สุขภาพอินเทรนด์

    พุงใหญ่ VS สะโพกบาน อ้วนแบบไหนอันตรายกว่ากัน?


    อ้วน


    พุงใหญ่ VS สะโพกบาน...อ้วนแบบไหนอันตรายกว่ากัน ? (Lisa)

               สาวขาใหญ่อาจจะโล่งอก ส่วนสาวเอวหนาอาจจะต้องกุมขมับ เพราะตำแหน่งความอ้วนของคุณไม่ได้ทำให้หมดสวยเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงสุขภาพของคุณอีกด้วย

               เป็นที่ทราบกันดีว่าคนเราไม่ว่าจะอ้วน-ผอม ก็มีไขมันสะสมต่างที่กัน สำหรับบางคน ไขมันจะตรงไปสะสมที่ต้นขาและสะโพก ในขณะที่บางคนเป็นพวกเอวหนาขาเล็ก จึงมีการแบ่งรูปร่างออกกว้าง ๆ เป็น "ทรงลูกแพร์" คือกลุ่มที่สะโพกใหญ่ กับ "ทรงแอปเปิ้ล" คือกลุ่มที่มีเอวใหญ่

               แน่นอนว่าตาชั่งไม่บอกคุณหรอกว่าไขมันในร่างกายกระจายไปยังส่วนไหนบ้าง การมีน้ำหนักเกินอาจจะทำให้คุณมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ แต่ตำแหน่งเฉพาะที่ของไขมันจะมีผลต่อสุขภาพโดยรวมของคุณหรือเปล่า? แน่นอนมีการศึกษามากมายรวมทั้งที่เพิ่งตีพิมพ์ในวารสาร Occupation Medicine เมื่อเร็ว ๆ นี้ชี้ว่า รูปร่างแบบแอปเปิ้ลจะมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงมากกว่าคนปกติ และในผู้ชายนั้นยังรวมไปถึงโรคหัวใจอีกด้วย

    สาวแพรหรือสาวแอปเปิ้ล

               หากคุณไม่มั่นใจว่าคุณเป็นสาวรูปร่างแพร์หรือแอปเปิ้ล เรามีวิธีที่จะดูได้ง่าย ๆ คือ

               1.วัดรอบเอว คือระดับสะดือและรอบสะโพกส่วนที่กว้างที่สุด (พยายามวัดกับผิวโดยตรง ไม่ใส่เสื้อผ้า และอย่ารัด) เพื่อความมั่นใจควรวัด 3 ครั้ง

               2.หาอัตราส่วน โดยนำค่าของรอบเอวหารรอบสะโพก

               คุณผู้ชาย หากผลลัพธ์ที่ได้น้อยกว่า 1 คุณเป็นหนุ่มรูปร่างแพร์ แต่ถ้าเท่ากับ 1 หรือมากกว่า คุณมีรูปร่างแบบแอปเปิ้ล

               คุณผู้หญิง หากผลลัพธ์ที่ได้เท่ากับ 0.8 หรือน้อยกว่า คุณมีรูปร่างแบบลูกแพร์ แต่ถ้ามากกว่า 0.8 (สำหรับผู้หญิง) มากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งมีความเสี่ยงกับโรคต่าง ๆ มากขึ้นเท่านั้น

    รู้จักกับไขมัน

               ไขมันมี 2 ชนิดใหญ่ ๆ นั่นคือ Subcutaneous Fat หมายถึงไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนัง และ Visceral Fat ซึ่งอยู่รอบ ๆ อวัยวะภายในของเรา

               เราสามารถเห็น Subcutaneous Fat ได้ง่าย ๆ เพราะมันเป็นไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังของเรานี่เอง แต่กับ Visceral Fat แล้ว เราจะมองไม่เห็นจากข้างนอก มันจะอยู่รอบ ๆ ลำไส้ ไต ตับอ่อน และตับ (บางครั้งอาจจะเข้าไปถึงข้างในตับเสียด้วยซ้ำ) เราทุกคนมีไขมันชนิดนี้ เพราะมันช่วยปกป้องอวัยวะภายในจากการกระแทก และช่วยสงวนความร้อนในร่างกาย แต่ในทางกลับกัน การมีไขมันชนิดนี้มากเกินไป ก็ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้มากมาย

               หลายคนคิดว่า ไขมันของเราเหมือนไขมันที่เห็นเวลากินสเต็ก แต่ความจริงคือ มันเป็นเนื้อเยื่อที่มีชีวิต เป็นเนื้อเยื่อที่ใช้พลังงาน และสร้างฮอร์โมนไปด้วยพร้อม ๆ กัน ไขมันเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะมันช่วยเก็บสะสมพลังงานของเราเอาไว้ และช่วยควบคุมการทำงานของร่างกายโดยการให้ และรับสารสื่อประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง

               ในขณะที่ไขมันใต้ผิวหนังอาจจะน่ารำคาญ แต่ก็มักจะไม่มีอันตราย ในคนรูปร่างแพร์หรือมีไขมันสะสมที่สะโพก ต้นขา ไขมันเหล่านี้จะช่วยปกป้องเราจากโรค แม้เราจะลดมันเหล่านี้ได้ยากก็ตาม แม้ในปัจจุบันก็ยังมีการศึกษาว่า ทำไมไขมันเหล่านี้ จึงปกป้องเราได้ แต่ก็เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า มันช่วยส่งพลังงานเฉพาะเวลาที่เราตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือว่าหิวจัดเท่านั้น

