โรคแพนิค (Panic Disorder)

โรคแพนิค (Panic Disorder)

โรคแพนิค
โรคแพนิก Panic Disorder

โรคแพนิค (Panic Disorder)
(infomental)
โดย : ผศ.นพ.สเปญ อุ่นอนงค์

         โรคแพนิค เป็นโรคชนิดหนึ่งที่มีคนเป็นกันมากและเป็นกันมานานแล้ว แต่ประชาชนทั่วไปมักไม่ค่อยรู้จักและยังไม่มีชื่อโรคอย่างเป็นทางการในภาษาไทย บางคนอาจเรียกโรคนี้ว่า "หัวใจอ่อน" หรือ " ประสาทลงหัวใจ" แต่จริงๆ แล้วโรคนี้ไม่มีปัญหาอะไรที่หัวใจ และ ไม่มีอันตราย เวลามีอาการผู้ป่วย จะรู้สึกใจสั่นหัวใจเต้นแรง อึดอัด แน่นหน้าอก หายใจไม่ทัน หรือหายไม่เต็มอิ่ม ขาสั่น มือสั่น มือเย็น บางคนจะมีอาการวิงเวียนหรือมึนศีรษะ ท้องไส้ปั่นป่วน ขณะมีอาการผู้ป่วยมักจะรู้สึกกลัวด้วย 

         โดยที่ส่วนใหญ่ผู้ป่วย โรคแพนิค จะกลัวว่าตัวเองกำลังจะตาย กลัวเป็นโรคหัวใจ บางคนกลัวว่าตนกำลังจะเสียสติหรือเป็นบ้า  อาการต่าง ๆ มักเกิดขึ้นทันทีและค่อย ๆ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนเต็มที่ในเวลาประมาณ 10 นาที คงอยู่สักระยะหนึ่ง แล้วค่อย ๆ ทุเลาลง อาการมักจะหายหรือเกือบหายในเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง หลังจากอาการแพนิคหายผู้ป่วยมักจะเพลีย และในช่วงที่ไม่มีอาการผู้ป่วยมักจะกังวลกลัวว่าจะเป็นอีก

         อาการ โรคแพนิค จะเกิดที่ไหนเมื่อไรก็ได้และคาดเดาได้ยาก แต่ผู้ป่วยมักพยายามสังเกตุ และเชื่อมโยงหาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดอาการ เพื่อที่ตนจะได้หลีกเลี่ยง และรู้สึกว่าสามารถควบคุมมันได้บ้าง เช่น ผู้ป่วยบางราย ไปเกิดอาการขณะขับรถก็จะไม่กล้าขับรถ บางรายเกิดอาการขณะกำลังเดินข้ามสะพานลอยก็จะไม่กล้าขึ้นสะพานลอย ผู้ป่วยบางรายไม่กล้าไปไหนคนเดียว หรือไม่กล้าอยู่คนเดียว เพราะกลัวว่าถ้าเกิดอาการขึ้นมาอีกจะไม่มีใครช่วย ในบางรายอาจมีเหตุกระตุ้นจริงๆบางอย่างได้ เช่น การออกกำลังหนัก ๆ หรือเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา น้ำโคล่า ในกรณีแบบนี้ควรหลีกเลี่ยงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้

         ขณะเกิดอาการ ผู้ป่วย โรคแพนิค มักกลัวและรีบไปโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินมักตรวจไม่พบความผิดปกติ และมักได้รับการสรุปว่าเป็นอาการเครียดหรือคิดมาก ซึ่งผู้ป่วยก็มักยอมรับไม่ได้และปฏิเสธว่าไม่ได้เครียด เมื่อเกิดอาการอีกในครั้งต่อมา ผู้ป่วยก็จะไปโรงพยาบาลอื่นและมักได้คำตอบแบบเดียวกัน ผู้ป่วย โรคแพนิค หลาย ๆ รายไปปรึกษาแพทย์เพื่อเช็คสุขภาพ โดยเฉพาะหัวใจซึ่งก็มักได้รับการตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียด และไม่พบความผิดปกติอะไรที่สามารถอธิบายอาการดังกล่าวได้

