โรคและการป้องกัน

    โรคเกาต์ เมื่ออาหารเป็นผู้ก่อการร้ายสุขภาพ



    โรคเกาต์


    โรคเกาต์ เมื่ออาหารเป็นผู้ก่อการร้ายสุขภาพ (SLIM UP)


             เมื่อคนเราต้องตกอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่ออันตราย หากมีสติตั้งรับได้ก็อาจไม่ต้องสูญเสียหรือเจ็บปวดอะไร แต่หากไม่มีสติควบคุมตัวเองแล้ว สัญญาณเตือนอะไรก็ไม่อาจพ้นไปจากอันตรายได้ โดยเฉพาะเรื่องราวของสุขภาพ ความอ้วนนั้นเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการก่อตัวของโรค และปัญหาสุขภาพมากมาย ซึ่งล้วนแต่สร้างผลกระทบต่อชีวิต

             โรคเกาต์ (Gout) คือหนึ่งในผลิตภัณฑ์อันไม่สร้างสรรค์ที่ความอ้วนได้สร้างขึ้น โดยต้นตอสำคัญของโรคเกาต์มีต้นเหตุสำคัญคือ การตกผลึกของกรดยูริกในเนื้อเยื่อและข้อต่าง ๆ จนทำให้เกิดอาการปวดบวม โดยปกติแล้วกรดยูริกจะไหลปนไปกับกระแสเลือด แต่ทว่าหากมันมีปริมาณมากจนเกินไป และอยู่ในกระแสเลือดเป็นเวลานาน ก็จะทำให้เกิดการตกผลึกสะสมทำให้เกิดการปวดบวมตามข้อต่าง ๆ ในร่างกาย รวมถึงไต ซึ่งจะส่งผลอย่างมากต่อการเคลื่อนไหวของผู้ป่วย

             การสะสมของผลึกยูริกเกิดได้สองกรณีหลักคือ เกิดจากการบริโภคอาหารที่มีสาร พิวรีน (Purine) ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายและย่อยกลายเป็นกรดยูริก และในกรณีที่สองเกิดจากหญิงสาวซึ่งอยู่ในวัยหมดประจำเดือน

    อาหาร

              ในกรณีแรกนั้นเรียกได้ว่าเป็นสาเหตุยอดนิยม เพราะ โรคเกาต์ มักเกิดจากการบริโภคอาหารและสามารถเกิดกับใครก็ได้ ที่นิยมรับประทานอาหารที่สร้างความเสี่ยงให้ตนเอง โดยอาหารที่มีสารพิวรีนที่ทำให้เกิดกรดยูริกสูง เช่น สัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และในผักบางชนิด นอกจากการรับประทาน การขับถ่ายกรดยูริกออกจากร่างกายก็มีผลสำคัญด้วย ดังนั้นไม่เพียงแค่การกินเท่านั้น น้ำหนักตัว และพฤติกรรมการใช้ชีวิตก็ยังเป็นเครื่องชี้ถึงการเกิด โรคเกาต์ ด้วย


              กรณีที่สอง การเกิดเพราะอยู่ในช่วงวัยหมดประจำเดือน มักพบได้น้อยกว่ากรณีแรก ซึ่งภาวะของกรดยูริกเพิ่มปริมาณจะเกิดขึ้นได้ ในกรณีของผู้ป่วยที่เป็นหญิงในวัยหมดประจำเดือน ซึ่งความเสี่ยงในการตกผลึกของกรดยูริก และเป็นโรคเกาต์ก็มีโอกาสเกิดขึ้น แต่น้อยมากเมื่อเทียบกับการรับประทานอาหารที่สร้างกรดยูริก นอกจากนี้ โรคเกาต์ ยังอาจเกิดได้จากกรรมพันธุ์อีกด้วย

             สำหรับการรักษา โรคเกาต์ นั้น อาจเรียกได้ว่าไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ผู้ป่วยสามารถควบคุมมันได้ด้วยการรับประทาน โดยเลือกอาหารที่มีพิวรีนน้อยหรือไม่มีพิวรีน พร้อมทั้งการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต นั่นคือการรู้จักควบคุมตนเอง เลือกรับประทาน และมีสตินึกถึงสุขภาพทุกครั้งที่คุณกำลังกินและกำลังเที่ยว...

    ตัวร้ายที่ซุกซ่อนมาพร้อม โรคเกาต์

             การเป็น โรคเกาต์ ในระยะเวลานาน ๆ นอกจากความทรมานที่เกิดขึ้นแล้ว ยังอาจสร้างโรคที่แรกซ้อนขึ้นมาด้วย เช่น โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดแข็งตัว โรความดันโลหิตสูง โรคไต ซึ่งแต่ละโรคที่กล่าวมานั้นล้วนอันตรายและมีความเสี่ยงสูงทั้งสิ้น

             อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า อาหารที่มีสารพิวรีนมีผลต่อการเกิด โรคเกาต์ ดังนั้นหากรู้ว่าสารพิวรีนมีมากในอาหารชนิดใด คุณก็สามารถควบคุมมันได้

             อาหารพิวรีนน้อย ได้แก่ ธัญพืชต่าง ๆ ไข่ นม รวมถึงผักและผลไม้เกือบทุกชนิด

             อาหารพิวรีนปานกลาง ได้แก่ เนื้อวัว เนื้อหมู ปลาหมึก ปลากะพงแดง ถั่วลิสง ปู หน่อไม้ ใบขี้เหล็ก สะตอ ผักโขม เป็นต้น

             อาหารพิวรีนสูง ได้แก่ เนื้อสัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ ปลาซาร์ดีน ปลาไส้ตัน กุ้ง ไข่ปลา น้ำต้มกระดูก ซุปก้อน กะปิ กระถิน ชะอม สะเดา เห็ด เป็นต้น

             คงทราบกันแล้วว่า โรคเกาต์ นั้นเป็นผลผลิตแห่งความเสี่ยงของความอยู่ดีกินดี ซึ่งอันตรายไม่น้อยเลย ดังนั้นการดูแลตัวเองด้วยการรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ ควบคุมน้ำหนักไม่ให้สูงจนกลายเป็นความเสี่ยง เท่านี้คุณก็สามารถควบคุมเจ้าตัวร้ายที่ชื่อว่า โรคเกาต์ แล้ว

            


    ขอขอบคุณข้อมูลจาก




ความคิดเห็นที่ 2 หัวข้อข่าว โรคเกาต์ เมื่ออาหารเป็นผู้ก่อการร้ายสุขภาพ

อิ่ม

ไม่ต้องกินอะไรเลยสักอย่าง

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-05-04 16:14:39 ]
ความคิดเห็นที่ 1 หัวข้อข่าว โรคเกาต์ เมื่ออาหารเป็นผู้ก่อการร้ายสุขภาพ

โก๋แม่แจ่ม

ผมก็เป็นอ่ะครับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-05-03 11:16:42 ]