โรคและการป้องกัน

    โรคเอดส์ AIDS โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่อันตราย


    ถุงยางอนามัย โรคเอดส์
    โรคเอดส์



    เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
    ขอขอบคุณภาพประกอบจาก aidsthai.org , thaiall.com

              ต้องยอมรับว่า หนึ่งในโรคติดต่อที่คนรู้จักความน่ากลัวของมันเป็นอย่างดี ก็คือ " โรคเอดส์ " และรู้กันดีว่า " โรคเอดส์ " เป็นโรคร้ายแรงที่ยังไม่มีตัวยาใดมารักษาให้หายขาดได้ อีกทั้งยังพบผู้ติดเชื้อ เอดส์ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นจึงทำให้องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดเอาวันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปีเป็น วันเอดส์โลก เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงอันตรายจาก โรคเอดส์ นั่นเอง และวันนี้กระปุกดอทคอม ก็ได้นำความรู้เกี่ยวกับเรื่อง โรคเอดส์ มาบอกต่อกัน ด้วยค่ะ

    โรคเอดส์ คืออะไร

              โรคเอดส์ หรือ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIDS : Acquired Immune Deficiency Syndrome) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสมีชื่อว่า ฮิวแมนอิมมิวโนเดฟีเซียนซีไวรัส (Human Immunodeficiency Virus :HIV) หรือเรียกย่อๆ ว่า เชื้อเอชไอวี โดยเชื้อเอชไอวีจะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อมีภูมิคุ้มกันต่ำลง จนร่างกายไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคได้อีก โรคต่างๆ (หรือเรียกอีกนัยหนึ่งว่า โรคฉวยโอกาส) จึงเข้ามาซ้ำเติมได้ง่าย เช่น วัณโรค ปอดบวม ติดเชื้อในระบบโลหิต เชื้อรา ฯลฯ และทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในที่สุด

    สายพันธุ์ของ โรคเอดส์

              เชื้อไวรัสเอดส์มีหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์หลักดั้งเดิมคือ เอชไอวี-1 (HIV-1) ซึ่งแพร่ระบาดในแถบสหรัฐอเมริกา ยุโรป และแอฟริกากลาง, เอชไอวี-2 (HIV-2) พบแพร่ระบาดในแถบแอฟริกาตะวันตก นอกจากนี้ยังพบสายพันธุ์อื่นๆ ที่กลายพันธุ์มาอีกมากมาย

              ในปัจจุบันทั่วโลก พบสายพันธุ์เชื้อเอชไอวี มากกว่า 10 สายพันธุ์  กระจายอยู่ตามประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยพบมากที่สุดที่ทวีปแอฟริกามีมากกว่า 10 สายพันธุ์ เนื่องจากเป็นแหล่งแรกที่พบเชื้อเอชไอวี และกระจายอยู่เป็นเวลานานกว่า 70 ปี สายพันธุ์ที่พบมากที่สุดคือในโลก คือสายพันธุ์ซี มากถึง 40% พบในทวีปแอฟริกา อินเดีย จีน รวมทั้งพม่า ส่วนในประเทศไทยพบเชื้อเอชไอวี 2 สายพันธุ์คือ สายพันธุ์เอ-อี (A/E) หรืออี (E) พบมากกว่า 95% แพร่ระบาดระหว่างคนที่มีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง กับสายพันธุ์บี (B) ที่แพร่ระบาดกันในกลุ่มรักร่วมเพศ และผ่านการใช้ยาเสพติดฉีดเข้าเส้น 


    เอดส์



              ขณะที่สายพันธุ์ซีเดี่ยวๆ ยังไม่พบในประเทศไทย พบเพียงแต่สายพันธุ์อี-ซี ที่เป็นลูกผสมระหว่างสายพันธุ์อีในประเทศไทย และสายพันธุ์ซีจากทวีปแอฟริกา และล่าสุดยังได้พบหญิงไทยติดเชื้อเอชไอวีสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่เคยตรวจพบมาก่อนในโลก คือ เชื้อเอชไอวีผสมระหว่าง 3 สายพันธุ์ คือ เอ จี และดี เรียกว่า เอจี-ดี (AG/D) และยังพบเชื้อเอชไอวีผสม 3 สายพันธุ์ ได้แก่ เอ อี และจี เรียกว่า เออี-จี (AE/G)