         ซึ่งก็ยิ่งทำให้ผู้ป่วยกังวลมากขึ้นไปอีก อาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเรียกว่า อาการแพนิค (panic attack) ซึ่งแปลว่า "ตื่นตระหนก" เราจะสังเกตุได้ว่าอาการต่าง ๆ จะคล้ายกับอาการของคนที่กำลังตื่นตระหนก ใน โรคแพนิค ผู้ป่วยจะเกิดอาการแพนิคนี้ขึ้นมาเอง โดยไม่มีเหตุกระตุ้น และคาดเดาไม่ถูกว่าเมื่อไรจะเป็นเมื่อไรจะไม่เป็น การไม่รู้ว่าตนกำลังเป็นอะไรจะยิ่งเพิ่มความตื่นตระหนกให้รุนแรงขึ้น

          อาการแพนิค ไม่มีอันตราย อาการนี้ทำให้เกิดความไม่สบายเท่านั้นแต่ ไม่มีอันตราย สังเกตุได้จากการที่ผู้ป่วยมักจะ มีอาการมานาน บางคนเป็นมาหลายปี เกิดอาการแพนิคมาเป็นร้อยครั้ง แต่ก็ไม่เห็นเป็นอะไรสักที บางคนเป็นทีไรต้องรีบไปโรงพยาบาล "แทบไม่ทัน" แต่ไม่ว่ารถจะติดอย่างไรก็ไป "ทัน" ทุกครั้งเพราะอาการ แพนิค ไม่มีอันตราย

         ในปัจจุบันเราพอจะทราบว่าผู้ป่วย โรคแพนิค มีปัญหาในการทำงานของสมองส่วนที่ทำให้เกิดอาการ “ตื่นตระหนก” โดยเป็น ความผิดปกติของสารสื่อนำประสาท บางอย่างเราจึงสามารถรักษาโรคนี้ได้ด้วยยา ยาที่ใช้รักษา โรคแพนิค จะมี 2 กลุ่ม คือ
        
          1. ยาป้องกัน เป็นยาที่ออกฤทธิ์ช้า ปรับยาครั้งหนึ่งต้องรอ 2-3 สัปดาห์ จึงจะเริ่มเห็นผลคืออาการแพนิคจะห่างลง และเมื่อเป็นขึ้นมาอาการก็จะเบาลงด้วย เมื่อยาออกฤทธิ์เต็มที่ผู้ป่วยจะไม่มีอาการแพนิคเกิดขึ้นเลย ยากลุ่มนี้จะเป็นยาที่ใช้รักษาโรคซึมเศร้าบางตัว เช่น เล็กซาโปร (lexapro) โปรแซก (prozac) โซลอฟ (zoloft) ยากลุ่มนี้ไม่ทำให้เกิดการติดยาและสามารถหยุดยาได้เมื่อโรคหาย ในการรักษาด้วยยาเราจะจ่ายทั้งยาป้องกันและยาแก้ 

         เพราะในช่วงแรก ๆ ยาป้องกันยังออกฤทธิ์ไม่เต็มที่ ผู้ป่วยจะยังมีอาการจึงยังต้องใช้ยาแก้อยู่ เมื่อยาป้องกันเริ่มออกฤทธิ์ผู้ป่วยจะกินยาแก้น้อยลงเอง แพทย์จะค่อยๆเพิ่มยาป้องกันจนผู้ป่วย "หายสนิท" คือไม่มีอาการเลย แล้วให้ผู้ป่วยรับประทานยาต่อไปเป็นเวลา 8-12 เดือน หลังจากนั้นจะให้ผู้ป่วยค่อยๆ หยุดยา ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสามารถหยุดยาได้โดยไม่มีอาการกลับมาอีก แต่ก็มีบางรายที่มีอาการอีกเมื่อลดยาลง ในกรณีแบบนี้เราจะเพิ่มยากลับขึ้นไปใหม่แล้วค่อย ๆ ลดยาลงช้า ๆ
       
