สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

    พริกไทย เครื่องยาไทยรสเผ็ดร้อน สรรพคุณเด็ด ๆ เพียบ



    พริกไทย 


    พริกไทยเครื่องยาไทยรสเผ็ดร้อน ไล่ลม ลดไขมัน รักษากระเพาะ และต้านอนุมูลอิสระ (ไทยโพสต์)

              พริกไทยเป็นพืชทางด้านอาหารและยาที่มีการใช้ประโยชน์มาช้านาน และเป็นหนึ่งในเครื่องเทศที่มีอิทธิพลต่อการขยายอำนาจทางเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ ในยุคล่าอาณานิคม จนเป็นชนวนเหตุให้ประเทศที่มีการปลูกพืชเครื่องเทศทั้งหลายถูกล่าเป็นเมืองขึ้นมาแล้ว

              พริกไทยเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดแถบอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยมีพื้นที่การปลูกมากที่จังหวัดจันทบุรี และเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญตัวหนึ่งของประเทศไทย คนไทยรู้จักใช้พริกไทยมาประกอบอาหาร ที่สำคัญยังนำไปเข้าเครื่องยาไทยและทำเป็นยารักษาโรคอีกหลายตำรับ

              พริกไทยนั้นมีรสเผ็ดร้อน เหมาะกับคนธาตุลม ที่เกิดในเดือนเมษายน-พฤษภาคม-มิถุนายน ที่มีจุดอ่อนทางสุขภาพเจ็บป่วยง่ายในฤดูฝน เป็นช่วงที่ความร้อนกับลมกระทบกันจึงมีผลต่อคนธาตุลมให้เจ็บป่วยได้ง่ายกว่าคนธาตุอื่น ๆ หมอแผนไทยมีตำรับยาแต่งรักษาเป็นยาปรับธาตุตามฤดูกาล คือ ตรีผลายาประจำฤดูร้อน ตรีสารยาประจำฤดูหนาว และตรีกฏุกยาประจำฤดูฝน ประกอบด้วยเหง้าขิงแห้ง เมล็ดพริกไทย ดอกดีปลี ตัวยาทั้งสามชนิดมีฤทธิ์เด่นทางขับลม ช่วยปรับธาตุลมที่อยู่ในภาวะหย่อน กำเริบหรือพิการให้สมดุล ลดอาการเจ็บป่วยของบุคคลนั้น


    พริกไทย

       
              สรรพคุณของพริกไทยในตำรับยาโบราณ ระบุไว้ว่า

              ดอกพริกไทย ใช้แก้ตาแดงเนื่องจากความดันโลหิตสูง

              เมล็ดพริกไทย ใช้เป็นยาช่วยย่อยอาหาร ย่อยพิษตกค้างที่ไม่สามารถย่อยได้ ใช้ขับเสมหะ บำรุงธาตุ แก้ท้องอืด แก้ปวดท้อง ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ แก้มุตกิต แก้ลมอัมพฤกษ์ นอกจากนี้ในเมล็ดพริกไทยยังมีสารสำคัญ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันมะเร็ง และมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท

              ใบพริกไทย ใช้แก้ลม จุกเสียด แก้ปวดมวนท้อง

              เถา ใช้แก้อุระเสมหะ แก้ลมพรรดึก แก้อติสาร

              ราก รากพริกไทย ใช้ขับลมในลำไส้ แก้ปวดท้อง แก้ลมวิงเวียน และช่วยย่อยอาหาร ที่สำคัญยังเป็นหนึ่งในยาที่มักนิยมนำไปเข้าเครื่องยาอายุวัฒนะด้วย
       
              พริกไทยที่เราใช้ประโยชน์ในปัจจุบันมีอยู่ 3 แบบ คือ พริกไทยสด พริกไทยดำ และพริกไทยล่อน เคยมีคนจำนวนมากสับสนระหว่างพริกไทยดำและพริกไทยล่อน คิดว่าเป็นชนิดหรือสายพันธุ์ของพริกไทย เพราะในตำรายาบางตำรับจะใช้พริกไทยล่อน บางตำรับจะใช้พริกไทยดำ ซึ่งทั้งสองชนิดก็คือพริกไทยสดที่นำมาแปรรูปเพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์

              พริกไทยดำคือการนำเอาพริกไทยสดมาตากให้แห้งให้ผิวเหี่ยวย่นจนกลายเป็นสีดำ ส่วนพริกไทยล่อนทำโดยเก็บช่อพริกไทยแก่มาตากแดดเล็กน้อย แล้วนำไปนวดเพื่อแยกเมล็ดออก ใส่กระสอบแช่น้ำ 7-14 วัน แล้วจึงนำเข้าเครื่องนวด ขัดผิวให้หลุดเหลือแต่เมล็ดใน แต่สารสำคัญต่าง ๆ ของพริกไทยจะอยู่ในพริกไทยดำมากกว่าพริกไทยล่อน
       