    โรคเอดส์ ติดต่อได้อย่างไร

    โรคเอดส์ สามารถติดต่อได้ 3 ทาง คือ

               1.การร่วมเพศกับผู้ติดเชื้อเอดส์ โดยไม่ใช่ถุงยางอนามัย ทั้งชายกับชาย หญิงกับหญิง หรือชายกับหญิง จะเป็นช่องทางธรรมชาติหรือไม่ธรรมชาติก็ตาม ล้วนมีโอกาสเสี่ยงต่อการติด โรคเอดส์ ทั้งนั้น ซึ่งมีข้อมูลจากกองระบาดวิทยาระบุว่า ร้อยละ 83 ของผู้ติดเชื้อเอดส์ รับเชื้อมาจากการมีเพศสัมพันธ์

               2.การรับเชื้อทางเลือด โอกาสติดเชื้อ เอดส์ พบได้ 2 กรณี คือ

              - ใช้เข็มฉีดยา หรือกระบอกฉีดยา ร่วมกับผู้ติดเชื้อ เอดส์ มักพบในกลุ่มผู้ใช้สารเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น

              - รับเลือดมาจากการผ่าตัด หรือเพื่อรักษาโรคเลือดบางชนิด แต่ปัจจุบันเลือดที่ได้รับการบริจาคมา จะถูกนำไปตรวจหาเชื้อเอดส์ก่อน จึงมีความปลอดภัยเกือบ 100%

               3.ติดต่อผ่านทางแม่สู่ลูก เกิดจากแม่ที่มีเชื้อเอดส์และถ่ายทอดให้ทารก ในขณะตั้งครรภ์ ขณะคลอด และภายหลังคลอด ปัจจุบันมีวิธีป้องกันการแพร่เชื้อเอดส์จากแม่สู่ลูก โดยการทานยาต้านไวรัสในช่วงตั้งครรภ์ จะสามารถลดโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอดส์เหลือเพียงร้อยละ 8 แต่ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ การตรวจเลือดก่อนแต่งงาน

              นอกจากนี้ โรคเอดส์ ยังสามารถติดต่อผ่านทางอื่นได้ แต่โอกาสมีน้อยมาก เช่น การใช้ของมีคมร่วมกับผู้ติดเชื้อเอดส์ โดยไม่ทำความสะอาด, การเจาะหูโดยการใช้เข็มเจาะหูร่วมกับผู้ติดเชื้อเอดส์,การสักผิวหนัง หรือสักคิ้ว เป็นต้น ซึ่งวิธีดังกล่าวเป็นการติดต่อโดยการสัมผัสกับเลือด หรือน้ำเหลืองโดยตรง แต่โอกาสติด โรคเอดส์ ด้วยวิธีนี้ต้องมีแผลเปิด และปริมาณเลือดหรือน้ำเหลืองที่เข้าไปในร่างกายต้องมีจำนวนมาก

    ปัจจัยที่ทำให้ติดเชื้อเอดส์

    ปัจจัยที่ทำให้ติดเชื้อเอดส์ มีหลายประการ คือ

               1.ปริมาณเชื้อเอดส์ที่ได้รับ หากได้รับเชื้อเอดส์มาก โอกาสติด โรคเอดส์ ก็จะสูงขึ้นไปด้วย โดยเชื้อเอดส์ จะพบมากที่สุดในเลือด รองลงมาคือ น้ำอสุจิ และน้ำในช่องคลอด

               2.หากมีบาดแผล จะทำให้เชื้อเอดส์เข้าสู่บาดแผล และทำให้ติด โรคเอดส์ ได้ง่ายขึ้น

               3.จำนวนครั้งของการสัมผัส หากสัมผัสเชื้อโรคบ่อย ก็มีโอกาสจะติดเชื้อมากขึ้นไปด้วย

               4.การติดเชื้ออื่นๆ เช่น แผลริมอ่อน แผลเริม ทำให้มีเม็ดเลือดขาวอยู่ที่แผลจำนวนมาก จึงรับเชื้อเอดส์ได้ง่าย และเป็นหนทางให้เชื้อเอดส์เข้าสู่แผลได้เร็วขึ้น

               5.สุขภาพของผู้รับเชื้อ หากสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง ในขณะนั้น ก็ย่อมมีโอกาสที่จะรับเชื้อได้ง่ายขึ้น

    โรคเอดส์ มีกี่ระยะ

    เมื่อติดเชื้อเอดส์แล้ว จะแบ่งช่วงอาการออกเป็น 3 ระยะ คือ

               1.ระยะไม่ปรากฎอาการ (Asymptomatic stage) หรือระยะติดเชื้อโดยไม่มีอาการ ในระยะนี้ผู้ติดเชื้อจะไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ ออกมา จึงดูเหมือนคนมีสุขภาพแข็งแรงเหมือนคนปกติ แต่อาจจะเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ จากระยะแรกเข้าสู่ระยะต่อไปโดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 7-8 ปี แต่บางคนอาจไม่มีอาการนานถึง 10 ปี จึงทำให้ผู้ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อต่อไปให้กับบุคคลอื่นได้ เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อ

