตัวยาสีฟ้า) กินแบบนี้ต่อเนื่องมาได้10กว่าปีแล้วค่ะ หมอไม่มีอาการที่จะบอกได้ว่าให้หยุดยาเลย รุ่นพี่ที่เรียนหมอใกล้จบก็บอกว่าโรคนี้อาจต้องกินยาตลอดชีวิต และรักษาให้หายขาดจริงๆยาก เพราะทุกอย่างควบคุมได้ที่ตัวคนไข้เอง ถ้าไม่เครียด พักผ่อนเพียงพอ ก็ห่างจากโรคได้ แต่ต้องกินยารักษาอาการไว้ ทุกวันนี้คงต้องทำใจค่ะ ว่าไม่หายขาดแน่ๆ และได้แต่ขออย่าให้มีอาการรุนแรงไปกว่านี้เลย ปล.รักษาที่ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา คุณหมอมีอายุแล้ว ใจดีค่ะ หมอเข้าวันอังคารกับวันพฤหัสนะคะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-05-16 21:13:42 ]
ความคิดเห็นที่ 6 หัวข้อข่าว โรคลมชัก ลมบ้าหมู อาการอันตรายที่รักษาให้หายได้

สวัสดิ์

ผมอยากทราบว่าสถาบันไหนบ้างที่รักษาโรคลมชักครับ ผมก็เป็นคนนึงโรคนี้ครับกินยาประแต่ก่อนกินยาของโรงพยาบาลจิตเวชข่อนแก่น จะไปรับยาแต่ละครั้งไกลมากเลยต้องซื้อกับเภสัชกรกินครับ ผมก็ไม่หายหรือไม่ดีขึ้นหรอกครับพอดีทราบว่ามีการผ่าตัดก็อยากทราบว่าที่ไหนรักษาบ้างครับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-03-23 05:13:16 ]
ความคิดเห็นที่ 5 หัวข้อข่าว โรคลมชัก ลมบ้าหมู อาการอันตรายที่รักษาให้หายได้

กฤษกร

ประทานโทษนะครับผมก็คนเดียวกันกับ ความคิดเห็นที่4นะครับในขวดยาที่ผมกินมัน ก็เขียนไว้หน้ากลัวอยู่นะครับ บอกใช้ยาไปเรื่อยๆริมผีปากจะหนาและ อะไรๆอีกหลายอย่างที่ไม่พึงประสงค์แล้วหมอคิดว่าผมจะต้องใช้ยาไปอีกนานเท่าไหร่ครับ กรุณาช้วยตอบให้หนาอยนะครับเป็นกัววลมากจะเป็นพระคุณยิ่งที่

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-03-23 00:59:59 ]
ความคิดเห็นที่ 4 หัวข้อข่าว โรคลมชัก ลมบ้าหมู อาการอันตรายที่รักษาให้หายได้

กฤษกร สุแพง

ผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นโรคนี้ครับ กินยาepilipcy มานานแล้วกลัวว่า ยาจะมีผลข้างเคียงครับหมอ แล้วโรคนี้มีทางหายขาดไหมครับ(โดยที่ไม่ต้องไปผ่าตัดอีก)คือกินยาไปเรื่อยๆผมว่าผมกินยานี้มารู้สึกว่านกเขาผมจะไม่ค่อยสู้นะครับไม่อยากกินยานี้ต่อไปแล้ววินิฉัยให้หน่อยครับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-03-23 00:40:19 ]
ความคิดเห็นที่ 3 หัวข้อข่าว โรคลมชัก ลมบ้าหมู อาการอันตรายที่รักษาให้หายได้

พัชร

คุณหมอให้ตรวจคลื่นสมอง สรุปผลฉันเป็นโรคลมชัก ให้ยามาเม็ดใหญ่มากกสีขาว แต่ฉันรู้สึกว่ากินยาแล้ว แน่นหน้าอก ร่างกายทุกส่วนเกร็งไปหมด ไม่รู้ว่าฉันแพ้ยาหรือเปล่า แต่ตอนนี้ฉันหยุดกินแล้ว กลัวจะแพ้ยา

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-02-26 11:11:26 ]
ความคิดเห็นที่ 2 หัวข้อข่าว โรคลมชัก ลมบ้าหมู อาการอันตรายที่รักษาให้หายได้

มุทิตา

มีอาการชักปีละครั้ง ชักมาทั้งหมด3ครั้งจึงไปพบแพทย์และทานยาต่อเนื่องเป็นเวลา2ปี ตอนนี้เริ่มลดยาลงแล้วจากวันละ3เม็ดเป็นวันละ1เม็ด ถ้าทานต่อเนื่องเป็นเวลา1ปีแล้วไม่มีอาการเลยจะหยุดยาได้ไหมค่ะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-02-24 20:48:00 ]
ความคิดเห็นที่ 1 หัวข้อข่าว โรคลมชัก ลมบ้าหมู อาการอันตรายที่รักษาให้หายได้

ประทุมวัน

หลานมีอาการคลายลมชักแต่แม่และญาติคิดว่ามีบางอย่างทำให้เขามีอาการแบบนี้

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2011-11-26 23:53:17 ]