สุขภาพอินเทรนด์

    เตือนดื่มสุรา เสี่ยงตายด้วยโรคหัวใจ 2-3 เท่า


    เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    กรมการแพทย์เตือนคอทองแดงดื่มสุรา เรื้อรังเสี่ยงตายด้วยโรคหัวใจ 2-3 เท่า (กระทรวงสาธารณสุข)

              หมอใหญ่กรมการแพทย์แนะคอทองแดงควรเลิกเหล้าถาวร หลังพบเสี่ยงตายด้วยโรคหัวใจมากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มสูงถึง 2-3 เท่า ระบุสาเหตุส่วนใหญ่จากเพื่อนชวนกว่าร้อยละ 50

              เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 ที่ห้องประชุมอิมแพ็ค คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ฮอลล์ 9 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวภายหลังร่วมพิธีเปิดการประชุมวิชาการยาเสพติดแห่งชาติ ครั้งที่ 11 เรื่อง "รู้ลึก รู้จริง รู้ทันยาเสพติด: Update in Addiction"  ว่า จากสถานการณ์ผู้ติดสุราเรื้อรังเข้ารับการบำบัดรักษา ที่สถาบันธัญญารักษ์ กรมการแพทย์ ปี 2551 จำนวน 1,304 ราย ปี 2552 จำนวน 1,556 ราย และปี 2553 เพียง 6 เดือนแรกมีผู้ป่วยมากถึง 1,094 ราย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ติดสุราเรื้อรังมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี 

              ทั้งนี้ โดยมีสาเหตุมาจากเพื่อนชวนถึงร้อยละ 53.20 รองลงมาคือ อยากลอง ร้อยละ 31.63 และเพื่อความสนุกสนาน  ร้อยละ 9.96 โดย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 35-54 ปี ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นพิษสุราเรื้อรังจะดื่มสุราโดยไม่จำกัด มีความต้องการดื่มสุราตลอดเวลา แม้จะพยายามเลิกสุราหลายครั้งหลายหน แต่ก็ทำไม่สำเร็จและจะปฏิเสธว่าไม่ติดสุรา หลังจากดื่มไปได้ระยะหนึ่งผู้ป่วยจะเริ่มดื้อต่อแอลกอฮอล์ โดยมีอาการเหมือนดื้อยา คือ ต้องการดื่มสุรามากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อจะให้สุราออกฤทธิ์เท่าเดิม ที่สำคัญจะคุมตัวเองไม่ได้ และชอบใช้ความรุนแรงกับครอบครัว นอกจากนี้ เมื่อไม่ได้ดื่มสุราจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออก มือสั่น กระวนกระวาย  และกลับมาดื่มสุราอีก จึงทำให้ติดสุราเรื้อรัง

              สำหรับผลเสียของโรคพิษสุราเรื้อรัง คือ ส่งผลต่อหัวใจ หลอดเลือด และตับ โดยจะทำให้ความดันโลหิตสูงกว่าปกติ  มีโอกาสเกิดโรคหัวใจมากกว่าของผู้ที่ไม่ดื่มสุรา 2-3 เท่า ส่งเสริมให้เกิดโรคมะเร็งจากสารอื่นได้ง่าย เช่น การดื่มสุราพร้อมกับการสูบบุหรี่ โดยมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งปาก กล่องเสียงและหลอดอาหาร และเกิดโรคตับอักเสบ ตับแข็ง รวมทั้งทำให้เกิดท้องร่วง ริดสีดวงทวาร และแผลในกระเพาะอาหาร  ซึ่งหากได้รับแอลกอฮอล์เกินขนาดอาจ ทำให้เสียชีวิต โดยเฉพาะการดื่มปริมาณมากอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน คิดว่าตนเองคอแข็ง ไม่ติดเหล้า  นอกจากนี้  ทำให้ความสามารถในการขับขี่พาหนะลดลง รวมถึงเกิดความรุนแรงในครอบครัว 

              รองอธิบดีกรมการแพทย์กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการลงแดงไม่มาก หลังจากการหยุดสุรา 12-72  ชั่วโมง คือ หงุดหงิด มือและตัวสั่น วิตกกังวล โมโหง่าย อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า อ่อนเพลีย คิดอะไรไม่ออก ใจ สั่น ปวดศีรษะ เหงื่อออกหน้าและมือ คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ และหัวใจเต้นเร็ว  แพทย์จะให้ยาและสารน้ำทางเส้นเลือด หลังจากนั้นสังเกตอาการอย่างน้อย 2 ชั่วโมง และหากอาการดีขึ้นก็สามารถกลับบ้านได้ โดยให้คำแนะนำการปฏิบัติตน และรับยาไปรับประทานต่อ 4 - 5 วันแล้วไปพบแพทย์ตามนัด

              สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการลงแดงหลังจากหยุดสุรา และมีอาการรุนแรง  คือ  เครียด ชักกระตุก ประสาทหลอน หรือมีอาการสับสน วุ่นวาย ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีอัตราการเสียชีวิตสูง จึงควรได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว

              อันตรายจากการติดสุรา คือ ความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว ตับถูกทำลาย ดังนั้น ผู้ติดสุราควรควบคุมจิตใจตัวเอง  หางานอดิเรกทำ เช่น ออกกำลังกาย เล่นกีฬา ปลูกผักสวนครัว ชมรายการโทรทัศน์ เป็นต้น  เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น





    ขอขอบคุณข้อมูลจาก