               2.ระยะมีอาการสัมพันธ์กับเอดส์ (Aids Related Complex หรือ ARC) หรือระยะเริ่มปรากฎอาการ (Symptomatic HIV Infection) ในระยะนี้จะตรวจพบผลเลือดบวก และมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นในเห็น เช่น ต่อมน้ำเหลืองโตหลายแห่งติดต่อกันนานกว่า 3 เดือน, มีเชื้อราในปากบริเวณกระพุ้งแก้ม และเพดานปาก, เป็นงูสวัด หรือแผลเริมชนิดลุกลาม และมีอาการเรื้อรังนานเกิน 1 เดือน โดยไม่ทราบสาเหตุ เช่น มีไข้ ท้องเสีย ผิวหนังอักเสบ น้ำหนักลด เป็นต้น ระยะนี้อาจเป็นอยู่นานเป็นปีก่อนจะกลายเป็นเอดส์ระยะเต็มขึ้นต่อไป

               3.ระยะเอดส์เต็มขั้น (Full Blown AIDS) หรือ ระยะ โรคเอดส์ ในระยะนี้ภูมิคุ้มกันของร่างกายจะถูกทำลายลงไปมาก ทำให้เป็นโรคต่างๆ ได้ง่าย หรือที่เรียกว่า "โรคติดเชื้อฉวยโอกาส" ซึ่งมีหลายชนิด แล้วแต่ว่าจะติดเชื้อชนิดใด และเกิดที่ส่วนใดของร่างกาย หากเป็นวัณโรคที่ปอด จะมีอาการไข้เรื้อรัง ไอเป็นเลือด ถ้าเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อ Cryptococcus จะมีอาการปวดศรีษะอย่างรุนแรง คอแข็ง คลื่นไส้อาเจียน หากเป็นโรคเอดส์ของระบบประสาทก็จะมีอาการความจำเสื่อม ซึมเศร้า แขนขาอ่อนแรงเป็นต้น ส่วนใหญ่เมื่อผู้เป็นเอดส์เข้าสู่ระยะสุดท้ายนี้แล้วโดยทั่วไปจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 1-2 ปี

    ใครที่ควรตรวจหาเชื้อเอดส์

               ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง และต้องการรู้ว่าตนเองติดเชื้อเอดส์หรือไม่
               ผู้ที่ตัดสินใจจะมีคู่หรืออยู่กินฉันท์สามีภรรยา
               ผู้ที่สงสัยว่าคู่นอนของตนจะมีพฤติกรรมเสี่ยง 
               ผู้ที่คิดจะตั้งครรภ์ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และลูก 
               ผู้ที่ต้องการข้อมูลสนับสนุนเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพของร่างกาย เช่น ผู้ที่ต้องการไปทำงานในต่างประเทศ (บางประเทศ)

              หากสงสัยว่า รับเชื้อเอดส์มา ไม่ควรไปตรวจเลือดทันที เพราะเลือดจะยังไม่แสดงผลเป็นบวก ควรตรวจภายหลังจากสัมผัสเชื้อแล้ว 4 สัปดาห์ขึ้นไป จึงจะได้ผลที่แม่นยำ

    การป้องกัน โรคเอดส์

    เราสามารถป้องกัน โรคเอดส์ ได้ โดย

               1. ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ที่มีเพศสัมพันธ์
               2. รักเดียว ใจเดียว
               3. ก่อนแต่งงาน หรือมีบุตร ควรตรวจร่างกาย ตรวจเลือด และขอรับคำปรึกษาเรื่อง โรคเอดส์ จากแพทย์ก่อน
               4. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดใช้สารเสพติดทุกชนิด


    ถุงยางอนามัย โรคเอดส์




    ถุงยางอนามัย ป้องกัน โรคเอดส์ ได้แค่ไหน

              ถุงยางอนามัย สามารถป้องกัน โรคเอดส์ ได้แน่นอน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้ว่าถูกต้องหรือไม่ เช่น ถุงยางมีคุณภาพดีพอหรือไม่ หมดอายุการใช้งานหรือยัง โดยปกติให้ดูจากวันผลิตไม่เกิน 3 ปี หรือดูวันหมดอายุที่ซอง ซองต้องไม่ชำรุด หรือฉีกขาด นอกจากนี้ต้องเลือกขนาดใช้ให้เหมาะสม ถ้าขนาดไม่พอดี ก็อาจฉีดขาด หรือหลุดออกง่าย ซึ่งจะไม่สามารถป้องกัน โรคเอดส์ อย่างได้ผล

    วิธีใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้อง

    ถุงยางอนามัย โรคเอดส์



              1.หลังจากตรวจสอบว่า ถุงยางอนามัยไม่หมดอายุ ซองไม่มีรอยฉีกขาด ฉีกมุมซองโดยระมัดระวัง ไม่ให้เล็บมือเกี่ยวถุงยางอนามัยขาด

    ถุงยางอนามัย โรคเอดส์



              2.ใช้ถุงยางอนามัยในขณะที่อวัยวะเพศแข็งตัว บีบปลายถุงยาง เพื่อไล่อากาศ


    ถุงยางอนามัย โรคเอดส์



              3.รูดถุงยางอนามัย โดยให้ม้วนขอบอยู่ด้านนอก

    ถุงยางอนามัย โรคเอดส์



              4.สวมถุงยางอนามัย แล้วรูดให้ขอบถุงยางอนามัย ถึงโคนอวัยวะเพศ

    ถุงยางอนามัย โรคเอดส์


              5.หลังเสร็จกิจ ควรรีบถอดถุงยางอนามัย ในขณะที่อวัยวะเพศยังแข็งตัว โดยใช้กระดาษชำระหุ้มถุงยางอนามัยก่อนที่จะถอด หากไม่มีกระดาษชำระต้องระวัง ไม่ให้มือสัมผัสกับด้านนอกของถุงยาง ควรสันนิษฐานว่า ด้านนอกของถุงยาง อาจจะปนเปื้อนเชื้อเอดส์แล้ว

    ถุงยางอนามัย โรคเอดส์

              6.ทิ้งถุงยางอนามัยที่ใช้แล้ว ลงในภาชนะรองรับ เช่น ถังขยะ




    วิธีใช้ถุงยางอนามัย เพศหญิง

              ใช้นิ้วหัวแม่มือนิ้วชี้และนิ้วกลางจับขอบห่วงถุงยางให้ถนัดแล้วบีบขอบห่วงในให้ห่อตัวเล็กลง นั่งท่าที่เหมาะสม เช่น นั่งยองๆ หรือยกขาข้างใดข้างหนึ่งวางบนเก้าอี้แล้วค่อยๆ สอดห่วงถุงยางที่บีบไว้เข้าไปในช่องคลอด ดันให้ลึกที่สุด ใช้นิ้วสอดเข้าไปในถุงยางจนนิ้วสัมผัสกับขอบล่างของห่วงด้านใน แล้วจึงดันขอบห่วงถุงยางลึกเข้าไปในช่องคลอด ให้ถึงส่วนบนของเชิงกระดูกหัวเหน่า ด้วยการงอนิ้วไปทางด้านหน้าของตัวคุณให้ลึกเข้าไปในปากช่องคลอดประมาณ 2-3 นิ้ว  วิธีถอดถุงยางให้หมุนบิดปิดปากถุง เพื่อให้น้ำอสุจิคงอยู่ภายในถุงยาง แล้วจึงค่อยๆ ดึงออก 

    โรคเอดส์ รักษาได้หรือไม่

              ปัจจุบันยังไม่มียาที่สามารถรักษาโรคเอดส์ให้หายขาดได้ มีแต่เพียงยาที่ใช้เพื่อยับยั้งไม่ให้ไวรัสเอดส์เพิ่มจำนวนมากขึ้น แต่ไม่สามารถกำจัดเชื้อเอดส์ให้หมดไปจากร่างกายได้ ยาต้านไวรัสเอดส์ในปัจจุบันมี 3 ประเภทคือ

               1. Nucleoside Reverse Transcriptase Inhibitors (NRTIs) ได้แก่ AZT ddl ddC d4T 3TC ABC รับประทานยาต้านไวรัสเอดส์

               2. Non-Nucleoside Reverse Transcriptase Inhibitors (NNRTIs) ได้แก่ NVP EFV

               3. Protease Inhibitors (Pls) ได้แก่ IDV RTV Q4V NFV 

              หากรับประทานยาต้านไวรัสเอดส์แล้ว อาจมีผลข้างเคียงคือ คลื่นไส้อาเจียน มีผื่นตามผิวหนัง โลหิตจาง ฯลฯ ดังนั้นการรับประทานยาเหล่านี้ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์