         2. ยาแก้ เป็นยาที่ออกฤทธิ์เร็ว ใช้เฉพาะเมื่อเกิดอาการขึ้นมา เป็นทีกินที กินแล้วหายเร็ว ได้แก่ยาที่คนทั่วไปรู้จักกันในนามของยา “กล่อมประสาท” หรือยา “คลายกังวล” เช่น แวเลี่ยม (valium) แซแนก (xanax) อะติแวน (ativan) ยาประเภทนี้มีความปลอดภัยสูง (แปลว่าไม่มีพิษ ไม่ทำลายตับ ไม่ทำลายไต) แต่ถ้ารับประทาน ติดต่อกันนานๆ (2-3 สัปดาห์ขึ้นไป) จะเกิดการติดยาและเลิกยากและเมื่อหยุดยากระทันหันจะเกิดอาการขาดยา ซึ่งจะมีอาการเหมือนอาการแพนิค ทำให้แยกแยะไม่ได้ว่าหายหรือยัง ดังนั้นแพทย์จะเน้นกับผู้ป่วยว่าให้กินเฉพาะเมื่อมีอาการเท่านั้น ยังไม่เป็นห้ามกิน รอให้เริ่มมีอาการแล้วค่อยกินก็ทันเพราะมันออกฤทธิ์เร็ว

  เคล็ดลับสุขภาพ สุขภาพใกล้ตัว โรคและการป้องกัน คลิกเลย

 คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ 



ขอขอบคุณข้อมูลจาก
infomental.com






สมาชิกกระปุก
E-mail :
Password :

หมายเหตุ
• ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
• ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใดๆ ก็ตามลงในช่องแสดงความคิดเห็น
• ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
• ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะ สม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
คลิกเลือกอารมณ์ที่ต้องการ ตาใส , เซ็ง , ร้องไห้ , เจ้าเล่ห์ , หัวเราะ , ตลก , โกรธ
คุณสามารถแสดงความคิดเห็น ได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็น สมาชิกนะคะแต่ถ้าสมัคร สมาชิกและเข้าสู่ระบบก่อนโพส ข้อความเราจะโชว์รูปของคุณ ขึ้นมาให้เด่นๆเลยนะ
กรุณา เคาะเว้นวรรค ระหว่างข้อความด้วยนะคะ ระบบจะตัดคำได้สวยงาม ถ้าพิมพ์ติดกันไปหมด ระบบจะไม่ตัดคำให้นะคะ
ชื่อ : โค้ด :
กรุณานำโค้ดด้านข้าง กรอกในช่องว่างด้วยคะ (พิมพ์เป็นตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ได้)
กรุณาคลิก ส่งข้อความ เพียงครั้งเดียวค่ะ....


