โรคและการป้องกัน

    วัคซีน ไข้หวัดใหญ่ กับ โรคหัวใจ


    วัคซีน

    วัคซีน ไข้หวัดใหญ่กับโรคหัวใจ (Women Plus)


             ช่วงนี้หันไปทางไหนก็เจอแต่เรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือ ไข้หวัด2009 ใคร ๆ ก็กลัว เพราะสื่อประโคมข่าวกันค่อนข้างมาก มีคนไข้มาขอฉีดวัคซีนไข้หวัดก็มากจนวัคซีนหมดเกลี้ยง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ไม่สามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้ เพราะเป็นคนละสายพันธุ์ แต่คนส่วนใหญ่ก็ขอฉีดไว้ก่อนเหมือนกับมีเกราะกำบังไว้ก่อน ดีกว่าไม่มีอะไรเลย

             แท้จริงแล้วไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่มันน่ากลัวอย่างนั้น หรือความจริงแล้วมันก็คือไข้หวัดใหญ่ตัวหนึ่งเท่านั้น อัตราการเสียชีวิตก็ไม่มาก คือ ไม่ถึง 1% เลย บางท่านอาจจะสงสัยว่า แล้วทำไมมีคนเสียชีวิตมากจัง ตอนนี้สถิติก็เสียชีวิตประมาณ 80 กว่าคนแล้ว แต่ถ้าเทียบกับจำนวนผู้ติดเชื้อหลายหมื่นคน ก็ยังไม่ถึง 0.8% เลย ถ้าเทียบความน่ากลัวแล้วไม่ได้ น่ากลัวไปกว่าไข้หวัดใหญ่ตัวเดิมหรือเชื้อโรคชนิดอื่น ๆ ที่สามารถติดต่อกันทางอากาศหรือไอจามรดใส่กันเลย เชื้อโรควัณโรคดื้อยายังน่ากลัวกว่ากันเยอะเลย

             กลับมาเข้าเรื่องของวัคซีนกันเสียที ตอนนี้มีข่าวลือว่ามีวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในคลินิกหรือบางโรงพยาบาล เข็มละหลายหมื่นบาท ขอบอกว่าอย่าไปหลงเชื่อ เพราะวัคซีนใหม่ยังไม่เข้าเมืองไทยแน่นอน ในต่างประเทศคาดว่าจะมีในเดือนกันยายนนี้ แต่ที่ฉีด ๆ กันอยู่นั้นน่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่ธรรมดา ซึ่งราคาอยู่ที่หลักร้อยถึงหลักพันต้น ๆ เท่านั้นเอง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่เราฉีดให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรัง และกลุ่มเสี่ยงปกติจะฉีดกันปีละครั้ง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจ เพราะผู้ป่วยสูงอายุและเป็นโรคหัวใจ หรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ

             การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่จะทำให้ลดอัตราการเสียชีวิต และลดอัตราการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลลง เพราะฉะนั้นแพทย์จึงแนะนำให้ผู้ป่วยโรคหัวใจทุกท่านฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ปีละครั้ง การฉีดก็ไม่ยาก จะเป็นเข็มเล็ก ๆ ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง บริเวณต้นแขน ส่วนใหญ่จะเริ่มฉีดกันตอนหน้าฝน คือประมาณเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป ปฏิกิริยาจากการฉีดวัคซีนนี้น้อยมาก จะมีบางท่านเท่านั้นที่อาจจะมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวหลังฉีด 1-2 วัน ฉีดแล้วก็จดบันทึกไว้ว่าปีนี้ฉีดเมื่อไหร่พอครบปีก็มาขอฉีดใหม่ได้ เพราะสายพันธุ์ของเชื้อโรคจะเปลี่ยนไปทุกปี วัคซีนต้องมีการปรับปรุงพัฒนาตามการกลายพันธุ์ของเชื้อโรคด้วย

             หลังฉีดวัคซีนแล้วจะป้องกันเฉพาะไข้หวัดใหญ่เท่านั้น ไม่รวมถึงไข้หวัดตามฤดูกาล เช่น น้ำมูกไหล คัดจมูกเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนั้นอาจจะเป็นได้อยู่ เพราะเป็นคนละสายพันธุ์กัน แต่จากประสบการณ์ของหมอที่ฉีดวัคซีนให้ผู้ป่วยโรคหัวใจพบว่า ผู้ป่วยหลายท่านไม่เป็นไข้หวัดอีกเลยหลังฉีดวัคซีน ซึ่งก็ทำให้ผู้ป่วยชอบและกลับมาฉีดวัคซีนอีก ยังไงก็แล้วแต่การป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อก็ควรทำกันเป็นประจำ เช่นการล้างมือ บ่อย ๆ โดยน้ำและสบู่ หรือเจลทำความสะอาด ระวังอย่าเอามือไปจับบริเวณหน้าและปาก อย่าหยิบของเข้าปาก ให้ใช้ช้อนแทน ตามสโลแกนที่ว่า กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง และหมั่นล้างมือ ก็จะช่วยป้องกันโรคได้เกือบทุกโรคอยู่แล้ว

             ที่สำคัญกว่านั้นต้องรักษาสุขภาพตัวเองให้แข็งแรง เช่น นอนหลับพักผ่อนให้พอ ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง ครั้งละ 45-60 นาที อย่าคลุกคลีกับคนที่เป็นหวัด เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ (แต่ต้องล้างให้สะอาดก่อน หรือปรุงให้สุกก่อน) สมุนไพรที่มีประโยชน์ต้านไวรัส H1N1 ที่หาได้ในบ้านเราได้แก่ กระเทียม ฟ้าทะลายโจร บีทรูท โสม แมงลักคา และอื่นๆ สามารถนำมาประกอบการปรุงอาหารได้ดี ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง ส้ม มะนาว ก็ช่วยต้านโรคได้เช่นกัน ไม่เฉพาะไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ แต่สายพันธุ์ไหนก็แล้วแต่ หรือแม้แต่คนไข้ที่เป็นโรคหัวใจสิ่งเหล่านั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นวัคซีนป้องกันโรคได้ทั้งสิ้น



    ขอขอบคุณข้อมูลจาก




ความคิดเห็นที่ 3 หัวข้อข่าว วัคซีน ไข้หวัดใหญ่ กับ โรคหัวใจ

ดดด

คุณไปเอาข้อมูลมาจากไหนวัคซีนตัวใหม่เข้ามาแล้วรวมป้องกันไวรัส4สายพันธุ์ไปหาข้อมูลมาใหม่ไปโรงบาลเอกชนนำเข้ามาแล้วครับโรงพยาบาลดังๆ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-09-18 01:04:21 ]