    ข้อควรปฏิบัติหากได้รับเชื้อเอดส์

              ผู้ที่เป็น โรคเอดส์ สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ และควรดูแลสุขภาพให้ดี ไม่ควรวิตกกังวล เพราะหากไม่มีโรคแทรกซ้อนจะสามารถมีชีวิตยืนยาวไปได้อีกหลายปี โดยมีข้อปฏิบัติคือ

               1.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารครบถ้วน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

               2.รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

               3.หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ หรือหากมีเพศสัมพันธ์ ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง เพื่อป้องกันการรับเชื้อ หรือแพร่เชื้อเอดส์

               4.งดการบริจาคเลือด อวัยวะ และงดใช้สิ่งเสพติดทุกชนิด

               5. หากเป็นหญิง ไม่ควรตั้งครรภ์ เพราะเชื้อเอดส์สามารถถ่ายทอดสู่ลูกได้ถึง 30%

               6. ทำจิตใจให้สงบ ไม่เครียด ไม่กังวล รวมทั้งอาจฝึกสมาธิ

               7.อยู่ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก

    ความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับ โรคเอดส์

              จากข้อมูลทางการแพทย์ระบุชัดว่า เชื้อเอชไอวีไม่สามารถแพร่สู่กันได้โดยการติดต่อในชีวิตประจำวันกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี และไม่สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางการกอด การสัมผัสมือที่เป็นการทักทายแบบชาวตะวันตก หรือการปฏิสัมพันธ์ภายนอกอื่น เช่น การใช้ห้องน้ำร่วมกัน การใช้เตียงนอนร่วมกัน การใช้อุปกรณ์รับประทานอาหารหรือรถแท็กซี่ร่วมกัน

              นอกจากนี้ เอชไอวีไม่ใช่โรคติดต่อทางอากาศเหมือนกับไข้หวัด และไม่ติดต่อผ่านทางแมลง หรือ ยุง โดยทั่วไปแล้วเชื้อเอชไอวีติดต่อกันผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย มีข้อมูลยืนยันชัดเจนว่ากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีติดจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน การแลกเปลี่ยนของเหลวในร่างกาย เช่น อสุจิ เลือด หรือของเหลวในช่องคลอด นอกจากนี้เชื้อเอชไอวียังสามารถติดต่อผ่านทางการใช้เข็ม หรืออุปกรณ์ฉีดยาร่วมกันของผู้ใช้ยาเสพติด ขณะที่ผู้หญิงตั้งครรภ์สามารถแพร่เชื้อไปสู่ลูกได้ในระหว่างการตั้งครรภ์ การคลอดและการเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่

    หน่วยงานที่ให้การบริการปรึกษาปัญหาสุขภาพ และ โรคเอดส์

    ผู้ที่ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับ โรคเอดส์ เพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่

               กลุ่มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โทร. 0-2286-0431, 0-2286-4483 

               โรงพยาบาลบำราศนราดูร โทร. 0-2590-3737, 0-2590-3510 

               กองควบคุมโรคเอดส์ กทม. โทร. 0-2860-8751-6 ต่อ 407-8 

               มูลนิธิศูนย์ฮอตไลน์ โทร. 0-2277-7699, 0-2277-8811 (โทรฟรี) 

               มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ โทร. 0-2372-2222 

               สถานบริการสาธารณสุข และโรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง


      เคล็ดลับสุขภาพ สุขภาพใกล้ตัว โรคและการป้องกัน คลิกเลย 

     คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ


    ขอขอบคุณข้อมูลจาก
    - aidsthai.org
    - moph.go.th
    - thaiall.com



ความคิดเห็นที่ 227 หัวข้อข่าว โรคเอดส์ AIDS โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่อันตราย

Ajee2331

ผมจะเปณคนหยุดโรคนี้ โดยมือและมันสมองเอง ฟังดูแล้วอาจเปณไปไม่ได้ แต่คนิย่างผมไม่เชื่อคับ ไม่มีโรคไหนที่รักษ์ษาไม่หาย แต่ยังไม่รู้วิธีเท่านั้นเอง เปณกำลังใจให้คับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2014-07-22 16:54:45 ]
ความคิดเห็นที่ 225 หัวข้อข่าว โรคเอดส์ AIDS โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่อันตราย

นำ้หวาน

ขอบคุณสำหรัความรู้ดีดีเพื่อหนูๆเด้กคนอื่นๆด้วยน่ะค่ะ Thank you very much น่ารักมากค่ะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-12-17 18:34:11 ]
ความคิดเห็นที่ 224 หัวข้อข่าว โรคเอดส์ AIDS โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่อันตราย

