Refeeding Syndrome คืออะไร
Refeeding Syndrome
กลไกเป็นอย่างไร
ลองนึกภาพว่า เมื่อร่างกายขาดอาหารมานาน เซลล์จะเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานด้วยการหยุดใช้คาร์โบไฮเดรต หันไปเผาผลาญไขมันและโปรตีนแทน และลดการผลิตอินซูลินลง แม้แต่แร่ธาตุสำคัญก็ถูกขับออกไปทางปัสสาวะอย่างช้า ๆ
แต่เมื่อเริ่มกลับมากินอาหารอีกครั้ง โดยเฉพาะอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง ร่างกายจะตื่นตัว อินซูลินถูกหลั่งออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อจัดการกับน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น จากนั้นอินซูลินจะบังคับให้เซลล์ดึงเอาแร่ธาตุหลัก ๆ อย่างฟอสเฟต โพแทสเซียม และแมกนีเซียม เข้าไปใช้ภายในเซลล์ทันที ทำให้แร่ธาตุเหล่านี้ในเลือดลดต่ำลงอย่างรวดเร็วแบบฉับพลัน พร้อมกับความผิดปกติของสมดุลน้ำและเกลือ (โซเดียม) ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อระบบการทำงานต่าง ๆ ทั่วร่างกาย
Refeeding Syndrome
อาการเป็นอย่างไร
ขาดฟอสเฟต
-
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
-
เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก
-
มองเห็นภาพซ้อน
-
การกลืนผิดปกติ
-
มีอาการชัก
-
ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง
ขาดแมกนีเซียม
-
คลื่นไส้อาเจียน
-
เบื่ออาหาร
-
สั่น กล้ามเนื้อกระตุก
-
มีอาการชัก
-
ภาวะหัวใจขาดเลือด
-
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ขาดโพแทสเซียม
-
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
-
เป็นตะคริวกล้ามเนื้อ
-
เหนื่อย อ่อนเพลีย
-
อาการท้องผูกรุนแรง
-
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
-
ภาวะหายใจล้มเหลว
ขาดวิตามินบี 1 (ไทอามีน)
-
มีอาการเพ้อคลั่ง
-
ปัญหาด้านการมองเห็น
-
ภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ
-
มีปัญหาเรื่องการทรงตัวและการประสานงาน
-
ความจำเสื่อม
ความสมดุลของโซเดียมและน้ำในร่างกายผิดปกติ
-
ความดันโลหิตต่ำ
-
อาการกล้ามเนื้อกระตุก
-
อาการบวมน้ำในปอด (มีของเหลวอยู่ในปอด)
-
ภาวะไตทำงานผิดปกติ
-
ภาวะหัวใจล้มเหลว
-
อาการชัก
Refeeding Syndrome
ใครเสี่ยงบ้าง
ภาวะ Refeeding Syndrome มักเกิดขึ้นในผู้ที่อยู่ในภาวะอดอาหารหรือขาดสารอาหารอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งรวมถึงกลุ่มเหล่านี้
-
ผู้ที่อดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก โดยไม่มีการควบคุมดูแลจากแพทย์หรือนักโภชนาการ
-
ผู้ที่อดอาหารหรือได้รับอาหารน้อยมาก (5-10 วันขึ้นไป)
-
ผู้ป่วยที่รับประทานอาหารยาก เช่น มีปัญหาเรื่องการกลืนลำบาก หรือมีโรคที่ส่งผลต่อการดูดซึม
-
ผู้สูงอายุที่รับประทานอาหารได้น้อยและขาดสารอาหารติดต่อกัน
-
ผู้ที่ใช้แอลกอฮอล์ในปริมาณมาก เนื่องจากมักมีภาวะขาดสารอาหารและวิตามิน
-
ผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถเข้าถึงอาหารได้เป็นเวลานาน เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือการช่วยเหลือเข้าถึงล่าช้า
