โรคและการป้องกัน

    รู้หรือไม่: ปวดส้นเท้า


    ปวดส้นเท้า

    รู้หรือไม่: ปวดส้นเท้า (สสส.)

              อาการปวดส้นเท้า เกิดจากอะไร วันนี้มีคำตอบค่ะ

              อาการปวดส้นเท้าพบบ่อยในคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยมีอาการปวดบวมที่ส้นเท้า และอาจลามขึ้นไปที่น่อง ทำให้ต้องเดินกะโผลกกะเผลก สำหรับผู้ที่มีอาการปวดส้นเท้าเรื้อรัง มักจะพบกระดูกงอกในส้นเท้าด้วย อาการปวดส้นเท้าจะเป็นหนักขึ้นเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะพายุเข้าหรือฝนตก เวลาตื่นนอนหรือลุกจากที่นั่งใหม่ ๆ และอาการอาจทุเลาลงบ้าง เมื่อมีการเดินไปเดินมาสักพัก
     
              สาเหตุของอาการปวดส้นเท้ามีด้วยกันหลายอย่าง เช่น น้ำหนักเกิน เดินมาก ๆ หรือยืนนาน ๆ เป็นประจำ ได้รับบาดเจ็บที่ส้นเท้า เบาหวานหรือเกิดจากความเสื่อมสภาพของร่างกายตามอายุ เป็นต้น อาการปวดส้นเท้าจัดเป็นการอักเสบเฉพาะที่ ซึ่งมิได้เกิดจากการติดเชื้อแต่อย่างใด หากแต่เกิดจากการไหลเวียนของเลือดลมบริเวณส้นเท้า มีการติดขัดและสะดุด ทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก จึงเกิดอาการปวดขึ้นมา ดังเช่นหลักการวินิจฉัยและรักษาอันสำคัญของการแพทย์จีน "ปวดแสดงว่าไม่โล่ง โล่งแล้วก็จะไม่ปวด"

              การเดินในกิจวัตรประจำวันก็จะทำให้ส้นเท้าอักเสบมากขึ้น และเรื้อรังเป็นเวลานาน หากไม่มีการรักษาอย่างถูกวิธี อาการอักเสบนี้ก็จะไประคายข้อต่อและเยื่อหุ้มกระดูกในส้นเท้า ทำให้ส้นเท้าเกิดกระดูกงอกขึ้นมาได้ ดังนั้น กระดูกงอกในส้นเท้าจึงมิได้เป็นสาเหตุของอาการปวดส้นเท้า หากเป็นผลที่เกิดจากการอักเสบของส้นเท้าต่างหาก
     
              สำหรับอาการปวดส้นเท้า การแพทย์จีนนิยมใช้สมุนไพรที่มีสรรพคุณในการขจัดพิษร้อน ที่สะสมอยู่ในส้นเท้า ซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้การไหลเวียนของเลือดลมในบริเวณนี้สะดุด และติดขัดจนเกิดอาการปวด เพื่อลดอาการอักเสบของส้นเท้า ส่วนสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการฟื้นฟู และกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตในร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณส้นเท้า ก็มีบทบาทสำคัญในการรักษาอาการปวดส้นเท้าเช่นกัน
     
              แต่สำหรับผู้ที่ปวดส้นเท้าแบบจี๊ด ๆ พร้อมมีอาการหายใจไม่สะดวก ปวด แน่น จุกเสียดหน้าอก เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียง่าย ขึ้นบันไดชั้นสองชั้นหรือทำอะไรนิด ๆ หน่อย ๆ ก็รู้สึกเหนื่อยหรือลิ้นสีม่วงแดงนั้น ผู้ป่วยควรตระหนักว่าเลือดลมในร่างกาย ไม่ได้ติดขัดและสะดุดเฉพาะที่บริเวณส้นเท้าเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลาย ๆ จุดเกิดการติดขัดและสะดุดจนเลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก โดยเฉพาะบริเวณหัวใจ จึงควรรักษาอาการปวดส้นเท้า ควบคู่กับการทำความสะอาดหลอดเลือดทั่วทั้งร่างกาย
     
              ส่วนผู้ป่วยปวดส้นเท้าที่มีอาการวิงเวียนศีรษะ หูอื้อ ตาลาย แขนขาอ่อนแรง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ขี้หลงขี้ลืม ขี้หนาว ปัสสาวะบ่อย ฯลฯ แสดงว่าไตของผู้ป่วยนั้นอ่อนแอ ไม่แข็งแรงเท่าที่ควร จึงควรทำการบำรุงไตไปพร้อม ๆ กัน
     