น้องมิกส์

ไอพวกทีี่ชอบเชื้อเอดส์ขึ้นมาเนี้ย เป็นคนประเพสไหนกัลว่ะไอพวกบ้าเอ๋ย

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-12-17 18:30:44 ]
ความคิดเห็นที่ 210 หัวข้อข่าว โรคเอดส์ AIDS โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่อันตราย

Unicorn

ดีครับ ผมเพิ่งทราบว่า เป็นเอดส์ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หลังจากไปหาหมอ Admit เนื่องจากเป็นไข้ แต่ทุกครั้งที่เป็นไข้ ผมก็จะขอตรวจ HIV ทุกครั้งไป ซึ่งครั้งนี้ พยาบาล โทรมาให้มารับผลดตรวจ และพบแพทย์ ผมก็แจ้งว่า ทุกครั้ง ไม่เห็นต้องพบเลย คุณพยาบาล เลยแจ้งว่า ครั้งนี้ ไม่เหมือนทุกครั้ง ผมต้องทำใจ เกิด แก่ เจ็บ แล้วก็ตาย เพียงแต่ ต่อไปนี้ เราจะใช้ขีวิต ในการทำงานให้เหมือนปกติ ได้อย่างไร และป้องกันไม่ให้แพร่กระจาย หรือ รับเชื้อเพิ่่มอย่างไรเท่านั้นเอง ขอเป็นกำลังใจให้ตัวเอง กับ ผู้ป่วยทุกราย

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-10-09 22:43:48 ]
ความคิดเห็นที่ 208 หัวข้อข่าว โรคเอดส์ AIDS โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่อันตราย

นก mylove

ดิฉันเป็นคนนึงที่ติดเชื้อประมาณ7ปีกว่าแล้ว แต่ฉันอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะฉันมีกำลังใจคือคนใกล้ตัวคือพี่น้องและลูกแม้ว่าคนที่ทำฉันติดเชื้อจะไม่รับผิดชอบใดๆก็ตาม แต่ฉันก็อโหสิให้เขา ฉันอยากเป็นกำลังใจให้คนติดเชื้อเช่นเดียวกันฉันว่าเราต้องสู้และดูแลสุขภาพของเราให้ดี บางทีเราเป็นโรคนี้อย่างน้อยๆก็ทำให้เรารู้ว่าอายุเราสั้นลงทำให้เราใช้เวลาที่เหลืออยู่ได้อย่างคุ้มค่าและไม่ประมาทนะ คิดซะว่าเรายังมีความโชคดีในความโชคร้ายนะ สู้ สู้นะคะทุกคน

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-09-25 19:11:05 ]
ความคิดเห็นที่ 204 หัวข้อข่าว โรคเอดส์ AIDS โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่อันตราย

รัตน์ติการต์

เห็นด้วยกับข้อความที่คุณเขียนมาบรรยายซึ่งเป็นข้อความที่เด็กวัยรุ่นควารอ่านเพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้ติดโรคร้ายพวกนี้

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-09-12 11:10:17 ]
ความคิดเห็นที่ 203 หัวข้อข่าว โรคเอดส์ AIDS โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่อันตราย

ลั่นหล้านัก

ผมไม่รู้ว่าเป็นไหมครับ แต่มาอ่านดูแล้วก็กลัวๆเหมือนกัน ผมก็เลยตั้งใจจะไปตรวจเลือดทุกปี

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-09-11 08:51:05 ]
ความคิดเห็นที่ 194 หัวข้อข่าว โรคเอดส์ AIDS โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่อันตราย

นางสาวแพร

ถ้าเราไปสัมผัสกับเลือดคนที่เป็นเอดส์โดยที่เราก็ไม่ได้ระวังโอกาสที่จะติดเชื้อมีมากไหมคะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-07-29 20:25:55 ]
ความคิดเห็นที่ 188 หัวข้อข่าว โรคเอดส์ AIDS โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่อันตราย

Toffy

เราชอบเปิดดูรายการ ช่อง TNN2 ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคนติดเชื้อดีมาก

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-07-17 16:43:39 ]
ความคิดเห็นที่ 185 หัวข้อข่าว โรคเอดส์ AIDS โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่อันตราย

KKOK

หายขาดได้ไงไม่เข้าใจยาตัวไหนมีไม่มีนะทางแพทยังไม่มีเลนแล้วคุนจะมีได้ไง

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-07-02 21:13:18 ]
ความคิดเห็นที่ 183 หัวข้อข่าว โรคเอดส์ AIDS โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่อันตราย

