โรคและการป้องกัน

    วัณโรค ภัยโบราณที่จะมาแรง


    วัณโรค

    วัณโรคภัยโบราณที่จะมาแรง (Healthplus)

    สนับสนุนข้อมูลโดยสำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) www.hiso.or.th

              ทุกวันนี้ โลกของเราต้องตื่นตระหนกกับโรคน่ากลัวจากอดีตที่หวนกลับมาระบาด ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่หรือกาฬโรค ความพรั่นพรึงจากโรคระบาดเหล่านี้ยังไม่ทันจางหาย ก็มี "วัณโรค" หรือที่คนสมัยก่อน เรียกกันว่า "ฝีในท้อง" กลับมาอาละวาดเสริมทัพเพิ่มอีกหนึ่งโรค

              สำหรับประเทศไทย โรคนี้ยังต้องได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะ วัณโรค นอกจากเป็นโรคที่พบบ่อยแล้วยังเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญ ซึ่งหลายคนอาจไม่รู้ว่าไทยยังติดอันดับ 22 ประเทศที่มีผู้ป่วยวัณโรคมากที่สุดในโลกอีกด้วย

    สืบประวัติ ก่อนถูกสยบ

              วัณโรค คุกคามชีวิตมนุษยชาติมานานกว่า 2,400 ปีแล้ว หลักฐานเก่าแก่คือ การตรวจพบ DNA ของเชื้อวัณโรคในกระดูกสันหลังของมัมมี่อียิปต์ และฮิปโปเครตีส บิดาการแพทย์ยุคกรีก เขียนถึงวัณโรคว่าเป็นโรคที่พบบ่อยที่สุด และผู้ป่วยเกือบทุกรายเป็นแล้วเสียชีวิต

              วัณโรค เป็นโรคติดต่อเรื้อรัง เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium tuberculosis เกิดขึ้นได้กับอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย แต่ร้อยละ 80 เกิดขึ้นที่ปอด จึงมีการแบ่งวัณโรคออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือวัณโรคปอด และ วัณโรคนอกปอด เช่น เยื่อหุ้มปอด ต่อมน้ำเหลือง ช่องท้อง ผิวหนัง กระดูกและข้อ เยื่อหุ้มสมองระบบสืบพันธุ์และทางเดินปัสสาวะ

              พัฒนาการขั้นสำคัญในการสยบฤทธิ์ วัณโรค เกิดในปี ค.ศ.1921 เมื่อ Bacille Calmette-Guerin (BCG) ให้เด็กแรกเกิดที่มารดาเสียชีวิตจาก วัณโรค กินวัคซีนที่ตั้งชื่อตามเขาว่า BCG ซึ่งเป็นการให้วัคซีนด้วยวิธีกินเป็นครั้งแรกในโลก และผลปรากฏว่าเด็กคนนั้นไม่เคยเป็นวัณโรคเลยตลอดชีวิต

    วัณโรค ยังรุกรานพลโลก

              องค์การอนามัยโลก ได้จัดอันดับประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วย วัณโรค สูงสุด 22 ประเทศไว้เมื่อปี 2550 โดยประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 18 ส่วน 5 ประเทศแรก ได้แก่ ประเทศอินเดีย จีน อินโดนีเซีย ไนจีเรีย และแอฟริกาได้

    ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ผู้ป่วยวัณโรคในประเทศไทยพบว่า

              ในแต่ละปีจะพบผู้ป่วยรายใหม่ ประมาณ 91,000 รายต่อปี หรืออัตราป่วย 142 ต่อประชากรแสนคนต่อปี ซึ่งในจำนวนนี้จะพบผู้ป่วยที่มีผลการตรวจเสมหะเป็นบวกประมาณ 39,000 รายต่อปีหรืออัตราป่วย 62 ต่อประชากรแสนคนต่อปี

              มีผู้ป่วยวัณโรคเสียชีวิตประมาณ 13,900 รายต่อปี ซึ่งแยกเป็น ผู้ที่เสียชีวิตด้วยวัณโรค (HIV-negative) ประมาณ 10,000 รายต่อปีหรืออัตราตาย 15 ต่อประชากรแสนคนต่อปี

              ผู้ที่เสียชีวิตด้วยวัณโรคซึ่งเป็นผู้ป่วยเอดส์ (HIV-positive) ประมาณ 3,900 รายต่อปีหรืออัตราตาย 6 ต่อประชากรแสนคนต่อปี

              ความชุกของวัณโรค (prevalence) ประมาณ 123 คนต่อปีหรืออัตรา 192 ต่อประชากรแสนคนต่อปี

    โรคที่ยังเป็นมหันตภัยของคนไทย

              ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทย จากรายงานของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าผู้ป่วยเอดส์มีโอกาสเป็นวัณโรคได้มากกว่าคนปกติถึง 10 เท่า เพราะร่างกายขาดภูมิคุ้มกัน ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย

              ปัญหาการติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์ที่อยู่ในระดับสูงทำให้จำนวนผู้ป่วยวัณโรคในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ในปี 2551 มีผู้ป่วย 65,252 ราย หรืออัตรา 113.51 รายต่อประชากรแสนคน เพิ่มขึ้นจากปี 2550 ร้อยละ 1.8 โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยเอดส์ป่วยเป็นวัณโรคสูงถึงร้อยละ 30

              นี่คืออีกโรคร้ายจากยุคโบราณที่ยังคุกคามสุขภาพคนไทย ในวันนี้

    ห่างไกลวัณโรค ทำได้อย่างไร

              รักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยการออกกำลังกายกินอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่

              หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยวัณโรค

              ถ้ามีผู้ป่วยวัณโรคอยู่ในบ้าน ควรเอาใจใส่ดูแลให้กินยาครบถ้วน สม่ำเสมอทุกวัน

              ควรตรวจร่างกาย โดยการเอกซเรย์ปอดอย่างน้อยปีละครั้ง

              พาบุตร หลาน ไปรับการฉีดวัคซีน บี ซี จี

              หากมีอาการผิดปกติ น่าสงสัยว่าจะเป็นวัณโรค ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจ โดยการเอกซเรย์ปิดและตรวจเสมหะ



    ขอขอบคุณข้อมูลจาก



บทความสุขภาพสุดฮิตประจำสัปดาห์