               ตรงกันข้าม การมีไขมัน Visceral Fat ส่วนเกินก็อาจจะเป็นอันตรายได้ เพราะมันจะลดการตอบสนองต่ออินซูลินของเรา เพิ่มความเสี่ยงทำให้เป็นเบาหวาน เพิ่มระดับไตรกลีเซอไรด์ ลดคอเลสเตอรอล "ดี" หรือ HDL ทำให้เกิดการอักเสบในร่างกายมากขึ้น และเพิ่มความดันโลหิต ทั้งหมดนี้จะเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ และมันยังปล่อยกรดไขมันอิสระเข้าไปในกระแสเลือด จึงทำให้โอกาสเป็นทั้งสองโรคที่กล่าวมาแล้วยิ่งสูงขึ้นไปอีก

    ไขมันใต้เอวก็ยังต้องใส่ใจนะ

               เพราะเซลล์ไขมันทั่วร่างกายนั้นจะตอบสนองกับอินซูลิน หากไขมันนั้นสะสมที่ไหนก็ตาม ซึ่งการมีอินซูลินมากเกินไปก็อาจจะเป็นสาเหตุ และเมื่อเวลาผ่านไปภาวะต้านอินซูลินก็จะแย่ลงเรื่อย ๆ ทำให้คนที่มีไขมันสะสมใต้เอวเริ่มลงพุง และก็จะประสบกับปัญหาสุขภาพเหมือนกับคนที่มีรูปร่างแบบแอปเปิ้ลได้เหมือนกัน

    Expert’s Corner

    อ้วนลงพุง ลดได้ถ้าคุณพยายาม

               พญ.อยุทธินี สิงหโกวินท์ แพทย์หัวหน้าศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อ ร.พ.พญาไท 2

    พุงใหญ่อันตรายกว่าสะโพกบานอย่างไร

               แน่นอนว่าคนอ้วนส่วนใหญ่มักจะอ้วนทั้งตัว โดยมีไขมันตาม ต้นแขน ต้นขา และหน้าท้อง แต่ตำแหน่งพวกนี้ไม่ได้ทำให้เกิดโรค เขาพบว่าในคนที่มีไขมันอยู่ในท้องหรือ Visceral Fat มาก ๆ จะสัมพันธ์กับอัตราการตายหรืออัตราการเกิดโรคมากกว่าไขมันที่ตำแหน่งอื่น เพราะฉะนั้นในคนที่กินแล้วไม่ได้ออกกำลัง นั่ง นอน หรือดื่มเหล้า คนพวกนี้จะอ้วนลงพุง เราพบว่าในคนที่อ้วนทั้งตัว แต่ท้องไม่ได้อ้วนมาก ยังมีอันตราการเกิดโรคหัวใจ หรืออัตราการตายน้อยกว่าคนที่ผอม ๆ แต่อ้วนลงพุงเสียอีกค่ะ

    จะลดไขมันในท้องได้อย่างไร

               ง่ายมากค่ะ การทำกายบริหารช่วยได้ทั้งหมด กินแล้วอย่านั่งหรือนอน กินแล้วต้องออกกำลังบ้างเท่านั้นเอง สิ่งที่เราทราบกันดีอยู่แล้วคือหลีกเลี่ยงอาหารหวาน อาหารทอด หรืออาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูง แต่หันมาเน้นพวกผักแทน

    ทรีตเมนต์ต่าง ๆ ลดไขมันส่วนนี้ได้รึเปล่า?

               ไม่ได้ค่ะ เพราะ Visceral Fat อยู่ในท้องและอยู่ติดกับอวัยวะภายในทั้งหลาย ซึ่งเราดูดไม่ได้ และทำทรีตเมนต์ไม่ได้ ตรงข้ามกับไขมันใต้ผิวหนังอย่างปีกแขน ท้องแขน ต้นขา หน้าท้อง พวกนั้นสามารถใช้ทรีตเมนต์ลดเฉพาะบริเวณ หรือการออกกำลังที่เน้นส่วนนั้นโดยเฉพาะเลยก็ได้ค่ะ




    ขอขอบคุณข้อมูลจาก

    Vol.13 No.35 12 กันยายน 2555



บทความสุขภาพสุดฮิตประจำสัปดาห์

ความคิดเห็นที่ 8 หัวข้อข่าว พุงใหญ่ VS สะโพกบาน อ้วนแบบไหนอันตรายกว่ากัน?
dinyhaha

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2014-07-22 10:23:23 ]
ความคิดเห็นที่ 7 หัวข้อข่าว พุงใหญ่ VS สะโพกบาน อ้วนแบบไหนอันตรายกว่ากัน?

Kuzey

Do you have more great atcriles like this one?

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-10-19 17:39:49 ]
ความคิดเห็นที่ 3 หัวข้อข่าว พุงใหญ่ VS สะโพกบาน อ้วนแบบไหนอันตรายกว่ากัน?

yui

ขอกระซิบบอกนิดนึงว่า เครื่องชั่งน้ำหนักวัดองค์ประกอบในร่างกายของ TANITA ทุกรุ่น สามารถวัดเปอร์เซ็นต์ไขมัน และ ไขมันในช่องท้อง (visceral fat) ได้นะคะ ทั้งยังสะดวก รวดเร็ว แม่นยำ มากกกก :3

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-10-11 18:07:19 ]
ความคิดเห็นที่ 2 หัวข้อข่าว พุงใหญ่ VS สะโพกบาน อ้วนแบบไหนอันตรายกว่ากัน?

tomymint

อ้วนทั้งสะโพกทั้งพุง !!

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-10-11 15:08:51 ]