ความคิดเห็นที่ 84 หัวข้อข่าว โรคแพนิค (Panic Disorder)
เห็นคนใกล้ตัวเป็นแล้ว บอกว่าทรมานมาก ทำงานไม่ได้ ไม่มีสมาธิ ต้องลางานรักษาตัว 8 เดือนแล้ว ก็ไม่ดีขึ้น รู้สึกว่าแย่กว่าเดิม เป็นตลอดเวลา นอกจากเวลานอนเท่านั้นที่ไม่มีอาการ ทำไงดี ชีวิตกำลังจะพัง ช่วยที
จากคุณ ๋Janji เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-04-29 17:19:21 ]
ความคิดเห็นที่ 83 หัวข้อข่าว โรคแพนิค (Panic Disorder)
เป็นโรคนี้มาตั้งเเต่จำความได้ มาตรวจเจอตอนอายุ 20 กว่าๆ.. ทรมานมาก ทั้งอาการ เเละการใช้ชีวิต ที่ทรมาณที่สุดคือ การรักษากับหมอห่วยๆ ที่ทำให้อาการเเย่ลง ชีวิตพังหมด เป็นทั้ง แพนิค ซึมเศร้า โฟเบีย ตอนหลังยิ่งเจอหมอห่วยๆ พาลไปติดเหล้าหนักกว่าเดิม.. สุดท้ายรักษาตัวอยู่ประมาณเกือบปี ก็เลิกหา ให้อาการซึมยาหาย เเล้วใช้วิธีนั่งสมาธิเอาคะช่วยได้มาก เวลามีอาการก็ไม่ทุรนทุรายเหมือนเมื่อก่อน อะไรปล่อยวางได้ก็ปล่อยวาง ดูจังหวะชีวิตดีๆ อย่าปล่อยให้ร่างกายอ่อนเพลียจนเกินไปก็ชิลๆ คะ ไม่พึ่งยาเท่าไหร่เเล้ว นานๆ ทีทานยานอนหลับบ้าง เพื่อให้ร่างกายได้นอนหลับสนิท (เป็นคนนอนฝันตั้งเเต่เคลิ้มเเล้ว ฝันตลอดเวลา) ยังเป็นบ่อย ๆ เกือบทุกวัน เเต่พอทำสมาธิได้ก็พอคุมอาการได้ระดับนึงเลยคะ
จากคุณ zuuzii เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-04-03 21:45:38 ]
ความคิดเห็นที่ 82 หัวข้อข่าว โรคแพนิค (Panic Disorder)
ผมก็เป็นนะ ทรมารมากๆเลย อยากจะหายสักที ตอนนี้ก็เป็นมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ
จากคุณ กันต์ เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-03-26 18:04:39 ]
ความคิดเห็นที่ 81 หัวข้อข่าว โรคแพนิค (Panic Disorder)
ขอให้ทุกคน ที่มีอาการแบบนี้ ไปพบหมอค่ะ หมอทาด้านสุขภาพใจนะค่ะ ลุกเราก้เป็น ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วค่ะ รักษามาเป็นปีแล้ว สวดมนต์ ทุกวัน ทำสมาธิดู จะช่วยได้ อีกทางค่ะ
จากคุณ ต้า เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-03-21 15:11:10 ]
ความคิดเห็นที่ 80 หัวข้อข่าว โรคแพนิค (Panic Disorder)
ใช้วิธี ของ 70 ดูนะค่ะได้ผลค่ะ ธรรมสมาธิ จะช่วยได้อีกทางนึ่ง แต่ต้องไปหาหมอนะค่ะ ให้หมอดุอาการ รักษาตาม ที่แพทสั่ง หมอด้านสุขภาพจิตนะค่ะ ขอให้ทุกคน อย่า ท้อ โรคนี้ มีทางรักาาได้ อย่าคิดมาก ไม่เคลียดนะคร้า
จากคุณ ต้า เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-03-21 15:07:42 ]
ความคิดเห็นที่ 79 หัวข้อข่าว โรคแพนิค (Panic Disorder)
77 ลูกสาว เราก็เป็นค่ะ เป็นมากว่านี้ค่ะ กลัว เห็นผีตลอดเลยค่ะ หลับตาลงไม่ได้เลย ไม่เป็นอันไปเรียนเลยค่ะ ที่สำคัญ เจ็บหัวใจ แล้ว ก็สลบหมดสติไปเป็นชั่วโมงเลยค่ะ ตอนนี้ไปหาหมอรักษา อาการดี ขึ้แล้ว ต้องใช้เวลา เป็นพี่ เราทรมานมาก
จากคุณ jkl;' เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-03-21 15:03:38 ]
ความคิดเห็นที่ 78 หัวข้อข่าว โรคแพนิค (Panic Disorder)
เป็นกำลังใจให้ทุกๆคนครับผมก็เป็นเหมือนกันอยู่คนเดียวไม่ได้เลยครับและอาการมันมักจะเป็นตอนหัวค่ำน่ะครับกลางวันเป็นบางครั้งครับไปเช็คหัวใจก็ปกติหมดจนงงไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไรคนในบ้านจนรำคาญผมแล้วล่ะครับบอกว่ามันจะตายก็ให้มันตายไปจนมาเจอหัวข้อนี้ถึงได้รู้ว่ามีคนเป็นเหมือนผมอยู่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานมากๆครับแต่ก็สู้มาตลอดเป็นกำลังใจให้ทุกๆคนครับสุดท้ายต้องใช้ธรรมะข่มใจด้วยครับ
จากคุณ เหมันต์ ศรีจันทร์ดร เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-03-10 19:48:41 ]
ความคิดเห็นที่ 77 หัวข้อข่าว โรคแพนิค (Panic Disorder)