              อาการปวดส้นเท้าก็จะค่อย ๆ ทุเลาลงหรืออาจหายไปในที่สุด





    ขอขอบคุณข้อมูลจาก





ความคิดเห็นที่ 12 หัวข้อข่าว รู้หรือไม่: ปวดส้นเท้า

kit

สำหรับผู้ที่เจ็บส้นเท้ามากๆนะคะ ขอแนะนำวิธีง่ายๆในการดูแลเท้าด้วยตัวเองนะคะ อย่างแรก แช่น้ำอุ่น 10-15 นาที เป็นประจำทุกวัน เพื่อทำให้เอ็นที่ส้นเท้ายืดหยุ่นดีขึ้น อย่างที่สอง บริหารเอ็นส้นเท้าทุกวัน เพื่อเพิ่มความแข็งแรง อย่างเช่น ทำท่าไขว่ห้างดึงเท้า ค้างไว้ ประมาณ 10 วินาที หรือท่าดันกำแพง เหยียดขา ประมาณ 10 วินาที ลองทำดูกันนะคะ เพิ่งอ่านเจอในเว็บนะคะ smile feet อะไรนี่ล่ะค่ะ รักษาสุขภาพกันนะคะ kit

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-11-28 09:47:43 ]
ความคิดเห็นที่ 11 หัวข้อข่าว รู้หรือไม่: ปวดส้นเท้า

รัสนันท์

อ้อ....ลืมให้เบอร์ ศูนย์แปดเจ็ด หกเจ็ดศูนย์ สองแปดแปดหก จ้า^^

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-08-15 22:54:55 ]
ความคิดเห็นที่ 10 หัวข้อข่าว รู้หรือไม่: ปวดส้นเท้า

รัสนันท์

ก่อนหน้านี้แม่กับป้าเราก็เป็น ที่ไหนเค้าว่าดีก็ไปรักษาหมด กินมาสารพัดก็ไม่หาย แต่หลังจากกินยาน้ำสมุนไพรจีนโหย่งเหิง อาการก็หายไปเลยจ้า แต่ต้องเป็นสมาชิกและซื้อที่ศูนย์เท่านั้นนะ เพราะของปลอมหน้าเว็บเยอะมากเลยอ่ะ ขอให้หายปวดกันเร็วๆนะ สงสัยตรงไหนก็ถามได้จ้า ^^

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-08-15 22:51:59 ]
ความคิดเห็นที่ 6 หัวข้อข่าว รู้หรือไม่: ปวดส้นเท้า

kittisak kwannui

ปวดเท้ามากๆๆ เป็นเวลาปีๆแล้ว ผู้รู้โปรดกรุณาเมตตาด้วยเถิด จ ากผู้ที่ทรมานมานาน

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-05-29 10:29:54 ]
ความคิดเห็นที่ 5 หัวข้อข่าว รู้หรือไม่: ปวดส้นเท้า

เจ็บขา

สงสัยครับโรงเรียนผมให้วิ่งวันล่ะ5 รอบ ระยะรวมๆคือ1กิโล แต่พอวิ่งเร็วๆมันเจ็บครับ อาการรุนแรงมาก อายุ แค่ 14 ครับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2011-07-10 19:35:31 ]
ความคิดเห็นที่ 4 หัวข้อข่าว รู้หรือไม่: ปวดส้นเท้า

หายแน่นอน

เดินออกกำลังกายเข้มมาพักหนึ่ง ไม่ยืดเส้น มาวันหนึ่งก็เริ่มปวดใต้ส้นเท้าซ้าย ก็หยุดเดินไป 1 ปี ต่อมาอยากไปเดินออกกำลังกาย ก็ลองเดินแบบกะเผลกๆ แต่่ครั้งนี้ ต้องยืดเส้นทุกครั้ง และทีนี้ใช้วิธียืนย่ำบนกะลามะพร้าวด้วย ยืนย่ำบนกะลา 10นาทีต่อครั้ง วันละ 2ครั้ง ไม่กี่วันก็หายขาด

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-08-21 08:15:37 ]
ความคิดเห็นที่ 3 หัวข้อข่าว รู้หรือไม่: ปวดส้นเท้า

คนแก่ลำปาง

เคยปวดมากหมอบอกให้เดินเยอะๆๆ ตอนนี้หายแล้วเพราะเดินออกกำลังกายมากๆๆ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-01-21 04:49:53 ]
ความคิดเห็นที่ 2 หัวข้อข่าว รู้หรือไม่: ปวดส้นเท้า

เค๊าเอง

จิงด้วยอ่ะ..ไม่บอกว่าใช้สมุนไพรอะไร..จะได้รักษาได้ถูกทาง

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-01-18 12:58:50 ]
ความคิดเห็นที่ 1 หัวข้อข่าว รู้หรือไม่: ปวดส้นเท้า

คนแก่

ทำไมไม่บอกด้วยล่ะค่า ว่าสมุนไพรนั่นคืออะไร หรือวิธีแก้ วิธีกิน

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-01-17 18:36:19 ]