KKOK

อยากให้คนเป็นโครนี้แข่มแข็งอย่าย่อท้อเราต้องรักตัวเองและดูแลรักษาตัวเราเองถ้าไม่รักษาตัวราเองใครก้อไม่สามารถช่วยเราได้ มี่แต่จิตรใจเราเท่านั้นและกำลังใจที่จะทำให้เรามีวันข้างหน้าและอย่าไปคิดมากคิดว่าเราเปนคนเหื่อนคนปกติหาความสุขใส่ตัวแค่นี้ชิวิตก้อดีแล้วดีกว่าเราไปนั้งเคลียดไปวันๆ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-07-01 21:42:40 ]
ความคิดเห็นที่ 182 หัวข้อข่าว โรคเอดส์ AIDS โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่อันตราย

KKOK

ตอนแรกก้อไม่รู้ว่าตัวเองเป้นโรคนี้จนวันนึงกินเหล้ามากแล้วเข้าโรงบาลหมอตรวจเลือด*ตอนหมอมาบอกตกใจมากว่าเราติดเชื่อคิดอะไรไม่ออกได้แต่นอนร้องฮ้ายคิดถึงแม่*แต่เรายิ่งคิดก้อยิ่งแย่ได้แต่ปลอบใจตัวเองทุวันนี้ผมแขงแรงดีไม่ใช่โรคน่ากลัวอะไรเลยเพียงคุนอย่าไปคิดมากรุมั๊ยผมอายุ 22 เองไม่คิว่าจะเปนด้วย

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-07-01 21:34:39 ]
ความคิดเห็นที่ 181 หัวข้อข่าว โรคเอดส์ AIDS โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่อันตราย

โสด

แต่ก่อนเขามั่วมาก ได้ใครได้เอา วันหนึ่งเริ่มจากสามคนถึงหกคนนุ่น ไม่กล้าไปตรวจ แต่เราคงไม่เป็นหรอกมั้ง แต่ตอนนี้ไม่มั่วแล้ว แม่ตี กลัวแม่ ตอนนี้มาเรียน เลิกแล้วสิ่งที่ชั่วๆในอดีย แต่วันนี้อาจารย์ให้ทำรายงานเรื่องนี้ เลยมาดู เราเข้าข่ายอ่ะ ก็ใครจะไปรู้เนาะ แต่ก้กินน้ำอสุจิทุกคนนะ เป้นรัยมั้ย โอยคิดมากไปแล้วเรา ยังงัยเราก็ เป็นคนดีของสังคมละนะ คอยบอกรุ่นน้องเขาอย่าเก็บไม้เป็นเยี่ยงอย่าง

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-06-24 20:04:08 ]
ความคิดเห็นที่ 180 หัวข้อข่าว โรคเอดส์ AIDS โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่อันตราย

ท้อแท้

ใครจะไปรู้เพราะความเชื่อใจไว้ใจไม่นึกว่าเค้าจะไปมีอะไรกับคนอื่นแถมยังไม่สวมถุงยาง...ไม่ได้คิดว่าจะทำได้แค่ไปเจอกันคีนเดียวแล้วมีอะไรกันได้ผู้หญิงสมัยนี้มั่วจริงๆคนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ ใครจะอยากเป็นในสิ่งที่เราไม่ได้ก่อขึ้น ทำไมมันไม่ยุติธรรมต้องมาเป็นในสิ่งที่เราไม่ได้ทำไม่ได้มั่ว สงสารพ่อแม่สงสารตัวเองทำไม ถ้าบอกเรวกว่านี้กคงจะไม่เกิดขึ้นจะทำไงดี

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-06-16 17:48:19 ]
ความคิดเห็นที่ 179 หัวข้อข่าว โรคเอดส์ AIDS โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่อันตราย

วิศรุต

สู้นะคับ ผมจะเป็นกำลังใจเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ให้กับผู้ติดเชื้อเอดส์(HIV)คนไทยไม่ทิ้งกัน

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-06-09 09:05:20 ]
ความคิดเห็นที่ 176 หัวข้อข่าว โรคเอดส์ AIDS โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่อันตราย

