6 อันดับแหล่งเชื้อโรคในออฟฟิศคุณ

6 อันดับแหล่งเชื้อโรคในออฟฟิศคุณ





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          รอบ ๆ ตัวของคนเรานั้น ล้วนเต็มไปด้วยแบคทีเรียและเชื้อโรคทุกซอกทุกมุม และหลายครั้ง เชื้อโรคเหล่านั้นก็ทำให้เราเจ็บป่วยโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวด้วย ดังนั้น การหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีเชื้อโรคมากมาย จึงเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนตระหนักถึง ทั้งนี้ก็เพื่อความสะอาดและสุขภาพของตัวเองนั่นเอง

          แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น คุณ ๆ รู้หรือไม่ว่า ยังมีพื้นที่อีกหลายซอกมุมที่เป็นแหล่งรวมของแบคทีเรียและเชื้อโรคชั้นดีเลยทีเดียว โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องใช้ร่วมกับผู้อื่นทุก ๆ วันอย่างในที่ทำงานของเรานี่แหละ มีหลายซอกมุมที่คุณคาดไม่ถึงเลยเชียว วันนี้กระปุกดอทคอมจึงขอหยิบยกงานวิจัยว่าด้วยเรื่องแหล่งรวมเชื้อโรคในที่ทำงานมาฝากกัน เพื่อให้คุณ ๆ ได้หลีกเลี่ยงการสัมผัส หรือล้างมือหลังสัมผัสกับมันทุกครั้ง เพื่อสุขภาพของตัวคุณเอง

          สำนักข่าวเอเอฟพี เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า งานวิจัยชิ้นนี้ เป็นผลงานของทีมวิจัยจากบริษัทคิมเบอร์ลีย์-คลาร์ก ผู้ผลิตกระดาษชำระแบรนด์ดังของโลก ซึ่งนักวิจัยได้ดำเนินการวิจัยโดยนำกระดาษชำระไปเช็ดพื้นผิวสิ่งก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์สำนักงาน และของใช้ทุกอย่างภายในที่ทำงานหลายแห่งที่มีพนักงานจำนวนมาก จากนั้นก็นำกระดาษชำระที่ผ่านการเช็ดพื้นผิวแล้วมาตรวจวัดค่าเชื้อโรค เพื่อประเมินความสกปรกของพื้นผิวต่าง ๆ โดยแบ่งระดับความสกปรกของพื้นผิวนี้เป็น 2 ระดับ คือ ระดับเสี่ยงน้อย (อยู่ที่ค่า 100 ขึ้นไป) และระดับเสี่ยงมาก (อยู่ที่ค่า 300 ขึ้นไป)

          ผลจากการวิจัยดังกล่าว พบว่า มีพื้นผิวอยู่ 6 จุดที่เป็นแหล่งเชื้อโรคอันดับต้น ๆ ภายในที่ทำงาน ซึ่งเราควรหลีกเลี่ยงและระวังเรื่องความสะอาดหลังสัมผัสให้มากเป็นพิเศษ โดยทีมวิจัยได้จัดอันดับความเสี่ยงและประเมินเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงไว้พร้อม และพื้นผิวทั้ง 6 จุดที่ว่า คือพื้นผิวของอุปกรณ์ต่อไปนี้

          วาล์วเปิด-ปิดน้ำบนอ่างล้างมือ (75%)
          บริเวณที่จับเปิด-ปิดเตาไมโครเวฟ (48%)
          แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ (27%)
          บริเวณที่จับเปิด-ปิดประตูตู้เย็น (26%)
          ก๊อกน้ำดื่ม (23%)
          ตู้ขายน้ำ-ขนม (21%)

