ไข้หวัด 2009 คร่าอีก 2 ชีวิตยอดรวมแตะ 184 ศพ

 



ไข้หวัด 2009


ไข้หวัด 09 คร่าอีก 2 ชีวิตยอดรวมแตะ 184 ศพ (ไทยรัฐ)

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ย. เว็บไซต์ของสำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์ โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ระหว่าง วันที่ 18 – 31 ต.ค. 2552 ว่า มีผู้ป่วยยืนยันเสียชีวิตด้วยไข้หวัดใหญ่ 2009 เพิ่ม 2 ราย โดยมีภาวะเสี่ยง คือ โรคประจำตัว และ หญิงตั้งครรภ์ มารับบริการค่อนข้างล่าช้า ทำให้ไม่ได้รับยาต้านไวรัสภายใน 3 วันหลังป่วย สรุปจำนวนผู้เสียชีวิตสะสม ตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. 2552 เป็นต้นมา รวม 184 ราย ไม่มีการระบาดเป็นกลุ่มก้อน

          ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวหลังตรวจเยี่ยมการเตรียมยาน้ำโอเซลทามิเวียร์ชนิดในน้ำเชื่อม สำหรับรักษาเด็กเล็กที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 ว่า การระบาดของโรคระลอก 2 ซึ่งอาจเกิดขึ้นในฤดูหนาวนี้ กลุ่มเสี่ยงที่กระทรวงสาธารณสุขต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี ซึ่งมีประมาณ 8 ล้านคน เนื่องจากร่างกายมีภูมิต้านทานโรคต่ำกว่าวัยอื่น ๆ จึงต้องเตรียมความพร้อมในระบบการรักษาพยาบาล

          รมช.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า จากการระบาดที่ผ่านมามีเด็กจำนวนมากป่วย หรือสงสัยไข้หวัดใหญ่ รวมทั้งไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ด้วย ขณะที่ยาโอเซลทามิเวียร์ที่ใช้ทั่วโลกเป็นยาเม็ดแคปซูล ต้องกินอย่างเดียว ไม่มียาฉีด ไม่มีชนิดน้ำ กระทรวงสาธารณสุขจึงพัฒนายาโอเซลทามิเวียร์ชนิดชนิดน้ำเชื่อมสำหรับเด็ก โดยให้องค์การเภสัชกรรมผลิตในขนาด 30 ซี.ซี. แต่มีข้อเสียคือยาอายุสั้นเพียง 10 วัน และต้องเก็บในตู้เย็น หากสต็อกยาจำนวนมากครั้งเดียว จะทำให้งบประมาณสูญเปล่า เพราะยาหมดอายุเร็วใช้การไม่ได้

          นายมานิต กล่าวอีกว่า ได้ปรับยุทธศาสตร์โดยให้งานเภสัชกรรมของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี พัฒนาสูตรตำรับยาโอเซลทามิเวียร์ในน้ำเชื่อม เพื่อรักษาเด็กที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 เป็นการเฉพาะ และถ่ายทอดให้ฝ่ายเภสัชกรรมโรงพยาบาลทั่วประเทศทั้งรัฐและเอกชนเป็นผลสำเร็จ มั่นใจว่าหากมีเด็กเล็กป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 สามารถใช้ยาสูตรนี้รักษาเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

          ด้าน นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การทำยาโอเซลทามิเวียร์ชนิดน้ำเชื่อมขนาด 10 มิลลิกรัมต่อ 1 ซีซี จะมี 3 ขนาดคือขนาด 30 ซี.ซี. 60 ซี.ซี. และ 120 ซี.ซี. ซึ่งยาชนิดน้ำนี้ หลังผสมเก็บไว้ได้ 10 วัน โดยเก็บในตู้เย็นและใส่ขวดสีชาไว้ ซึ่งยาน้ำโอเซลทามิเวียร์ในน้ำเชื่อม จะทำให้เด็กกินง่ายขึ้น ไม่ขม โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้เผยแพร่สูตรการรักษาให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ ทั้งรัฐและเอกชนแล้ว ขณะนี้ได้สำรองยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ทั้งหมด 12 ล้านเม็ด ทั่วประเทศ รองรับผู้ป่วยได้ 6 แสนคน

          ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการเตรียมรับมือการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ระลอก 2 ในช่วงฤดูหนาวนี้ ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ปรับระบบการบริหารการเข้าถึงยาต้านไวรัส โดยได้ให้คณะกรรมการด้านการแพทย์ทบทวนคู่มือรักษาให้กระชับขึ้น เพื่อให้แพทย์สามารถรักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที และได้สั่งการให้โรงพยาบาลทุกแห่งเฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ได้สำรองยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ไว้อย่างเพียงพอ 12 ล้านเม็ด และสำรองยาซานามิเวียร์เพิ่มอีก 50,000 ชุด

          วันเดียวกัน นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ขอความร่วมมือกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการขยายความร่วมมือการรณรงค์ป้องกัน โรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์ พบว่า ปีนี้ฤดูหนาวมาเร็วกว่าปกติ จากเดิมที่คาดว่า อากาศจะเริ่มหนาวต้นเดือนธนวาคม สำนักระบาดวิทยาประเมินว่า สภาพอากาศที่หนาวเย็น จะทำให้เชื้อไวรัสอยู่ในสภาพแวดล้อมได้นาน ทำให้แพร่เชื้อได้มากขึ้น จึงต้องเน้นย้ำให้ประชาชนป้องกันตัวไม่ให้ป่วยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการระบาดในช่วงระลอกแรก มีแนวโน้มลดลงทั้งการป่วยและเสียชีวิต

          นายวิทยา กล่าวต่อว่า ในความร่วมมือครั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข จะให้การสนับสนุนทางด้านข้อมูลวิชาการ จัดส่งผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา จากกรมควบคุมโรค ไปชี้แจงสถานการณ์ของโรคในระดับโลกและประเทศ ให้ทันเหตุการณ์ทุกขณะ รวมทั้งการให้ข้อมูลคำแนะนำการป้องกันโรค เพื่อเตรียมความพร้อมนักศึกษาแพทย์ทุกชั้นปีก่อนออกรณรงค์ให้ความรู้ประชาชน เป็นวัคซีนภาคประชาชน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดหรือวันที่มีค่ายกิจกรรมต่าง ๆ ของนักศึกษา โดยจะเริ่มอบรมแกนนำนักศึกษาแพทย์ และสาขาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ของมหาวิทยาลัยทุกแห่งในเขตกรุงเทพฯ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่ 12 พ.ย.นี้

          ด้านนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา ได้ลงนามความร่วมมือ กับ สสส. รณรงค์ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 เริ่มช่วงแรก ตั้งแต่ เดือนกันยายน เป็นต้นมา ในกลุ่มบุคลากร นักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ และในช่วงที่ 2 จะร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ให้สถาบันอุดมศึกษาที่มีคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งมีทั้งหมด 19 แห่ง อยู่ในสังกัดสกอ. 16 แห่ง กทม. 1 แห่ง กลาโหม 1 แห่ง และ เอกชน 1 แห่ง มีนักศึกษาทุกชั้นปีเกือบ 10,000 คน โดยจะเริ่มในมหาวิทยาลัยที่มีความพร้อม และขยายผลทั่วประเทศต่อไป นอกจากนี้ จะให้มีการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับสถานการณ์ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ด้วย




ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ไข้หวัด 2009 คร่าอีก 2 ชีวิตยอดรวมแตะ 184 ศพ อัปเดตล่าสุด 5 พฤศจิกายน 2552 เวลา 15:06:03
TOP
x close