กำลังใจ

แฟนผมก็เป็นโรคนี้คับแต่เขาก็บอกว่าเขาเป็นโรคแต่ผมก็ยังรักเขาเข้าใจเขาและอยู่ข้างเขาเสมอและก็จะรักเขาตลอดไปถึงแม้ผมไม่ได้เป็นนะคับเราก็คุยกันการอยู่ด้วยกันเข้าใจและให้โอกาสเขาที่เคยพลาดมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อเรารู้เราก็อยู่ร่วมกันได้ และศึกษาหาข้อมูลป้องกัน คุยกัน ซึ่งคนเราทุกคนก็เป็นโรคด้วยกันทั้งนั้น ความดัน เบาหวาน ก็ไม่ต่างกันหรอก ข้อให้ทุกคนที่ติดเชื้อสู้ๆ รักษาตัวให้ดี พบแพทย์ มีวินัยในการกินยา ทำใจให้สบาย อย่าคิดไรให้มาก ทุกคนในโลกนี้ เหมือนกันหมด เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทุกคนหนีไม่พ้น แต่ที่สำคัญ เราทำทุกๆวันให้มีความสุข การติดเชื้อนี้รักษาตัวเองดีๆก็มีอายุขัยเท่ากับคนปกติมีอายุ 70 ก็อยู่ถึง 70 นะ ถ้าลองคิดถึงคนเป็นมะเร็งหละ จะอยู่ได้สักกี่วัน ลองคิดดูให้ดีๆ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-05-16 13:20:01 ]
ความคิดเห็นที่ 174 หัวข้อข่าว โรคเอดส์ AIDS โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่อันตราย

สู้ครับ

ผมก็เป็นตอนนี้กินยาต้านได้6เดือนล่ะปกติดีทุกอย่างครับ เคยพลาดไปแล้วแต่ก็ไม่ท้อครับ ถ้าคุณรู้จักมันดีพอ คุณจะอยู่กับมันได้ชั่วชีวิตเลยครับ ทุกวันนี้คนเราเกิดมาต้องตายทุกคนการตายก็มี 2 อย่างที่ทำให้เราตายคือ1.ป่วยตายทุกคนก็ต้องตายด้วยโรคทั้งนั้นน้อยคนที่จะนอนเฉยๆแล้วตาย 2 อุบัติเหตุตาย ตายทุกคนครับขึ้นอยู่กับว่าคนทำอะไรที่ค้างคาไว้หรือยัง หมอบอกผมว่าคุณอย่าคิดเรื่องตาย ตอนนั้นผมไปตรวจcd4 200 ตอนนี้ เพิ่มขึ้น 400 แล่วครับผมภูมิใจมาก เอดส์เป็นแล้วรักษาได้ครับ แต่ไม่หาย เหมือนกันความดัน เบาหวานครับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-04-25 20:19:41 ]
ความคิดเห็นที่ 173 หัวข้อข่าว โรคเอดส์ AIDS โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่อันตราย

คนที่ไว้ใจคนที่ไม่น่าใว้ใจ

ผมเป็นเกย์คบกับแฟนจนไว้ใจ พอมีเพศสัมพันธ์ผมไม่ได้ป้องกันเพราะไว้ใจผมไม่มั่วคบแฟนคนเดียว แต่เริ่มมีอาการผิดปกติมีผื่นตุ่มขึ้นที่แขน ขาเม็ดเล็กๆๆใสๆๆซึ่งผมเป็นคนที่ใส่ใจผิวพรรณ ผิวขาวใส ทำงานอีเว้นท์MC ตอนแรกคิดว่าแผ้ครับปรับสภาพผิว กลัวและตกใจ เลยไปหาหมอ ผมไม่เคยรู้เลย หมอคงน่าจะรู้เลยให้ยามาทาและให้ผมตรวจเลือดแล้วหมอนัดฟังผลตรวจ ปรากฎว่าผมติดเชื้อHiv ผมอยากจะตายครับ ผมสงสารแม่มากผมอย่างตายครับผมเครียด อยากรู้ว่ามียาที่เค๊าฉีดเข้าร่างกายและให้เสียชีวิตโดยไม่ทรมานชื่อว่าอะไรครับ ผมอยากได้ครับ ขอร้อง ผมไม่รู้จะฆ่าตัวตายยังไงที่ไม่ทรมานมาก ทุกวันนี้ผมเหมือนอย่ในนรกผมไม่คุยไม่ติดต่อใครเลยมีใครช่วยหายาชนิดนี้ให้หน่อยได้ไหมครับ ช่วยผมหน่อยครับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-04-22 07:37:37 ]
ความคิดเห็นที่ 172 หัวข้อข่าว โรคเอดส์ AIDS โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่อันตราย

Frog

คือถ้าตรวจเลือดที่โรงบาลแล้วไม่ได้คิดตรวจเอดส์นี่ คือจะตรวจไปในตัวเลยรึเปล่า

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-04-03 10:53:26 ]