    พริกไทย


              ตำรับยาโบราณที่ใช้พริกไทยเข้ายา อาทิ

              ยาแก้ผอมแห้งแรงน้อย เอาข้าวสารคั่ว เกลือทะเล พริกไทยล่อน เอาอย่างละเท่า ๆ กัน บดผงปั้นน้ำผึ้ง เม็ดเท่าเมล็ดพุทรา กินครั้งละ 1 เม็ด ก่อนอาหารเช้า-เย็น และก่อนนอน แก้ผอมแห้งแรงน้อย สุขภาพอนามัยดี ภายในเวลาไม่เกิน 3 เดือน

              แก้ไข้เรื้อรัง มีไข้ต่าง ๆ ตลอดเวลา ไม่ยอมหาย ให้เอาใบกะเพราแห้ง ใบบัวบกแห้ง พริกไทยดำ สิ่งละเท่า ๆ กัน บดเป็นผงปั้นเป็นเม็ด เม็ดละเท่าไข่จิ้งจก กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 เวลา เช้า-เย็น

              กระดูกหัก ใช้เปลือกต้นของสบู่ขาว ร่วมกับต้นส้มกบและพริกไทย 5 เม็ด ตำผสมเหล้าขาว แล้วผัดให้อุ่น พอกให้หนา แล้วใช้ไม้พันผ้าให้แน่น

              ยากินให้ผิวสวยเสมอ เอาขมิ้นอ้อย กระชาย แห้วหมู พริกไทย ทุบ ๆ แล้วดองด้วยน้ำผึ้ง กินก่อนนอนทุกวัน ผิวท่านจะสวยเสมอ

              ตะขาบกัด ใช้ผงพริกไทยโรยบริเวณแผล ปวดฟัน ใช้พริกไทย พริกหาง บดเป็นผง ผสมยาขี้ผึ้งปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ

              ใช้อุดฟันที่ปวด ท้องอืดอาหารไม่ย่อย ใช้พริกไทยแช่ในน้ำส้มสายชูทิ้งไว้นานสัก 2 ชั่วโมง แล้วนำไปตากแห้งและนำกลับมาบดเป็นผงให้ละเอียด ผสมกับน้ำส้มสายชูที่ใช้แช่นั้นแล้วปั้นเป็นเม็ดใช้

              รักษาอาการเมื่อยขบ เป็นเหน็บชาง่ายในฤดูหนาวหรือฤดูฝน โดยใช้ไข่ไก่ น้ำกะทิ และพริกไทย ตีให้เข้ากันแล้วตุ๋นให้สุก และนำพริกไทยล่อนเข้าเครื่องยากับเปลือกไข่ไก่ นำไปผิงไฟให้เหลืองแล้วบดเป็นผงละเอียดผสมกับน้ำต้มสุก ใช้รักษาอาการชักจากการขาดแคลเซียม
       

    พริกไทย


              ในยุคที่น้ำมันหอมระเหยเข้ามามีบทบาทในวงการสุขภาพมาก ยังพบว่า พริกไทยได้นำมาสกัดน้ำมันหอมระเหย หรือที่เรียกว่า black pepper oil ที่สกัดจากพริกไทยดำ มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการปวด ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดอาการกล้ามเนื้อกระตุก กระตุ้นกำหนัด ต้านพิษ ช่วยให้เจริญอาหาร แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยย่อยอาหาร ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ เป็นยาระบาย ลดไข้ ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท รักษาโรคกระเพาะ

              ปัจจุบันมีงานศึกษาวิจัยในการใช้ประโยชน์อื่น ๆ ของพริกไทยอย่างน่าสนใจ โดยส่วนหนึ่งของงานวิจัยก็เป็นการยืนยันสรรพคุณของการใช้มาตั้งแต่โบราณ และอีกส่วนหนึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดทางนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น งานวิจัยที่พบว่าพริกไทยมีสารต้านการก่อมะเร็ง ช่วยเร่งการทำงานของตับให้ทำลายสารพิษได้มากขึ้น ใช้น้ำมันหอมระเหยรักษาผู้ติดบุหรี่พบว่าช่วยลดความอยากและความหงุดหงิดลงได้

              ที่น่าสนใจเป็นการวิจัยของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่พบว่าป้องกันโรคความจำเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ได้ ซึ่งอยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนา และที่กำลังเป็นเงินเป็นทอง สร้างรายได้ให้กับผู้ค้าสมุนไพรไม่น้อย ตอนนี้คือการนำสารสกัดพริกไทยไปผลิตเป็นครีมหรือเจลลดความอ้วน ซึ่งเป็นรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้ง่ายและอาจมีการนำไปปรุงแต่งเข้าเครื่องยากับสมุนไพรอื่น ๆ ที่มีสรรพคุณคล้ายคลึงกัน เพื่อเสริมฤทธิ์การลดไขมัน ก็นับว่าเป็นก้าวย่างของการแปรรูปผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าอย่างน่าสนใจ



      เคล็ดลับสุขภาพ สุขภาพใกล้ตัว โรคและการป้องกัน คลิกเลย



    ขอขอบคุณข้อมูลจาก

     



ความคิดเห็นที่ 4 หัวข้อข่าว พริกไทย เครื่องยาไทยรสเผ็ดร้อน สรรพคุณเด็ด ๆ เพียบ
kiniguman

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-11-19 17:34:13 ]