          นอกจากนี้ นักวิจัยยังเปิดเผยว่า นอกจากพื้นผิวทั้ง 6 จุดข้างต้นแล้ว ยังมีพื้นผิวที่เสี่ยงรองลงมา ที่เราต้องตระหนักถึงการทำความสะอาดมือไม้หลังสัมผัส นั่นก็คือ เมาส์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ตั้งโต๊ะ และกระติกน้ำร้อน (หรือเหยือกน้ำ) นั่นเอง

          ทางด้านศาสตราจารย์ชาร์ล เจอร์บา จากมหาวิทยาลัยแอริโซนา หรือที่รู้จักกันในนาม "ด๊อกเตอร์เจิร์ม" ได้เปิดเผยว่า "ผู้คนมักจะระมัดระวังเรื่องเชื้อโรคในห้องน้ำซะเป็นส่วนใหญ่ แต่หารู้ไม่ว่าห้องนั่งเล่น ห้องพักผ่อน ก็มีเชื้อโรคอยู่ในระดับที่ไม่ต่างกันเลย ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องระมัดระวังกับทุกกิจกรรมในที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเวลาทานข้าว ชงกาแฟ หรือแม้แต่กำลังพิมพ์งาน เชื้อโรคมันพร้อมจะกระจายไปได้ทุกที่นั่นแหละ"
        
          เอ้า รู้อย่างนี้แล้ว.. เห็นที่ว่าเรา ๆ จะต้องคิดถึงความสะอาดหลังสัมผัสกับสิ่งของที่มีเชื้อโรคจำนวนมากที่บอกไปข้างต้นซะแล้วล่ะ


  เคล็ดลับสุขภาพ สุขภาพใกล้ตัว โรคและการป้องกัน คลิกเลย 

คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ












สมาชิกกระปุก
E-mail :
Password :

หมายเหตุ
• ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
• ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใดๆ ก็ตามลงในช่องแสดงความคิดเห็น
• ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
• ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะ สม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
คลิกเลือกอารมณ์ที่ต้องการ ตาใส , เซ็ง , ร้องไห้ , เจ้าเล่ห์ , หัวเราะ , ตลก , โกรธ
คุณสามารถแสดงความคิดเห็น ได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็น สมาชิกนะคะแต่ถ้าสมัคร สมาชิกและเข้าสู่ระบบก่อนโพส ข้อความเราจะโชว์รูปของคุณ ขึ้นมาให้เด่นๆเลยนะ
กรุณา เคาะเว้นวรรค ระหว่างข้อความด้วยนะคะ ระบบจะตัดคำได้สวยงาม ถ้าพิมพ์ติดกันไปหมด ระบบจะไม่ตัดคำให้นะคะ
ชื่อ : โค้ด :
กรุณานำโค้ดด้านข้าง กรอกในช่องว่างด้วยคะ (พิมพ์เป็นตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ได้)
กรุณาคลิก ส่งข้อความ เพียงครั้งเดียวค่ะ....


ความคิดเห็นที่ 2 หัวข้อข่าว 6 อันดับแหล่งเชื้อโรคในออฟฟิศคุณ
พรม? เพราะบางออฟฟิศ ดูดฝุ่นน้อยมาก สิ่งสกปรกที่มากับรองเท้าและติดอยู่บนพรม มากมายมหาศาล แถมมีผลกับระบบหายใจด้วย เพราะห้องแอร์ มันเป็นระบบปิด ..
จากคุณ กขค เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-06-04 12:23:45 ]
ความคิดเห็นที่ 1 หัวข้อข่าว 6 อันดับแหล่งเชื้อโรคในออฟฟิศคุณ
บน mouse keyboard เป็นอะไรที่

สยองมากครับ ตปท เค้าถึงแยกการใช้งานของใครของมันเลย อย่างต้องใช้ head phone ก็ต้องพกส่วนตัวบางคนก็มองแล้วหาว่าเวอร์ แต่มันก็น่ากลัวจริงๆนะ พอๆกับหมวกกันน็อคอ่ะ
จากคุณ สยองดี เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-06-04 09:13:56 ]