
2 ภัยร้าย กลางแดดจ้า (woman plus)
ภัยใกล้ตัวที่มาพร้อมความระอุองศาเดือดอย่างแสงแดด ที่คอยแผดเผาเราอยู่ทุกวี่วัน เพราะนอกจากจะทำให้ผิวพรรณเสียแล้ว อาจเสี่ยงต่อการเพลียแดดและเป็นลมแดดเอาได้ค่ะ
ซึ่งอาการที่เกิดจากความร้อนอย่างนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ อาการเพลียแดดและอาการลมแดด
อาการเพลียแดด เป็นอาการอ่อนเพลียเนื่องจากร่างกายสูญเสียน้ำมากเกินไป แต่ไม่รุนแรงจนถึงขั้นเป็นลมแดด เพราะยังสามารถควบคุมสติได้ คนที่มีอาการเพลียแดดอย่างนี้มักจะรู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลียมาก บางรายถึงขั้นมีอาการแบบนี้หลอนติดต่อกันไปอีกหลายวัน แต่ถ้าเป็นมากมักจะมีการปวดหัว มึนงง กระสับกระส่าย คลื่นไส้ กล้ามเนื้อเป็นตะคริว ผิวหนังเย็น และชีพจรเต้นเบาสลับเร็วด้วยค่ะ
เมื่อรู้สึกว่าจะเกิดอาการเพลียแดด ให้หาที่นั่งพักและดื่มน้ำเกลือแร่หรือน้ำผลไม้จนรู้สึกอิ่ม แต่สำหรับรายที่มีอาการมาก ๆ ให้รีบนอนพัก ยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นสูง และเช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำเย็น จากนั้นจึงค่อยดื่มน้ำส้มหรือน้ำผลไม้ตามค่ะ
อาการลมแดดจะเกิดจากการเสียเหงื่อมาก ๆ และได้รับการชดเชยจากน้ำหรือเกลือแร่ที่สูญเสียไปไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมความร้อนที่เพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากศูนย์ควบคุมอุณหภูมิไม่สามารถเพิ่มการทำงาน เพื่อระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ (โดยปกติศูนย์ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย จะทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายให้อยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส)
อาการที่พบในระยะแรกคือจะกระหายน้ำมาก ตัวร้อน หายใจสั้นและเร็ว ปากคอแห้ง ต่อมาตัวจะร้อนจัด เวียนหัว ตาพร่า คลื่นไส้ และหมดสติได้ แต่ถ้าไม่ได้รับการปฐมพยาบาลอย่างทันท่วงที อาจถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตได้เลยละค่ะ
ขั้นแรกจะต้องเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปที่สมอง โดยยกเท้าให้สูงขึ้น จากนั้นให้รีบนำผู้ป่วยเข้าในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ค่อย ๆ คลายเสื้อผ้าออกให้หลวม แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัวตลอดเวลา เมื่อรู้สึกดีขึ้นจึงค่อยทิ้งระยะเช็ดให้ห่างออกไป
สำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนให้จิบน้ำเปล่าช้า ๆ จนรู้สึกอิ่มและไม่กระหาย แต่หากรู้สึกกระหายอีกก็ให้ดื่มน้ำเกลือแร่ หลังจากนั้นให้พักต่ออย่างน้อย 1 ชั่วโมง สำหรับกรณีที่ผู้ป่วยยังไม่ฟื้นนานกว่า 5 นาทีหลังจากทำการปฐมพยาบาลแล้ว ควรรีบนำส่งแพทย์ทันทีค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก






