สุขภาพอินเทรนด์

    พาราเซตามอล ยาสามัญที่ต้องระวัง



    ยาพารา

    พาราเซตามอล ยาสามัญที่ต้องระวัง
    โดย แพทย์หญิง ประพิมพ์พร ฉัตรานุกูลชัย แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์ และโภชนวิทยาทางคลินิก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

     
              พาราเซตามอลเป็นยาแก้ปวด และลดไข้ที่คนไทยนิยมใช้กันมากที่สุด เนื่องจากเชื่อว่าปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง จริงอยู่ที่พาราเซตามอลมีข้อดีที่ไม่ระคายเคืองกระเพาะ แต่แท้จริงแล้วพาราเซตามอลมีผลข้างเคียงที่อันตรายที่สุด คือ การเกิดพิษต่อตับ หากใช้เกินขนาดหรือใช้ติดต่อกันนานเกินไป
     
              ภาวะเป็นพิษต่อตับจากยาพาราเซตามอลนั้น เกิดได้ทั้งจากความตั้งใจรับประทานยาเกินขนาดเพื่อทำร้ายตัวเอง ในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า การรับประทานยาพาราเซตามอลเกินขนาดเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดตับอักเสบเฉียบพลัน และเกิดภาวะตับวาย ซึ่งอาการอาจรุนแรงถึงขั้นต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนตับ หรือเสียชีวิต หากไปรับการรักษาไม่ทันท่วงที

              ส่วนผู้ป่วยกลุ่มที่เกิดภาวะเป็นพิษต่อตับโดยความไม่ตั้งใจนั้น พบได้บ่อยในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการปวดเรื้อรัง ซึ่งผู้ป่วยส่วนหนึ่งไม่ทราบว่า กำลังทำร้ายตัวเองด้วยการรับประทานยาแก้ปวดที่มีผลทำร้ายตับต่อเนื่องเป็นเวลานาน การรับประทานยาพาราเซตามอลเป็นเวลานาน แม้ว่าจะรับประทานไม่เกินขนาดที่แนะนำ แต่ถ้ารับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานานก็มีโอกาสที่จะเกิดตับอักเสบได้เช่นเดียวกัน ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะไปรับการรักษาช้า เนื่องจากไม่ตระหนักถึงพิษภัยที่อาจเกิดขึ้นได้จากการรับประทานยาพาราเซตามอลเป็นเวลานาน
     
    ยาพารา

              เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2554 องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (U.S. Food and Drug Administration หรือ USFDA) ได้ออกประกาศให้บริษัทยาที่ผลิตยาแก้ปวดสูตรผสมที่มีพาราเซตามอลเป็นส่วนประกอบ ให้ลดปริมาณยาพาราเซตามอลลงจากเดิม จากขนาด 500 มิลลิกรัมต่อเม็ดเป็น 325 มิลลิกรัมต่อเม็ด เพื่อลดความเสี่ยงของผู้บริโภคในการที่จะได้รับปริมาณยาพาราเซตามอลเกินขนาด และลดความเสี่ยงที่จะเกิดพิษต่อตับ นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้ระบุถึงผลข้างเคียงของยาพาราเซตามอล ที่ฉลากยาให้ชัดเจนว่า "ยามีผลทำให้เกิดพิษต่อตับอย่างรุนแรงได้" นอกเหนือจากผลข้างเคียงอื่นที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น อาการแพ้ยาหรือผื่นคัน

              แม้ว่ายาพาราเซตามอลจะเป็นยาแก้ปวดลดไข้ที่มีประโยชน์ แต่หากใช้ผิดวิธีก็อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้ จึงต้องระมัดระวังในการใช้ยา และหากอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยา ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุเสมอ


    ยาพาราเซตามอล


              ข้อควรระวังที่ควรทราบเกี่ยวกับยาพาราเซตามอล คือ ไม่ควรรับประทานเป็นประจำต่อเนื่องเป็นเวลานาน และไม่ควรรับประทานยาพาราเซตามอลเกินวันละ 4 กรัม ในประเทศไทยซึ่งยามักจะอยู่ในรูปแบบเม็ดละ 500 มิลลิกรัม คือ รับประทานได้ไม่เกิน 8 เม็ดต่อวัน และไม่เกิน 1-2 เม็ดต่อครั้ง (ผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 50 กิโลกรัมควรรับประทานพาราเซตามอลครั้งละ 1 เม็ดเท่านั้น)

              นอกจากนี้ไม่ควรดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม ขณะที่รับประทานยาพาราเซตามอล ส่วนผู้ป่วยที่มีโรคตับเรื้อรัง ตับแข็ง หรือดื่มสุราเป็นประจำจะมีความเสี่ยงในการเกิดพิษต่อตับง่ายกว่าคนปกติ จึงควรงดเว้นการรับประทานพาราเซตามอล หรือหากจำเป็นจริง ๆ ก็ควรรับประทานให้น้อยที่สุด

              ข้อควรระวังอีกอย่างคือ มียาสูตรผสมเป็นจำนวนมากที่มีพาราเซตามอลเป็นส่วนประกอบ เช่น ยาแก้ไข้หวัด ยาแก้ปวดเมื่อย ยาคลายกล้ามเนื้อ ซึ่งยาสูตรผสมเหล่านี้ หากนำมารับประทานร่วมกันโดยไม่ทราบว่ามีพาราเซตามอลเป็นส่วนประกอบ เช่น รับประทานยาแก้ไข้หวัดพร้อม ๆ กับยาคลายกล้ามเนื้อ จะทำให้ได้รับยาเกินขนาด และเกิดตับอักเสบ หรือตับวายเฉียบพลันได้ ดังนั้น ก่อนรับประทานยาทุกชนิดจึงควรอ่านฉลากยาให้ละเอียดเสมอ ถ้าไม่แน่ใจว่ายามีส่วนประกอบของพาราเซตามอลหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนบริโภคยาทุกครั้ง
     

    เอกสารอ้างอิง
    - fda.gov

    - Watkins PB, Kaplowitz N, Slattery JJ, et al: Aminotransferase elevations in healthy adults receiving 4 grams of acetaminophen daily—A randomized controlled trial. JAMA. 2006;296:87-93

    - Schmidt LE, Dalhoff K, Poulsen HE: Acute versus chronic alcohol consumption in acetaminophen-induced hepatotoxicity. Hepatology 2002;35:876–882



      เคล็ดลับสุขภาพ สุขภาพใกล้ตัว โรคและการป้องกัน คลิกเลย 

    คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ




    ขอขอบคุณข้อมูลจาก
    แพทย์หญิง ประพิมพ์พร ฉัตรานุกูลชัย แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์ และโภชนวิทยาทางคลินิก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช







บทความสุขภาพสุดฮิตประจำสัปดาห์

สุขภาพอินเทรนด์ล่าสุด

ความคิดเห็นที่ 12 หัวข้อข่าว พาราเซตามอล ยาสามัญที่ต้องระวัง

tarn

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2014-12-15 11:08:13 ]
ความคิดเห็นที่ 10 หัวข้อข่าว พาราเซตามอล ยาสามัญที่ต้องระวัง

Pharmf134

Hello! kkegcbc interesting kkegcbc site! I'm really like it! Very, very kkegcbc good!

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-10-21 05:43:36 ]
ความคิดเห็นที่ 9 หัวข้อข่าว พาราเซตามอล ยาสามัญที่ต้องระวัง
gourmet

ได้ยินมาว่า ตอนนี้มียาตัวใหม่ ที่สามารถ ทานดักไว้ก่อนที่เราจะป่วยได้ โดยตัวยา และส่วนผสมทำมาจาก สมุนไพรธรรมชาติ ยังไงก็เป็นอีกทางเลือกได้นะคะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-01-22 15:55:46 ]
ความคิดเห็นที่ 6 หัวข้อข่าว พาราเซตามอล ยาสามัญที่ต้องระวัง

jang

ไปอ่านวิธีล้างท้อง เพราะกินพาราแล้วแบบ ไม่กล้ากินพาราไปเลย ตอนนี้เกินแต่สมุนไพร Koolcapp ลดไข้แทนอะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-12-18 13:42:39 ]
ความคิดเห็นที่ 5 หัวข้อข่าว พาราเซตามอล ยาสามัญที่ต้องระวัง

benjamin

แต่ก่อนเราก็ทานยาพาราเยอะมากเลย ปวดหัวนิดหน่อยก็ทานแล้วไม่ได้ห่วงมาก แต่ตอนนี้คงต้องระวังละ ว่าจะเริ่มหันไปกินสมุนไพรบ้างละเห็น Koolcapp ที่เป็นสมุนไพรลดไข้ น่าสนใจดี จะได้สลับเปลี่ยนกันบ้าง

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-12-17 13:23:47 ]
ความคิดเห็นที่ 4 หัวข้อข่าว พาราเซตามอล ยาสามัญที่ต้องระวัง
susiem

แต่ก่อนเราก็เคยทานยาคลายกล้ามเนื้อที่มีส่วนผสมของพารา ทานติดกันหลายเดือนมาก เครียดเลยเพราะเราไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ ยังไม่มีข้อมูล ยังไงก็กระจายไปให้คนอื่นรู้ด้วยนะ เราเห็นว่าพาราเป็นยาสามัญที่เด็กกินได้ก็เข้าใจว่าไม่เป็นอันตรายไง ตอนนี้คงถ้าจะลดไข้คงต้องไปหากินสมุนไพรแทนละ อย่าง Koolcapp ที่เห็นออกมาว่ากินแล้วโอเค เป็นธรรมชาติ 100% สลับกินกันไปจะได้ไม่ส่งผลมากเกินจำเป็น

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-12-17 12:08:01 ]
ความคิดเห็นที่ 2 หัวข้อข่าว พาราเซตามอล ยาสามัญที่ต้องระวัง

หนูพลอย

หนูไม่เคยกินค่ะ หนูเคยกินแต่วิตามิน K แท่งยาวๆ อ่ะค่ะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-08-31 10:05:27 ]
ความคิดเห็นที่ 1 หัวข้อข่าว พาราเซตามอล ยาสามัญที่ต้องระวัง

cd-r

และอีกอย่างหนึ่งพาราเซตามอนทำให้เป็นนิ้วในไต

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-08-31 10:05:02 ]