ลูกสาวอายุ15ปี มีอาการกลัวถามว่ากลัวอะไร แกก็บอกว่าไม่รู้ มันกลัวขึ้นมาเอง ได้ยินเสียงอะไรก็กลัว เห็นคนแปลกหน้าก็กลัว บางทีอยู่เฉยๆก็มีอาการกลัว ไม่รู้ว่าอาการแบบนี้ใครเคยมีประสบการณ์บ้าง ขอแชร์ความรู้ด้วยค่ะ สงสารลูกมากเป็นครั้งหนึ่ง จะใช้เวลาประมาณเกือบ2อาทิตย์กว่าจะดีขึ้.
จากคุณ ทัศนวรรณ เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-02-24 09:24:53 ]
ความคิดเห็นที่ 75 หัวข้อข่าว โรคแพนิค (Panic Disorder)
เป็นมา 8 เดือน ทรมานมาก มักจะเป็นช่วงเย็น หัวค่ำ โทรหานักจิตเวชที่โรงพยาบาลประจำอำเภอจนเกรงใจเขา แต่เขาก็ดีนะเพราะเขาเข้าใจว่าโรคนี้มันทรมาก และตั้งแต่เริ่มเป็นจนถึงปัจจุบันนอนฝันทุกคืนเลยไม่มีวันไหนไม่นอนฝัน ฝันเรื่อยเปื่อยกระสับกระส่าย งานการเสียหายหมด
จากคุณ นาราภัทร อายุ 32 เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-02-23 17:23:45 ]
ความคิดเห็นที่ 74 หัวข้อข่าว โรคแพนิค (Panic Disorder)
เป็นแล้วทรมานมากค่ะ ลำคานตัวเองอยากหายค่ะใครมีวิธีบ้าง
จากคุณ มดแดง เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-02-22 15:16:05 ]
ความคิดเห็นที่ 73 หัวข้อข่าว โรคแพนิค (Panic Disorder)
ผมคิดว่าผมก็เป็นนะ ชอบคิดว่าจะตายให้ได้ หัวใจจะสั่นหวิวตลอดเลย ทรมาณเหมือนกัน แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าจะเป็นอะไรก็ชั่ง ซึ่งมันก็ไม่เคยเป็นอะไรจิงๆนะเระ
จากคุณ แพน เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-02-15 09:25:44 ]
ความคิดเห็นที่ 72 หัวข้อข่าว โรคแพนิค (Panic Disorder)
ดิฉันเป็นโรคแพนิคมาหลายปี แต่ตอนแรกไม่รู้ว่าเป็น เพิ่งไปรักษาได้ประมาณสามเดือน อาการของดิฉันอาจจะแปลกกว่าคนอื่น ตรงที่ดิฉันจะเกิดอาการแพนิคตอนที่ดิฉันต้องเขียนหนังสือต่อหน้าคนอื่น รู้สึกกลัวเวลาเขียนหนังสือต่อหน้าใคร กลัวคนมอง รู้สึกทรมานกับโรคนี้มากเพราะมันเป็นอุปสรรคในการทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน ตอนนี้เครียดมากจริง ๆ อยากจะหายจากโรคนี้มาก
จากคุณ แดง เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-02-14 15:14:00 ]
ความคิดเห็นที่ 71 หัวข้อข่าว โรคแพนิค (Panic Disorder)
ผมก็เป็นเหมือนกัน ขอเป็นกำลังใจอีกแรงนะครับ
จากคุณ ยีน เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-02-06 19:08:24 ]
ความคิดเห็นที่ 70 หัวข้อข่าว โรคแพนิค (Panic Disorder)
ผมเป็นสองโรคเลย ซึมเศร้าด้วย แพนนิกด้วย ต้องสู้กับมันครับ ผมกินยาด้วยใช้ ธรรมมะโอสถช่วยด้วย ใหว้พระ สวดมนต์ นั่งสมาธิ ทำบุญกุศลให้มากเข้าใว้ ขอเป็นกำลังใจให้ครับ ขอให้หายเร็วๆทุกๆคนนะครับ
จากคุณ ขุนแผน เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-01-30 18:15:34 ]
ความคิดเห็นที่ 69 หัวข้อข่าว โรคแพนิค (Panic Disorder)
ผมก็เป็นกลัวมาก
จากคุณ คนกลัว เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-01-28 23:07:02 ]
ความคิดเห็นที่ 68 หัวข้อข่าว โรคแพนิค (Panic Disorder)
เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ
จากคุณ ชรินทร์ทิพย์ เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-12-03 14:36:49 ]
ความคิดเห็นที่ 67 หัวข้อข่าว โรคแพนิค (Panic Disorder)
เป็นแพนิคค่ะอยากให้กำลังใจคนที่เป็นเหมือนกัน..^^"
จากคุณ สุชาวดี เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-11-26 11:46:42 ]
ความคิดเห็นที่ 66 หัวข้อข่าว โรคแพนิค (Panic Disorder)
สิ่งที่เขียนถูกหมดกับสิ่งที่หนูเป็นแต่มันเหลืออีกอาการ1คือ หนูนอน กระตุก หรือบางทีก็ลืมหายใจ
จากคุณ สุกัญญา เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-11-18 11:53:03 ]