-
ผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องเข้ารักษาใน ICU นาน
-
ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคไต หรือโรคตับเรื้อรัง ที่มีภาวะขาดสารอาหารร่วมด้วย
-
ผู้ป่วยภาวะอะนอเร็กเซีย เนอร์โวซา (Anorexia Nervosa) ทำให้มีความผิดปกติในการรับประทานอาหารอย่างรุนแรง
-
ผู้ป่วยมะเร็ง หรือทำเคมีบำบัด
-
ผู้ป่วยหลังผ่าตัด
-
ผู้ที่มีระดับอิเล็กโทรไลต์ต่ำอยู่ก่อนแล้ว
วิธีป้องกัน Refeeding Syndrome
กลับมากินอย่างไรให้ปลอดภัย
1. เริ่มให้อาหารอย่างช้า ๆ
2. เพิ่มปริมาณอย่างค่อยเป็นค่อยไป
3. เลือกอาหารอ่อนและย่อยง่าย
4. เลือกผักสุกและควบคุมใยอาหาร
5. เลี่ยงอาหารน้ำตาลสูง
6. จำกัดปริมาณการดื่มน้ำ
7. งดเครื่องดื่มเกลือแร่
การดูแลและการเฝ้าระวังทางการแพทย์
สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อ Refeeding Syndrome แพทย์จะให้การดูแลอย่างใกล้ชิด ดังนี้
-
เสริมวิตามินบี 1 (ไทอามีน) ให้ร่างกายทันที ก่อนเริ่มหรือระหว่างให้อาหารใหม่ เพื่อช่วยเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต และป้องกันภาวะสมองอักเสบ
-
ตรวจระดับอิเล็กทรอไลต์ในเลือดอย่างสม่ำเสมอ ทั้งฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และโพแทสเซียม หากพบว่าขาดจะเสริมแร่ธาตุเหล่านี้ในรูปของอาหารเสริมหรือสารละลายทางหลอดเลือด
-
เฝ้าระวังสมดุลของเหลว โดยติดตามน้ำหนักตัวและปริมาณปัสสาวะเข้า-ออก อย่างเคร่งครัด เพื่อประเมินและป้องกันภาวะคั่งของเหลวในร่างกาย ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว
ทั้งนี้ ผู้ป่วยก็ต้องหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของตัวเองด้วยเช่นกัน หากพบอาการผิดปกติที่บ่งชี้ถึงภาวะ Refeeding Syndrome หรือภาวะคั่งน้ำ เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือเร็วผิดปกติ, เหนื่อยหอบ, อาการบวมที่แขน ขา หรือใบหน้า ควรรีบแจ้งแพทย์หรือพยาบาลทันที
สรุปแล้ว Refeeding Syndrome คือภาวะอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในคนที่กลับมากินอาหารอีกครั้งหลังจากขาดสารอาหารเป็นเวลานาน แม้อาจฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วสามารถเกิดได้ในหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การอดอาหารรุนแรง ไปจนถึงผู้ป่วยที่ต้องนอนโรงพยาบาลนาน ๆ สิ่งสำคัญคือการเริ่มกินใหม่อย่างช้า ๆ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
บทความที่เกี่ยวข้องกับการขาดสารอาหาร
- เข้าใจภาวะ Refeeding syndrome อดอาหารมานาน แต่ยังรีบกินไม่ได้ !
- 12 โรคที่เกิดจากการขาดสารอาหาร กินน้อยเกินไป อันตรายกว่าที่คิด !
- อดอาหารได้มากสุดกี่วัน ร่างกายอดข้าว-ขาดน้ำได้นานแค่ไหนถึงเป็นอันตรายต่อชีวิต
- ภัยอันตรายจากการอดอาหาร ผอมแล้วป่วยไม่คุ้มกันหรอก
- เล็บเป็นเส้น ขาดวิตามินอะไร เส้นบนเล็บแบบไหนเสี่ยงมะเร็ง !






